เขมรคลั่งรัวยิงจรวด BM-21 ถล่มอาคารนักท่องเที่ยวเขาพระวิหารเสียหายหนัก

อช.เขาพระวิหาร รายงานความเสียหายจากสถานการณ์สู้รบไทย-กัมพูชา พบที่ทำการฯ และสถานที่ให้บริการเสียหายจำนวนมาก ยังมีระเบิดหลายจุด แจ้งฝ่ายความมั่นคงเร่งเก็บกู้

เมื่อวันที่ 29 ธันวาคม 2568 นายพิชัย วัชรพงษ์ไพบูลย์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 9 (อุบลราชธานี) เปิดเผยว่า ได้รับรายงานจากนางจิตร อาจสัญจร หัวหน้าอุทยานเขาพระวิหาร หลังจากได้ทำการสำรวจความเสียหายของสถานที่จากสถานการณ์ความมั่นคงชายแดนไทย-กัมพูชา ตั้งแต่วันที่ 8 ธันวาคม 2568 จนถึงปัจจุบัน พบความเสียหายในพื้นที่รับผิดชอบ ดังนี้

บริเวณที่ทำการอุทยานเขาพระวิหาร ถูกกระสุน BM-20 40 ลูก พบความเสียหาย จำนวน 5 จุด ได้แก่ อาคารที่ทำการ พบกระจกแตกรอบอาคาร ฝ้าพังบางจุด หลอดไฟหลุดจากผนัง บ้านพักเจ้าหน้าที่ ภาพรวมเสียหายจำนวนมาก ทั้งผนัง หลังคา ฝ้า และโรงจอดรถ อาคารค่ายเยาวชน เอื้องไอยเรศ พบอาคารโครงสร้างเสียหายหนัก ผนังและฝ้าพัง บ้านพักเจ้าหน้าที่ขนาด 3 ครอบครัว พังเสียหาย ผนังถูกสะเก็ดระเบิด ผนังและฝ้าชำรุด เสาไฟฟ้าภายในพบสายไฟชำรุด ระบบน้ำรั่วหลายจุด ซึ่งแก้ไขให้สามารถใช้การได้แล้ว

เขตบริการผามออีแดง พบความเสียหาย จำนวน 5 จุด ได้แก่ ศูนย์บริการผามออีแดง ฝั่งนิทรรศการ เสียหายหนัก เกือบทั้งหมด อาคารห้องบรรยาย อาคารเสียหายกระตกแตก หลังคาแตก บริเวณจุดรับประทานอาหาร หลังคาพังทั้งหมด ผนัง ช่องพัดลม พัดลมระบายอากาศ พังทั้งหมด ห้องน้ำ หลังคา ชำรุด ร้านค้าชุมชน หลังคาพังเกือบทั้งหมด เสียหายหนักมาก อาคาร อบจ. (ตชด.) ใช้ประโยชน์ เสียหายหนักเกือบทั้งหมด ทั้งหลังคา โครงสร้าง

เขตบริการเนินนับดาว จากการสำรวจ ณ ขณะนี้ พบว่าพื้นที่บ้านทะเลหมอก 1 พังเกือบทั้งหมด ทั้งหลังคา ฝ้า และโครงสร้าง ส่วนบริเวณโดยทั่วไป พบว่ามีระเบิดหลายจุดในแหล่งท่องเที่ยว และอาคารราชการเส้นทางสัญจรที่ยังไม่ระเบิด
ทั้งนี้ ยังมีอาคารรวมถึงพื้นที่อื่นๆ ที่อยู่ระหว่างสำรวจข้อมูลเพื่อแจ้งให้ฝ่ายความมั่นคง เข้าเก็บกู้และทำลาย หากมีรายงานความเสียหายเพิ่มเติมจะแจ้งให้ทราบต่อไป

.

โรงพยาบาลมิตรภาพจีน-กานา ฉลองครบรอบ 15 ปี

เมื่อวันที่ 23 ธันวาคมที่ผ่านมา โรงพยาบาลมิตรภาพจีน–กานา หรือที่รู้จักกันในชื่อโรงพยาบาลเลคมา (Lekma Hospital) ได้จัดกิจกรรมเฉลิมฉลองครบรอบ 15 ปีของการก่อตั้ง ณ เมืองอักกรา เมืองหลวงของประเทศกานา

หลี่ เย่าหง ที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจและการพาณิชย์ของสถานเอกอัครราชทูตจีนประจำกานา กล่าวชื่นชมบทบาทของโรงพยาบาลแห่งนี้ต่อระบบสาธารณสุขของกานา ซึ่งได้พัฒนาเติบโตจากสถานพยาบาลทั่วไปสู่ศูนย์การแพทย์ระดับภูมิภาคที่มีศักยภาพด้านสหวิทยาการที่แข็งแกร่ง

หลี่ เย่าหง ที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจและการพาณิชย์ของสถานเอกอัครราชทูตจีนประจำกานา กล่าวในระหว่างงานฉลองครบรอบ 15 ปี โรงพยาบาลมิตรภาพจีน-กานา ณ กรุงอักกรา ประเทศกานา (ซินหัว)

หลี่กล่าวว่า สถานเอกอัครราชทูตจีนกำลังทำงานอย่างใกล้ชิดกับรัฐบาลกานา เพื่อยกระดับสิ่งอำนวยความสะดวกและอุปกรณ์ทางการแพทย์ของโรงพยาบาลให้มีมาตรฐานขั้นสูง เทียบเท่าโรงพยาบาลชั้นนำของประเทศ

