ฉลองไทยสู่เวทีโลก! Amazing Thailand Countdown 2026 จุดประกายเจ้าพระยาสะกดสายตาทั่วโลก

ไอคอนสยามผนึกกำลังรัฐ–เอกชน–พันธมิตรนานาชาติ จัดเคานต์ดาวน์สุดยิ่งใหญ่ โดดเด่นด้วย 4D Sky และพลุรักษ์โลกกว่า 1,400 เมตร พร้อมโชว์สุดเอ็กซ์คลูซีฟจาก Mark Tuan ตอกย้ำสถานะประเทศไทยในฐานะ Global Countdown Destination

ประเทศไทยต้อนรับศักราชใหม่อย่างยิ่งใหญ่กับงาน “Amazing Thailand Countdown 2026 At ICONSIAM” มหาปรากฏการณ์เคานต์ดาวน์ระดับโลก ณ ริเวอร์ พาร์ค ไอคอนสยาม ซึ่งเกิดจากพลังความร่วมมือของภาครัฐ เอกชน และพันธมิตรนานาชาติ ผนึกกำลังรังสรรค์ค่ำคืนแห่งประวัติศาสตร์ ภายใต้คอนเซ็ปต์ “A GLOBAL PHENOMENAL CELEBRATION AT THE ICON UNRIVALED – มหาปรากฏการณ์เคานต์ดาวน์ ผนึกกำลังสุดยิ่งใหญ่ ฉลองไทยสะกดโลก”

ค่ำคืนวันที่ 31 ธันวาคมถูกเนรมิตให้กลายเป็นเวทีแสดงอัตลักษณ์ความเป็นไทยอย่างสง่างามสู่สายตาชาวโลก ด้วยการแสดง 4D Sky อันทรงคุณค่า เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ก่อนผสานอย่างงดงามกับการจุด พลุรักษ์โลกจากข้าวเหนียวไทย ที่ทอดยาวกว่า 1,400 เมตร ทอแสงเจิดจ้าเหนือท้องฟ้าและผืนน้ำเจ้าพระยา พร้อมไพโรเทคนิคสุดตระการตาที่สร้างความประทับใจไม่รู้ลืม

ความพิเศษยังต่อเนื่องด้วยการแสดงจากศิลปินระดับโลก Mark Tuan (มาร์ค ต้วน) ร่วมเวทีกับกองทัพศิลปินชั้นนำของไทย นำเสนอโชว์สุดเอ็กซ์คลูซีฟที่สะกดสายตาผู้ชมทั่วทุกมุมโลก งานนี้ตอกย้ำภาพลักษณ์ของประเทศไทยในฐานะ Global Countdown Destination ที่โดดเด่นและถูกจับตามองมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลกอย่างแท้จริง

.

นทท.สวดมนต์ข้ามปี-รวมพลังร้องเพลงชาติไทยสดุดีเหล่าทหารกล้ากระหึ่มเขาใหญ่

ปราจีนบุรี – นักท่องเที่ยวชาวไทยทั่วสารทิศ-ต่างชาติ-เจ้าหน้าที่เขาใหญ่รวมพลังร้องเพลงชาติไทยส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่สดุดีเหล่าทหารหาญผู้สละชีพกำลังปกป้องอธิปไตยกระหึ่มขุนเขาอุทยานฯเขาใหญ่ 

เมื่อเวลา 01.00 น.วันที่ 1 มกราคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.ปราจีนบุรี บรรยากาศพิธีสวดมนต์ข้ามปี ( เคาท์ดาว) ส่งท้ายสิ้นปีเก่า 2568 ต้อนรับปีใหม่ 2569 บนลานกางเต้นท์ชั่วคราวเขาร่ม หรือ ลานเฮลิคอปเตอร์ บนอุทยานแห่งชาติใหญ่มรดกโลกในธรรมชาติ (ในพื้นที่รอยต่อ 4 จังหวัด จ.ปราจีนบุรี .นครนายก จ.สระบุรี และ จ.นครราชสีมา) มีนักท่องเที่ยวจำนวนมากกว่า 21,000 คน  ทั้งชาวต่างชาติและนักท่องเที่ยวชาวไทยทั่วสารทิศ ในวันหยุดยาวต่อเนื่องพากันขึ้นมาพักผ่อนกางเต้นท์พร้อมร่วมกิจกรรมสวดมนต์ข้ามปี (เคาท์ดาว) ในกิจกรรมก่อนหน้า อุทยานฯเขาใหญ่ได้นำเจ้าหน้าที่ฝ่ายสันทนาการเล่นดนตรีบรรเลงให้ความบันเทิง แก่นักท่องเที่ยว

จนเวลา 23.30 น.นายชัยยา ห้วยหงษ์ทอง หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ เป็นประธานจุดเทียนธูปบูชาพระรัตนตรัย กล่าวอาราธนาศีล พิธีกรนำอาราธนาพระปริตร พระสงฆ์ รวมจำนวน  72 รูป  เจริญพุทธมนต์เพื่อเป็นสิริมงคลข้ามปี ท่ามกลางนักท่องเที่ยว  ร่วมสวดมนต์ข้ามปี  จนเข้าสู่ปีพุทธศักราชใหม่ 2569 เสร็จพิธี  

จากนั้นทั้งหมดรวมพลังมร้องเพลงชาติสดุดีเหล่าทหารกล้าสละชีพปกป้องอธิปไตยชายแดนไทยและเป็นขวัญกำลังใจส่งไปถึงเหล่าทหารหาญที่กำลังปกป้องอธิปไตยเพื่อปกป้องประเทศชาติจากการรุกรานของข้าศึกในขณะนี้ เสียงเพลงชาติไทยดังกระหึ่มกึกก้องกลางขุนเขาอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่มรดกโลก

นายชัยยา  ห้วยหงษ์ทอง หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ กล่าวว่า     ในเช้าตรู่ วันที่ 1 มกราคม 2569 ต้อนรับปีใหม่ เริ่มจาก 06.00 น.เป็นต้นไปร่วมกับนักท่องเที่ยว ในพิธีตักบาตรข้าวสารอาหารแห้งถวายพระภิกษุสามเณร ต้อนรับปีใหม่ 2569 รวม จำนวน 72 รูปพร้อม กันเพื่อเป็นสิริมงคล และ อุทิศส่วนกุศลอุทิศแด่วิญญาณเหล่าทหารกล้าผู้ปกป้องผืนแผ่นดินไทย – จนท.ป่าไม้ผู้สละชีพ-เหล่าสัตว์ป่าน้อยใหญ่ ต่อไป

ซึ่งระหว่างวันที่ 31ธ.ค.68- 4 ม.ค.69 กรมอุทยานฯได้มอบของขวัญปีใหม่ส่งท้ายสิ้นปี2568 ต้อนรับปีใหม่ 2569 ให้นักท่องเที่ยวขึ้นมาพักผ่อนท่องเที่ยวฟรี   พบสถิติ จำนวนนักท่องเที่ยว    เต็มลานกางเต็นท์ลำตะคอง   จำนวน 1,050คน   ลานกางเต็นท์เขาร่ม 2,000คน ยอดยกเว้นค่าบริการท่องเที่ยว สถิติ วันที่ 31ธ.ค.68ผู้ใหญ่ชาวไทย 18,444 คน  เด็กไทย 2,255 คน   ผู้สูงอายุ 1,070 คน   ผู้พิการ 6 คน  เด็กต่ำกว่า3ขวบ 183 คน   รวม 21,958 คน

ยอด ยานพาหนะ   รถยนต์ 5,005 คันจยย. 1,151 คัน รถยนต์6ล้อ 0 คัน   รวม 6,156 คัน   ยอดเก็บเงิน  สถิติ วันที่ 31ธ.ค.68   ผู้ใหญ่ไทย 1,162 คน(กางเต็นท์)  เด็กไทย 107 คน(กางเต็นท์)  ผู้ใหญ่ต่างชาติ 791 คน  เด็กต่างชาติ 143 คน   รวม 2,203 คน    ยานพาหนะ  รถยนต์ 187 คันจยย. 55 คันรถยนต์6ล้อ 0 คันรวม 242 คัน

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมทั้งนี้ในวันหยุดยาวต่อเนื่อง  กรมอุทยานฯ ได้เปิดท่องเที่ยวในสังกัดทั่วประเทศ ระหว่างวันที่ 31 ธันวาคม 2568 – 4 มกราคม 2569 ซึ่งครอบคลุมอุทยานแห่งชาติ 133 แห่ง เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าและเขตห้ามล่าสัตว์ป่า  ฟรี  กว่า 160 แห่ง

