“โครงการซีพีเลี้ยงไก่ไข่เพื่ออาหารกลางวันนักเรียน” สร้างโภชนาการที่ดี ให้เยาวชนในพื้นที่ห่างไกล

ตลอดเวลากว่า 30 ปี มูลนิธิเจริญโภคภัณฑ์พัฒนาชีวิตชนบท (มูลนิธิซีพี) ร่วมกับ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือซีพีเอฟ มุ่งมั่นดำเนิน “โครงการซีพีเลี้ยงไก่ไข่เพื่ออาหารกลางวันนักเรียน” อย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างโภชนาการที่ดีให้กับเด็กและเยาวชนในโรงเรียนพื้นที่ห่างไกลและทุรกันดาร

จากจุดเริ่มต้นนักเรียนบริโภคไข่ก่อนเข้าโครงการเพียง 156 ฟอง/คน/ปี เพิ่มเป็น 276 ฟอง/คน/ปี หรือบริโภคเพิ่มถึง 77% หนึ่งในความสำเร็จนี้เกิดจากความร่วมมือของพันธมิตร หอการค้าญี่ปุ่น–กรุงเทพฯ (JCC) ร่วมขยายโอกาสในการสร้างโภชนาการที่ดีให้เด็กนักเรียนทั่วประเทศ

ล่าสุด ได้จัดพิธีมอบโครงการฯ ให้กับ 4 โรงเรียน ได้แก่ โรงเรียนในจังหวัดบึงกาฬ 3 แห่ง และจังหวัดนครปฐม 1 แห่ง ประกอบด้วย โรงเรียนท่าไร่วิทยา อำเภอเซกา โรงเรียนบ้านโนนสูงสุขสมบูรณ์ อำเภอเซกา และโรงเรียนบ้านนางัวสายปัญญา อำเภอเซกา จังหวัดบึงกาฬ รวมถึงโรงเรียนวัดหนองเสือ (เรืองวิทยานุกูล) อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม โดยได้รับเกียรติจาก นายสมหวัง อารีย์เอื้อ รองผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วยผู้แทนจากภาครัฐ ภาคการศึกษา มูลนิธิซีพี และหอการค้าญี่ปุ่น–กรุงเทพฯ ร่วมในพิธีมอบโครงการฯ

นายฮิโรชิ คาคิอุจิ รองประธานหอการค้าญี่ปุ่น–กรุงเทพฯ กล่าวว่า JCC ให้การสนับสนุนโครงการซีพีเลี้ยงไก่ไข่เพื่ออาหารกลางวันนักเรียนมาอย่างต่อเนื่อง จนถึงปัจจุบันเป็นปีที่ 26 ครอบคลุม 154 โรงเรียน ใน 42 จังหวัด เพื่อช่วยแก้ปัญหาทุพโภชนาการของเด็กนักเรียน โดยเป็นโครงการที่น้อมนำแนวพระราชดำริของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่ทรงให้ความสำคัญและห่วงใยในภาวะโภชนาการของเด็กนักเรียนและเยาวชนมาดำเนินการ

นายกฤตยรัฐ ปารมี ผู้ช่วยเลขาธิการมูลนิธิฯ กล่าวว่า มูลนิธิซีพีมีความตั้งใจที่จะขยายจำนวนโรงเรียนเข้าร่วมโครงการ อย่างต่อเนื่องทุกปี โดยเป้าหมายการดำเนินโครงการฯ ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการมีไข่ไก่ให้นักเรียนบริโภคเท่านั้น แต่ยังมุ่งสร้างแหล่งเรียนรู้ด้านปศุสัตว์ สร้างโอกาสให้เด็ก ๆ ได้เรียนรู้ทักษะชีวิต และการบริหารจัดการแบบครบวงจร ในรูปแบบ Action Base Learning นอกห้องเรียน นอกจากนี้ ยังเป็นโครงการที่ช่วยให้โรงเรียนสามารถสร้างรายได้หมุนเวียนจากการจำหน่ายผลผลิตไข่ไก่ให้กับผู้ปกครองและชุมชน เพื่อนำไปต่อยอดอาหารกลางวันของโรงเรียนในระยะยาว

ด้าน นายวราราชย์ เรืองศรี ผู้เชี่ยวชาญอาวุโส ซีพีเอฟ กล่าวเพิ่มเติมว่า โรงเรียนทุกแห่งที่เข้าร่วมโครงการฯ จะได้รับมอบโรงเรือนไก่ไข่มาตรฐาน แม่พันธุ์ อาหารสัตว์ ฟรีในรุ่นแรก พร้อมกันนี้ ผู้เชี่ยวชาญด้านการเลี้ยงไก่ไข่ของซีพีเอฟ จะช่วยถ่ายทอดองค์ความรู้ในการบริหารจัดการและการเลี้ยงไก่ไข่ให้แก่ครูและนักเรียน ทำให้สามารถผลิตไข่ไก่เข้าโครงการอาหารกลางวันนักเรียนได้รับประทานไข่ไก่อย่างเพียงพอและสม่ำเสมอ ผลผลิตส่วนที่เหลือจากการบริโภค นำไปจำหน่ายให้กับผู้ปกครองและชุมชน มีรายได้เข้ากองทุนโครงการฯ

ในการเลี้ยงรุ่นถัดๆไป โรงเรียนจะซื้อแม่พันธุ์และอาหารสัตว์ในราคาต้นทุน โดยผู้เชี่ยวชาญของมูลนิธิฯและซีพีเอฟ ยังคงสนับสนุนการเลี้ยงอย่างต่อเนื่อง คุณครูและนักเรียนจึงมีความเข้าใจ และสามารถผลิตไข่ไก่สดที่มีคุณภาพ ขณะเดียวกัน ยังเป็นการฝึกทักษะจากการลงมือปฏิบัติจริง ทั้งด้านการเลี้ยงสัตว์ การบริหารจัดการ การทำบัญชี การจำหน่าย และการตลาด

โครงการซีพีเลี้ยงไก่ไข่เพื่ออาหารกลางวันนักเรียน ดำเนินงานอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2532 ปัจจุบันขยายผลครอบคลุม 1,018 โรงเรียนทั่วประเทศ สร้างโอกาสด้านโภชนาการและการเรียนรู้ให้เด็กนักเรียนกว่า 229,500 คน และอีกกว่า 2,700 ชุมชน

.