“ในอนาคตข้างหน้า เราจะยังคงยึดมั่นในพันธกิจร่วมกันในการสร้างประชาคมด้านสาธารณสุขโลกเพื่อทุกคน กระชับความร่วมมือ และส่งเสริมการพัฒนาที่ยั่งยืนร่วมกัน” เขากล่าว

โรเบิร์ต อาเมซิยา (Robert Amesiya) รักษาการผู้อำนวยการฝ่ายบริการสุขภาพภูมิภาค กล่าวในระหว่างงานฉลองครบรอบ 15 ปี โรงพยาบาลมิตรภาพจีน-กานา ณ กรุงอักกรา ประเทศกานา (ซินหัว)

ด้านโรเบิร์ต อาเมซิยา (Robert Amesiya) รักษาการผู้อำนวยการฝ่ายบริการสุขภาพภูมิภาค กล่าวว่า “ผลลัพธ์การสร้างโรงพยาบาลแห่งนี้ รวมถึงทีมแพทย์ชาวจีน ได้ต่อชีวิตของประชาชนในพื้นที่ให้บริการนั้น เป็นสิ่งที่ควรค่าแก่การเฉลิมฉลอง”

เขายังเสริมว่า โรงพยาบาลตั้งอยู่ในทำเลที่มีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ และให้บริการผู้ป่วยมากกว่า 100,000 คน ซึ่งทำให้ที่นี่เป็นสถานพยาบาลที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อประเทศกานา

พยาบาลกำลังตรวจสุขภาพเด็กทารกที่โรงพยาบาลมิตรภาพจีน-กานา ในกรุงอักกรา เมืองหลวงของประเทศกานา (ซินหัว)

ที่มา People’s Daily Online

ทหารไทยเหยียบทุ่นระเบิดที่สัตตะโสม ขาขาดรายที่ 11 ส่งรักษาด่วน รพ.สุรินทร์

ทหารไทยเหยียบกับระเบิดขณะเข้าเคลียร์พื้นที่ชายแดน”สัตตะโสม”ขาขาดรายที่ 11ส่งรักษาด่วน รพ.สุรินทร์ ขณะเพจกองทัพบกเดือด จี้กัมพูชาต้องชัดเจนเรื่องเก็บกู้ทุ่นระเบิด

เมื่อวันที่ 29 ธ.ค.68 เมื่อเวลา 11.04 น. เฟซบุ๊กเพจ “กองทัพบก ทันกระแส” โพสต์ข้อความระบุว่า “สัตตะโสมอีกแล้ว ทหารไทยเหยียบกับระเบิดหลังเข้าเก็บกู้พื้นที่ กัมพูชาต้องชัดเจน เรื่องการเก็บกู้ทุ่นระเบิด! #ไทยนี้รักสงบแต่ถึงรบไม่ขลาด”

ทั้งนี้ทหารผู้บาดเจ็บสาหัสคือ จ.ส.ต.สุจินต์ จิตกรียาน สังกัด ช.พัน 8 พล.ม.1 ขณะเข้าปฏิบัติหน้าที่ เขาสัตตะโสม จ.ศรีสะเกษ ทำให้ได้รับบาดเจ็บที่ขาข้างซ้าย  ขณะปฏิบัติหน้าที่เก็บกู้ทุ่นระเบิดชนิด PMN-2 บริเวณเขาสัตตะโสม จังหวัดศรีสะเกษ  โดยอาการของ จ.ส.ต. สุจินต์ จิตกรียาน บาดเจ็บสาหัสที่ขาซ้าย และมีอาการปวดที่ตาซ้ายร่วมด้วย  ทางเจ้าหน้าที่แพทย์ทหารเร่งนำตัวส่งรพ.เพื่อรักษาด่วน

 ต่อมา เจ้าหน้าที่รพ.เร่งประสานทีม sky doctor จาก รพ.ค่ายวีรวัฒน์ บินด่วนไปรับตัวเพื่อไปรักษาตัวต่อที่โรงพยาบาลสุรินทร์โดยเร่งด่วน เนื่องจาก จ.ส.อ. สุจินต์ จิตกรียาน ได้รับบาดเจ็บและสูญเสียเลือดจำนวนมาก

ต่อมาเวลา13.05น. เจ้าหน้าที่ ได้ส่งตัวจ.ส.ต. สุจินต์ จิตกรียาน ถึงโรงพยาบาลสุรินทร์ นพ.ชวมัย สืบนุการณ์ (ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสุรินทร์) พร้อมทีมแพทย์ ได้เข้ามารับตัวเพื่อเข้าไปรักษาตัวยังห้องฉุกเฉิน และเร่งส่งเข้าห้องผ่าตัดทันทีเนื่องจากอาการของ จ.ส.ต. สุจินต์ จิตกรียาน อาการสาหัสเสียเลือดมากโดยเร่งด่วน เจ้าหน้าที่บุคลากรทางการแพทย์ผู้เชี่ยวชาญได้เข้ามาดูแลรักษาอย่างใกล้ชิดตามขั้นตอนต่อไป ตอนที่ลงจากรถพยาบาล อาการของพลทหารอยู่ในอาการหลับ 

บุกจับผู้สมัครสส.พรรคดังเอี่ยวฟอกเงินยาเสพติดกว่า 20,000 ล้านบาท

ตำรวจปราบปรามยาเสพติด บุกจับผู้ต้องหา 2 คน เปิดบริษัทขนส่งบังหน้า ฟอกเงินยาเสพติดกว่า 20,000 ล้านบาท พบมีการโอนเงินรายเดือนให้ผู้สมัคร สส. พรรคดังใน กทม. คุมตัวสอบแล้ว

