อุตสาหกรรมหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ในมณฑลหูเป่ยขยายตัวต่อเนื่อง

มณฑลหูเป่ย ทางตอนกลางของจีนกำลังเร่งขับเคลื่อนการพัฒนาอุตสาหกรรมหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ โดยอาศัยความพร้อมด้านทรัพยากรทางวิทยาศาสตร์ การศึกษา และความได้เปรียบด้านฐานการผลิตอุตสาหกรรม

เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานควบคุมหุ่นยนต์เพื่อเก็บรวบรวมข้อมูลภายในศูนย์นวัตกรรมหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ ในเขตพัฒนาเทคโนโลยีขั้นสูงอู่ฮั่นตงหู ในนครอู่ฮั่น มณฑลหูเป่ย (ซินหัว)

ในปีนี้มณฑลหูเป่ยกำลังเร่งวางโครงสร้างและพัฒนาห่วงโซ่อุตสาหกรรมหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ โดยปัจจุบันมีทั้งผู้ผลิตหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์แบบครบวงจร และผู้ประกอบการด้านชิ้นส่วนหลักจำนวนมาก ครอบคลุมเทคโนโลยีสำคัญ เช่น ชิป ข้อต่ออัจฉริยะ และมือกลที่มีความคล่องแคล่วสูง สะท้อนถึงศักยภาพด้านนวัตกรรมและการผลิตขั้นสูงของพื้นที่

 เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานควบคุมหุ่นยนต์เพื่อเก็บรวบรวมข้อมูลภายในศูนย์นวัตกรรมหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ ในเขตพัฒนาเทคโนโลยีขั้นสูงอู่ฮั่นตงหู ในนครอู่ฮั่น มณฑลหูเป่ย (ซินหัว)

ขณะเดียวกัน ทางการมณฑลได้จัดตั้งศูนย์นวัตกรรมหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ภายในเขตพัฒนาเทคโนโลยีขั้นสูงอู่ฮั่นตงหู (Wuhan East Lake High-tech Development Zone) เพื่อสนับสนุนภาคธุรกิจด้านการวิจัยและพัฒนา ทั้งการทดสอบแนวคิด การจำลองสถานการณ์ใช้งานจริง และการบูรณาการข้อมูลจากหลากหลายภาคส่วน

ผู้คนเข้าเยี่ยมชมร้านหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ 7S ในเขตพัฒนาเทคโนโลยีขั้นสูงอู่ฮั่นตงหู ณ นครอู่ฮั่น มณฑลหูเป่ย (ซินหัว)

การดำเนินการดังกล่าวมีส่วนช่วยส่งเสริมการบูรณาการเชิงลึกระหว่างนวัตกรรมทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีกับนวัตกรรมอุตสาหกรรม ตอกย้ำบทบาทของมณฑลหูเป่ยในฐานะหนึ่งในศูนย์กลางสำคัญของอุตสาหกรรมหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ของจีนในอนาคต

ที่มา People’s Daily Online

ปะทะเดือด!เขมรยิงปืน ค. ตกชุมชนโคกสูง ไฟไหม้ยุ้งข้าวชาวบ้าน

ทหารเขมรเปิดเช้า! ยิงปืน ค. ตกชุมชนโคกสูง ค. ตกบริเวณชุมชน อ.โคกสูง จ.สระแก้ว ไฟไหม้ยุ้งข้าวชาวบ้าน ไทยโต้กลับกว่า 200 นัด

สถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชาปะทุความรุนแรงตั้งแต่ช่วงเช้า เมื่อฝ่ายกัมพูชายิงกระสุนปืนครก (ค.) ตกในพื้นที่ชุมชน อำเภอโคกสูง จังหวัดสระแก้ว ส่งผลให้ยุ้งข้าวของนายพิสูตร จิตต์เทศ ชาวบ้านในพื้นที่ เกิดเพลิงไหม้และได้รับความเสียหาย

เหตุการณ์ดังกล่าวสร้างความตื่นตระหนกให้กับประชาชนในพื้นที่ เนื่องจากเป็นการยิงอาวุธตกในเขตพลเรือนโดยตรง เบื้องต้นยังไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต

ภายหลังการโจมตี กองกำลังฝ่ายไทยได้ตอบโต้ทันทีตามหลักการป้องกันตนเอง ใช้อาวุธยิงตอบโต้ไปยังที่ตั้งฝ่ายตรงข้ามอย่างหนัก รวมกว่า 200 นัด เพื่อยับยั้งการคุกคามและป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนเพิ่มเติม

ชาวสวนมะม่วงเฮ!ผลผลิตดีราคาพุ่งรับอานิสงส์ปิดด่านไทย-กัมพูชา

สวนมะม่วงอ่างทองติดช่อรอออกดอกเพียบ คาดผลผลิตดีรับราคาพุ่งอานิสงส์ปิดด่านไทย-กัมพูชา หน่วยงานเกษตร ฯ พร้อมผลักดันเกษตรกรรวมแปลงใหญ่-รับมาตรฐาน GAP

ที่ สวนมะม่วงแปลงใหญ่ ต.รำมะสัก อ.โพธิ์ทอง และสวนมะม่วงแปลงใหญ่ ต.สาวร้องไห้ อ.วิเศษชัยชาญ นางวินดา เหลี่ยมสมบัติ เกษตรและสหกรณ์จังหวัดอ่างทอง นายสุรพงษ์ เนตรพระ เกษตรจังหวัดอ่างทอง นายเสกสม แจ้งจิต ประชาสัมพันธ์จังหวัดอ่างทอง เกษตรอำเภอโพธิ์ทอง เกษตรอำเภอวิเศษชัยชาญ ลงพื้นที่เตรียมความพร้อมก่อนเข้าสู่ฤดูผลผลิต พร้อมรับฟังข้อเสนอจากเกษตรกร ซึ่งพบว่าจากสภาพอากาศที่ค่อนข้างเย็น ทำให้มะม่วงติดช่อออกดอก คาดว่าปีนี้ผลผลิตจะดีเป็นที่น่าพอใจของเกษตรกร

นอกจากนี้ ราคามะม่วงยังเพิ่มสูงขึ้นจากหลายปัจจัย ทั้งการยังไม่ถึงฤดูที่ผลผลิตมะม่วงทั่วประเทศเข้าสู่ตลาดพร้อมกัน รวมถึงมาตรการปิดด่านชายแดนไทย-กัมพูชา ทำให้มะม่วงจากประเทศเพื่อนบ้านนำเข้ามาไม่ได้ ส่งผลให้ความต้องการในประเทศมีมากขึ้น และราคามะม่วงในประเทศปรับเพิ่มสูงขึ้น