เปิดใจ 3 หมออินเทิร์น กับครั้งแรกที่ลงพื้นที่ปฏิบัติงานหน่วยแพทย์พระราชทานฯ ที่ชายแดนจังหวัดน่าน

ศูนย์การแพทย์ปัญญานันทภิกขุ ชลประทาน มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ได้นำทีมแพทย์ ทันตแพทย์ พยาบาล เภสัชกร และบุคลากรทางการแพทย์ ลงพื้นที่ปฏิบัติงานหน่วยแพทย์พระราชทานในโครงการสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในพื้นที่แถบชายแดนจังหวัดน่าน ระหว่างวันที่ 8 – 12 ธันวาคม 2568 ณ ศูนย์การเรียนรู้ตำรวจตระเวนชายแดนบ้านห้วยลู่ ตำบลสะเนียน อำเภอเมือง จังหวัดน่าน และ ศูนย์การเรียนรู้ตำรวจตระเวนชายแดนเฉลิมฉลอง 100 ปี วันคล้ายวันพระราชสมภพ สมเด็จพระศรีนครินทรทราบรมราชชนนี 21 ตุลาคม 2543 ตำบลบ่อเกลือเหนือ อำเภอบ่อเกลือเหนือ จังหวัดน่าน

ทีมแพทย์ใช้ทุนที่ร่วมปฏิบัติงานหน่วยแพทย์พระราชทานฯ เป็นครั้งแรกทั้งสามคน ได้บอกเล่าความรู้สึกในการทำงานครั้งนี้ ว่า…

“เป็นประสบการณ์ที่ทำให้ได้เห็นถึงสภาพความเป็นอยู่ของเด็กๆ ในจังหวัดน่าน และข้อจำกัดทางการเข้าถึงทางการแพทย์ เช่น ถนนเส้นทางคดเคี้ยวระยะทางที่ห่างไกล การขาดยารักษาโรคประจำตัวที่ทำให้ไม่สามารถควบคุมโรคได้ดี และได้เห็นความสำคัญของ Health screening มากขึ้นไปอีก เนื่องจากการที่หมอลงพื้นที่จะเป็นการเพิ่มโอกาสได้รักษาพยาบาลคนที่อยู่ห่างไกลได้ หมอจึงมีหน้าที่ที่สำคัญมากในการตัดสินใจว่าคนไข้คนนั้นควรส่งต่อไปดูแลในโรงพยาบาลต่อหรือไม่ ซึ่งโดยรวมแล้วรู้สึกว่าเป็นประสบการณ์ที่เปิดโลกใหม่ให้ได้เห็นอะไรใหม่ๆ และอยากมาร่วมออกหน่วยแพทย์พระราชทานอีก” แพทย์หญิงกฤชยา เติมเลิศมนัสวงษ์ กล่าว

นายแพทย์จิระ จารุศังข์ กล่าวว่า ตั้งแต่เป็นเด็กเมื่อเปิดโทรทัศน์ก็มักจะพบภาพคณะแพทย์ไปรักษาคนไข้ตามชนบทอยู่เป็นประจำ  ในใจเกิดความสงสัยอยู่ตลอดว่าเขาไปกันทำไมไปทำอะไร ความสงสัยได้เปลี่ยนเป็นแรงบันดาลใจที่จะทำเพื่อผู้อื่น และเป็นแรงผลักดันในการเรียนด้วยความตั้งใจว่าเราจะเป็นหนึ่งในทีมแบบนั้นสักวัน แล้ววันนี้ก็มาถึงวันที่ได้จบเป็นแพทย์ ได้มีโอกาสเป็นส่วนหนึ่งในหน่วยแพทย์พระราชทาน ซึ่งครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ได้มาออกหน่วยแพทย์ในลักษณะแบบนี้ มีความรู้สึกมากมายทั้งดีใจที่ได้เห็นรอยยิ้มของเด็กๆ หรือความรู้สึกเศร้าใจที่ได้เห็นความลำบากในการเข้าถึงบริการสาธารณสุขและความเจริญ

เมื่อได้มาสัมผัสกับตัวเองเป็นอะไรที่บรรยายออกมาไม่ถูกแต่ได้รู้ว่าโอกาสของคนเราไม่เท่ากันจริงๆ ซึ่งรู้สึกดีใจที่มีโอกาสมาเป็นส่วนหนึ่งที่ให้การรักษาเด็กและชาวบ้านและมากกว่าการรักษาคือการส่งเสริมสุขภาพให้ชาวบ้านได้ตระหนักว่าแม้จะอยู่ในสถานที่ห่างไกลแต่เรื่องสุขภาพไม่ใช่เรื่องไกลตัวเพราะการมีสุขภาพที่ดีคือการรักษาที่ยั่งยืนที่สุด หากมีโอกาสก็อยากจะเป็นส่วนหนึ่งที่ได้ช่วยและสนับสนุนหน่วยแพทย์พระราชทานต่อไป ด้วยหวังอยากให้คนไทยมีสุขภาพดีและมีความสุข

นายแพทย์วิชญ์ สุวรรประศาสน์ กล่าวว่า รู้สึกภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่ได้มีโอกาสเป็นส่วนหนึ่งในการมอบสิ่งดีๆ กลับคืนสู่สังคม ก่อนหน้านี้ก็เคยได้ยินเกี่ยวกับกิจกรรมออกหน่วยแพทย์พระราชทานก็มีความรู้สึกอยากมาออกหน่วยสักครั้งในชีวิต เมื่อทราบว่าทางศูนย์การแพทย์ปัญญานันทภิกขุ ชลประทาน เปิดรับสมัครแพทย์อาสาออกหน่วยแพทย์พระราชทาน จึงไม่ลังเลที่จะสมัครเข้าร่วมกิจกรรมดีๆ ในครั้งนี้ และเมื่อได้มาจริงๆ ก็รู้สึกปลาบปลื้มและมีความสุขมากๆ ที่ได้มีโอกาสนำความรู้ที่มาใช้ตรวจรักษาน้องๆ นักเรียน รวมไปถึงคุณครูและประชาชนทั่วไป การมาออกหน่วยแพทย์พระราชทานที่จังหวัดน่านครั้งนี้ถือว่าเป็นประสบการณ์อันล้ำค่าอย่างยิ่ง หากมีโอกาสก็อยากจะกลับมาร่วมกิจกรรมดีๆ และส่งต่อความสุขให้แก่สังคมแบบนี้อีกแน่นอน

สำหรับที่ศูนย์การเรียนรู้ตำรวจตระเวนชายแดนบ้านห้วยลู่ มีเด็กนักเรียนเข้ารับการตรวจรักษา จำนวน 26 คน และประชาชน จำนวน 45 คน ส่วนที่ศูนย์การเรียนรู้ตำรวจตระเวนชายแดนเฉลิมฉลอง 100 ปีฯ มีเด็กนักเรียนเข้ารับการตรวจรักษา จำนวน 63 คน และประชาชน จำนวน 14 คน ซึ่งโรคที่พบมากที่สุด คือ โรคทางระบบเหงือกและฟัน รองลงมาคือโรคระบบทางเดินหายใจและโรคทางผิวหนัง

ศูนย์การแพทย์ฯ ชลประทาน ยังได้นำสิ่งของขาดแคลน เช่น เสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่ม ข้าวสารอาหารแห้ง เครื่องเขียน ผ้าอนามัย และยาสามัญประจำบ้าน ที่มีผู้มีจิตศรัทธาและองค์กรภาครัฐและเอกชนร่วมบริจาค ไปมอบให้กับเด็กนักเรียนทั้งสองโรงเรียนด้วย