การจับกุมในครั้งนี้เป็นเครือข่ายบริษัทขนส่ง 4 บริษัท โดยใช้กรรมการบริษัทจดแจ้งสลับกันไปมา และไม่มีกิจกรรมเคลื่อนไหวตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งจะทำหน้าที่รับฟอกเงินให้กับเครือข่ายยาเสพติด รวมแล้วทั้งสิ้น 7 หมายจับ ตรวจค้น 22 เป้าหมาย ในพื้นที่กรุงเทพฯ นนทบุรี ปทุมธานี ลพบุรี ตรัง ซึ่งจุดที่ทีมข่าวเข้ามาสังเกตการณ์  คือบ้านหรูแห่งหนึ่งย่านบางแวก เขตตลิ่งชัน จับกุมผู้ต้องหา 2 คน พร้อม ตรวจยึดของกลาง เป็นอาวุธปืนหลายขนาดรวม 16 กระบอกเงินสด 1 ล้านบาท รถยนต์หรู 2 คัน และอาร์ตทอย 3 ตัว

พลตำรวจเอก สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ  เปิดเผยว่า การจับกุมในครั้งนี้เป็นการขยายผลมาจาก การจับกุมเครือข่ายยาเสพติดชาวลาวเมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ซึ่งผู้ต้องหา 2 คนในจุดนี้ให้การรับว่า เป็นกรรมการผู้ถือหุ้นบริษัทจริง แต่ชี้แจ้งที่มาของรายได้บริษัทไม่ได้ แต่ตำรวจพบข้อมูลว่า บริษัทดังกล่าวมีเงินหมุนเวียนกว่า 20,000 ล้านบาทรวมทั้งสิ้น 50 บัญชีโดยหลังจากนี้จะมีการประสานเจ้าหน้าที่ ปปง. มาตรวจสอบเส้นทางการเงิน

นอกจากนี้ หนึ่งในเส้นทาง การเงินสำคัญที่ตรวจพบได้คือการโอนเงินรายเดือนไปให้กับผู้สมัคร สส. พรรคการเมืองชื่อดังในพื้นที่กรุงเทพฯ ซึ่งตำรวจสามารถคุมตัวได้แล้ว และเป็นการจับตามหมายจับได้ที่ย่านบางพลัด

.

สาวใหญ่ร้องเศษใบมีดเข้าตาหมอวินิจฉัยผิดให้แค่น้ำเกลือมาล้างทำดวงตาเน่าต้องผ่าลูกตาทิ้ง

อุทัยธานี- อุทาหรณ์!!สาวใหญ่ ถูกเศษใบมีดเข้าตาไปพบแพทย์โรงพยาบาล ได้แค่น้ำเกลือล้างตา ล่าสุดทนไม่ไหว ไปรักษาโรงพยาบาลอีกที่ บอกดวงตาเน่าแล้วต้องผ่าลูกตาออกเอาชีวิตไว้

ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผย จากนางสาวสริตา แก้วกัณหา อายุ 47 ปี ชาวจังหวัดอุทัยธานี ได้เดินทางมาลงบันทึกประจำวัน ว่าวันที่ 18 ธันวาคม 2568 เวลาประมาณเที่ยง นางสาวสริตา ได้เกิดอุบัติเหตุเศษเหล็กจากมีด คาดว่าน่าจะกระเด็นเข้าตาที่ด้านขวาได้รับบาดเจ็บ และเริ่มรู้สึกเคืองตา พอช่วงบ่ายของวันที่ 19 ธ.ค.68 ได้เดินทางไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาลในอำเภอแห่งหนึ่ง ในจังหวัดอุทัยธานี เพื่อให้แพทย์ตรวจอาการที่ดวงตา

โดยเล่าเหตุการณ์ให้แพทย์ฟัง หลังจากนั้นทางแพทย์ได้ทำการรักษาดวงตาโดยใช้ไฟฉายส่องที่ดวงตาแล้วแจ้งเบื้องต้น ว่าไม่น่าจะมีอะไรแล้วก็ให้ไปรับน้ำเกลือเพื่อล้างตาที่ห้องฉุกเฉิน พร้อมกับนัดให้มาตรวจพบแพทย์อีกทีในวันที่ 5 มกราคม 2569 ล่าสุดหลังจากที่กลับมาบ้านแล้ว ได้เริ่มมีอาการปวดที่เบ้าตาข้างขวาและมีน้ำหนองไหลออกมา จึงได้ทานยาระงับอาการปวดและในเวลาต่อมาดวงตาข้างขวามีอาการบวมมากขึ้น

พร้อมกับมีน้ำหนองไหลออกมา จึงได้ทานยาอย่างต่อเนื่องหวังว่าอาการคงจะดีขึ้น ต่อมาอาการก็ยังไม่ดีขึ้น จึงตัดสินใจเดินทางไปตรวจอาการรักษาที่โรงพยาบาลอุทัยธานี ในวันที่ 22 ธ.ค.68 จนแพทย์ได้สแกนและวินิจฉัยและมีความเห็นว่าดวงตาด้านขวานั้นอักเสบและติดเชื้อจากเศษเหล็กที่ฝังอยู่ในดวงตาและไม่สามารถรักษาดวงตาไว้ได้แล้วเนื่องจากดวงตามีอาการเน่าจึงจำเป็นต้องควักเอาดวงตาออกเพื่อรักษาชีวิตไว้

ทั้งนี้ตนเอง ได้ขอลงบันทึกประจำไว้เป็นฐาน เพื่อขอยื่นเรื่องขอความเป็นธรรมจากสาธารณสุขจังหวัดอุทัยธานี ว่าตนเองคาใจ เกี่ยวจากแพทย์โรงพยาบาลวินิจฉัยก่อนหน้านี้ใช่หรือไม่ ที่บอกว่าไม่เป็นอะไร แล้วก็ให้แค่น้ำเกลือมาล้างตาเพียงเท่านั้น หากส่งตัวตนเองไปรักษาตั้งแต่วันแรก ดวงตาคงไม่เน่าเสีย จนถึงต้องผ่าควักลูกตาออกมา ทำให้มองไม่เห็นข้างหนึ่ง

.