 “นายสำเริง ครองตน” และ “นางนงนุช แต่งงาม” รองประธานแปลงใหญ่มะม่วง ต.รำมะสัก อ.โพธิ์ทอง จ.อ่างทอง กล่าวว่า อยากให้ภาครัฐพิจารณางดการนำเข้ามะม่วงจากประเทศเพื่อนบ้าน หรือหากต้องนำเข้ามาจริง ๆ ก็จำกัดโควตาให้น้อยที่สุด เนื่องจากผลผลิตในประเทศมีเพียงพออยู่แล้ว หากนำเข้าในช่วงฤดูผลผลิตจะทำให้ไม่ได้ราคาเลย อย่างไรก็ตาม เนื่องจากการเป็นการปิดด่านครั้งแรกจึงยังไม่ทราบว่าระยะยาวจะเป็นอย่างไร หากราคามะม่วงหน้าสวนช่วงเดือน ก.พ.-มี.ค.69 ยังเป็นราคา 2 หลัก ไม่ใช่หลักเดียวอย่างปีที่ผ่านมา ก็ถือได้ว่ามาตรการปิดด่านมีผลชัดเจน

 นายสุรพงษ์ เนตรพระ เกษตรจังหวัดอ่างทอง กล่าวว่า เสียงสะท้อนจากเกษตรกรในวันนี้ จะเสนอไปยังหน่วยงานระดับสูงขึ้นไปให้ได้รับทราบ พร้อมเน้นย้ำให้เกษตรกรให้ความสำคัญกับการรวมกลุ่มแปลงใหญ่ เพื่อให้สามารถได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐ การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ รวมทั้งการลดต้นทุนปัจจัยการผลิต รวมถึงรส่งเสริมให้เกษตรกรได้รับมาตรฐาน GAP เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภค

 ด้านนางวินดา เหลี่ยมสมบัติ เกษตรและสหกรณ์จังหวัดอ่างทอง ยืนยันว่า หน่วยงานพร้อมหาตลาดรองรับให้กับเกษตรกร ซึ่งหากเกษตรกรได้รับมาตรฐาน GAP ก็จะช่วยเพิ่มช่องทางการตลาดได้หลากหลาย อีกทั้งยังทำให้ผลผลิตได้ราคาดี สร้างความยั่งยืนให้กับเกษตรกรด้วย

อ่างทองระดมเครื่องสูบฯ เคลียร์พื้นที่นาที่รับน้ำท่วม เพื่อเก็บเกี่ยวหลังออกรวง

เกษตรกรจังหวัดอ่างทองระดมเครื่องสูบฯ เคลียร์พื้นที่นาที่รับน้ำท่วม เพื่อเก็บเกี่ยวหลังออกรวง

เมื่อผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บริเวณคลองชนาง หมู่ 4 ต.ห้วยคันแหลน อ.วิเศษชัยชาญ จ.อ่างทอง พบว่าชาวนาได้ปล่อยน้ำทิ้งลงคลองทิ้งน้ำ ลำรางคลองชนาง แล้วร่วมกันระดมตั้งเครื่องสูบน้ำออกจากคลองน้ำทิ้งลงสู้คลองใหญ่  เพื่อให้พื้นนาที่น้ำท่วมหลายพันไร่ ข้าวกำลังสุกงอมหลายพันไร่ เพื่อเก็บเกี่ยวข้าวสร้างรายได้ หลังน้ำท่วมในพื้นที่จังหวัดอ่างทองลดลง แต่น้ำจำนวนมาก ในท้องทุ่งนายังเต็มพื้นทีนา และข้าวกำลังสุกงอม  ต้องเร่งสูบน้ำออกให้แห้ง แล้วต้องปล่อยให้ต้นข้าวแห้ง ก่อนเก็บเกี่ยว เพื่อให้ได้ราคา

นายชโลม ยอดทอง ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 2 ตำบลตลาดใหม่ เล่าให้ฟังว่า ชีวิตชาวนาต้องต่อสู้กับภัยทำชาติ น้ำท่วมน้ำแล้ง ปีนี้ได้เกิดอุทกภัยน้ำได้ไหลเข้าท่วมพื้นที่นา มีจมน้ำข้าวเสียหาย บางส่วนที่เหลือรอดมาใกล้เก็บเกี่ยวแล้วน้ำในท้องทุ้งยังไม่ลง ก็ต้องระดมเครื่องสูบน้ำมาช่วยกันสูบน้ำออก ส่วนทางชลประทานก็มาติดตั้งเครื่องช่วยสูบน้ำ  แต่ไม่เพียงพอ เนื่องจากพื้นที่น้ำนาท่วม  มีหลายพันไร่

ประกอบกับข้าวที่ใกล้เก็บเกี่ยว   ชาวนาจำเป็นต้องเร่งสูบน้ำออกให้แห้งอย่างเร่งด่วน   เพื่อเก็บเกี่ยวและต้องปล่อยให้ต้นข้าว  แห้งก่อนเก็บเกี่ยว ซึ่งช่วงนี้ราคาข้าว   ก็ตกต่ำ หากมีความชื้นสูง จะอยู่ประมาณเกวียนละ4,000 บาท หากข้าวแห้งดีความชื้นน้อย  ก็อยู่ที่ราคาเกียวนละ  5,000-6,000บาท

ศึกเลือกตั้งปราจีนบุรีเดือด!พรรคประชาชนเปิด3ว่าที่ผู้สมัคสส.มั่นใจกวาดทั้ง3เขต

บรรยากาศก่อนการรับสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) จ.ปราจีนบุรี ที่ศูนย์ประสานงานพรรคประชาชนอำเภอกบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรีเลขที่74 ม.3 ต.กบินทร์ อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรีพรรคประชาชนปราจีนบุรีได้จัดประชุมสมาชิกพรรคประชาชนปราจีนบุรี “ไพรมารี่โหวต” รับรองว่าที่ผู้สมัคร สส. จังหวัดปราจีนบุรี ทั้ง 3 เขต 

ทั้งนี้ มีแนะนำตัวและแสดงวิสัยทัศน์ของว่าที่ผู้สมัคร สส.จังหวัดปราจีนบุรีทั้ง 3 เขต  จากนั้นถาม-ตอบ จากสมาชิกพรรคพร้อมทำการโหวตเพื่อรับรองผู้สมัครพร้อมเปิดตัวว่าที่ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรครบ 3 คน 3 เขต ดังนี้

เขต 1 นายชนกานต์ สีเอียด (แมน) เขต 2 นางสาวศิริรัตน์ ศิริรักษณ์ (ลูกแก้ว) เขต 3 นายสุน ทรคมคาย (เกษตรแหลม)

โดยนายสุน ทรคมคาย (เกษตรแหลม)  ว่าที่ผู้สมัคร สส.ปราจีนบุรีพรรคประชาชน เขต 3 กล่าวกับสมาชิกในพรรคฯระบุว่า  …  เป็นตัวจริง กล้าชน ทุกปัญหา … เพราะเรารู้ดีว่าทุกท่านปวดร้าวกับการที่ประเทศเราก้าวไปข้างหน้าไม่ได้ เศรษฐกิจ สังคม การเมือง และภูมิรัฐศาสตร์ ต่างดูจะไม่มีความหวัง ความรู้สึกเรานั้นส่งให้ทีมงานของพวกเราทุกคน มุ่งมั่นและเข้มงวด กับกระบวนการคัดสรร เพื่อให้มั่นใจได้ว่าผู้แทนที่เราส่งคนทุกคน เป็นบุคลากรที่มีคุณภาพพร้อมพาปราจีนบุรี และประเทศไทย ไปสู่อนาคตที่ดียิ่งขึ้น