 
ทีมบุคลากรทางการแพทย์จิตอาสาดังกล่าว เป็นหนึ่งในพันธกิจของศูนย์การแพทย์ปัญญานันทภิกขุ ชลประทาน มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ที่พร้อมช่วยเหลือประชาชนและสร้างประโยชน์ให้สังคมด้วยหัวใจความเป็นมนุษย์ สืบสานปณิธานของหลวงพ่อปัญญานันทภิกขุ อดีตเจ้าอาวาสวัดชลประทานรังสฤษดิ์ “ยิ่งให้…ยิ่งได้”

โดย…นางสาวอาธร สิทธิสาร  หัวหน้างานบริหารทรัพย์สิน ฝ่ายบริหารทรัพย์สินและกิจการพิเศษ ศูนย์การแพทย์ปัญญานันทภิกขุ ชลประทาน มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ

เสียงสะท้อนคนชายแดนปราจีนฯ!ไม่เชื่อใจเขมรหยุดยิง…เผลอเป็นลอบกัด

หลังมีการลงนามหยุดยิงระหว่างไทยกับกัมพูชาเป็นเวลา 72 ชั่วโมง  ได้ลงพื้นที่มาที่ศูนย์พักพิงชั่วคราววัดราษฎร์เจริญศรัทธาธรรมเทศบาลตำบลกรอกสมบูรณ์ อ.ศรีมหาโพธิ จ.ปราจีนบุรี ซึ่งเป็นอีกจุดที่มีผู้อพยพจากจังหวัดสระแก้ว  ในภาวะเกิดความไม่สงบตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชาเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา

ทั้งนี้มีผู้อพยพ 86 คน เข้าพักพิงที่ศูนย์ 54 คน จำแนกเป็นผู้สูงอายุ 8 คนเด็กและเยาวชน 21 คนผู้พิการ 2 คนชาย 23คน หญิง 31 คนรวม 54 คน และ มีผู้อพยพอยู่ที่นอกศูนย์(บ้านญาติ)ชาย 14 คนหญิง 18 คนรวม 32 คน ทั้งหมดที่เดินทางมาจากอำเภอตาพระยาจังหวัดสระแก้ว  รวม 86 คน

โดยผู้อพยพพี่มาอาศัยอยู่ที่ศูนย์พักพิงชั่วคราว ได้รับการดูแลจากทางจังหวัดและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นท้องถิ่น(อปท.) กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อสม.เป็นอย่างดี และจัดเจ้าหน้าที่อปพร.มาดูแลความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง รวมถึงมีเจ้าหน้าที่สายตรวจจากสภ.ระเยาะไผ่ อ.ศรีมหาโพธิ เข้ามาดูแลความสงบเป็นระยะทุกวัน

จากที่มีการเจรจาหยุดยิงของทางการไทย-กัมพูชาเป็นเวลา 72 ชั่วโมง  นั้น   ผู้อพยพฯพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าไม่เชื่อใจเขมร โดยคำพูดเหมือนกันเป็นสำนวนมายาวนาน … เขมรคบได้แค่เช้าถึงเพล หากบ่ายเป็นอย่างอื่นทันที ….หรือ บางคนกล่าวถึงว่า  เขมรคบได้แค่เพียงอึดใจ  “เขมรช่วงแค่หม้อข้าวเดือดเท่านั้น” พอข้าวสุกก็เป็นอย่างอื่นไปแล้ว  บางคนเปรียบเปรยไปว่า  “เขมรเลี้ยงไม่เชื่อง”หรือฉายาสุดท้าย  …ไอ้ลอบกัด!

นางศรีนวน หลอดแก้ว อายุ 61 ปี อพยพมาจากหมู่ที่ 3 ต.ทัพไทย อ.ตาพระยา จ.สระแก้ว และนางณิชานนท์ หลอดแก้ว(แม่ลูก) พื้นที่ประกาศกฎอัยการศึก กกล.บูรพา หรือเคอร์ฟิว  กล่าวว่า ไม่เชื่อใจหรอกเขมรน่ะคบไม่ได้ถ้าเรากลับบ้านมันก็ลอบกัดข้างหลังอีก ขออยู่นี่ก่อน

ฝากให้เขมรมันอย่าลอบกัดก็แล้วกัน ยอมรับความจริงบ้างเหอะ พี่มันมาลอบกัดไทยเราเนี่ยสงสารทหารลูกหลานที่ไปรบตายไปก็เยอะ สงสารให้ยอมรับความจริงดินแดนนี้เป็นของไทยพื้นที่ดินแดนไทยให้ยอมรับความจริงบ้างไม่ใช่เป็นของตัวเอง ให้ทหารสู้ๆเราเป็นกำลังใจให้จ้า

ขณะที่นางน้อย มิ่งกระโทก กล่าวว่าตนกับครอบครัวอพยพมาจากตำบลป่าไร่จังหวัดสระแก้ว  อพยพมาอยู่ที่นี่ได้อาทิตย์หนึ่ง แล้วกลับไปบ้านได้คืนเดียวได้รีบกลับออกจากบ้านอีก  เพราะอยู่ไม่ได้เนื่องจากทหารเขมรมันยิงปืนเข้ามาตกฝั่งไทยทั้งวัน จึงรีบกลับมาอยู่ที่ศูนย์อพยพอีกครั้งหนึ่ง

โดย… มานิตย์ สนับบุญ-ข่าว/ ทองสุข สิงห์พิมพ์-ภาพ / ปราจีนบุรี ###

พระราชทานน้ำหลวงอาบศพ “จ.ส.อ.พีรยุทธ น้าวิลัยเจริญ” วีรบุรุษผู้เสียสละเพื่อชาติ

ปราจีนบุรี –มทบ.12ประธานพิธีรดน้ำหลวงอาบศพพระราชทาน วางพวงมาลาพระราชทานทหารกล้า “จ.ส.อ.พีรยุทธ น้าวิลัยเจริญ” วีรบุรุษผู้เสียสละเพื่อชาติ รายที่ 27  พ่อแม่ภูมิใจ ลูกชายคนเดียวที่รับราชการ

เมื่อวันที่ 28 ธันวาคม 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.ปราจีนบุรี   ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กรมทหารปืนใหญ่ที่ 2 รักษาพระองค์แจ้งกำหนดพิธีเคลื่อนร่างทหารกล้า จ.ส.อ.พีระยุทธ  หรือ จ่าคิว น้าวิลัยเจริญ  อายุ 35 ปี  สังกัด กองพันทหารปืนใหญ่ที่ 2 กรมทหารปืนใหญ่ที่ 2 รักษาพระองค์  อำเภอเมืองปราจีนบุรี จังหวัดปราจีนบุรี   เสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ปกป้องอธิปไตย พื้นที่ อ. อรัญประเทศ จ.สระแก้ว วันที่ 27 ธ.ค. 2568

เวลา 10.30 น.เคลื่อนย้ายร่างออกจากห้องรับศพในอาคารนิติเวช รพ.เจ้าพระยาอภัยภูเบศร ต.ท่างาม อ.เมืองปราจีนบุรี จ.ปราจีนบุรี  หลังจากชันสูตรแล้ว โดยมี นางหนึ่งฤทัย   น้าวิลัยเจริญ มารดา อายุ55ปี  นายบัญชา  น้าวิลัยเจริญ อายุ57 ปี  บิดา  นางสุรีรัตน์   น้าวิลัยเจริญ ภรรยา และ น้องวิวิว  อายุ 3ขวบลูกสาว พร้อมประชาชนจำนวนมากรอรับออกจากห้องรับศพพร้อมร้องเพลงชาติไทยรับร่าง