“พลังงานสะอาดเริ่มที่นี่ — ไฮโดรเจนขับเคลื่อนศูนย์ราชการ สู่เมืองคาร์บอนต่ำของอนาคต”

จากแสงแดดกลางวัน แปรเป็นไฮโดรเจนสำรองยามค่ำคืน ระบบอัจฉริยะช่วยผลิตไฟฟ้าต่อเนื่อง ลดค่าใช้จ่าย และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก วางหมุดหมาย Net Zero Emission ให้เกิดขึ้นจริงในภาครัฐ

คณะกรรมการ บริษัท ธนารักษ์พัฒนาสินทรัพย์ จำกัด หรือ DAD Asset Development นำโดย นายอัครุตม์ สนธยานนท์ ประธานกรรมการ DAD พร้อมคณะ เดินทางเข้าเยี่ยมชมอาคารกักเก็บพลังงานไฮโดรเจน โดยมี ดร.นาฬิกอติภัค แสงสนิท กรรมการผู้จัดการ ธพส. นำชมสถานที่ โดยอาคารดังกล่าวจะเริ่มเปิดใช้งานผลิตไฟฟ้าในต้นปี 2569 ณ อาคารกักเก็บพลังงานไฮโดรเจน ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ ถนนแจ้งวัฒนะ

ดร.นาฬิกอติภัค กล่าวว่า ธพส. ต้องการสร้างต้นแบบให้แก่หน่วยงานภาครัฐ ในด้านการนำนวัตกรรมใหม่ มาใช้ให้เกิดประโยชน์ โดยการจัดการด้านพลังงานเป็นส่วนหนึ่งในเป้าหมายสำคัญในการดำเนินงานของ ธพส. เนื่องจาก ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ มีอาคารขนาดใหญ่ ที่แต่ละวันมีความต้องการใช้พลังงานในปริมาณมาก จึงริเริ่มตั้งแต่การติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ผลิตไฟฟ้า การเลือกใช้เทคโนโลยีที่ประหยัดพลังงาน ตลอดจนการเลือกใช้วัสดุอุปกรณ์ก่อสร้างอาคารที่ช่วยลดอุณหภูมิความร้อน และก้าวไปอีกขั้นของการดำเนินงาน คือการจัดสร้างอาคารกักเก็บพลังงานไฮโดรเจน

อาคารดังกล่าว จะเป็นสถานที่ติดตั้งเทคโนโลยีกักเก็บพลังงานในรูปของก๊าซไฮโดรเจน โดยจะนำพลังงานไฟฟ้าจากแผงโซลาร์เซลล์ที่เหลือจากการใช้ในเวลากลางวัน มาผ่านกระบวนการแยกไฮโดรเจนออกจากน้ำ (Electrolysis) จากนั้นกักเก็บก๊าซไฮโดรเจนเพื่อใช้เป็นเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ้าผ่านเซลล์เชื้อเพลิง (Fuel Cell) และมีระบบกักเก็บพลังงานในแบตเตอรี่ เพื่อเป็นพลังงานสำรองในเวลากลางคืนหรือเมื่อมีความต้องการ

“DAD มุ่งมั่นที่จะบุกเบิกนวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อเป็นต้นแบบของผู้นำด้านพลังงานทางเลือก ให้กับหน่วยงานอื่นๆ ของรัฐ และให้ความสำคัญกับการลงทุนเพื่อความคุ้มค่าในระยะยาว สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยืดหยุ่นและยั่งยืน จึงได้สร้างอาคารกักเก็บพลังงานไฮโดรเจน และเริ่มเดินเครื่องผลิตแล้ว เพื่อจ่ายกระแสไฟฟ้าให้กับอาคารธนพิพัฒน์ ที่ตั้งใจให้เป็นอาคารต้นแบบอาคารพลังงานสะอาดเป็นศูนย์ หรือ Net Zero Energy Building แห่งแรกของศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ ซึ่งเป็นไปตามแผนยุทธศาสตร์ 5 ปี ภายใต้แนวคิด BCG Model ช่วยลดการพึ่งพาพลังงานจากภายนอก และเสริมสร้างความยั่งยืนให้กับอาคารอย่างแท้จริง” ดร.นาฬิกอติภัค กล่าว

อาคารกักเก็บพลังงานไฮโดรเจนแห่งนี้ มีกำลังการผลิตไฟฟ้าขนาด 350 kWh ปัจจุบันเริ่มเดินเครื่องผลิตแล้ว โดยใช้พลังงานไฟฟ้าโซลาร์รูฟ (Solar Rooftop) ที่เหลือจากการจ่ายพลังงานไฟฟ้าให้พื้นที่ส่วนกลาง ขนาด 168 kW นำมากักเก็บพลังงานในระบบแบตเตอรี่ที่มีขนาดกำลังการผลิตไฟฟ้า 200 kWh และระบบกักเก็บพลังงานในรูปแบบไฮโดรเจนที่มีขนาดกำลังการผลิตไฟฟ้า 150 kWh โดยจ่ายให้กับอาคารธนพิพัฒน์ในช่วงเวลาที่โซลาร์รูฟ ไม่สามารถผลิตกระแสไฟฟ้าได้เพื่อช่วยให้อาคารธนพิพัฒน์ใช้พลังงานไฟฟ้าจากกริดเป็นศูนย์