นี่คือสิ่งที่เราชดเชยให้กับพวกท่านเนื่องจากการเลือกตั้งที่ผ่านมาเราไม่สามารถแก้ไขอดีตที่ตัดสินใจไปแล้วได้ แต่เราเลือกที่จะทำให้ดีในปัจจุบัน และมั่นใจว่าตัวแทนของเราในรอบนี้ “เอาจริง ” และพร้อม “เป็นรัฐบาล”พี่พาให้ทุกชีวิตทุกท่านดีขึ้นได้ มั่นใจว่าผู้สมัครทั้งสามเขตเลือกตั้งจะมามารถปักธงชนะศึกเลือกตั้งปี2569 ทั้ง 3 เขตเลือกตั้งอย่างแน่นอน นายสุนทรกล่าว

นายชนกานต์ ศรีเอียด ว่าที่ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดปราจีนบุรี เขต 1 พรรคประชาชน (อ.เมือง อ.บ้านสร้าง อ.ศรีมโหสถ) กล่าวว่า  ตน และทีมงานมีความตั้งใจอย่างยิ่งที่จะสร้างการเปลี่ยนแปลงให้จังหวัดปราจีนบุรี และประเทศไทย เพื่อให้ลูกหลานของเรามีชีวิตที่ดีกว่ารุ่นเรา มีระบบการศึกษาที่ดีขึ้น ระบบสาธารณสุขที่เข้มแข็ง ระบบราชการและกระบวนการยุติธรรมที่เป็นธรรม และไม่ถูกเอารัดเอาเปรียบจากชนชั้นนำทั้งในระดับท้องถิ่นและระดับประเทศ  แล้วพบกันทั่วทั้งจังหวัดปราจีนบุรี เขต 1 ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

ด้าน น.ส.ศิริรัตน์ ศิริรักษ์ ว่าที่ผู้สมัคร สส. พรรคประชาชน ปราจีนบุรี เขต 2 (อ.ศรีมหาโพธิ อ.ประจันตคาม อ.นาดี (ต.นาดี / ต.สะพานหิน / ต.สำพันตา / ต.บุพราหมณ์ )  กล่าวว่า  เมืองที่เศรษฐกิจโตไวโดยมีระบบเมืองวิ่งตาม ท่ามกลางปัญหา ที่มืดมนสีอมเทา ที่ถูกพูดซ้ำทุก4ปี ลูกแก้วเห็น ‘โอกาส‘ ที่สามารถสร้างเมืองที่พัฒนาอย่างเป็นธรรม

มีโอกาสเท่าเทียมลูกแก้ว ศิริรัตน์ ศิริรักษ์ ว่าที่ผู้สมัคร สส. พรรคประชาชน ปราจีนบุรี เขต 2คำถามที่ชวนคิดคือ อยากเห็นปราจีนบุรีเป็นแบบไหนลูกแก้วเชื่อว่าปราจีนบุรีมีศักยภาพที่จะเติบโตได้อีกมาก หากมีการเมืองที่ขับเคลื่อนด้วยความตั้งใจจริงและมองเห็นปัญหาของประชาชนอย่างแท้จริง ลูกแก้วต้องการเข้ามาทำงานการเมืองเพื่อเป็นปากเป็นเสียงให้คนปราจีนบุรี ทั้งในเรื่องคุณภาพชีวิต โอกาส และอนาคตของจังหวัด ร่วมกันสร้างบ้านที่ดีขึ้น ปราจีนบุรี ชื่อที่ลูกแก้วเอ่ยด้วยความภูมิ

โดย…มานิตย์ สนับบุญข่าว/ ทองสุข สิงห์พิมพ์-ภาพ / ปราจีนบุรี

.

บทสรุปซีเกมส์ ครั้งที่ 33 กับประวัติศาสตร์ใหม่ที่นักกีฬาทุกชาติร่วมกันสร้างขึ้น

รูดม่านปิดฉากลงไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว สำหรับมหกรรมกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ซึ่งประเทศไทยรับหน้าที่เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันตลอด 12 วันเต็ม โดยเจ้าภาพสามารถคว้าเหรียญรางวัลรวมได้มากที่สุด เป็นอันดับ 1 ของการแข่งขัน ด้วยผลงาน 233 เหรียญทอง 154 เหรียญเงิน และ 112 เหรียญทองแดง รวม 499 เหรียญ

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่งดงามไม่แพ้ตารางเหรียญ คือเรื่องราวและความสำเร็จที่เกิดขึ้นระหว่างการแข่งขัน ซึ่งได้กลายเป็น “ประวัติศาสตร์หน้าใหม่” ของวงการกีฬาเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จากพลังของนักกีฬาทุกชาติสมาชิก ที่ร่วมกันพัฒนา ยกระดับมาตรฐาน และก้าวข้ามขีดจำกัดของตนเองอย่างน่าประทับใจ​

• “ไทย” เจ้าภาพ-เจ้าเหรียญทองอาเซียน
แม้อาจมีประเด็นด้านการจัดการให้กล่าวถึงอยู่บ้าง แต่ในแง่ของผลงานในสนามแข่งขัน ทัพนักกีฬาไทยถือว่าโดดเด่นอย่างไร้ข้อกังขา การันตีด้วยการคว้า 233 เหรียญทอง ซึ่งไม่เพียงเป็นสถิติสูงสุดของไทยในประวัติศาสตร์ซีเกมส์ แต่ยังเป็นสถิติการคว้าเหรียญทองสูงสุดของชาติใดชาติหนึ่งในซีเกมส์ด้วย ทำลายสถิติเดิมของเวียดนามที่เคยทำไว้ 205 เหรียญทอง เมื่อปี 2021

นอกจากการครองตำแหน่งเจ้าเหรียญทองแบบขาดลอย ไทยยังมีหลายเรื่องราวที่ถูกจารึกไว้ในความทรงจำของแฟนกีฬา อาทิ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงเข้าร่วมการแข่งขันในฐานะสมาชิกทีมเรือใบทีมชาติไทย ประเภทเรือคีลโบ๊ท SSL 47 และทรงแสดงพระปรีชาสามารถร่วมกับทีมนักแล่นใบไทย จนคว้าเหรียญทองมาครอง สร้างความปลาบปลื้มใจให้พสกนิกรชาวไทยอย่างยิ่ง