โดย…มานิตย์ สนับบุญ -ข่าว/ณัฐนันท์-ภาพ /ปราจีนบุรี###

ในหลวง พระราชทานพรปีใหม่ ความร่วมมือกันของคนในประเทศจะนำไปสู่ความมั่นคง

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระราชดำรัสพระราชทานแก่ประชาชนชาวไทย ในโอกาสขึ้นปีใหม่ พุทธศักราช 2569
.
เมื่อวันที่ 31 ธันวาคม 2568 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชดำรัสพระราชทานแก่ประชาชนชาวไทย ในโอกาสขึ้นปีใหม่ พุทธศักราช 2569 ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต
.
“ในโอกาสขึ้นปีใหม่ พุทธศักราช 2569 ข้าพเจ้าขอส่งความสุข และความปรารถนาดี มายังท่านทั้งหลายโดยทั่วกัน ดังที่ทุกท่านได้ทราบแล้วว่า เมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ได้เสด็จสวรรคต ข้าพเจ้ารู้สึกตื้นตัน ที่ได้เห็นประชาชนทุกหมู่เหล่า พรั่นพร้อมกันมาถวายสักการะพระบรมศพอย่างต่อเนื่อง ด้วยความระลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ พระราชกรณียกิจที่ทรงปฏิบัติบำเพ็ญ เพื่อบ้านเมืองตลอดมา จึงขอขอบใจทุกท่านเป็นอย่างยิ่ง และข้าพเจ้าจะถือน้ำใจไมตรีของทุกท่านในครั้งนี้ เป็นกำลังใจในการปฏิบัติภารกิจทุกอย่างโดยเต็มกำลังความสามารถต่อไป”
.
“ในรอบปีที่ผ่านมา กล่าวได้ว่า มีเหตุการณ์ที่น่าวิตกห่วงใยอยู่พอสมควร เช่น สถานการณ์ระหว่างประเทศในส่วนต่าง ๆ ของโลก ที่มีความแปรปรวนและตึงเครียด รวมทั้งภัยธรรมชาติอันร้ายแรง ซึ่งเมื่อเกิดขึ้นแล้ว ก็ได้เผยให้เห็นปัญหา ข้อขัดข้องในด้านต่าง ๆ อันกระทบกระเทือนถึงชีวิต ความเป็นอยู่ ตลอดจนขวัญ และกำลังใจของเราทุกคนอย่างมาก ด้วยเหตุนี้ การเพิ่มพูนสัมพันธไมตรีระหว่างมิตรประเทศ และเสริมสร้างความรักสมัครสมานระหว่างเราทุกคนในประเทศเดียวกัน จึงเป็นเรื่องที่สำคัญ”
.
“หวังเป็นอย่างยิ่งว่า ทุกท่านจะร่วมแรงร่วมใจกันให้เหนียวแน่นยิ่งขึ้น ในอันที่จะประกอบกรณียกิจตามภาระหน้าที่ ให้ประสานสอดคล้องกัน โดยยึดมั่นในความถูกต้อง ความดีงาม และประโยชน์ของส่วนรวมประเทศชาติ ซึ่งจะทำให้ทุกคนในชาติ ได้รับประโยชน์สูงสุด ความร่วมมือดังกล่าวนี้ จะเป็นหลักประกัน ความมั่นคงของบ้านเมือง และความร่มเย็นเป็นสุขของเราทุกคนได้อย่างแท้จริง”
.
“ขออานุภาพแห่งคุณพระศรีรัตนตรัย และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ท่านเคารพนับถือ จงคุ้มครองรักษาทุกท่านให้ปราศจากทุกข์ ปราศจากภัย และมีความสุขความสำเร็จในสิ่งอันพึงปรารถนา ตลอดศกหน้านี้ และตลอดไป”