สถิติปลายปี 2567 การติดตั้งและผลิตไฟฟ้าจากโซลาร์เซลล์ ในศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ ครอบคลุมอาคารรวม 10 แห่ง ด้วยกำลังการผลิตติดตั้งรวม 4,548.8 กิโลวัตต์ (kW) ซึ่งสามารถผลิตไฟฟ้าได้เฉลี่ยประมาณ 340,000 หน่วยต่อเดือน (kWh) ระบบนี้สร้างพลังงานสะอาดได้รวมกว่า 3,972,081 หน่วยต่อปี (kWh) ช่วยประหยัดค่าไฟฟ้าได้รวมกว่า 16 ล้านบาทต่อปี หากนำพลังงานที่เหลือทิ้งไปกักเก็บในรูปแบบของก๊าซไฮโดรเจน เพื่อใช้ในยามค่ำคืน ยิ่งทำให้ ธพส. สามารถประหยัดค่าไฟฟ้าต่อปีได้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ความสำเร็จจากอาคารธนพิพัฒน์ จะถูกขยายผลไปยังอาคารอื่นๆ ในศูนย์ราชการ เฉลิมพระเกียรติฯ และโครงการก่อสร้างในอนาคตของ DAD ต่อไป เพื่อสร้างแนวทางและทางเลือกใหม่ในการออกแบบและก่อสร้างอาคารที่ยั่งยืน ตลอดจนสนับสนุนนโยบายการลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศให้เกิดผลเป็นรูปธรรมในวงกว้างในหน่วยงานภาครัฐต่อไป

ปัจจุบัน พลังงานไฮโดรเจนถูกนำมาใช้แพร่หลายในประเทศที่มีเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างจริงจัง เนื่องจากไฮโดรเจนเป็นพลังงานสะอาดที่เมื่อใช้งานแล้วไม่ปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ มีความเหมาะสมกับพื้นที่เมืองที่มีการใช้พลังงานสูง และต้องการระบบกักเก็บพลังงานจากแหล่งพลังงานหมุนเวียน เช่น โซลาร์เซลล์ เพื่อใช้ได้อย่างต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง

การนำพลังงานไฮโดรเจนมาใช้จึงช่วยเพิ่มเสถียรภาพด้านพลังงาน ลดการพึ่งพาไฟฟ้าจากเชื้อเพลิงฟอสซิล และมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนโลกสู่เป้าหมาย Net Zero Emission พร้อมสร้างสมดุลระหว่างการพัฒนาเมือง คุณภาพชีวิต และการรักษาสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

.

นายกฯ อนุทิน ปลื้ม OTOP CITY 2025 ยอดขายทะลุกว่า 868 ล้านบาท !!

ปิดฉากลงอย่างยิ่งใหญ่และน่าประทับใจ  ยอดขายทะลุ 868 ล้านบาท เพิ่มขึ้นกว่า 20% จากปีที่ผ่านมา ตอกย้ำพลังชุมชนไทย และความสำเร็จของเศรษฐกิจฐานรากสำหรับงาน OTOP CITY 2025 มหกรรมสินค้า OTOP ที่ยิ่งใหญ่ของประเทศ ซึ่งจัดขึ้นโดยกระทรวงมหาดไทย กรมการพัฒนาชุมชน   ระหว่างวันที่ 20–28 ธันวาคม 2568

 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย พร้อมด้วย น.ส.ธนนนท์ นิรามิษ ประธานกรรมการคู่สมรสคณะรัฐมนตรีและที่ปรึกษากิตติมศักดิ์สมาคมแม่บ้านมหาดไทย เยี่ยมชมงาน OTOP City 2025 พร้อมเป็นกำลังใจให้กับผู้ประกอบการ OTOP ที่ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี จ.นนทบุรี โดยมี น.ส.ศศิธร กิตติธรกุล รมช.มหาดไทย น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล เลขาธิการนายกรัฐมนตรี นางจิณณารัชช์ สัมพันธรัตน์ นายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย และนายสยาม ศิริมงคล อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน พร้อมด้วยผู้บริหารของกรมการพัฒนาชุมชน ร่วมด้วย

ทั้งนี้ ตลอดระยะเวลาการจัดงาน บรรยากาศเต็มไปด้วยความคึกคักจากนักช้อปทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติส่งผลให้ยอดจำหน่ายสินค้าภายในงาน ทะลุเป้าสูงถึง 868 ล้านบาท  สะท้อนความสำเร็จในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากอย่างเป็นรูปธรรม โดยนายกรัฐมนตรีได้กล่าวขอบคุณประชาชนที่ให้ความสนใจและมาร่วมอุดหนุนสินค้า OTOP ตลอดการจัดงาน โดยระบุว่า “ขอขอบคุณพี่น้องประชาชนทุกท่านที่มาร่วมอุดหนุนสินค้า OTOP ทุกการเลือกซื้อ คือการช่วยสร้างรายได้ สร้างอาชีพ และส่งกำลังใจให้พี่น้องผู้ประกอบการในชุมชนทั่วประเทศ”