ด้านผลงานนักกีฬา กรีฑาไทยกวาดเหรียญได้เป็นจำนวนมาก โดยมีไฮไลท์สำคัญคือ “บิว” ภูริพล บุญสอน ที่คว้า 3 เหรียญทอง จากวิ่ง 100 เมตร, 200 เมตร และผลัด 4×100 เมตรชาย พร้อมสร้างประวัติศาสตร์เป็นนักกีฬาชาวอาเซียนคนแรกที่วิ่ง 100 เมตร ต่ำกว่า 10 วินาที ด้วยเวลา 9.94 วินาทีในรอบคัดเลือก

ขณะที่กีฬายกน้ำหนัก ธีรพงศ์ ศิลาชัย และ วีรพล วิชุมา ต่างทำลายสถิติโลกและสถิติเอเชีย รวมถึงทัพมวยสากลสมัครเล่นที่คว้า 14 เหรียญทองจาก 17 รุ่น ส่วนวอลเลย์บอลหญิงคว้าแชมป์ 5 สมัยติดต่อกัน และวอลเลย์บอลชายปลดล็อกแชมป์แรกในรอบ 8 ปี ตอกย้ำความยิ่งใหญ่ของเจ้าภาพในซีเกมส์ครั้งนี้

• “อินโดนีเซีย” ผงาดรองแชมป์ตารางเหรียญ
ทัพนักกีฬาอินโดนีเซียทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม คว้าอันดับ 2 ของตารางเหรียญรวม ด้วยผลงาน 91 เหรียญทอง 111 เหรียญเงิน และ 131 เหรียญทองแดง รวม 333 เหรียญ ขยับจากอันดับ 3 ในซีเกมส์ครั้งก่อนที่กัมพูชา ขึ้นมาเป็นรองเพียงเจ้าภาพไทยเท่านั้น

อินโดนีเซียโดดเด่นในหลายชนิดกีฬา โดยเฉพาะ วูซู ที่คว้าแชมป์รวม ขณะที่กรีฑา แบดมินตัน ยิงปืน ไตรกีฬา ยูโด คาราเต้ ว่ายน้ำ และจักรยาน ต่างช่วยกันเก็บเหรียญอย่างเต็มที่ แสดงศักยภาพขุมกำลังนักกีฬาที่พัฒนาขึ้นมาอยู่ในแถวหน้าของโซนเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

• “เวียดนาม” รักษามาตรฐาน ครองอันดับ 3
แม้จะเสียตำแหน่งเจ้าเหรียญทอง แต่เวียดนามยังคงทำผลงานได้แข็งแกร่ง ด้วย 87 เหรียญทอง 81 เหรียญเงิน และ 110 เหรียญทองแดง รวม 278 เหรียญ โดยเฉพาะกรีฑาที่คว้าไปถึง 12 เหรียญทอง เป็นรองไทยเพียง 1 เหรียญ

ไฮไลท์สำคัญคือ ฟุตบอลชาย ที่รอบชิงชนะเลิศพลิกจากตามหลังไทย 0-2 กลับมาชนะในช่วงต่อเวลา 3-2 รวมถึงผลงานเด่นในว่ายน้ำ ยิมนาสติก ยกน้ำหนัก ยิงปืน และกีฬาประเภททีมอย่างฟุตบอลหญิง ปันจักสีลัต เทควันโด และคาราเต้

• “มาเลเซีย” เค้นฟอร์มแรง ขยับสู่กลุ่มบน
มาเลเซียทำผลงานดีที่สุดนับตั้งแต่ซีเกมส์ 2019 คว้า 57 เหรียญทอง 57 เหรียญเงิน 117 เหรียญทองแดง รวม 231 เหรียญ พร้อมขยับจากอันดับ 7 ขึ้นมารั้งอันดับ 4 ของตารางเหรียญรวม โดยมีสควอชเป็นกีฬาหลักที่กวาดเหรียญทองครบทุกประเภท ขณะที่เซปักตะกร้อชายกลับมาทวงความยิ่งใหญ่ คว้าแชมป์ทั้งทีมเดี่ยวและทีมชุด

ภาพรวมผลงานของมาเลเซียในซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ถือเป็นอีกหนึ่งทัวร์นาเมนต์ที่ประสบความสำเร็จในระดับที่น่าพอใจ และเป็นการตอกย้ำว่าทัพเสือเหลืองยังคงเป็นคู่แข่งสำคัญของชาติอาเซียน ในการขับเคี่ยวลุ้นเหรียญรางวัลในซีเกมส์ครั้งต่อไป และ ครั้งหน้า มาเลเซีย จะรับหน้าที่เป็นเจ้าภาพ แน่นอนว่าพวกเขาหมายมั่นที่จะทำผลงานให้ดียิ่งขึ้นไปอีก

• “สิงคโปร์” แกร่งกีฬาทางน้ำ มาตรฐานสากล
​ทัพนักกีฬาสิงคโปร์ทำผลงานได้ดีเยี่ยม จากผลงาน 52 เหรียญทอง 61 เหรียญเงิน 89 เหรียญทองแดง รวม 202 เหรียญ โดยเฉพาะในกีฬาทางน้ำ ในกีฬาว่ายน้ำ พวกเขาคือเจ้าอาเซียนอย่างแท้จริง กวาดไป 19 เหรียญทอง ขณะที่โปโลน้ำชาย พวกเขาก็ได้เหรียญทองเป็นครั้งที่ 29 จาก 30 สมัย นอกจากนั้น สิงคโปร์ ยังโดดเด่นในเรื่องกีฬาฟันดาบที่กวาดไป 8 จาก 12 เหรียญทอง

แม้จำนวนเหรียญรวมอาจไม่หวือหวาเมื่อเทียบกับชาติขนาดใหญ่ในภูมิภาค แต่ผลงานของสิงคโปร์ในซีเกมส์ครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความสม่ำเสมอ และศักยภาพของนักกีฬาที่สามารถต่อยอดสู่การแข่งขันระดับเอเชียและระดับโลกได้

• “ฟิลิปปินส์” ดาวรุ่งผสานประสบการณ์
​แม้ว่าจะไม่บรรลุเป้าหมาย 60 เหรียญทองที่ตั้งไว้ แต่กระนั้น ทัพนักกีฬาฟิลิปปินส์ก็คว้ามาได้ 50 เหรียญทอง 73 เหรียญเงิน 154 เหรียญทองแดง รวม 277 เหรียญ แสดงให้เห็นความยอดเยี่ยมในกีฬาหลาย ๆ ประเภท  ซึ่งที่ไม่พูดถึงไม่ได้คือบาสเกตบอลซึ่งคว้าแชมป์ทั้งชายและหญิง รวมถึงการสร้างประวัติศาสตร์คว้าเหรียญทองฟุตบอลหญิง และวอลเลย์บอลชายหาดชายเป็นครั้งแรก

จุดเด่นสำคัญของฟิลิปปินส์ในซีเกมส์ครั้งนี้ คือการผสมผสานระหว่างนักกีฬาดาวรุ่งและนักกีฬาประสบการณ์สูง ทำให้หลายชนิดกีฬามีความหลากหลายทางแท็กติก และสามารถต่อกรกับชาติชั้นนำของภูมิภาคได้อย่างสูสี ถือเป็นสัญญาณบวกของทัพนักกีฬาฟิลิปปินส์ ที่กำลังยกระดับศักยภาพอย่างชัดเจน และมีแนวโน้มก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในชาติที่มีบทบาทสำคัญมากขึ้นในการแข่งขันซีเกมส์ครั้งต่อไป