‘สี จิ้นผิง’ ส่งสารอวยพรปีใหม่ 2026 ชูจีนประสบความสำเร็จทุกด้านในปีที่ผ่านมา

ในคืนส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ประธานาธิบดีสี จิ้นผิงของจีนได้ส่งสารอวยพรปีใหม่ 2026 ผ่านทางกลุ่มสื่อจีนและทางอินเทอร์เน็ต ต่อไปนี้คือข้อความฉบับเต็มของสารดังกล่าว
.
สวัสดีทุกท่าน
.
ปีแล้วปีเล่า ชีวิตได้เปิดบทใหม่เสมอ เมื่อปีใหม่เริ่มต้นขึ้น ข้าพเจ้าขอส่งความปรารถนาดีจากกรุงปักกิ่งมายังท่านทั้งหลาย!
.
ปี 2025 เป็นปีแห่งการบรรลุผลสำเร็จของแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมระยะห้าปีฉบับที่ 14 ของจีน ตลอดห้าปีที่ผ่านมา เราได้ก้าวไปข้างหน้าด้วยความมุ่งมั่นและความอุตสาหะ เอาชนะความยากลำบากและความท้าทายมากมาย เราบรรลุเป้าหมายที่กำหนดไว้ในแผน และสร้างความก้าวหน้าอย่างมั่นคงบนเส้นทางใหม่ของการทำให้จีนทันสมัยแบบจีน ผลผลิตทางเศรษฐกิจของเราก้าวข้ามระดับสำคัญครั้งแล้วครั้งเล่า และคาดว่าจะมีมูลค่าสูงถึง 140 ล้านล้านหยวนในปีนี้ ความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจ ความสามารถด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ศักยภาพด้านการป้องกันประเทศ และพลังอำนาจแห่งชาติในภาพรวม ล้วนก้าวขึ้นสู่ระดับใหม่ ภูเขาเขียวขจีและสายน้ำใสสะอาดได้กลายเป็นภาพเด่นของผืนแผ่นดิน ประชาชนมีความรู้สึกถึงผลประโยชน์ ความสุข และความมั่นคงเพิ่มขึ้น ห้าปีที่ผ่านมาเป็นเส้นทางที่น่าจดจำอย่างยิ่ง และความสำเร็จเหล่านี้มิได้มาโดยง่าย ความทุ่มเทและการทำงานอย่างไม่ย่อท้อของพวกท่านทำให้ประเทศชาติรุ่งเรือง ข้าพเจ้าขอคารวะต่อความขยันหมั่นเพียรและคุณูปการอันล้ำค่าของทุกท่าน
.
ปีนี้เต็มไปด้วยความทรงจำที่มิอาจลืมเลือน เราได้จัดพิธีรำลึกอย่างสมเกียรติในโอกาสครบรอบ 80 ปีแห่งชัยชนะของสงครามประชาชนจีนต่อต้านการรุกรานของญี่ปุ่นและสงครามต่อต้านฟาสซิสต์โลก และได้กำหนดวันฟื้นคืนไต้หวัน เหตุการณ์ระดับชาติอันยิ่งใหญ่เหล่านี้ทรงพลังและยิ่งใหญ่ เกียรติภูมิแห่งชัยชนะจะส่องประกายอยู่ในหน้าประวัติศาสตร์ตลอดไป สิ่งเหล่านี้ปลุกเร้าบุตรหลานของชนชาติจีนให้จดจำประวัติศาสตร์ เทิดทูนวีรชนผู้เสียสละ ทะนุถนอมสันติภาพ และร่วมกันสร้างอนาคตที่ดียิ่งขึ้น อีกทั้งยังรวมพลังอันยิ่งใหญ่เพื่อการฟื้นฟูความยิ่งใหญ่ของชนชาติจีน
.
เรามุ่งกระตุ้นการพัฒนาคุณภาพสูงด้วยนวัตกรรม เราผสานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเข้ากับอุตสาหกรรมอย่างลึกซึ้ง และก่อเกิดนวัตกรรมใหม่อย่างต่อเนื่อง โมเดลปัญญาประดิษฐ์ขนาดใหญ่จำนวนมากแข่งขันกันอย่างเข้มข้น ความก้าวหน้าได้เกิดขึ้นในการวิจัยและพัฒนาชิปของเราเอง สิ่งเหล่านี้ทำให้จีนกลายเป็นหนึ่งในประเทศที่มีขีดความสามารถด้านนวัตกรรมเติบโตเร็วที่สุด ยานสำรวจเทียนเวิ่น-2 เริ่มต้นการเดินทางเพื่อสำรวจดาวเคราะห์น้อยและดาวหาง โครงการไฟฟ้าพลังน้ำบริเวณตอนล่างของแม่น้ำย่าลู่จ้างปู้เริ่มก่อสร้าง ขณะที่เรือบรรทุกเครื่องบินลำแรกของจีนที่ติดตั้งระบบดีดตัวด้วยแม่เหล็กไฟฟ้าได้เข้าประจำการอย่างเป็นทางการ ด้านหุ่นยนต์มนุษย์แสดงท่ากังฟู โดรนจัดแสดงแสงสีอันตระการตา สิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรมได้เสริมสร้างพลังการผลิตคุณภาพใหม่ และเติมสีสันให้กับชีวิตของเรา
.
เรามุ่งบ่มเพาะบ้านทางจิตวิญญาณของเราผ่านการพัฒนาวัฒนธรรม ความสนใจของสาธารณชนต่อโบราณวัตถุ พิพิธภัณฑ์ และมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้เพิ่มสูงขึ้น แหล่งวัฒนธรรมจีนแห่งใหม่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก ทรัพย์สินทางปัญญาด้านวัฒนธรรมอย่างหงอคง และนาจาได้รับความนิยมไปทั่วโลก คนรุ่นใหม่เริ่มมองว่าวัฒนธรรมจีนคลาสสิกคือการแสดงออกทางสุนทรียะที่งดงามที่สุด ภาควัฒนธรรมและการท่องเที่ยวเติบโตอย่างคึกคัก การแข่งขันฟุตบอล “ซูเปอร์ลีก” ในเมืองและชนบทดึงดูดแฟนบอลจำนวนมาก กีฬาและกิจกรรมหิมะน้ำแข็งจุดประกายความหลงใหลในฤดูหนาว ประเพณีกำลังก้าวสู่ความทันสมัย และวัฒนธรรมจีนเปล่งประกายงดงามยิ่งขึ้น
.
เราร่วมมือกันสร้างชีวิตที่ดีขึ้นและร่วมกันชื่นชม ข้าพเจ้าได้เข้าร่วมงานเฉลิมฉลองในทิเบตและซินเจียง จากที่ราบสูงปกคลุมด้วยหิมะไปจนถึงสองฟากเทือกเขาเทียนซาน ผู้คนจากทุกกลุ่มชาติพันธุ์สามัคคีเป็นหนึ่งเดียว ดุจเมล็ดทับทิมที่เกาะเกี่ยวกัน ด้วยผ้าขาวคาตะและการร้องรำทำเพลงอย่างมีชีวิตชีวา พวกเขาแสดงความรักต่อมาตุภูมิและความสุขที่ได้รับ เรื่องใดของประชาชนก็ไม่เล็กน้อยเกินไป เราดูแลทุกใบและบำรุงทุกกิ่งในสวนแห่งความผาสุกของประชาชน ตลอดปีที่ผ่านมา สิทธิและผลประโยชน์ของแรงงานในรูปแบบการจ้างงานใหม่ได้รับการคุ้มครองดีขึ้น สิ่งอำนวยความสะดวกเพื่อผู้สูงอายุได้รับการปรับปรุง และทุกครอบครัวที่ต้องการการดูแลเด็กได้รับเงินอุดหนุนเดือนละ 300 หยวน เมื่อเสียงแห่งความสุขในชีวิตประจำวันดังอยู่ในทุกบ้าน ครอบครัวใหญ่ของชาติเราจะยิ่งแข็งแกร่ง
.
เรายังคงเปิดกว้างสู่โลก การประชุมสุดยอดองค์การความร่วมมือเซี่ยงไฮ้ที่เทียนจิน และการประชุมผู้นำโลกว่าด้วยสตรีประสบความสำเร็จอย่างยิ่ง การดำเนินการศุลกากรแบบพิเศษทั่วทั้งเกาะได้เริ่มต้นในเขตการค้าเสรีไห่หนาน เพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ จีนได้ประกาศพันธกรณีที่ประเทศกำหนดขึ้นใหม่ หลังจากเสนอข้อริเริ่มระดับโลกด้านการพัฒนา ความมั่นคง และอารยธรรมแล้ว ข้าพเจ้าได้เสนอข้อริเริ่มด้านธรรมาภิบาลโลก เพื่อส่งเสริมระบบธรรมาภิบาลโลกที่ยุติธรรมและเท่าเทียมยิ่งขึ้น โลกในปัจจุบันกำลังเผชิญทั้งการเปลี่ยนแปลงและความผันผวน และบางภูมิภาคยังคงจมอยู่ในสงคราม จีนยืนอยู่ข้างประวัติศาสตร์ที่ถูกต้องเสมอ และพร้อมทำงานร่วมกับทุกประเทศเพื่อส่งเสริมสันติภาพและการพัฒนาของโลก และสร้างประชาคมที่มีอนาคตร่วมกันของมนุษยชาติ
.
ไม่นานมานี้ ข้าพเจ้าได้เข้าร่วมพิธีเปิดการแข่งขันกีฬาแห่งชาติ และยินดีที่ได้เห็นกวางตุ้ง ฮ่องกง และมาเก๊าร่วมแรงร่วมใจเป็นหนึ่งเดียว เราควรยึดมั่นในนโยบาย “หนึ่งประเทศ สองระบบ” อย่างแน่วแน่ สนับสนุนให้ฮ่องกงและมาเก๊าบูรณาการเข้ากับการพัฒนาโดยรวมของประเทศได้ดียิ่งขึ้น และรักษาความเจริญรุ่งเรืองและเสถียรภาพในระยะยาว ชาวจีนทั้งสองฝั่งช่องแคบไต้หวันมีสายเลือดและสายใยญาติร่วมกัน การรวมชาติของมาตุภูมิเป็นกระแสแห่งยุคสมัยที่ไม่อาจหยุดยั้งได้
.
มีเพียงพรรคคอมมิวนิสต์จีนที่เข้มแข็งเท่านั้นที่จะทำให้ประเทศเข้มแข็ง เราได้เริ่มโครงการศึกษาและการอบรมเพื่อปฏิบัติตามมติแปดประการของคณะผู้นำพรรคกลางว่าด้วยการปรับปรุงการทำงานของพรรคและรัฐบาลอย่างครบถ้วน เราบริหารพรรคอย่างเคร่งครัดด้วยมาตรการที่น่าเชื่อถือ ส่งเสริมการปฏิวัติตนเองของพรรค เพื่อต่อต้านการทุจริตและสร้างธรรมาภิบาลที่ดี ส่งผลให้การทำงานของพรรคและรัฐบาลดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง เราต้องยึดมั่นในเจตนารมณ์ดั้งเดิมและพันธกิจการก่อตั้ง เดินหน้าสู่เป้าหมายด้วยความเพียรพยายามและความทุ่มเท และตอบคำถามเรื่องการธำรงการปกครองระยะยาวที่เคยตั้งขึ้นในถ้ำหยานอัน ให้สมกับความคาดหวังของประชาชนในยุคใหม่
.
ปี 2026 เป็นปีแรกของแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมระยะห้าปีฉบับที่ 15 กิจการที่ประสบความสำเร็จต้องเริ่มจากแผนที่ดีและเป้าหมายที่ชัดเจน เราควรมุ่งมั่นต่อเป้าหมายและภารกิจ เสริมสร้างความเชื่อมั่น และสร้างแรงขับเคลื่อน ก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคง ส่งเสริมการพัฒนาคุณภาพสูงอย่างจริงจัง เดินหน้าปฏิรูปและเปิดกว้างในทุกด้าน ทำให้ความมั่งคั่งตกถึงทุกคน และเขียนบทใหม่ของปาฏิหาริย์จีน
.
ความฝันยิ่งใหญ่ การเดินทางยาวไกล ก้าวย่างที่กล้าหาญจะพาเราไปถึงจุดหมาย ขอให้เรามุ่งหน้าไปข้างหน้าอย่างม้าเร็ว ด้วยความกล้า ความมีชีวิตชีวา และพลัง ต่อสู้เพื่อความฝันและความสุขของเรา และเปลี่ยนวิสัยทัศน์อันยิ่งใหญ่ให้เป็นความจริงที่งดงาม
.
ดวงอาทิตย์แห่งปีใหม่กำลังจะขึ้น ขอให้มาตุภูมิอันยิ่งใหญ่ของเรายืนหยัดอย่างสง่างาม ขอให้ผืนแผ่นดินทั่วประเทศอุดมด้วยผลผลิต ขอให้ชาติของเราอาบแสงรุ่งอรุณแห่งความรุ่งโรจน์ ขอให้ทุกท่านใช้ชีวิตอย่างเปี่ยมสุข ประสบความสำเร็จในทุกสิ่ง และขอให้ความฝันของท่านเป็นจริงทุกประการ

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระบรมราชินี พระราชทานบัตรพรปีใหม่ 2569 แก่พสกนิกรไทย

เมื่อวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2568 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี พระราชทานบัตรพระราชทานพรปีใหม่ ประจำปี พุทธศักราช 2569 แก่ปวงชนชาวไทย

ด้านหน้าของบัตรพระราชทานพรปีใหม่ มีตราประจำพระราชวงศ์จักรีอยู่กึ่งกลาง ด้านล่างซ้ายเป็นพระปรมาภิไธย ว.ป.ร. และด้านล่างขวาเป็นตราพระนามาภิไธย ส.ท.

เมื่อเปิดบัตรพระราชทานพร ด้านขวามีตราพระบรมราชจักรีวงศ์อยู่ตรงกลาง และพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงฉลองพระองค์ชุดสูทสากล ทรงฉายคู่กับสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ในชุดไทยจิตรลดา

ส่วนด้านมุมบนซ้าย มีพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงฉายคู่กับสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยทั้งสองพระองค์ทรงแย้มพระสรวล และโบกพระหัตถ์

ด้านซ้ายของบัตรพระราชทานพร มีข้อความว่า “พระราชทานพรปีใหม่ พ.ศ. ๒๕๖๙“ พร้อมกับทรงลงพระปรมาภิไธย และพระนามาภิไธย

.