จากนั้นได้นำร่างเคลื่อนต่อ  ที่โรงพยาบาลค่ายจักรพงษ์  เพื่อทำการตกแต่งศพและบรรจุร่างก่อนเคลื่อนย้ายร่างต่อไปยังวัดแจ้ง ที่ศาลาเพ็ชรประสิทธิ์ ต.หน้าเมือง อ.เมืองปราจีนบุรี จ.ปราจีนบุรี พบประชาชนจำนวนมากและกองทหารกองเกียรติยศกำลังพล  ครอบครัวทหาร รอรับศพและเคลื่อนย้ายเพื่อตั้งบำเพ็ญพิธีทางศาสนา

ต่อมา  เวลา 17.30 น. พลตรีเสกสรรค์ พรมศักดิ์ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 12 (มทบ.12) เป็นประธานฝ่ายฆราวาสในพิธีรดน้ำหลวงอาบศพพระราชทาน วางพวงมาลาพระราชทาน และนำรดน้ำศพ  โดยมีพระครูสิริเมธากร เจ้าคณะอำเภอศรีมหาโพธิฝ่ายธรรมยุตเป็นประธานฝ่ายสงฆ์  

และนายธนาธิป โคกมณี รองผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี  เป็นผู้มอบ สิ่งของ และเงิน พระราชทาน แก่นางสุรีรัตน์   น้าวิลัยเจริญ ภรรยา  ท่ามกลางบรรยากาศเต็มไปด้วยความโศกเศร้าและอาลัยยิ่งของญาติพี่น้อง ครอบครัว เพื่อนทหาร และประชาชนที่ร่วมพิธีด้วยความเคารพและสำนึกในความเสียสละความอาลัยและร่วมสดุดีความกล้าหาญความเสียสละอันยิ่งใหญ่ของทหารกล้าผู้จากไป จ.ส.อ.พีระยุทธ  หรือ จ่าคิว น้าวิลัยเจริญ  พร้อมส่งกำลังใจแก่ครอบครัว ญาติ

ทั้งนี้มีกำหนดการสวดพระอภิธรรมและพระราชทานเพลิงศพ ณ วัดแจ้ง ตำบลหน้าเมือง อำเภอเมือง จังหวัดปราจีนบุรี โดย วันที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2568  หลังพิธีรดน้ำศพแล้ว  เวลา 19.30 น. พิธีสวดพระอภิธรรม (วันที่ 28 – 30 ธันวาคม)
วันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2568  เวลา 16.30 น. พิธีพระราชทานเพลิงศพ ณ เมรุวัดแจ้ง

สำหรับ จสอ. พีรยุทธ หรือ จ่าคิว  น้าวิลัยเจริญ อายุ 35 ปี   สำเร็จการศึกษานักเรียนนายสิบทหารบกเหล่าทหารปืนใหญ่รุ่นที่16/55   มารดาชื่อ นางหนึ่งฤทัย   น้าวิลัยเจริญ อายุ55ปี  นายบัญชา  น้าวิลัยเจริญ อายุ57 ปี  บิดา  มีภรรยาชื่อนางสุรีรัตน์   น้าวิลัยเจริญ และ มีลูกสาว น้องวิวิว  อายุ 3ขวบ   จ.ส.อ. พีระยุทธ น้าวิลัยเจริญ หรือ จ่าคิว เป็นวีระบุรุษผู้พลีชีพทหารกล้าiรายที่27  ขณะปฏิบัติหน้าที่ดูแลความปลอดภัยของแผ่นดินในพื้นที่อำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว ก่อนหยุดยิง 10นาทีทำหน้าที่ของตัวเองจนวินาทีสุดท้าย อย่างสมเกียรติของทหารหาญ

นายบัญชา น้าวิลัยเจริญอายุ57 ปี  บิดา  บอกว่า   พ่อภูมิใจ ที่ปฏิบัติหน้าที่  เป็นลูกชายคนเดียวที่รับราชการ   

ด้านนางหนึ่งฤทัย   น้าวิลัยเจริญ อายุ55ปี   มารดา กล่าวว่า ภูมิใจกับการทำหน้าที่ของลูกชายที่ทำหน้าที่ดีที่สุด  โดยมีบุตร รวม 4 คน จสอ. พีรยุทธ หรือ จ่าคิว  เป็นลูกคนที่ 2 เป็นคนร่าเริง ก่อนเสียเสียชีวิต ได้โทรมาคุยกับแม่เป็นครั้งสุดท้ายโดยไม่มีลางสังหรณ์ใด ๆ  นางหนึ่งฤทัย   นางหนึ่งฤทัย   กล่าว

โดย… มานิตย์ สนับบุญ -ข่าว/ณัฐนันท์-ภาพ /ปราจีนบุรี ###

.

ตำนานหงส์แดง “สตีฟ แม็คมานามาน” บุกพัทยา“JAS-Monomax” บูมบอลริมทะเลครั้งแรกในไทย

ส่งท้ายปีด้วยความมันส์ระดับโลก! เมื่อ บริษัท จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ JAS ผู้ถือลิขสิทธิ์หลักฟุตบอลพรีเมียร์ลีกและเอมิเรตส์เอฟเอคัพอย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียว ร่วมกับ Monomax แพลตฟอร์มหลักในการถ่ายทอดสดฟุตบอลพรีเมียร์ลีกและเอมิเรตส์เอฟเอคัพตลอด 6 ฤดูกาล เนรมิตชายหาดพัทยากลางให้กลายเป็นพื้นที่เชียร์ฟุตบอลสุดยิ่งใหญ่

ที่รวมทั้งกีฬา ความบันเทิง และบรรยากาศริมทะเลไว้ในงานเดียวกับกิจกรรม “Monomax : Watch Party on the Beach” เมื่อวันเสาร์ที่ 27 ธันวาคมที่ผ่านมา โดยมีแฟนบอลและนักท่องเที่ยวหลั่งไหลเข้าร่วมกิจกรรมภายในงานและลุ้นของรางวัล Exclusive สุดพิเศษกันอย่างเนืองแน่นตั้งแต่ช่วงบ่ายจนค่ำ สร้างสีสันใหม่ให้กับเมืองพัทยาอย่างแท้จริง