• “เมียนมาร์” ต่อยอดกีฬาต้นตำรับ
​ผลงานที่เป็นที่ประจักษ์ของนักกีฬาเมียนมาร์คือเหรียญทองจะตะกร้อชินลงที่พวกเขาเป็นต้นตำรับ พร้อมสร้างผลงานในบิลเลียด กรีฑา และยกน้ำหนักด้วย 3 เหรียญทอง 21 เหรียญเงิน 49 เหรียญทองแดง รวม 73 เหรียญ

แม้จำนวนเหรียญรวมจะยังไม่สูงเมื่อเทียบกับชาติชั้นนำของอาเซียน แต่ผลงานในซีเกมส์ครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงพัฒนาการของนักกีฬาเมียนมาร์ โดยเฉพาะนักกีฬาดาวรุ่งที่ได้รับประสบการณ์สำคัญจากการแข่งขันระดับสูง ซึ่งภาพรวมผลงานของเมียนมาร์ในซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ถือเป็นอีกก้าวของการสร้างฐานกีฬาระยะยาว และเป็นสัญญาณบวกต่อการพัฒนานักกีฬา เพื่อยกระดับผลงานในซีเกมส์ครั้งต่อไป

• “สปป.ลาว” เปตองยังคงเป็นความหวัง
สร้างผลงาน 2 เหรียญทอง 9 เหรียญเงิน 28 เหรียญทองแดง รวม 39 เหรียญ ไว้ในซีเกมส์ครั้งนี้ ซึ่งเมื่อเอ่ยถึงกีฬาที่สร้างชื่อเสียงให้กับทัพนักกีฬา สปป.ลาว มาโดยตลอด อันดับแรกที่คนจะนึกถึงคือ เปตอง ซึ่งครั้งนี้ก็เช่นกัน เหรียญทองทั้ง 2 เหรียญของ สปป.ลาว ได้จากกีฬาเปตองทั้งสิ้น โดยเหรียญแรกมาจาก “กิบซี่” โบวิลักษ์ เทพพะกัน รองแชมป์โลก 2 สมัย และอีกเหรียญได้จาก ประเภททีมผสม (หญิง 2 ชาย 1) ซึ่งในรายของ กิบซี่ ถือได้ว่าเป็นฮีโร่ของชาติเลยทีเดียว โดยในรอบชิงชนะเลิศ เธอเอาชนะนักกีฬาของไทยได้อย่างงดงาม

นอกเหนือจาก เปตองแล้ว กีฬาเทควันโด ก็ถือว่านักกีฬา สปป.ลาวทำได้ดี คราวนี้ได้มา 2 เหรียญทองแดง และที่เป็นที่พูดถึงกันมาก คือเหรียญเงินจากอีสปอร์ต Arena of Valor (AoV)

• “บรูไน” วูซูยังแกร่ง เดินหน้าสร้างฐาน
ส่งมอบผลงานในซีเกมส์ครั้งที่ 33 ไว้ที่ 1 เหรียญทอง 3 เหรียญเงิน 5 เหรียญทองแดง รวม 9 เหรียญ โดยเหรียญทองหนึ่งเดียวของบรูไน ได้จากหลี่ ฮั่น นักกีฬาวูซูในประเภทท่ารวม ซึ่งเขาคนนี้คว้าเหรียญทองซีเกมส์เป็นสมัยที่ 4 ติดต่อกัน สร้างสถิติใหม่ให้วงการกีฬาบรูไน และตอกย้ำความแข็งแกร่งของทีมวูซูบรูไนบนเวทีอาเซียน

นอกจากนี้ บรูไนยังส่งนักกีฬาลงแข่งขันใน กรีฑา ว่ายน้ำ และกีฬาพื้นฐานอื่น ๆ เพื่อเปิดโอกาสให้นักกีฬาดาวรุ่งได้สัมผัสบรรยากาศการแข่งขันระดับนานาชาติ และเรียนรู้มาตรฐานการแข่งขันที่สูงขึ้น แม้จำนวนเหรียญรางวัลจะยังไม่มากเมื่อเทียบกับประเทศขนาดใหญ่ในภูมิภาค แต่การเข้าร่วมซีเกมส์ครั้งนี้ของบรูไน สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการใช้เวทีซีเกมส์เป็นสนามพัฒนา

• “ติมอร์-เลสเต” ก้าวเล็ก ๆ สู่อนาคต
ถ้ามองในแง่จำนวนเหรียญ 1 เหรียญเงิน 7 เหรียญทองแดง รวม 8 เหรียญ ติมอร์-เลสเต อาจไม่ประสบความสำเร็จ เพราะพวกเขาไม่สามารถคว้าเหรียญทองมาได้เลย แต่พวกเขามีเรื่องราวให้น่าจดจำ ไม่ว่าจะเป็น “ไรมุนโด ไกโอ” สามารถทะลุเข้าถึงรอบชิงเหรียญทองในกีฬามวยสากลสมัครเล่น รุ่น 63.5 กิโลกรัม

นอกจากนี้ ในกีฬาอีสปอร์ต ติมอร์-เลสเต สามารถคว้า เหรียญทองแดง  มาครองได้ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความสามารถของนักกีฬาติมอร์-เลสเตเป็นอย่างดี ขณะที่ฟุตบอลชาย แม้จะตกรอบแรก แต่ก็สร้างผลงานได้ดีกว่าที่คาดหมาย พวกเขาสามารถเอาชนะ สิงคโปร์ 3-1 ในนัดที่ 2 ของรอบแรก กลุ่มเอ ซีเกมส์ครั้งนี้จึงนับเป็นอีกก้าวสำคัญของติมอร์-เลสเต ในการใช้เวทีการแข่งขันระดับภูมิภาคเป็นจุดเริ่มต้นของการต่อยอดสู่ความสำเร็จในอนาคต

มหกรรมกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ปิดฉากลงพร้อมทั้งรอยยิ้มและน้ำตา แต่เหนือกว่าผลแพ้ชนะ คือการที่นักกีฬาทุกคนได้ก้าวขึ้นสู่เวทีในฐานะตัวแทนประเทศ ซึ่งเป็นเกียรติยศสูงสุด และเป็นภาพสะท้อนของมิตรภาพ การพัฒนา และการเติบโตของกีฬาภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ร่วมกัน​