แห่ชมแสงสุดท้ายที่แหลมพรหมเทพ พระอาทิตย์ตกที่สวยที่สุดในประเทศไทย ติด 1 ใน 10 ของโลก

ภูเก็ตคึกคัก นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ แห่ชมแสงสุดท้ายที่แหลมพรหมเทพ สร้างความประทับใจสมกับเป็นแหล่งชมพระอาทิตย์ตกที่สวยที่สุดในประเทศไทย และติด 1 ใน 10 ของโลก

เมื่อวันที่ 31 ธ.ค.2568 ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศช่วงเย็นวันนี้ วันสุดท้ายของปี 2568 ที่แหลมพรหมเทพ จังหวัดภูเก็ต มีประชาชนและนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติให้ความสนใจและเดินทางเข้ามาเป็นจำนวนมาก ทำให้บริเวณพื้นที่จอดรถเต็มเพราะส่วนใหญ่เดินทางกันมาเอง ทั้งแบบครอบครัวและแบบกรุ๊ปทัวร์เพื่อรอชมแสงสุดท้ายของปี 2568

พร้อมทั้งชมพระอาทิตย์ตกยามเย็น ทั้งนี้ก็ไม่พลาดที่จะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเก็บภาพความสวยงามของดวงอาทิตย์และแสงสุดท้ายของปีที่กำลังจะลับขอบฟ้ากลายเป็นแสงสีทองอร่าม สร้างความประทับใจให้กับนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก สมกับที่เป็นแหล่งชมพระอาทิตย์ตกที่สวยที่สุดในประเทศไทย และติด 1 ใน 10 ของโลก

จากการพูดคุยกับประชาชน พบว่า โดยส่วนใหญ่มีทั้งคนในพื้นที่และเดินทางมาจากต่างจังหวัด โดยเฉพาะพื้นที่ในจังหวัดภาคใต้ต้องรีบเดินทางมายังแหลมพรหมเทพตั้งแต่ช่วงบ่ายของวัน เพื่อมาจับจองพื้นที่ถ่ายภาพ และรอชมพระอาทิตย์ตกเเละแสงสุดท้ายของปี 2568 ถึงแม้จะมีสภาพอากาศร้อนก็ไม่เป็นอุปสรรคกับความตั้งใจที่จะมาส่งท้ายปีเก่ากับภาพบรรยากาศอันสวยงามของท้องทะเลและแสงของพระอาทิตย์อัสดงที่สาดส่องก่อนที่จะลาลับขอบฟ้าในยามเย็น

สำหรับใครที่เลือกจังหวัดภูเก็ตเป็นจุดหมายปลายทางในการท่องเที่ยวช่วงปีใหม่ 2569 นี้ อยากจะเชิญชวนให้มาเที่ยวที่แหลมพรหมเทพ เพราะจะได้ชมทัศนียภาพที่สวยงาม แสงสีทองของพระอาทิตย์กระจายเต็มท้องฟ้า สะท้อนกับผิวน้ำหรือท้องทะเลอันดามันที่สวยงามในยามเย็น

12 “ฉายา คนกีฬา”2568 “ก้องศักดิ์”รับจบทุกดราม่า-“น้องนิมิ”เก่งเกินตัว

ถือเป็นธรรมเนียมปฏิบัติ สำหรับสมาคมนักข่าวช่างภาพกีฬาแห่งประเทศไทย ที่จะตั้ง”ฉายา คนกีฬา” เป็นประจำทุกปี  จุดประสงค์ก็เพื่อเป็นการสะกิด หยอกเย้าคนกีฬา ซึ่งถือเป็นคนกันเอง ใกล้ชิดกับสื่อฯด้านกีฬา ทำงานร่วมกันมาทั้งปี ก็ต้องมีการแซะบ้าง หยอกๆกันบ้าง ตามฉายาที่ตั้งมา ไม่ได้เป็นการลบหลู่หรือซ้ำเติมกัน

สำหรับปี 2568″งูเล็ก”กำลังเลื้อยผ่านไป และปี 2569 “ม้า”กำลังทะยานเข้ามาอย่างคึกคักนั้น สำหรับปี2568 มีกิจกรรมกีฬามากมาย โดยเฉพาะกีฬาซีเกมส์ครั้งที่ 33 ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพช่วงปลายปี ก็เป็นอีกทัวร์นาเมนท์หนึ่งที่เราได้ฉายาคนกีฬากันมามากมาย แต่สมาคมนักข่าวช่างภาพกีฬาฯ ขอเลือกเอาเด็ดๆ ที่ชาวกีฬาน่าจะเห็นด้วย 12 ฉายาด้วยกัน …เรามีเริ่มกันที่  

1 ดร.ก้องศักดิ์ ยอดมณี ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.)
ฉายา “รับจบทุกดราม่า”

ดร.ก้องศักดิ์ คือผู้นำที่ต้องเผชิญพายุดราม่าตลอดการเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ที่ไทย เป็นเจ้าภาพในรอบ 18 ปี ปัญหามากมายทั้งข้อจำกัดงบประมาณ การเปลี่ยนผ่านรัฐบาล สนามแข่งขันที่ไม่พร้อม การเปลี่ยนผู้ออกแบบพิธีเปิด-ปิด ไปจนถึงเสียงวิพากษ์วิจารณ์เรื่องเบี้ยเลี้ยงและการจัดการแข่งขัน เขาออกมาเคลียร์ชี้แจงทุกประเด็นด้วยความอดทนและตรงไปตรงมา จึงเป็นที่มาของฉายา “รับจบทุกดราม่า” เพราะไม่เคยหลบ ไม่เคยหนีปัญหา แต่เลือกที่จะยืนหยัดแก้ไขจนจบ แม้จะถูกโจมตีหนักหน่วงในช่วงแรก แต่สุดท้ายซีเกมส์ครั้งนี้กลายเป็นมหกรรมที่ประสบความสำเร็จสูงสุดในประวัติศาสตร์ ด้วยไทยคว้า 233 เหรียญทอง มากที่สุดเท่าที่เคยมีมา ชัยชนะนี้ไม่ใช่แค่ของนักกีฬา แต่เป็นการพิสูจน์ความมุ่งมั่นของผู้นำที่กล้าทำหน้าที่ “รับจบ” ทุกวิกฤต เพื่อให้กีฬาไทยเดินหน้าต่อไปได้อย่างสง่างาม

2 สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ 
ฉายา “สมาคมเดอะแบก”

จากผลงานของสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ในภายใต้การดูแลของ”มาดามแป้ง”นวลพรรณ ล่ำซำ ในปีนี้ 2568 เหมือนอะไรก็ไม่เป็นใจให้กับสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ ถือเป็นปีแห่งดราม่าของสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ อย่างแท้จริง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่ต้องมาแบกรับภาระจ่ายหนี้ค่าลิขสิทธิ์ 360 ล้านบาท จนทำให้เกิดวิกฤตทางการเงิน รวมถึงปัญหาเรื่องของโค้ชเพื่อหวังให้ผลงานและทิศทางของฟุตบอลไทยดีขึ้นก่อนจะมาตั้ง “แอนโทนี ฮัดสัน” กุนซือชาวอังกฤษเข้ามาคุมแทน เพื่อการกอบกู้ศรัทธาของแฟนบอลไทยกลับมา

ในช่วงปลายปีซึ่งถือว่าเป็นสิ่งที่สมาคมกีฬาฟุตบอลไทย หวังจะกู้ชื่อกลับมาในผลงานซีเกมส์ให้ได้ โดยมีเป้าหมาย 4 เหรียญทองเป็นหลักประกัน แต่สุดท้ายทำได้เพียงแค่ 2 เหรียญเงินจากฟุตบอลและฟุตซอลทีมชาย และ 2 เหรียญทองแดงจากฟุตบอลหญิง และฟุตซอลหญิง จบซีเกมส์ครั้งนี้สมาคมไร้เหรียญทอง จากตั้งเป้าไว้ 4 เหรียญทอง

แม้ผลงานในสนามไม่เป็นที่ประจักษ์แต่ก็ต้องชื่นชม “มาดามแป้ง” ที่พยายามขจัดปัญหาทุกด้านให้ดีขึ้นทั้งภาระหนีสิ้นทั้งที่ไม่ได้เป็นคนที่ก่อ ปัญหาลิขสิทธิ์ไทยลีก รวมทั้งพยายามเร่งพัฒนาในสนามให้ดีขึ้นทุกอย่าง ดูเหมือนต้อง “แบกรับภาระ”อย่างหนักหน่วงในทุกเรื่อง ซีเกมส์หนนี้ “มาดามแป้ง” พยายามที่จะสร้างความสุขให้กับคนไทยทั้งประเทศได้ฉลองเหรียญทองเพื่อเป็นของขวัญปีใหม่ทั้งเรื่องของสนามฝึกซ้อมความพร้อมของทีมและพยายามหยุดพักเกมไทยลีก รวมถึงเตรียมโบนัสเพื่อมอบเป็นขวัญกำลังใจให้กับนักเตะ แต่สุดท้ายไม่สามารถทำได้เพราะหลายสโมสรไม่เห็นด้วยเนื่องจากเป็นระบบลีกอาชีพ แม้วันนี้ทุกอย่างไม่เป็นตามเป้าหมาย “ปีหน้าฟ้าใหม่” ก็ขอให้กำลังให้ใจ”มาดามแป้ง”พานาวาบอลไทยได้ไปไกลกว่านี้