งาน “Monomax : Watch Party on the Beach”  ได้รับเกียรติจากทีมผู้บริหารกลุ่ม JAS และทีมผู้บริหารกลุ่ม MONO นำโดย คุณซัง โด ลี กรรมการ บริษัท จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน), คุณวรพรรณ จันทร์เพ็ญ ประธานเจ้าหน้าที่การเงิน บริษัท จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน), คุณปิติฤดี ศิริสัมพันธุ์ ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายกำกับดูแลและกฎระเบียบ บริษัท จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน), คุณปัทมนันท์ พันธุ์ประเสริฐ ผู้อำนวยการฝ่าย บริษัท จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน), คุณหทัยทิพย์  หมัดจุ้ย ผู้อำนวยการธุรกิจ Monomax บริษัท โมโน สตรีมมิ่ง จำกัด และ คุณบรรณสิทธิ์ รักวงษ์ ประธานเจ้าหน้าที่ปฎิบัติการ บริษัท โมโน เน็กซ์ จำกัด (มหาชน) เข้าร่วมงานอย่างคึกคัก

โดยงานนี้ได้ 2 ทีมฟุตบอลเยาวชนอย่าง “หมอนทองวิทยา” และ “เมืองพัทยา 7” มาร่วมกิจกรรมกับแฟนบอลแบบใกล้ชิด พร้อมด้วยสีสันจากเหล่าพิธีกรรายการ Max Sport : Fan Zone นำโดย “โก๊ะตี๋ อารามบอย”, “เสนาหอย-เกียรติศักดิ์ อุดมนาค”, “Candid Kibt” และ “นิว-ชัยพล” พร้อมคอนเสิร์ตจากศิลปินชื่อดัง D Gerrard ทำให้บริเวณชายหาดพัทยา เต็มไปด้วยบรรยากาศแห่งการเฉลิมฉลองของแฟนบอลทุกเพศทุกวัย

และไฮไลต์สำคัญของงานคือการปรากฏตัวของตำนานลูกหนังระดับโลก “สตีฟ แม็คมานามาน” (Steve McManaman) อดีตปีกจอมพริ้วของลิเวอร์พูล ที่มาร่วมกิจกรรมแข่งขันเกมโดยนำรายได้จากการแข่งขันมอบให้แก่มูลนิธิโรงพยาบาลเมืองพัทยา นอกจากนี้ยังมีเซอร์ไพรส์พิเศษจากการโชว์โดรนแปรอักษรขึ้นข้อความ “Welcome Steve McManaman” กลางท้องฟ้าริมหาดพัทยาอย่างยิ่งใหญ่ต่อเนื่องยาวนานถึง 12 นาที สร้างความตื่นตาตื่นใจให้แฟนบอลและนักท่องเที่ยวตลอดแนวชายหาด

พร้อมพูดคุย วิเคราะห์เกมและร่วมชมถ่ายทอดสดบิ๊กแมตช์พรีเมียร์ลีกสุดเดือดระหว่าง “ลิเวอร์พูล” พบ “วูล์ฟแฮมป์ตัน” บนจอยักษ์ริมชายหาดที่ใหญ่ที่สุดครั้งแรกในประเทศไทย ความมันส์ยิ่งทวีคูณ เมื่อได้ 2 นักพากย์ขวัญใจแฟนบอล “บอบู๋-บูรณิจฉ์ รัตนวิเชียร” และ “แจ็คกี้-อดิสรณ์ พึ่งยา” มาร่วมปลุกอารมณ์เกม ท่ามกลางเสียงเชียร์ดังกึกก้องของแฟนหงส์แดงและแฟนหมาป่าที่รวมพลังกันเต็มชายหาด

ถือเป็นกิจกรรมส่งท้ายปีที่ยิ่งใหญ่และเปิดมิติใหม่ของการเชียร์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในประเทศไทย! แฟนบอลสามารถติดตามกิจกรรมพิเศษจาก Monomax ได้ทางแฟนเพจเฟซบุ๊ก Monomax Sport เพื่อไม่พลาดงานใหญ่ครั้งต่อไป

#JAS#WatchPartyOnTheBeach #Monomax #PremierLeague
#SteveMcManaman #Pattaya #Liverpool #Wolves

พล.อ.ชัยพฤกษ์ เสนาธิการทหารบกเยี่ยมบำรุงขวัญแนวหน้า “ปราสาทตาควาย-เนิน 350 “

“เสนาธิการทหารบก“ เยี่ยมบำรุงขวัญแนวหน้า ปราสาทตาควาย–เนิน 350 ชื่นชมกำลังพลเสียสละรักษาแผ่นดิน พร้อมยกคำน้องๆทหารแนวหน้าที่กล่างว่า ที่ๆเราเหยียบ แผ่นดินที่เรายืน จะเป็นของลูกหลานเราตราบชั่วกัลปาวสาน

พล.อ.ชัยพฤกษ์  ด้วงประพัฒน์ เสนาธิการทหารบก ได้เดินทางเข้าพื้นที่ชายแดนบริเวณปราสาทตาควาย และเนิน 350 เพื่อเยี่ยมบำรุงขวัญกำลังพลและมอบเครื่องบริโภคบริโภค ให้แก่กำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่บริเวณชายแดน 

ทั้งนี้เสนาธิการทหารบกได้กล่าวชื่นชม และกล่าวสดุดีแต่ความเสียสละของกำลังพลที่ดูแลพื้นแผ่นดินไทยและนำพื้นแผ่นดินไทยกลับคืนมา ตอนหนึ่งว่า “ผมขอยืมคำน้องๆ ทหารหาญในแนวหน้ามาใช้  ที่ๆ เราเหยียบ แผ่นดินที่เรายืน จะเป็นของลูกหลานเราตราบชั่วกัลปาวสาน”

.

ครอบครัวเศร้ารับร่าง “พลทหารทิวตะวัน พลเยี่ยม” วีรบุรุษสมรภูมิบ้านหนองจานกลับบ้านเกิด

อำนาจเจริญ-ครอบครัวสุดเศร้ารับ ร่างของ “พลทหารทิวตะวัน พลเยี่ยม”วีรบุรุษสมรภูมิรบบ้านหนองจานชายแดนไทย-กัมพูชา นำส่งกลับสู่มาตุภูมิที่จังหวัดอำนาจเจริญ อย่างสมเกียรติ

วันนี้ 28 ธ.ค.68 ร่างของ พลทหารทิวตะวัน พลเยี่ยม ถูกเคลื่อนออกจากสนามบิน กองบิน 21 จังหวัดอุบลราชธานี โดยรถยนต์ มาถึงยังวัดบ้านหนองแมงดาราษฎร์บำรุง ตำบลป่าก่อ อำเภอชานุมาน จังหวัดอำนาจเจริญ  ในเวลา 14.00 น. มี ทหารกองเกียรติยศ หัวหน้าส่วนราชการ ตำรวจ นักเรียน ญาติพี่น้องและประชาชนมาร่วมรอรับร่างทหารกล้า

พร้อมยืนโบกสะบัดธงชาติไทยแสดงความอาลัยและสดุดีความกล้าหาญของวีรบุรุษทหารกล้าของแผ่นดิน ท่ามกลางบรรยากาศแห่งความโศกเศร้า ที่เปี่ยมไปด้วยความภาคภูมิใจของชาวบ้านในพื้นที่ จากนั้นนายสมบัติ โคตคำ ปลัดอาวุโสอำเภอชานุมาน รักษาราชการแทนนายอำเภอชานุมาน ได้เป็นประธานในพิธีรดน้ำศพ ซึ่งมีหัวหน้าส่วนราชการ ทหาร ตำรวจ บิดา มารดา และญาติของ รวมทั้งประชาชนเข้าร่วมรดน้ำศพอย่างเนืองแน่น