ด้านกรมการพัฒนาชุมชน ขอขอบคุณประชาชนทุกท่านที่ให้ความสนใจและเข้าร่วมงาน OTOP CITY 2025 อย่างอบอุ่น พร้อมให้การสนับสนุนสินค้า OTOP จากชุมชนทั่วประเทศ ซึ่งทุกการอุดหนุนไม่เพียงสร้างยอดขาย แต่ยังเป็นพลังใจสำคัญให้ผู้ประกอบการสามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์และต่อยอดอาชีพได้อย่างยั่งยืน

OTOP CITY 2025 จึงถือเป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์ของพลังชุมชนไทย ที่สามารถขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากให้เติบโตอย่างมั่นคง และเป็นแรงส่งสำคัญในการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนตามนโยบายของรัฐบาลอย่างแท้จริง

.

“สวนพี่ไก่ หาดป่าทราย” คนต้นแบบเกษตรอินทรีย์กลางเกาะยาวน้อย

เกษตรกรบนเกาะยาวน้อย อำเภอเกาะยาว จังหวัดพังงา ต้นแบบปลูกผักสลัดแบบออร์แกนิก ต่อยอดสร้างรายได้เพิ่มจากการจำหน่ายผลผลิตสดๆ และแปรรูปเป็นเมนูสุขภาพ ส่งป้อนร้านอาหารเพื่อสุขภาพ และรองรับการท่องเที่ยวเชิงนิเวศในพื้นที่ โดยยึดแนวทางเกษตรอินทรีย์ ไม่ใช้สารเคมีตลอดกระบวนการผลิต

ธีรพงษ์ อิดมิ่ง ประธานแปลงใหญ่กลุ่มส่งเสริมอาชีพการปลูกผัก ตำบลเกาะยาวน้อย ซึ่งเป็นแหล่งเรียนรู้สำคัญของสมาชิกแปลงใหญ่ฯ ในอำเภอเกาะยาว ได้ใช้กระบวนการ “โรงเรียนเกษตรกร” ให้สมาชิกได้เรียนรู้และแลกเปลี่ยนประสบการณ์จากการลงมือปฏิบัติจริงตลอดฤดูการเพาะปลูก

สำหรับรูปแบบการผลิต จะใช้วิธีการทำแปลงปลูกแบบแคร่ มีการปรับปรุงดินด้วยตนเอง ใช้สารชีวภัณฑ์ในการดูแลรักษา ไม่ใช้สารเคมี ตั้งแต่การเตรียมดินเพาะ การเผาถ่านชาโคล การเพาะเมล็ดด้วยเทคนิคการควบแน่น ไปจนถึงการดูแลรักษาแปลงผักอย่างต่อเนื่อง

การดูแลเอาใจใส่ ส่งผลให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพ ปลอดภัยต่อผู้บริโภค และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม จนได้รับเครื่องหมายรับรองเกษตรอินทรีย์จากกรมวิชาการเกษตร นอกจากนี้ยังนำผลผลิตไปแปรรูปเป็นเมนูสุขภาพหลากหลาย เพื่อเพิ่มมูลค่าและสอดรับกับความต้องการของตลาด โดยเฉพาะร้านอาหารเพื่อสุขภาพและนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเยือนเกาะยาวน้อย ในรูปแบบการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ

ธีรพงษ์ เล่าถึงที่มาของทั้งหมดนี้ว่า เมื่อก่อนนั้นตนเองได้เปิดร้านอาหารขายเมนูเพื่อสุขภาพต่างๆ อยู่แล้ว โดยซื้อผักสลัดที่มีขายอยู่ในท้องตลาดมาใช้ในร้าน และในช่วงสถานการณ์โควิด-19 ทำให้ต้องปิดร้านไปช่วงหนึ่ง ตนจึงใช้เวลาศึกษาเรื่องการปลูกผักแบบออร์แกนิก ประกอบกับมีเพื่อนๆ ชาวต่างชาติส่งเมล็ดพันธุ์ผักต่างๆ มาให้ และได้รับการสนับสนุนด้านวิชาการจากเกษตรอำเภอเกาะยาว

จากประสบการณ์ที่ได้ลงมือทำด้วยตัวเอง จึงทำให้รู้ว่าผักตัวไหนเหมาะกับการปลูกในพื้นที่จนประสบความสำเร็จ โดยผลผลิตส่วนใหญ่จะใช้ภายในร้านอาหารของตัวเอง ส่วนที่เหลือจึงจะขายแบบผักสด สำหรับผู้ที่สนใจมาเยี่ยมชมแปลงผักเพื่อศึกษาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ได้ที่ “สวนพี่ไก่ หาดป่าทราย” ตำบลเกาะยาวน้อย อำเภอเกาะยาว จังหวัดพังงา หรือติดต่อได้ที่โทร. 08-7266-1404

โดย… อโนทัย งานดี จ.พังงา

รอเคลียร์ความปลอดภัย หมู่บ้านใกล้ตาควายโดนเขมรรัวยิงBM21ถล่มเสียหายหนัก

สำรวจหมู่บ้านกระสุนตก ใกล้ตาควาย พบเสียหายหลายหลัง ยังไม่ให้ชาวบ้านเข้าพื้นที่ รอ EODสำรวจความปลอดภัยรอบแหล่งชุมชนยืนยันว่าปลอดภัย จึงสามารถเข้ามาได้