3 “น้องมินิ” จันทร์เก้า อุดมเพ็ญ สาวน้อยวัย 10 ขวบ
ฉายา “เก่งเกินตัว”

“น้องมินิ” จันทร์เก้า อุดมเพ็ญ นักสเก็ตบอร์ตตัวน้อยจากอุดรธานี สร้างผลงานโชว์ลีลาได้อย่างยอดเยี่ยมด้วยวัยเพียง 10 ขวบ แต่สามารถเรียกเสียงฮือฮาทั้งสนาม และเสียงเชียร์ผ่านหน้าจอของแฟนกีฬากันอย่างสนุกตื่นเต้นในการแข่งขันของกีฬาเอ็กซ์ตรีม ลีลาสเก็ตบอร์ด ประเภทสตรีท ซีเกมส์ครั้งที่ 33 พร้อมสร้างประวัติศาสตร์เป็นนักกีฬาไทยอายุน้อยที่สุดที่ได้เหรียญทองซีเกมส์ของนักกีฬาไทย ทำลายสถิติของ ธีรัช โพธิ์พานิช ตำนานยิมนาสติกไทย ที่คว้าเหรียญทองแรกตอนอายุ 13 ปี

”น้องมินิ“ ถือเป็น”ม้ามืด” เพราะทุกสายตามองว่า”น้องเอสที” วารีรยา สุขเกษม รุ่นพี่ทีมชาติที่เป็น”ไอดอล”ของเธอ ที่เคยสร้างประวัติศาสตร์ ด้วยการเป็นนักกีฬาไทยคนแรกคว้าโควตาไปแข่งขัน สเก็ตบอร์ด ในโอลิมปิกเกมส์ 2024 ที่ฝรั่งเศส คือตัวเต็งคว้าทอง แต่กลับเป็น”น้องมินิ”ที่ไม่ใช่มินิอีกต่อไปเพราะว่า “เก่งเกินตัว”กว่าวัย แถมยังให้สัมภาษณ์ว่า ไม่คิดว่าตัวเองจะได้เหรียญทองในซีเกมส์ครั้งนี้ มาเพื่อทำผลงานให้ดีที่สุด พร้อมยอมรับว่าเหรียญทองครั้งนี้ของเธอเซอร์ไพร์สสุดๆ จนได้รับฉายา”เก่งเกินวัย” เป้าหมายต่อไปของเธอคือโอลิมปิกเกมส์

4 “เมย์”รัชนก อินทนนท์ นักแบดมินตันทีมชาติไทยในวัย 30 ปี 
ฉายา: ”ป้าเมย์ ไฟแรงเฟร่อ”

“เมย์” รัชนก อินทนนท์ นักแบดมินตันหญิงเดี่ยวทีมชาติไทย ที่สร้างประวัติศาสตร์ด้วยการคว้าเหรียญทองซีเกมส์ประเภทหญิงเดี่ยวครั้งแรกในชีวิตกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ที่ไทยเป็นเจ้าภาพ โดยเอาชนะรุ่นน้องอย่าง ศุภนิดา เกตุทอง 2-0 เซต อย่างราบคาบ ก่อนหน้านี้ เมย์ เคยได้เพียงเหรียญเงินในปี 2009 ในวัย 14 ปี และเหรียญทองแดงในปี 2011 แต่ครั้งนี้ถือเป็นการปิดฉากซีเกมส์อย่างยิ่งใหญ่ในวัย 30 ปี ก่อนอำลาเวทีซีเกมส์ชัยชนะครั้งนี้ทำให้แฟนๆ มอบฉายา “ป้าเมย์ ไฟแรงเฟร่อ” ให้ เพราะโชว์ฟอร์มเทพ ประสบการณ์แน่น และยังคงแข็งแกร่งสมชื่อ อดีตแชมป์โลกและมือ 1 โลก นอกจากนี้ยังช่วยทีมหญิงไทยคว้าเหรียญทองทีมอีกหนึ่งเหรียญ ส่งท้ายด้วย 2 ทองในซีเกมส์ครั้งสุดท้ายของเธอ ความสำเร็จนี้ยิ่งตอกย้ำว่า “เมย์ รัชนก” ยังเป็นไอดอลของวงการแบดมินตันไทยที่แรงไม่ตก แม้จะเข้าสู่วัย “ป้า” แล้ว!

5 รร.หมอนทองวิทยา รองแชมป์ฟุตบอล 7HD ที่สร้างไวรัลในโลกโซเซียลสนั่นไทย
ฉายา: รถขายฝัน เตะสนั่นทั่วไทย

ทีมฟุตบอลโรงเรียนหมอนทองวิทยา จากอำเภอบางน้ำเปรี้ยว จังหวัดฉะเชิงเทรา โรงเรียนขนาดเล็กที่มีทรัพยากรจำกัด กลายเป็นตำนานวงการฟุตบอลไทยในปี 2025 ด้วยการเป็นม้ามืดล้มทีมยักษ์ใหญ่ในรายการแชมป์กีฬา 7HD แชมเปียน คัพ (บอล 7 สี) เช่น เทพศิรินทร์ และอัสสัมชัญศรีราชา จนทะลุเข้าชิงชนะเลิศ พบโรงเรียนอบจ.ชัยนาท สร้างปรากฏการณ์สนามศุภชลาศัยแตก คนล้นทะลักเข้าชมถึงขอบสนามหญ้า คนดูไลฟ์สดทาง TikTok ของช่อง 7HD พุ่งทะลุ 1.6 ล้านวิว ทุบสถิติสูงสุดในหมวดกีฬา แม้สุดท้ายได้รองแชมป์แต่ชนะใจคนทั้งประเทศ ภายใต้การคุมทีมของอาจารย์สกล เกลี้ยงประเสริฐ โค้ชมากประสบการณ์ที่เน้นวินัยและใจสู้ เดินทางด้วย “รถขนฝัน” คันเก่า สร้างแรงบันดาลใจให้เยาวชนไทยอย่างยิ่งใหญ่

6 “บิว” ภูริพล บุญสอน ลมกรดทีมชาติไทย
ฉายา “เทพบิว 9 วิ”

หนึ่งในนักกีฬาทีมชาติไทยที่สร้างปรากฏการณ์ฮือฮาในการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 คือ “บิว” ภูริพล บุญสอน ลมกรดหนุ่มวัย 19 ปีในการแข่งขันวิ่ง 100 เมตรชาย รอบคัดเลือก “เทพบิว” สั่นสะเทือนวงการกรีฑาโลก ด้วยการทำเวลา 9.94 วินาที ซึ่งนอกจากจะเป็นการทำลายสถิติการแข่งขันแล้ว เทพบิวยังเป็นนักวิ่งจากภูมิภาคอาเซียนคนแรกที่ทำเวลาได้ต่ำกว่า 10 วินาที ซึ่งต่อมาสหพันธ์กรีฑาโลกได้รับรองสถิติดังกล่าว โดยถือว่าเขาเป็นลมกรดที่เร็วที่สุดอันดับ 3 ของเอเชีย เป็นรองเพียง ซู ปิ่ง เทียน จากจีน ที่ทำเวลา 9.83 วินาที และเฟมี่ โอกุนโนเด้ จากกาตาร์ ที่ทำเวลา 9.91 วินาที นอกจากจะคว้าเหรียญทองวิ่ง 100 เมตร จากซีเกมส์ได้สำเร็จแล้ว บิวยังคว้าอีก 2 เหรียญทองจากวิ่ง 200 เมตร ชาย พร้อมทำลายสถิติซีเกมส์ และวิ่งผลัด 4 คูณ 100 เมตร ชาย ได้อีกด้วย

7 “โปรจีโน่” อาฒยา ฐิติกุล
ฉายา “สวิงไร้เทียมทาน”