พลทหารทิวตะวัน พลเยี่ยม ทหารกล้าสังกัดกองพันทหารราบที่ 2 กรมทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์  เสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ปกป้องอธิปไตยของชาติ ที่สมรภูมิบ้านหนองจาน อำเภอโคกสูง จังหวัดสระแก้ว เพื่อรักษาผืนแผ่นดินไทย เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2568 ที่ผ่านมา

ทั้งนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ทรงรับศพไว้ในพระบรมราชานุเคราะห์ พระราชทานน้ำหลวงและพระราชทานเพลิงศพเป็นกรณีพิเศษ ยังความปลื้มและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณแก่ครอบครัวของ พลทหารทิวตะวัน พลเยี่ยม อย่างหาที่สุดมิได้

โดยศพของพลทหารทิวตะวัน พลเยี่ยม จะตั้งบำเพ็ญกุศลที่วัดบ้านหนองแมงดาราษฎร์บำรุง ตำบลป่าก่อ อำเภอชานุมาน จังหวัดอำนาจเจริญและประกอบพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมในทุกคืน ไปจนถึงวันที่ 29 ธันวาคม 2568 จากนั้นในวันที่ 30 ธันวาคม 2568 จะมีพิธีพระราชทานเพลิงศพวีรบุรุษทหารกล้าต่อไป

ภาพ/ข่าว: ทิพกร   หวานอ่อน  ผู้สื่อข่าวจังหวัดอำนาจเจริญ รายงาน

.

“พล.ต.ท.อัตชัย ดวงอัมพร” ผู้สมัครพรรคไทยชนะ ชิง ส.ส.กทม.เขตทวีวัฒนา-ตลิ่งชัน ชูเบอร์ 4 นำโชค ยึด “ธรรมาภิบาล” สู้ศึกเลือกตั้ง

เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2568 หัวหน้าพรรคไทยชนะนำคณะผู้บริหาร ส่งผู้สมัคร ส.ส.แบบแบ่งเขต พร้อมจับหมายเลขเลือกตั้งในหลายพื้นที่ กทม.“พล.ต.ท.อัตชัย ดวงอัมพร” ผู้สมัครชิงส.ส.กทม. เขตทวีวัฒนา-ตลิ่งชัน ได้เบอร์ 4 นำโชค  และการเลือกพรรค (Party List) ได้ เบอร์ 17 ท่ามกลางบรรยากาศคึกคักและความเชื่อมั่นว่าจะสามารถคว้าที่นั่งในสภาได้อย่างแน่นอน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พรรคไทยชนะ นำโดย นายจักรพงศ์ ชื่นดวง หัวหน้าพรรคไทยชนะ พร้อมด้วย นายฐานวัฒน์ วิบูลย์ธนาสาร เลขาธิการพรรค, นายโกศล หกสุวรรณ และนายชนะศึก ศรีนุ่นวิเชียร รองหัวหน้าพรรค และคณะกรรมการบริหารพรรคฯ ร่วมกันส่งผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้งของพรรคไทยชนะ พร้อมเข้ารับการจับหมายเลขผู้สมัคร ผลการจับหมายเลขผู้สมัครของพรรคไทยชนะ มีดังนี้ พล.ต.ท.อัตชัย ดวงอัมพร ผู้สมัคร ส.ส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง เขต 31 ทวีวัฒนา–ตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร ได้หมายเลข 4 , นายเสน่ห์ ศิลปเจริญ ผู้สมัคร ส.ส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง เขต 18 หนองจอก กรุงเทพมหานคร ได้หมายเลข 2 ,นายณัฐกิตติ์ ฉัตรภรณ์ลักษมี ผู้สมัคร ส.ส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง เขต 1 จังหวัดพิษณุโลก ได้หมายเลข 1  

 นายจักรพงศ์ ชื่นดวง หัวหน้า พรรคไทยชนะกล่าวว่า วันนี้พรรคไทยชนะ พรรคการเมืองของประชาชน พวกเรามาสมัครสส.ในเขตเลือกตั้ง ปรากฏว่าเขตตลิ่งชันได้หมายเลข 4 เขตหนองจอก ได้หมายเลข 2 และที่ต่างจังหวัดอีกแห่งหนึ่ง ได้แก่ จังหวัดพิษณุโลก ได้หมายเลข 1

“พวกเราทุกคนเป็นพรรคการเมือง มุ่งเน้นเรื่องของธรรมาภิบาล อยากให้บ้านเมืองของเราเป็นการเมืองที่ใสสะอาด ทำงานเพื่อส่วนรวมของพี่น้องประชาชนอย่างแท้จริง โดยพรรคมีแนวคิดที่ต้องการ ปลดหนี้สินของคนไทยทั้งประเทศ คนที่ติดเครดิตบูโร คนที่เป็นหนี้สินไม่เกิน 200,000 บาท มีไม่น้อยกว่า 5 ล้านคน เราอยากให้คนไทยลืมตาอ้าปากได้ นั่นคือสิ่งที่พรรคอยากจะทำ

นอกนี้เราอยากเห็นกรุงเทพมหานคร มี Wi-Fi ในทุกชุมชน และต้องเป็น Wi-Fi ที่ฟรี ผู้สูงอายุหลายท่าน ได้นำเสนอกับพรรคไทยชนะว่า ได้เงินค่าผู้สูงอายุ เพียง 600 บาท ต้องมาจ่ายค่า Wi-Fi  550 บาทไม่เหลือเงินเลย ฉะนั้นวันนี้ต้องมี Wi-Fi ฟรีไว้บริการชุมชน  อันนี้เป็นสิ่งที่เราอยากจะให้เป็นสวัสดิการของพี่น้องคนไทย พี่น้องที่อยู่ในเขตกรุงเทพมหานครด้วย”

อีกทั้งพรรคยังมองถึงเรื่องค่าทางด่วน ที่เราสูญเสียเงิน กระทบกับเศรษฐกิจโดยรวม จากปัญหาการจราจร หากทางด่วนเราสามารถขึ้นได้ฟรี เหมือนอย่างต่างประเทศ ก็จะไม่มีปัญหารถไม่ติด ทางหลวงขึ้นได้ฟรี ขึ้นตรงไหนลงตรงไหนก็ได้ มีทางขึ้นทางลงเยอะๆ ผมเชื่อว่าเศรษฐกิจเมืองไทยเราจะดีขึ้น โดยเฉพาะ เศรษฐกิจของคนกรุงเทพมหานครของเราจะอยู่ดีมีความสุข

“วันนี้ เราส่ง ส.ส. เขตกรุงเทพมหานคร  ก็อยากให้พี่น้องทุกชุมชนคนกรุงเทพมหานคร เลือกพรรค ไทยชนะ ให้โอกาสพรรคไทยชนะ มาทำงานให้บ้านเมือง เป็นพรรคการเมืองของประชาชน เป็นพรรคการเมืองของทุกท่านทุกคน”