ตัดเกรดซีเกมส์ “ฟุตบอล-ตะกร้อ”ล้มเหลว “มวย-ยกน้ำหนัก-เทควันโด”โกยเหนือเป้า

รุดม่านปิดฉากอย่างเป็นทางการ มหกรรมกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ ทัพนักกีฬาไทย ครองเจ้าหรียญทองสมัยที่ 14 คว้าไป 233 เหรียญทอง ขาดเพียง 8 ทองจะเข้าเป้าตามโพล มีท เดอะเพรสซีเกมส์ 2025 ที่ปักธงไว้ 241 เหรียญทอง โดย 8 สมาคมผลงานน่าผิดหวังต่ำกว่าเป้าสุดๆ “ฟุตบอล “ผลงานล้มเหลวโดยสิ้นเชิง ตั้งเป้าเหมา 4 ทอง วืดหมด “ตะกร้อ” เป้ากวาด 11 ทอง ได้แค่ 6 ทอง ขณะที่ 18 กีฬาผลงานทะลุเป้า “เทควันโด-มวยสากล -มวยไทย-ยูยิตสู-ยกน้ำหนัก-จักรยาน”กลายเป็นพระเอกโกยทองเป็นกอบเป็นกำ ช่วยทัพไทยเจ้าทองทิ้งห่างอันดับ 2 อินโดนีเซีย คว้าไป 91 ทอง ส่วนอันดับ 3 เวียดนาม 87 ทอง

ตามที่สมาคมกีฬานักข่าวช่างภาพกีฬาแห่งประเทศไทย ได้ร่วมกับสมาคมกีฬา 50 สมาคมที่เข้าร่วมการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ ระหว่างวันที่ 19-20 ธันวาคม 2568 ได้มีการประเมินความหวังก่อนการแข่งขันไว้ที่ 241 เหรียญทอง แต่ทัพนักกีฬาไทยสามารถคว้ามาได้เพียง 233 เหรียญทอง ขาดเพียง 8 เหรียญทองที่จะตรงตามผลโพลที่ได้ทำไว้ แต่เพียงพอส่งให้ทัพไทยครองเจ้าเหรียญทองกีฬาซีเกมส์ สมัยที่ 14 ได้สำเร็จตามเป้าหมายใหญ่ คว้ามาได้ 233 เหรียญทอง 154 เหรียญเงิน 112 เหรียญทองแดง

สมาคมกีฬาที่ทำผลงานเกินเป้าหมาย มี 18 ชนิดกีฬา ประกอบด้วย ยกน้ำหนัก, มวยสากล, จักรยาน, ฟิกเกอร์สเก็ต, สปีดสเก็ตช็อตแทรค, ยูยิตสู, เทควันโด, กีฬาทางน้ำ, บิลเลียด-สนุกเกอร์, แบดมินตัน, ยิมนาสติก, ยูโด, เทเบิลเทนนิส, วอลเลย์บอลในร่ม, กอล์ฟ, มวยไทย, เปตอง, เจ็ตสกี และ วู้ดบอล

มี 15 ชนิดกีฬาที่ทำผลงานได้ตามเป้า ได้แก่ กระโดดน้ำ-วอลเตอร์ โปโล, แคนู, รักบี้, เรือใบ, ยิงเป้าบิน, ปัญจักกีฬาใหม่, เบสบอล 5 คน, ฟลอร์บอล, อีสปอร์ต, ปันจักสีลัต,คริกเก็ต, ปืนหน้าผา, กาบัดดี้, เทคบอล และหมากรุกสากล

ขณะเดียวกันมี 8 สมาคมกีฬาฯ ที่ไม่สามารถคว้าเหรียญทองมาครองได้เลย ได้แก่ โบว์ลิ่ง, ยิงปืน, ฟุตบอล, มวยปล้ำ, เนตบอล, ซอฟท์บอล,ไตรกีฬา และ สควอช

สรุปผลงานทัพนักกีฬาไทย 233 เหรียญทอง มีดังนี้

กลุ่มที่ทำผลงานเกินเป้าหมาย ประกอบด้วย จักรยาน (เป้า 6 ทองได้ 10 ทอง), ยิมนาสติก (เป้า 5 ทอง ได้ 6 ทอง), เทเบิลเทนนิส (เป้า 2 ทองได้ 3 ทอง), แบดมินตัน( เป้า 2 ทอง ได้ 3 ทอง), ยกน้ำหนัก (เป้า 4 ทอง ได้ 9 ทอง), เจ็ตสกี (เป้า 4 ทองได้ 5 ทอง), กีฬาทางน้ำ(เป้า 4 ทองได้ 11 ทอง), บิลเลียดและสนุกเกอร์(เป้า 4 ทองได้ 6 ทอง), ยูโด(เป้า 3 ทองได้ 4 ทอง), เทควันโด( เป้า 7 ทองได้ 10 ทอง), มวยสากล (เป้า 9 ทองได้ 14 ทอง), ยูยิตสู (เป้า 10 ทอง ได้ 14 ทอง), เปตอง (เป้า 4 ทอง ได้ 5 ทอง), วู้ดบอล (เป้า 5 ทอง ได้ 6 ทอง), มวยไทย(เป้า 10 ทองได้ 11 ทอง), ฟิกเกอร์และสปีดสเก็ตติ้ง(เป้า 2 ทอง ได้ 7 ทอง), กอล์ฟ(เป้า 2 ทอง ได้ 4 ทอง),

กลุ่มที่ทำผลงานตามเป้าหมาย ประกอบด้วย ปัญจกีฬาสมัยใหม่ (เป้า 2 ทอง ได้ 2 ทอง), ปีนหน้าผา(เป้า 2 ทอง ได้ 2 ทอง), อีสปอร์ต (เป้า 2 ทองได้ 2 ทอง), ปันจักสีลัต (เป้า 3 ทองได้ 3 ทอง), ซอฟท์บอล (เป้า 0 ทอง ได้ 0 ทอง), เทคบอล (เป้า 5 ทอง ได้ 5 ทอง), วอลเลย์บอล(เป้า 2 ทองได้ 2 ทอง), หมากรุกสากล (เป้า 5 ทอง ได้ 5 ทอง), กาบัดดี้(เป้า 4 ทองได้ 4 ทอง), เรือใบ(เป้า 4-5 ทองได้ 5 ทอง), ไคท์บอร์ด(เป้า 0 ทอง ได้ 0 ทอง), คริกเกต(เป้า 2 ทองได้ 2 ทอง), เนตบอล( เป้า 0 ทองได้ 0 ทอง), ยิงเป้าบิน(เป้า 3 ทองได้ 3 ทอง), รักบี้ (เป้า 2 ทองได้ 2 ทอง)