ปี 2025 นับเป็นอีก 1 ปีทองของ “โปรจีโน่” อาฒยา ฐิติกุล โดยเฉพาะการป้องกันแชมป์รายการส่งท้ายปี “ซีเอ็มอี กรุ๊ป ทัวร์ แชมเปี้ยนชิพ” พร้อมเงินรางวัล 4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ อีกทั้งยังเป็นปีที่โปรสาวชาวไทยคว้าแชมป์ได้มากที่สุดรวม 3 รายการอีกด้วย เท่านั้นไม่พอ โปรจีโน่ ยังกวาดรางวัลใหญ่ส่งท้ายปี 2 รางวัล นั่นคือ รางวัลนักกอล์ฟยอดเยี่ยมแห่งปีของแอลพีจีเอทัวร์ และรางวัล “แวร์ โทรฟี่” สำหรับนักกอล์ฟที่ทำสกอร์เฉลี่ยต่ำที่สุดในฤดูกาล ซึ่งสถิติ 68.68 ที่โปรจีโน่ทำได้นั้น นับเป็นสถิติสกอร์เฉลี่ยต่อรอบต่ำที่สุดในประวัติศาสตร์ทัวร์ ทำลายสถิติเดิมที่อันนิก้า โซเรนสตัม ตำนานกอล์ฟชาวสวีดิชเคยทำไว้ 68.70 เมื่อปี 2002 ลงได้ และยิ่งเป็นการตอกย้ำความยิ่งใหญ่ชนิดไร้เทียมทานในปี 2025 โปรจีโน่ยังกลับคืนบัลลังก์มือ 1 ของโลกได้สำเร็จ ตั้งแต่วันที่ 4 ส.ค.จนถึงปัจจุบัน

8 สมาคมมวยไทยสมัครเล่น
ฉายา “ล็อคเพื่อเพื่อน”

มวยไทย ในการแข่งขันซีเกมส์ครั้งนี้ถือว่าเป็นอีกหนึ่งไฮไลท์ และถือเป็นต้นตำหรับของไทย แม้ว่าสมาคมกีฬามวยไทยสมัครเล่น จะทำผลงานเกินเป้าหมาย 11 เหรียญทอง 6 เหรียญเงิน 1 เหรียญทองแดง จากที่ตั้งเป้าวางไว้ 10 เหรียญทอง ซึ่งเป็นผลงานที่ยอดเยี่ยม แต่กลับมีดราม่า เรื่องแบ่งเหรียญให้ชาติอื่น และล็อกผลการแข่งขัน ซึ่งถือว่าเป็นประเด็นใหญ่ที่ “มงกุฎเพชร เพชรพราวฟ้า” หรือ อริศรา นุ่นเอียด นักชกสาว กับ “เขี้ยว พรัญชัย” ธงชัย หัวนาค นักชกหนุ่มไทย ให้สัมภาษณ์ หลังการชกประเด็นนี้ขึ้นมา จนมีการไปร้อง ผศ.พิมล ศรีวิกรม์ ประธานคณะกรรมการโอลิมปิคไทย เพื่อเรียกร้องขอความเป็นธรรม จนคณะกรรมการโอลิมปิคต้องร่อนจดหมายเชิญสมาคมกีฬามวยไทยสมัครเล่นมาชี้แจ้งเป็นการด่วนว่าเกิดอะไรขึ้นให้เกิดความกระจ่าง และร่วมกันแก้ไขปัญหา โดยเฉพาะประเด็นที่ให้ต่างชาติเข้ามาแทรกแซง และยึดไปบริหารและมีอำนาจจนทำให้โปรโมเตอร์มวยชาวไทย และนักชกไทยถูกเอาเปรียบ

9 ตะวันฉาย พี.เค.แสนชัย
ฉายา “ซ้ายดาราช็อกโลก!”

ตะวันฉายเจ้าของฉายา ”ซ้ายดารา“ ถือเป็นยอดนักชกมวยไทยแถวหน้าของเมืองไทยค่าตัวแต่ละไฟล์สูงกว่า 10 ล้านในศึกวันลุมพินี ด้วยลีลาการชกที่ดุดันทำให้ชกแต่ละครั้งเรียกเสียงฮือฮาจากแฟนมวยอย่างกึกก้อง ใครจะคิดว่าปี 68 จะเป็นปีที่ชอกช้ำที่สุด หลังจากเมื่อต้นปีต้องพ่ายน็อกในยกที่ 3 ให้กับ “มาซาอากิ โนอิริ” นักชกชาวญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 23 มี.ค.ที่ประเทศญี่ปุ่นพลาดการคว้าแชมป์โลกคิกบ๊อกซิ่งเฉพาะกาลอย่างน่าเสียดาย จากนั้นปลายปีเมื่อวันที่ 19 ธ.ค.กลายเป็นค่ำคืนที่แฟนมวยต้องช็อกอีกครั้ง เมื่อ ตะวันฉาย พ่ายทีเคโอให้กับ “หลิว เมิงหยาง” ที่เตะขาจนล้มพับเพียงยกแรกก่อนมีรายการว่า “ขาพัก” ต้องพักยาวหลายเดือน ต้องมาลุ้นกันว่าหลังจากนี้ ตะวันฉาย จะกลับมามีสไตล์การชกที่ดุดันเหมือนเดิมหรือเปล่า

10 คุณหญิงปัทมา ลีสวัสดิ์ตระกูล ฉายา “ทูตกีฬาโลก” ไอโอซีเมมเบอร์ และเป็นประธานสหพันธ์แบดมินตันโลก ทำงานในด้านกีฬา เดินทางทั่วโลก


11 สมาคมกีฬาอีสปอร์ต ฉายา”ดับคาไลฟ์” จากที่ “Tokyo Gurl” ณภัทร วราสินธ์ ถูกข้อกล่าวหาเล่นไม่ซื่อ ในช่วงแข่งขันเกมROV

12 สมาคมกีฬาตะกร้อฯ ฉายา “ฟาดล้างบาง” ซีเกมส์ 33 ซึ่ง สมาคมนักข่าวช่างภาพกีฬาฯ ตั้งข้อสังเกตผลงาน ตะกร้อชายทีมชุด-เดี่ยว ไม่มีเหรียญทองเลย

.

เพื่อไทยลุยหาเสียงตลาดสายเนตรขายฝันนโยบายรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย ทำได้ภายใน 3-6 เดือน

เมื่อวันที่ 31 ธันวาคม 2568 เวลา 07.00 น. ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรค และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย พร้อมด้วย นายพลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ ผู้สมัคร สส.กทม. เขต 15 เบอร์ 6 นายพงศกร รัตนเรืองวัฒนา ผู้สมัคร สส.กทม. เขต 14 เบอร์ 2 และคณะทำงานพรรคเพื่อไทย ลงพื้นที่หาเสียงยามเช้า ณ ตลาดสายเนตร เขตคันนายาว กรุงเทพฯ พร้อมรับประทานข้าวแกงในตลาด

บรรยากาศเป็นไปด้วยความคึกคัก พ่อค้าแม่ค้าต่างให้การต้อนรับให้การตอบรับแคนดิเดตนายกฯ จากพรรคเพื่อไทย พร้อมสะท้อนถึงปัญหาต่างๆโดยเฉพาะเรื่องปัญหาปากท้อง ความต้องการใช้รถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย ลดภาระค่าครองชีพ และหวยเกษียณ

ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวว่า ตลอดวันนี้ที่ได้ลงพื้นที่แต่ก็ได้รับกำลังใจจากพี่น้องประชาชนอย่างมาก ได้พูดคุยกันเรื่องนโยบายพอสมควร โดยนโยบายหลายอย่างของเราโดนใจพี่น้องประชาชน 2 ที่ผ่านมานายพลภูมิได้ลงพื้นที่ตลอดเวลา ไม่เคยทิ้งพี่น้องประชาชนมั่นใจว่าครั้งนี้จะกลับมาได้

“เราพยามที่จะทำไปข้างหน้ามีเวลาอีกหนึ่งเดือน ในเรื่องของกระแสไม่มีปัญหา สิ่งที่สำคัญคือการส่งมอบนโยบายที่ถูกต้องให้กับคนในพื้นที่ ตรงนี้จะเป็นจุดที่น่าจะนำคะแนนกลับมา” ศ.ดร.ยศชนันกล่าว

ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวว่า ได้ถามพี่น้องประชาชนพบเรื่องปากท้อง ไม่ว่าจะจุดไหนของกรุงเทพ มีเรื่องของหนี้สิน แล้วก็รถไฟฟ้า 20 บาทสาย ที่พี่น้องประชาชนรออยู่ โดยสามารถผลักดันนโยบายต่อได้ใช้ ภายใน 3-6 เดือน ทั้งนี้ประชาชนในหลายพื้นที่อาจไม่ได้อยู่ติดรถไฟฟ้า แต่ว่าเรามีนโยบายรถเมล์แอร์ 10 บาท ค่าไฟฟ้าหน่วยละ 3.70 บาท เราสามารถทำได้โดยนำระบบไฟฟ้าพลังงานทดแทนกลับมาด้วย เช่น โซลาร์เซลล์ ซึ่งจะทำให้ลดค่าไฟฟ้าได้อย่างยั่งยืน และเรื่องหวยเกษียณ ที่จะสร้างการออมเงินเพื่อใช้ในวัยเกษียณได้ สามารถทำต่อได้ทันทีหากได้เข้ามาเป็นรัฐบาล