พล.ต.ท.อัตชัย ดวงอัมพร” ผู้สมัครเบอร์ 4 เขตทวีวัฒนา-ตลิ่งชัน พรรคไทยชนะกล่าวว่า วันนี้ ผมได้โอกาส มาสมัครเป็น ส.ส. เขตทวีวัฒนา โดยความอนุเคราะห์ของท่านจักรพงศ์ ชื่นดวง หัวหน้าพรรคไทยชนะ และคณะกรรมการบริหารพรรคทุกท่านที่ให้การสนับสนุน 

สำหรับ ในเขตทวีวัฒนา ผมเป็นผู้สมัครเบอร์ 4 ขออาสาเป็นผู้แทนเพื่อพ่อแม่พี่น้องเขตทวีวัฒนา-ตลิ่งชัน โดยมุ่งเน้นนโยบาย ส่งเสริมอาชีพพัฒนาชุมชน ปลอดจากอาชญากรรมอย่างเต็มความสามารถ จากประสบการณ์ที่สะสมมาตลอดชีวิตการทำงานราชการตำรวจ

“ตลอดระยะเวลา 2 เดือนที่ผ่านมาผมได้เข้าไปพบปะพี่น้องประชาชนในพื้นที่ เขตทวีวัฒนา-ตลิ่งชัน และต่อจากนี้ผมจะเข้าไปเยี่ยมเยือนพ่อแม่พี่น้องทุกชุมชนอย่างต่อเนื่อง เพื่อรับฟังปัญหา และขออาสาเป็นตัวแทนแก้ไข และพัฒนาความเป็นอยู่ของพี่น้องชุมชนให้ดียิ่งขึ้น”

ในการส่งผู้สมัครครั้งนี้ พรรคไทยชนะได้ชูนโยบาย ยึดหลักธรรมาภิบาล ความโปร่งใส และการเมืองสะอาด เป็นหัวใจสำคัญของการเลือกตั้ง โดยมีนโยบายเด็ดดังนี้

•ยกเลิก เครดิต บูโร ยกเลิกคนค้ำประกันสินเชื่อ ผ่อนปรนยึดทรัพย์ ขายทอดตลาด ล้มละลาย
•SMEs OTOP GO INTER นวัตกรรมเข้าถึงแหล่งเงินทุนเข้าถึง ตลาดต่างประเทศ
•ออกเอกสารสิทธิ์ ที่อยู่อาศัย และที่ดินทำกิน
•นโยบายสวัสดิการ แม่เลี้ยงเดี่ยว พ่อเลี้ยงเดี่ยวบุตรเรียนฟรีถึงปริญญาตรี
•โซล่าเซลล์ครัวเรือน คนละครึ่ง
•ปฏิรูปองค์กรตำรวจ ปราบสแกมเมอร์
•คอร์รัปชั่น ยาเสพติด ลดดอกเบี้ย เงินกู้ตำรวจ
•ปลดล็อก กยศ. อาชีวะ
•นโยบายท่องเที่ยว วัฒนธรรม เชิงพุทธ
•นโยบายป้องกันน้ำท่วมกรุงเทพฯ สร้างถนนพนังกั้นน้ำตลอดแนวชายทะเล
•ทางด่วนฟรีเพิ่มมูลค่าเศรษฐกิจกรุงเทพมหานคร

.

ปาร์ตี้ลิสต์คึกคัก พรรคใหญ่ได้เลขจำง่าย วิชชั่นใหม่ชู “ทางเลือกที่สาม” เบอร์ 24

เมื่อวันที่ 28 ธันวาคม 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการเปิดรับสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) แบบบัญชีรายชื่อ (ปาร์ตี้ลิสต์) ณ โรงแรมเซ็นทารา ไลฟ์ ศูนย์ราชการและคอนเวนชันเซ็นเตอร์ แจ้งวัฒนะ ซึ่งคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กำหนดให้เป็นสถานที่รับสมัครและให้พรรคการเมืองแจ้งรายชื่อบุคคลที่จะแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี โดยพรรคการเมืองทั้ง 52 พรรคที่มาลงทะเบียนก่อนเวลา 08.30 น. ผ่านการตรวจเอกสารครบถ้วนทุกพรรค ก่อนที่ในเวลา 10.00 น. จะเข้าสู่ขั้นตอนการจับสลากหมายเลข หลังไม่สามารถตกลงลำดับการยื่นใบสมัครได้

บรรยากาศการจับฉลากเป็นไปอย่างคึกคัก ท่ามกลางการจับตาของสื่อมวลชนและผู้สังเกตการณ์ทางการเมือง โดยกระบวนการดำเนินไปอย่างเรียบร้อยตามขั้นตอนของ กกต. สะท้อนภาพการแข่งขันเชิงสัญลักษณ์ตั้งแต่วันแรกของสนามเลือกตั้ง ซึ่งมีทั้งพรรคการเมืองขนาดใหญ่และพรรคการเมืองน้องใหม่เข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง

หนึ่งในพรรคการเมืองน้องใหม่ที่เข้าร่วมจับฉลากในวันนี้ คือ พรรควิชชั่นใหม่ ซึ่งได้รับหมายเลข 24 สำหรับการเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อ พร้อมประกาศความพร้อมลงสนามเลือกตั้งปี 2569 ทั้งในระบบแบ่งเขตและระบบปาร์ตี้ลิสต์ โดยชูแนวคิดการทำงานการเมืองที่ต้องมีความต่อเนื่องและใกล้ชิดกับประชาชน ไม่จำกัดเฉพาะช่วงการเลือกตั้ง แต่เป็นการทำงานเชิงบริการต่อสาธารณะอย่างสม่ำเสมอ

นายธงรบ ด่านอำไพ ผู้ถูกเสนอชื่อเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีลำดับที่ 1 พรรควิชชั่นใหม่ เปิดเผยภายหลังเสร็จสิ้นการจับฉลากหมายเลขพรรคว่า แม้บรรยากาศการเมืองในวันนี้จะเห็นได้ชัดว่าพรรคการเมืองขนาดใหญ่มีความพร้อมและได้เปรียบในหลายด้าน แต่พรรคการเมืองขนาดเล็กไม่ควรถูกตัดออกจากสมการการเมืองไทย โดยพรรคยังคงเดินหน้าส่งผู้สมัครทั้งแบบแบ่งเขตและแบบบัญชีรายชื่อให้มากที่สุดเท่าที่ศักยภาพจะเอื้ออำนวย พร้อมวางตำแหน่งตัวเองเป็น “ทางเลือกที่สาม” ท่ามกลางบริบทที่ประเทศกำลังเผชิญปัญหาซ้อนทับ ทั้งการเมืองที่ติดหล่มทางโครงสร้าง หนี้ครัวเรือนพุ่งสูง ปัญหาคอร์รัปชันเชิงระบบ และการก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างรวดเร็ว