เมื่อวันที่ 29 ธันวาคม 2568 ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่หมู่บ้านกระสุนตก ใกล้ปราสาทตาควาย ตำบลบักได อำเภอพนมดงรัก จังหวัดสุรินทร์ ที่ได้รับผลกระทบจากการปะทะระหว่างทหารไทยกับทหารฝั่งกัมพูชา ระหว่างวันที่ 8-27 ธันวาคม 68 ในพื้นที่จังหวัดสุรินทร์ ก่อนที่การประชุม GBC ได้มีการลงนามข้อตกลงหยุดยิง เป็นเวลา 72 ชั่วโมง นับจากเวลา 12.00 น. ของวันที่ 27 ธ.ค.68ที่ผ่านมา

นางสาววิมล แข่งเพ็ญแข ผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่สีแดง ได้พาผู้สื่อข่าว ดูสภาพความเสียหายของบ้านเรือนและทรัพย์สินอื่นๆประชาชนที่ถูกสะเก็ดระเบิดจากกระสุนลูกปืนใหญ่ ที่ฝั่งกัมพูชายิงเข้ามาตกในหมู่บ้าน เสียหายจำนวนหลายหลัง ยังไม่รวมพื้นที่ทางการเกษตรที่ได้รับความเสียหายเป็นจำนวนมาก ซึ่งยังไม่สามารถเข้าไปตรวจสอบได้ เพราะเป็นพื้นที่อันตรายที่รอการสำรวจ โชคดีช่วงระหว่างกระสุนตก ชาวบ้านอพพยออกไปกันหมดแล้ว

ขณะที่นางสาววิมล ผู้ใหญ่บ้านหญิงแกร่ง หมู่บ้านกระสุนตก กล่าวว่า การปะทะกันในครั้งนี้ หนักมาก  ชุด ชรบ.ต้องกินนอนกันอยู่ในหลุมบังเกอร์หลบภัยตลอดช่วงที่มีการปะทะ มีบ้านเรือนได้รับความเสียหายหนักๆ ประมาณ 4-5 หลัง และที่โดนสะเก็ดระเบิดอีกประมาณ 10 กว่าหลัง ส่วนพื้นที่ทางการเกษตร ยังไม่ได้สำรวจ คาดว่าน่าจะเสียหายเยอะอยู่เหมือนกัน ส่วนประชาชนในพื้นที่ยังไม่ได้ให้เข้ามาตอนนี้ เพราะยังเป็นพื้นที่สีแดงอยู่ ต้องรอชุด EOD เข้ามาสำรวจ และแจ้งเป็นพื้นที่ปลอดภัยก่อน ถึงจะให้เข้ามาได้ ตามระเบียบเพื่อความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่สีแดง

ด้านนายจำเริญ แหวนเพ็ชร ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ กล่าวถึงสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ด้านจังหวัดสุรินทร์ว่า การสู้รบในรอบนี้ มีกระสุนปืนใหญ่ตกในพื้นที่ชายแดนเป็นจำนวนมาก จึงจำเป็นต้องให้ตำรวจชุด EOD เข้าไปเคลียร์ในพื้นที่หมู่บ้านให้ปลอดภัย จึงจะให้ชาวบ้านกลับเข้าพื้นที่ได้ ส่วนด้านการเตรียมการช่วยเหลือเยียวยาผู้ประสบภัย ในด้านบ้านเรือน ทรัพย์สิน และสัตว์เลี้ยงเสียหาย สามารถใช้เงินงบสาธารณภัยฉุกเฉินช่วยเหลือได้เลย

ส่วนการจ่ายเงินชดเชยครอบครัวละ 5,000 บาท จังหวัดสุรินทร์ มีฐานข้อมูลผู้อพยพที่เคยลงทะเบียนไว้แล้วจำนวนกว่า 80,000 ครัวเรือน จึงไม่ต้องสำรวจใหม่ แต่ในรอบนี้มีผู้ประสบภัยเพิ่มขึ้นกว่า 100,000 ครัวเรือน จึงแจ้งให้ผู้ที่ยังไม่เคยได้ลงทะเบียนไว้ในรอบก่อนอีกกว่า 20,000 ครัวเรือนไปแจ้งกับผู้นำชุมชน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เพื่อรวบรวมรายชื่อให้จังหวัดเสนอรัฐบาลช่วยเหลือเพิ่มเติม โดยขอความเห็นชอบจาก กกต.พิจารณาและให้การช่วยเหลือประชาชนได้ครบทุกครัวเรือนต่อไป

.

นายกสมาคมไก่หวั่นค่าบาทแข็งเกินไปสร้างวิกฤตใหญ่ส่งออกครึ่งปีหลัง 69

นายกสมาคมฯไก่ หวั่นค่าบาทแข็งเกินไปสร้างวิกฤตใหญ่ส่งออกครึ่งปีหลัง 69 กังวลอาจแข็งค่าได้ถึง 29บาทต่อเหรียญสหรัฐจากปัจจัยเงินนอกไหลเข้ามากผิดปกติ เตือนผู้ประกอบการวางแผนผลิต-คุมต้นทุนให้ดี ส่วนเลือกตั้ง69 อย่าฟังแค่นโยบายแต่ต้องใช้วิจารณญาณเลือกคนทำงานเป็น

เมื่อวันที่ 29 ธ.ค.2568 ดร.ฉวีวรรณ คำพา นายกสมาคมส่งเสริมการเลี้ยงไก่แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้แสดงความเห็นเกี่ยวกับค่าเงินบาทที่แข็งมากจนเกินไป ซึ่งในวันนี้อยู่ที่ระดับ 31บาทต่อเหรียญสหรัฐและยังมีแนวโน้มว่าอาจแข็งค่าได้มากกว่าปัจจุบันว่า สิ่งที่เกิดขึ้นถือเป็นความผิดปกติอย่างมาก เพราะที่ผ่านมาค่าเงินบาทของไทยไม่เคยแข็งนานเช่นนี้