กลุ่มผลงานต่ำกว่าเป้าหมาย : กรีฑา (เป้า 17 ทอง ได้ 13 ทอง), ขี่ม้า (เป้า 5 ทอง ได้ 3 ทอง), ขี่ม้าโปโล (เป้า 2 ทอง ได้ 1), ไตรกีฬา (เป้า 2 ทอง ได้ 0 ทอง), ฮอกกี้และฟลอร์บอล (เป้า 6 ทอง ได้ 4 ทอง ), ยิงปืนรณยุทธ์( เป้า 4 ทอง ได้ 3 ทอง), สควอช(เป้า 1 ทองได้ 0 ทอง), เทนนิส (เป้า 4 ทองได้ 3 ทอง), มวยปล้ำ (เป้า 2 ทอง ได้ 0 ทอง), เอ็กซ์ตรีม (เป้า 6 ทอง ได้ 4 ทอง), คิกบ็อกซิ่ง(เป้า 5 ทอง ได้ 4 ทอง), คาราเต้ (เป้า 5 ทอง ได้ 4 ทอง), เบสบอล(เป้า 2 ทอง ได้ 1 ทอง), แฮนด์บอล (เป้า 2 ทองได้ 1 ทอง), บาสเกตบอล (เป้า 2 ทองได้ 1 ทอง), วูซู (เป้า 2 ทองได้ 1 ทอง), ฮอกกี้น้ำแข็ง (เป้า 2 ทอง ได้ 1 ทอง), ฟันดาบ(เป้า 2-4 ทองได้ 1 ทอง),ตะกร้อ (เป้า 11 ทอง ได้ 6 ทอง), วินด์เซิร์ฟ (เป้า 4 ทอง ได้ 3 ทอง), ยิงปืน (เป้า 5 ทองได้ 0 ทอง), ฟุตบอลและฟุตซอล( เป้า 4 ทอง ได้ 0 ทอง), เรือพาย(เป้า 18 ทอง ได้ 12 ทอง), โบว์ลิ่ง(เป้า 1 ทอง ได้ 0 ทอง), ยิงธนู(เป้า 3 ทองได้ 2 ทอง)

ทอ.ส่ง F-16 ทิ้งระเบิด 10 ลูก ทำลายสิ่งปลูกรุกล้ำเขตแดนไทย-นย.ตราดยกพลขึ้นบก ยึดคาสิโนทมอดา

นย.ตราด ประสาน ทอ.ส่ง F-16 ทิ้งระเบิด 10 ลูก ทำลายสิ่งปลูกรุกล้ำเขตแดนไทย ก่อนยกพลขึ้นบก ยึดคาสิโนทมอดา

เมื่อวันที่ 21 ธ.ค.2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด (กปช.จต.) โดยหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินตราด (ฉก.นย.ตราด) ปฏิบัติการยกพลขึ้นบกเข้าควบคุมพื้นที่เป้าหมายบริเวณ “ทมอดา” ก่อนประสานกองทัพอากาศส่งเครื่องบินขับไล่ F-16 ปฏิบัติการทิ้งระเบิดจำนวน 10 ลูก ทำลายอาคารคาสิโนทมอดา รวมถึงอาคารที่พักอาศัยของ พ.ท.ตึม ยอ อดีต หัวหน้าหน่วยประสานงานชายแดนกัมพูชา–ไทย ซึ่งก่อสร้างรุกล้ำเข้ามาในเขตแดนไทย

พื้นที่ปฏิบัติการดังกล่าวตั้งอยู่บริเวณบ้านท่าเส้น ตำบลแหลมกลัด อำเภอเมืองตราด จังหวัดตราด ตรงข้ามบ้านซ็องก็อมเมท็ย ตำบลทมอดา อำเภอเวียลเวง จังหวัดโพธิสัต ประเทศกัมพูชา

ภายหลังการโจมตีทางอากาศ หน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินตราดได้นำกำลังทหารรบ พร้อมยานเกราะ เคลื่อนที่เข้าตรวจค้นพื้นที่และยึดที่หมายทั้งหมดได้อย่างเรียบร้อย ถือเป็นการปิดภารกิจตามแผนที่วางไว้

ทั้งนี้ นาวิกโยธินได้เผยแพร่ถ้อยแถลงย้ำจิตวิญญาณของกำลังพล ระบุว่า แม้กาลเวลาจะเปลี่ยนผ่าน แต่จิตวิญญาณของทหารนาวิกโยธินยังคงยึดมั่นในเกียรติประวัติและความกล้าหาญที่บรรพชนได้จารึกไว้ พร้อมสืบสานปณิธานและรักษาเกียรติภูมิแห่งกองทัพเรือไว้ด้วยชีวิต

พร้อมย้ำคำขวัญอันเป็นเอกลักษณ์ “เมื่อ นย.เหยียบฝั่งพลัน เหตุคับขัน จักคลี่คลาย

พรรควิชั่นใหม่เปิดตัวใหญ่ ชู ‘การเงินไร้ดอกเบี้ย’ ปักธงทางเลือกใหม่ สู้ศึกเลือกตั้ง

พรรควิสชั่นใหม่เปิดตัวพรรคอย่างเป็นทางการ แถลงนโยบาย 4 ด้าน ชูแนวคิดเศรษฐกิจมนุษย์และการเงินไร้ดอกเบี้ย พร้อมเปิดตัว “ธงรบ ด่านอำไพ” และ “พิเชษฐ สถิรชวาล” เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี

เมื่อวันที่ 21 ธันวาคม ที่โรงแรมโนโวเทล กรุงเทพฯฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต พรรควิชั่นใหม่จัดกิจกรรมเปิดตัวพรรค พร้อมเปิดนโยบายอย่างเป็นทางการ เพื่อประกาศความพร้อมลงสู้ศศึกเลือกตั้ง โดยมี นายพิเชษฐ สถิรชวาล หัวหน้าพรรควิชั่นใหม่ นายธงรบ ด่านอำไพ ประธานยุทธศาสตร์พรรค  นายสุโท สร้างคำ เลขาธิการพรรค และผู้สนับเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก โดยพรรคได้มีการเปิดตัวคณะกรรมการบริหารพรรค ผู้บริหารส่วนกลางและส่วนภูมิภาค รวมถึงคณะกรรมการสรรหาผู้สมัครสส. เพื่อสะท้อนความพร้อมในการขับเคลื่อนลงสู่สนามเลือกตั้ง

ทั้งนี้ พรรควิชั่นใหม่ได้เปิดตัวแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี 2 คน ได้แก่ นายธงรบ ด่านอำไพ ประธานยุทธศาสตร์พรรค เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีคนที่ 1 นายพิเชษฐ สถิรชวาล หัวหน้าพรรค แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีคนที่ 2  นอกจากนั้นได้แถลงนโยบายสำคัญ 4 ด้าน ได้แก่ด้านเศรษฐกิจ จะผลักดันเสนอร่างพระราชบัญญัติสถาบันการเงินไร้ดอกเบี้ย  ด้านการเมือง ชูนโยบาย “1 พรรค 1 กระทรวง” กำหนดให้สส.และรัฐมนตรีดำรงตำแหน่งไม่เกิน 8 ปี หรือไม่เกิน 2 สมัย ด้านสังคม เสนอนโยบาย “บ้านหลังที่ 2 เพื่อผู้สูงอายุไทย” และด้านความมั่นคง ตั้งเป้าดับปัญหาความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้