สำหรับ เรื่องที่นายอนุทิน ชาญวีรกุล นายกรัฐมนตรี ระบุว่าอยากให้มีการเลือกตั้งแบบแฟร์ ไม่อยาให้ชกใต้เข็มขัดนั้น ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวว่า เรื่องนี้ตนเป็นคนยืนยันมาอย่างเสมอว่า สิ่งสำคัญคือต้องไปข้างหน้ามองที่ประเทศมองที่ประชาชนที่เดือดร้อน เพราะปีหน้าเป็นปีแห่งที่ทุกสิ่งทุกอย่างเกิดขึ้น แต่เป็นปีแห่งโอกาส ตนเห็นว่าเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดแล้ว เราจะมามองไปข้างหลังว่าใครจะดีกว่ากันไม่ดีกว่ากันไม่มีประโยชน์ ก็มองไปข้างหน้า ให้ของขวัญกับพี่น้องประชาชนเป็นนโยบายที่ทำให้เขาได้ใช้ชีวิตกลับขึ้นมาอีกครั้ง

ด้าน นายจุลพันธ์ กล่าวว่า สำหรับเรื่องการทุจริตกันเลือกตั้งเราได้มีการติดตามทางพรรคเพื่อไทยได้มีการตั้งกองตรวจสอบเหตุทุจริตการเลือกตั้ง นำโดย นายชูศักดิ์ ศิรินิล รองหัวหน้าพรรค โดยเราจริงจังกับเรื่องนี้เพราะพรรคเราโดนกระทำครั้งมาหลายครั้ง เชื่อว่าจะมีเหตุทุจริตการเลือกตั้ง ซึ่งก็เป็นหน้าที่ที่ผู้สมัครต้องคอยสอดส่องดูแล รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กกต. และหน่วยงานด้านกระบวนการยุติธรรมคอยสอดส่อง ในช่วงต้นของการเลือกตั้งอาจจะยังไม่มีการลงไปซื้อเสียง แต่เรามีการเฝ้าระวังเป็นอย่างยิ่ง

สำหรับพื้นที่กรุงเทพมีความอ่อนไหวต่อสถานการณ์การเมือง สิ่งที่พรรคการเมืองทำได้คือการนำเสนอนโยบาย รวมถึงแนวอุดมการณ์ความคิดของพรรคที่เป็นประจักษ์กับพี่น้องประชาชน เราจะได้รับความไว้วางใจจากพี่น้องประชาชน

ด้านนายพลภูมิ กล่าวว่า มีความมั่นใจที่จะชนะการเลือกตั้งในพื้นที่ของตนเอง โดยการเลือกตั้งครั้งที่แล้วที่พลาดไป ตลอดสามปีที่ผ่านมาตนได้ลงพื้นที่ตลอด วันนี้พี่น้องประชาชนเห็นว่าระหว่างกระแสกับคนทำงาน ให้เค้าเปรียบเทียบกัน วันนี้พรรคเพื่อไทยพร้อมในเรื่องของนโยบาย ตัวคนทำงานในพื้นที่ก็พร้อมเลือกตั้งรอบนี้ ตนมีความหวังแน่นอน

สำหรับ คณะพรรคเพื่อไทย ที่ร่วมลงพื้นที่ในครั้งนี้ ประกอบด้วย นายจักรพงษ์ แสงมณี รองหัวหน้าพรรค, นายพงศ์กวิน จึงรุ่งเรืองกิจ รองหัวหน้าพรรค, นายศึกษิษฏ์ ศรีจอมขวัญ โฆษกพรรค นางชญาดา วิภัติภูมิประเทศ สก.เขตคันนายาว นายเนติภูมิ มิ่งรุจิราลัย สก.เขตบึงกุ่ม

หลังหยุดยิงครบ 72 ชม.ไทยปล่อยตัวทหารกัมพูชา 18 นาย กลับบ้านอย่างปลอดภัย

เมื่อวันที่ 31 ธ.ค. กระทรวงการต่างประเทศ ได้ออกแถลงการณ์ เรื่องการส่งทหารกัมพูชา 18 คน กลับกัมพูชา เนื้อหาว่า

ฝ่ายไทยได้ส่งทหารชาวกัมพูชา 18 คน ที่ถูกทางการไทยควบคุมตัว กลับสู่มาตุภูมิ ซึ่งเป็นการดำเนินการตามข้อ 11 ของถ้อยแถลงร่วม (Joint Statement) ระหว่างไทยกับกัมพูชาที่ได้ลงนามในการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป สมัยพิเศษ ครั้งที่ 3/2568 เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2568 ซึ่งระบุว่า ไทยจะส่งทหารกัมพูชา 18 คน กลับกัมพูชา ภายหลังจากการหยุดยิงเป็นเวลาต่อเนื่อง 72 ชั่วโมง และเป็นไปตามเจตนารมณ์ของถ้อยแถลงร่วม (Joint Declaration) ระหว่างไทยกับกัมพูชาที่ลงนามเมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2568 ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์

ทั้งนี้ นับตั้งแต่ทหารกัมพูชาทั้ง 18 คน ถูกควบคุมโดยทางการไทย ทหารเหล่านี้ได้รับการดูแลตามกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ ซึ่งรวมถึงอนุสัญญาเจนีวา ค.ศ. 1949 และหลักเกณฑ์และแนวปฏิบัติด้านมนุษยธรรมของคณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศ (ICRC) โดยทางการไทยได้อนุญาตให้ ICRC เข้าเยี่ยมเป็นระยะๆ และประสานการนำส่งจดหมายของทหารกัมพูชาเพื่อติดต่อกับครอบครัว

การส่งกลับทหารกัมพูชาดังกล่าวสอดคล้องกับอนุสัญญาเจนีวาฯ ฉบับที่ 3 เกี่ยวกับการปฏิบัติต่อเชลยศึก โดยทางการไทยได้ตรวจสุขภาพก่อนส่งกลับ และแจ้งให้ทราบถึงสิทธิต่าง ๆ ตามอนุสัญญาเจนีวาฯ เพื่อประกันว่า การเดินทางกลับมาตุภูมิเป็นไปบนพื้นฐานของความสมัครใจ ปลอดภัย และมีศักดิ์ศรี และ ICRC ได้แจ้งให้ครอบครัวของทหารกัมพูชาทราบถึงการส่งกลับในวันนี้ด้วย นอกจากนี้ ICRC และคณะผู้สังเกตการณ์อาเซียน (AOT) ได้ร่วมสังเกตการณ์การส่งกลับ

การส่งทหารทั้ง 18 คนกลับกัมพูชา สะท้อนถึงเจตนารมณ์ของไทยที่จะเสริมสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจกับกัมพูชา และเป็นการแสดงถึงการยึดมั่นในอนุสัญญาเจนีวา ค.ศ. 1949 และหลักมนุษยธรรมระหว่างประเทศของไทย โดยไทยหวังว่า กัมพูชาจะตอบสนองเจตนารมณ์ดังกล่าว ด้วยการกระทำที่เป็นรูปธรรม เพื่อส่งเสริมสันติภาพที่ยั่งยืนระหว่างสองประเทศต่อไป

สำหรับ การปล่อนตัวครั้งนี้ ที่ด่านถาวรบ้านผักกาด อ.โป่งน้ำร้อน จ.จันทบุรี

เริ่มปีใหม่ด้วยบุญ! ชวนตักบาตร 10 จุดแลนด์มาร์กศรัทธาทั่วไทยเสริมสิริมงคลรับ 2569

นายชัยพล สุขเอี่ยม อธิบดีกรมการศาสนา กล่าวว่า กรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม ร่วมกับคณะสงฆ์และภาคีเครือข่าย กำหนดจัดกิจกรรม สวดมนต์ข้ามปี เสริมสิริมงคลทั่วไทย ถวายพระราชกุศล ส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับศักราชใหม่ 2569 ระหว่างวันที่ 31 ธันวาคม 2568 – 1 มกราคม 2569 เพื่อสืบทอดพระพุทธศาสนา ส่งเสริมศีลธรรม คุณธรรม และจริยธรรมแก่เด็ก เยาวชน และประชาชน ตลอดจนถวาย พระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี และพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ อันเป็นการน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณและเริ่มต้นศักราชใหม่ด้วยความเป็นสิริมงคล

ทั้งนี้ มีการจัดกิจกรรมครอบคลุมทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาค โดยในส่วนกลางกำหนดจัดพิธีสวดมนต์ข้ามปี ณ วัดสระเกศ ซึ่งเป็นศูนย์กลางการถ่ายทอดสดไปยังวัดสำคัญทั่วประเทศ พร้อมด้วย วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม และ วัดอรุณราชวราราม กรุงเทพมหานคร ขณะเดียวกันยังมีการจัดกิจกรรม Walk Rally สักการะ 9 มงคลสถานศักดิ์สิทธิ์ ภายในวัดสระเกศ เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงศาสนาและเศรษฐกิจชุมชน สร้างประสบการณ์การเรียนรู้คุณค่าทางประวัติศาสตร์ ศิลปวัฒนธรรม และความศรัทธาในช่วงเทศกาลปีใหม่