นายธงรบกล่าวว่า พรรคไม่ได้ตั้งขึ้นมาเพื่อแสวงหาอำนาจทางการเมืองในระยะสั้น แต่ต้องการเป็นอีกหนึ่งทางเลือกของประชาชนที่เบื่อหน่ายกับการเมืองแบบเดิมและความขัดแย้งซ้ำซาก พร้อมย้ำว่า หมายเลข 24 ที่พรรคได้รับในวันนี้ จะถูกใช้เป็นทั้งสัญลักษณ์และ motto ของพรรค “วิชชั่นใหม่ บริการ 24 ชั่วโมง” เพื่อสะท้อนแนวคิดการทำงานการเมืองที่ต้องพร้อมรับใช้และรับฟังประชาชนตลอด 24 ชั่วโมง ไม่ว่าจะอยู่ในหรืออยู่นอกช่วงการเลือกตั้ง

“เรายอมรับว่าพรรคเล็กอย่างเราอาจถูกมองข้ามเมื่อเทียบกับพรรคใหญ่ แต่สิ่งสำคัญไม่ใช่ขนาดของพรรค หากคือคำตอบที่เรานำเสนอให้กับประเทศ ปัญหาที่ประเทศไทยกำลังเผชิญอยู่ในวันนี้ ล้วนกระทบต่อคุณภาพชีวิตของประชาชนและศักยภาพการแข่งขันของประเทศในระยะยาว พรรควิชชั่นใหม่จะใช้หมายเลข 24 เป็นเครื่องย้ำเตือนว่า การเมืองต้องทำงานให้ประชาชนตลอดเวลา ไม่ใช่เฉพาะช่วงหาเสียง และจะพยายามผสานเทคโนโลยี ปัญญา และจริยธรรม เพื่อเป็นทางเลือกใหม่ของการเมืองไทยในการเลือกตั้งปี 2569” นายธงรบ กล่าว

พรรควิชชั่นใหม่ ก่อตั้งขึ้นภายใต้การนำของ นายพิเชษฐ สถิรชวาล อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม และอดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม โดยมี นายสุโท สร้างคำ นักยุทธศาสตร์การเมือง ทำหน้าที่เลขาธิการพรรค พร้อมทีมงานจากอดีตนักการเมือง ข้าราชการ และนักวิชาการ ยืนยันจุดยืนไม่ฝักใฝ่ขั้วใดสุดโต่ง และมุ่งเสนอทางออกเชิงระบบมากกว่าการแข่งขันทางอำนาจ

สำหรับหัวใจของพรรค คือปรัชญา “เศรษฐกิจมนุษย์” (Human Economy) ที่ปรับแนวคิดการพัฒนาประเทศจากการมุ่งตัวเลขกำไร มาให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิต ศักดิ์ศรี และความมั่นคงของมนุษย์ โดยประยุกต์จากแนวคิดพุทธเศรษฐศาสตร์ พร้อมผลักดัน 4 นโยบายเรือธง ได้แก่ สถาบันการเงินไร้ดอกเบี้ยเพื่อแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือนอย่างยั่งยืน นโยบายหนึ่งพรรคหนึ่งกระทรวงเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความรับผิดชอบทางการเมือง นโยบายบ้านหลังที่ 2 เพื่อรับมือสังคมสูงวัยผ่านระบบดูแลในชุมชน และการผลักดัน พ.ร.บ.ความโปร่งใส ใช้ AI ป้องกันการทุจริตเชิงระบบ

ทั้งนี้ พรรควิชชั่นใหม่ ตั้งเป้ากลุ่มผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่ยังไม่ตัดสินใจ ผู้สูงอายุ และประชาชนที่ต้องการการเมืองแบบประนีประนอม พร้อมวางตัวเป็นพรรคที่สามารถทำงานร่วมกับทุกขั้วอำนาจได้ หากได้รับความไว้วางใจจากประชาชน

พบ น้องอาย – นภัชชา มากับ เพลง อย่าชักช้า ใน คอนเสิร์ต “ส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ เคาท์ดาวน์”  ณ ตลาดบางปลา ไนท์มาร์เก็ต

ก่อนหน้าที่จะไปขึ้นเวทีคอนเสิร์ต “ส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ เคาท์ดาวน์”  ณ ตลาดบางปลา ไนท์มาร์เก็ต อ.เมือง จ.สมุทรสาคร  ที่จัดโดยเสี่ยต้อยสุโขทัย ทางนายห้างธงชัย- กฤษดา พุ่มฤทธิ์  บอสใหญ่ค่าย พุ่มฤทธิ์ เรคคอร์ด พร้อมทั้งทีมงานและศิลปินนักร้องในสังกัด นำโดย น้องอาย – นภัชชา   เจ้าของซิงเกิลเพลงใหม่“อย่าชักช้า เดินทางเข้าขอพร-เจิมหน้าผาก !! องค์พ่อสำเร็จ  ใน งานวันรำลึกองค์พ่อสำเร็จ  ณ ศาลเจ้าพ่อสำเร็จ โรงเจไท้ เอ็ก ตั๊ว  อ.บ้านแพ้ว จ.สมุทรสาคร  

               หลังจากเสร็จภารกิจในการมาร่วมงานวันรำลึกองค์พ่อสำเร็จ  ณ ศาลเจ้าพ่อสำเร็จ โรงเจไท้ เอ็ก ตั๊ว ได้เดินทางไปยัง ตลาดบางปลา ไนท์มาร์เก็ต อ.เมือง จ.สมุทรสาคร เพื่อขึ้นเวทีคอนเสิร์ต ในงาน“ส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ เคาท์ดาวน์”  ซึ่งจัดมาตั้งแต่วันเสาร์ที่27 ธันวาคม ถึงวันที่4มกราคม2569  โดยวันนี้วันอาทิตย์ที่28 ธันวาเป็นหน้าที่ของ น้องอาย – นภัชชา   ที่มากับความสนุกสนานกับผลงานเพลงใหม่ “อย่าชักช้า

 นอกจากนั้นยังได้เที่ยวชมบรรยากาศภายในงานอิ่มอร่อยกับรสชาติอาหารจานเด็ดเจ็ดย่านน้ำหลากหลายชนิดจับจ่ายใช้สอยซื้อสินค้าราคาถูกจากโรงงาน ตื่นตาตื่นใจไปกับเกมการละเล่นต่างๆอีกมากมายหลายชนิดรวมทั้งสวนสนุกชุดใหญ่ที่ได้มาตรฐานงานนี้ รับประกัน-การันตี  โดยเสี่ยต้อยสุโขทัย

               สุดท้าย !! ท้ายสุด ผมขอปักหมุดมาหยุดอยู่ที่ราคาค่าตัวสุดพิเศษ  สำหรับเจ้าภาพและเจ้าอาวาสวัดใดที่สนใจติดต่องานแสดงคอนเสิร์ต ของ น้องอาย นภัชชา สามารถ โทรมาจองคิวหรือปรึกษาและสอบถามรายละเอียดได้ที่ 063-296-4656  เสี่ยธงชัย -กฤษดา พุ่มฤทธิ์ คิดราคาพิเศษ  สวัสดี

                            หมึก มายา ประธานชมรมเพื่อนสื่อมวลชนสร้างสรรค์ประเทศไทย