โดยเฉพาะในช่วงสถานการณ์ที่ประเทศอยู่ในภาวะสงคราม ค่าเงินจะต้องอ่อนลงแต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือ ค่าเงินบาทไทยไม่ได้รับผลกระทบซ้ำยังมีแนวโน้มว่าอาจแข็งได้ถึง 29 บาทต่อเหรียญสหรัฐ

ร.ฉวีวรรณ คำพา นายกสมาคมส่งเสริมการเลี้ยงไก่

” เราทำธุรกิจด้านการส่งออกมานานจนสังเกตุเห็นได้ชัดถึงความผิดปกติในเรื่องของค่าเงินที่มีปัจจัยมาจากเงินนอกประเทศที่ไหลเข้ามาเป็นจำนวนมากและต่อเนื่อง จนผู้ที่อยู่ในภาคการส่งออกถึงกับตกใจ เนื่องจากมีความเสี่ยงที่จะอาจจะต้องเจอกับภาวะขาดทุนได้ หากไม่มีการบริหารจัดการที่ดี เพราะขณะนี้แต่ละประเทศก็เจอปัญหาทางเศรษฐกิจที่ย่ำแย่เช่นกันและการที่จะขอความเห็นใจจึงทำได้ยาก”

ดร.ฉวีวรรณ ยังเผยอีกว่าในปี 2569 ผู้ประกอบการจะต้องวางแผนการดำเนินธุรกิจและการผลิตให้รอบครอบ รวมทั้งต้องปรับตัวให้ได้ โดยเฉพาะภาคการส่งออกที่ในช่วงครึ่งปีหลังจะต้องดูตลาดที่มั่นคงควบคุมต้นทุนให้ได้มากที่สุด เนื่องจากค่าเงินบาทไม่มีทีท่าว่าจะอ่อนลงได้ง่ายๆ จึงอาจเสี่ยงต่อการขาดทุน

” เท่าที่ทราบข่าวจากแบงก์ชาติก็พอจะรู้ว่ารัฐบาลก็กำลังแก้ปัญหานี้อยู่ แต่มันยากตรงที่เงินซึ่งไหลเข้ามามีจำนวนมากและต่อเนื่อง ในฐานะผู้ส่งออกย่อมมีความวิตกกังวลเพราะความต้องการเนื้อไก่ของไทยในต่างประเทศยังมีสูงอยู่ แต่ค่าเงินที่แข็งจนเกินไปทำให้เราแทบปรับตัวไม่ทัน “

อย่างไรก็ตามในส่วนของ ฉวีวรรณกรุ๊ป ในฐานะผู้ผลิตเนื้อไก่เพื่อการส่งออกได้พยายามลดต้นทุนทุกอย่างเพื่อให้อยู่รอดได้ และแม้การส่งออกเนื้อไก่ในส่วนของ” ฉวีวรรณ กรุ๊ป” ปีนี้จะยังทะลุหลักหมื่นล้านบาท แต่กำไรที่ได้ก็อาจลดลงและไม่เป็นไปตามเป้าหมาย

ส่วนการส่งออกเนื้อไก่ไทยในภาพปี 68 ยังคงสร้างเม็ดเงินเข้าประเทศได้มากกว่าแสนล้านบาทเช่นทุกปีที่ผ่านมา และภาพรวมในช่วงครึ่งปีแรก 2569 จะยังคงเดินต่อไปได้เพราะเป็นการซื้อขายกันล่วง  แต่ในช่วงครึ่งปีหลังผู้ประกอบการอาจต้องเพิ่มความระมัดระวัง เนื่องจาก จีน ที่เคยเป็นตลาดส่งออกใหญ่ของไทยก็เริ่มหันมาผลิตเนื้อไก่ขายแล้วเช่นกัน

ดร.ฉวีวรรณ ให้แง่คิดเรื่องการเลือกตั้งที่กำลังจะมีขึ้นในวันที่ 8 ก.พ.2569 ว่าทุกพรรคการเมืองย่อมขายนโยบายการช่วยเหลือประชาชนที่ล้วนเป็นนโยบายที่ดีที่สุด แต่ประชาชนคือผู้ที่จะต้องคิดและวิเคราะห์โดยดูจากผลการทำงานของนักการเมืองในช่วงที่ผ่านมาเป็นหลัก เพราะวันนี้ประเทศไทย ต้องการคนที่ทำงานเป็น เพื่อแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้น และเชื่อว่าในครั้งนี้จะมีการซื้อเสียงกันอย่างรุนแรง

” ประชาชนคือผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสียกับการเลือกตั้งโดยตรง ดังนั้นจะต้องใช้วิจารณาณให้ดีว่าพรรคใดที่จะสามารถช่วยเราได้จริง ส่วนเรื่องการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ ผู้ประกอบการไม่ควรตั้งความหวังกับพรรคการเมืองใดๆ แต่ควรหันมาหาช่วยเหลือตัวเองให้ได้มากที่สุดจะดีกว่า เพราะตั้งแต่ทำธุรกิจมาไม่เคยเห็นนักการเมืองคนไหนที่เข้ามาช่วยเหลือผู้ประกอบการได้จริง” ดร.ฉวีวรรณกล่าว