ทั้งนี้ ในส่วนภูมิภาค กรมการศาสนาร่วมกับสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัด คณะสงฆ์ และหน่วยงานภาคีเครือข่ายจัดกิจกรรมตักบาตรรับปีใหม่ พุทธศักราช 2569 ในวัดสำคัญทั่วประเทศทั้ง 76 จังหวัด พร้อมทั้งได้กำหนดจุดจัดกิจกรรมตักบาตรรับปีใหม่ 10 แห่ง ครอบคลุมทุกภูมิภาค เพื่อเป็นศูนย์รวมศรัทธาและเป็นหมุดหมายให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวได้ร่วมทำบุญ เสริมสิริมงคล และเริ่มต้นปีใหม่ด้วยความสุขและสะท้อนความหลากหลายทางวัฒนธรรม วิถีศรัทธาของพุทธศาสนิกชนในแต่ละภูมิภาค ได้แก่

1. วัดถ้ำป่าอาชาทอง จังหวัดเชียงราย ตั้งอยู่ในพื้นที่ภูเขาสูงและทุรกันดาร เป็นวัดที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นจากวัตรปฏิบัติของพระภิกษุและสามเณรที่ใช้ม้าเป็นพาหนะในการออกบิณฑบาตไปยังหมู่บ้านเชิงเขา หรือที่เรียกว่า “ลานพระแก้ว” เป็นระยะทางหลายกิโลเมตรในทุกเช้า กิจกรรมตักบาตรพระขี่ม้า ณ วัดแห่งนี้ นับเป็นอันซีนไทยแลนด์ที่สะท้อนความเรียบง่าย อดทน และการดำรงชีวิตตามหลักพระธรรมวินัยอย่างเคร่งครัด ผู้เข้าร่วมกิจกรรมจะได้สัมผัสบรรยากาศแห่งศรัทธาท่ามกลางธรรมชาติอันสงบงาม และเริ่มต้นปีใหม่ด้วยบุญกุศลที่เปี่ยมด้วยความหมาย

2. วัดจองคำ จังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นวัดสำคัญคู่เมืองแม่ฮ่องสอน ที่มีสถาปัตยกรรมและศิลปกรรมแบบไทใหญ่ที่งดงามและทรงคุณค่า ภายในประดิษฐานเจดีย์ที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ และวิหารหลวงพ่อโตอันศักดิ์สิทธิ์ กิจกรรมตักบาตรรับปีใหม่ ณ วัดจองคำ จึงเป็นการผสานศรัทธาทางพระพุทธศาสนาเข้ากับอัตลักษณ์วัฒนธรรมของชนพื้นถิ่นอย่างกลมกลืน สร้างบรรยากาศแห่งความสงบ ร่มเย็น และความสามัคคีของชุมชนชายแดนในช่วงเริ่มต้นศักราชใหม่

3. วัดพระธาตุหริภุญชัย จังหวัดลำพูน เป็นปูชนียสถานสำคัญของภาคเหนือ และเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวล้านนา โดยมีองค์พระบรมธาตุสีทองอร่ามเป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ และเป็นพระธาตุประจำปีเกิดของผู้เกิดปีระกา การตักบาตรรับปีใหม่ ณ วัดแห่งนี้ จึงถือเป็นการเสริมสิริมงคลอันสูงส่ง พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้ประชาชนได้น้อมจิตระลึกถึงพระพุทธคุณ ท่ามกลางสถาปัตยกรรมล้านนาที่งดงามและทรงคุณค่าทางประวัติศาสตร์

4. วัดพระบาทมิ่งเมือง จังหวัดแพร่ เป็นพระอารามหลวงแห่งเดียวของจังหวัดแพร่ และเป็นศูนย์รวมศรัทธาของชาวเมือง ภายในวัดประดิษฐานพระพุทธโกศัยศิริชัยมหาศากยมุนี และเจดีย์มิ่งเมืองอันศักดิ์สิทธิ์ กิจกรรมตักบาตรรับปีใหม่ ณ วัดแห่งนี้ สะท้อนถึงการสืบทอดประเพณีทางพระพุทธศาสนา ควบคู่กับการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่น อันเป็นรากฐานแห่งความเข้มแข็งของชุมชน

5. วัดตระพังทอง จังหวัดสุโขทัย ตั้งอยู่ในเขตอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย มีภูมิทัศน์โดดเด่นด้วยเกาะกลางน้ำและสะพานเชื่อมสู่เจดีย์ประธาน กิจกรรม “ตักบาตรสะพานบุญ รับอรุณแห่งความสุข” ณ วัดตระพังทอง เป็นการเริ่มต้นปีใหม่ท่ามกลางโบราณสถานแห่งราชธานีเก่า “สุโขทัย” อันหมายถึงรุ่งอรุณแห่งความสุข และเป็นการเชื่อมโยงศรัทธาทางศาสนาเข้ากับรากเหง้าความเป็นชาติไทยอย่างลึกซึ้ง

6. วัดพระบรมธาตุ จังหวัดตาก เป็นวัดเก่าแก่ที่มีพระบรมธาตุเจดีย์อันศักดิ์สิทธิ์ และเป็นพระธาตุประจำปีเกิดปีมะเมีย ภายในวัดประดิษฐานพระเจ้าทันใจ ซึ่งเป็นที่เคารพศรัทธาของประชาชนอย่างกว้างขวาง การตักบาตรรับปีใหม่ ณ วัดพระบรมธาตุ จังหวัดตาก จึงเป็นการเสริมสร้างขวัญกำลังใจและความเป็นสิริมงคลให้แก่ผู้ร่วมกิจกรรม พร้อมทั้งสืบสานประเพณีการทำบุญในพื้นที่ประวัติศาสตร์สำคัญของประเทศ

7. วัดศรีคุนเมือง จังหวัดเลย โดดเด่นด้วยวัฒนธรรมพื้นถิ่น “สวมผ้าไทย ปูสาด ใส่บาตรข้าวเหนียว” ซึ่งสะท้อนอัตลักษณ์วิถีชีวิตและภูมิปัญญาของชาวอีสาน แต่ยังเป็นการสืบ และสร้างความผูกพันระหว่างศาสนากับชุมชนอย่างแนบแน่น

8. ลานพญาศรีสัตตนาคราช จังหวัดนครพนม ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำโขง เป็นแลนด์มาร์คแห่งศรัทธาและความเชื่อของชุมชนลุ่มน้ำโขง กิจกรรมตักบาตรรับปีใหม่ ณ บริเวณแห่งนี้ สะท้อนความผูกพันระหว่างพระพุทธศาสนากับความเชื่อเรื่องพญานาคในฐานะผู้พิทักษ์พระพุทธศาสนาและลุ่มน้ำโขง สร้างบรรยากาศแห่งความศรัทธา ความอุดมสมบูรณ์ และความเป็นสิริมงคลแก่ผู้ร่วมกิจกรรม

9. วัดพระมหาธาตุ จังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นพระอารามหลวงชั้นเอก และเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวภาคใต้ องค์พระบรมธาตุเจดีย์ยอดทองคำเป็นที่บรรจุพระทันตธาตุของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า การตักบาตรรับปีใหม่ ณ วัดแห่งนี้ จึงถือเป็นการสร้างบุญกุศลอันยิ่งใหญ่ และเป็นสิริมงคลสูงสุดแก่ตนเองและครอบครัว ตามคติความเชื่อที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน

10. วัดมหัตตมังคลาราม จังหวัดสงขลา เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธมหัตตมงคล หรือพระนอนขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นหนึ่งในพระพุทธรูปปางไสยาสน์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก จัดขึ้นท่ามกลางบรรยากาศแห่งความเลื่อมใสศรัทธา เชื่อกันว่าเป็นการเสริมความเป็นสิริมงคลด้านสุขภาพ ความสงบทางใจ และความเจริญรุ่งเรืองแก่ชีวิตในศักราชใหม่

อธิบดีกรมการศาสนา กล่าวต่อว่า กรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม ขอเชิญชวนพุทธศาสนิกชน ร่วมกิจกรรม ตักบาตรรับปีใหม่ พุทธศักราช 2569 ณ วัดและจุดจัดกิจกรรมทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาค โดยเฉพาะกิจกรรมตักบาตร 10 แห่งทั่วประเทศ เพื่อร่วมกันเริ่มต้นศักราชใหม่ด้วยการทำความดี สร้างบุญกุศล เสริมสิริมงคลให้แก่ตนเองและครอบครัว พร้อมน้อมจิตถวายเป็นพระราชกุศล และร่วมสืบสานวัฒนธรรมอันดีงามของสังคมไทยให้คงอยู่สืบไป อันจะนำไปสู่ความสงบสุข ความร่มเย็น และความเจริญมั่นคงของประเทศชาติในศักราชใหม่อย่างยั่งยืน