นายพิเชษฐ สถิรชวาล หัวหน้าพรรค กล่าวว่า พรรควิชั่นใหม่เกิดมาตั้งแต่ปี 2562 ในนามของกลุ่มวิชั่นใหม่โดยผู้ทรงคุณวุฒิหลายสาขาอาชีพ ทุกคนเห็นตรงกันว่า การแก้ปัญหาประเทศชาติที่หมักหมมมานานต้องแก้ด้วยการเมืองจนกระทั่งมาตั้งพรรควิชั่นใหม่ขึ้นมา  เดิมกำหนดว่า จะส่งผู้สมัครทั่วประเทศ เพราะนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีประกาศว่าจะหยุดสภาปลายเดือนมกราคม พรรคได้เตรียมความพร้อมไว้หมดแล้วตามไทมไลน์ แต่เมื่อเกิดความไม่ปกติของบ้านเมืองทั้งปัญหาน้ำท่วม ปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา นายกรัฐมนตรีประกาศยุบสภาก่อนกำหนด พรรคจึงส่งผู้สมัครสส.ได้แค่ 7 จังหวัด แต่บัญชีรายชื่อพรรคส่งครบทั้งหมด 100 คนเพราะเราต้องทำตามกติกา โดยตั้งเป้าได้สส.มากที่สุด

หัวหน้าพรรควิชั่นใหม่ กล่าวว่า พรรควิชั่นใหม่จะมุ่งเน้นแก้ปัญหาประชาชนปัญหาปากท้องเพราะเงินคือปัจจัยสำคัญของการดำรงชีวิตดังนั้นการผลักดันเสนอร่างพระราชบัญญัติสถาบันการเงินไร้ดอกเบี้ย การเก็บดอกเบี้ยทำให้เกิดปัญหากระทบทุกภาคส่วน ขณะนี้มีเงินจากต่างประเทศและกองทุนต่างประเทศพร้อมมาลงทุนในประเทศไทยแต่ติดปัญหาข้อกฎหมายพรรคจึงจำเป็นต้องผลักดันพระราชบัญญัติสถาบันการเงินไร้ดอกเบี้ยในประเทศไทยให้ได้

ด้านนายธงรบ ด่านอำไพ ประธานยุทธศาสตร์พรรค กล่าวว่า ตนพร้อมเป็นนายกรัฐมนตรีจะนำความรู้ความสามารถมาใช้ในการบริหารประเทศในฐานะเป็นผู้บริหารธนาคารอิสลามมาก่อน หากประชาชนให้ความไว้วางใจเลือกพรรควิชั่นใหม่ พรรคให้ความสำคัญกับความเป็นมนุษย์ คนไม่มีเงินแต่มีความสามารถมีสมองก็เข้ามาเป็นหุ้นส่วนได้ ความสามารถของมนุษย์สามารถตีมูลค่าเป็นหุ้นส่วนกันได้ ทำให้ประชาชนมีความเสมอภาคและนี่คือพื้นฐานทางการเงินที่ถูกต้องในระบอบประชาธิปไตย ให้คุณค่าและมูลค่าของมนุษย์อย่างเท่าเทียมกัน เราใช้หลักนี้ในการนำเสนอเพื่อแก้ปัญหาความยากจนปัญหาความเหลื่อมล้ำและไม่เป็นธรรมในสังคม  เพื่อให้ประชาชนมีโอกาสใช้ทางเลือกใหม่ในการลดภาระหนี้สิน

ขณะที่ นายสุโท สร้างคำ เลขาธิการพรรค กล่าวว่า พรรควิชั่นใหม่มีความพร้อมเต็มที่ในการเลือกตั้งครั้งนี้ ขณะนี้เตรียมผู้สมัครสส.เขต และปาร์ตี้ลิสไว้แล้ว การเลือกตั้งครั้งนี้พรรคจะใช้เทคโนโลยีมาช่วย จึงมั่นใจว่ารูปแบบในการต่อสู้ครั้งนี้เราจะเป็นหนึ่ง เชื่อมั่นว่าจะได้สส.มากกว่า 25 คนเพราะเข้าไปเสนอร่างพระราชบัญญัติสถาบันการเงินไร้ดอกเบี้ย ซึ่งถือเป็นหัวใจหลักนโยบายหลักของพรรค

“การเลือกตั้งครั้งหน้าไม่ใช่เพียงการเลือกบุคคล แต่เป็นการเลือกทิศทางประเทศ โดยพรรคขอเป็น “ทางเลือกใหม่” ที่มุ่งสร้างระบบเศรษฐกิจซึ่งคนไทยทุกคนมีศักดิ์ศรีและเติบโตไปด้วยกันอย่างยั่งยืน”นายสุโทกล่าว

นอกจากนั้น พรรควิชั่นใหม่ได้ประกาศนโยบาย “โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล : บ้านหลังที่สองของผู้สูงอายุไทย” ซึ่งมีเป้าหมายยกระดับ รพ.สต. ให้เป็นศูนย์ดูแลผู้สูงอายุในระดับตำบลอย่างครบวงจร ให้บริการดูแลตลอด 24 ชั่วโมง โดยมีแพทย์ พยาบาลวิชาชีพ ผู้ช่วยพยาบาล และเจ้าหน้าที่บริบาล รวมถึงการยกระดับ อสม. ผ่านการอบรมมาตรฐาน รองรับทั้งผู้สูงอายุทั่วไปและผู้ป่วยติดเตียง ลดภาระครอบครัว และลดความแออัดของโรงพยาบาลขนาดใหญ่

นโยบายดังกล่าวยังเน้นการดูแลผู้สูงอายุให้ยังคงอยู่ใกล้ชิดครอบครัวและชุมชน มีบริการรับฝากดูแลช่วงเวลาทำงาน การตรวจสุขภาพประจำ และการรักษาเบื้องต้น พร้อมส่งเสริมทุนการศึกษาด้านพยาบาลและบริบาลจากคนในพื้นที่ เพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนบุคลากรอย่างยั่งยืน โดยแหล่งงบประมาณจะมาจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น งบสนับสนุนจากรัฐบาล รายได้จากค่าบริการ และเงินบริจาคจากภาคสังคม ภายใต้หลักการบริหารที่โปร่งใส ตรวจสอบได้

สำหรับ ไฮไลต์สำคัญของการจัดกิจกรรมครั้งนี้ คือ คำปราศรัยนโยบายของหัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ที่ประกาศวิสัยทัศน์ “ฟื้นฟูเศรษฐกิจไทย ปรับรากฐานสู่ประเทศศิวิไล ด้วยเศรษฐกิจมนุษย์และการเงินไร้ดอกเบี้ย” โดยมองว่าปัญหาเศรษฐกิจไทยไม่ได้อยู่ที่ความยากจนปลายเหตุ แต่เกิดจากโครงสร้างที่ให้คุณค่ากับเงินมากกว่าคน พร้อมเสนอแนวคิด “เศรษฐกิจมนุษย์” ที่ให้คุณค่ากับชีวิต การทำความดี และการสร้างประโยชน์ต่อสังคม

ตรังเปิดโครงการส่งเสริมกิจกรรม 1 อำเภอ 1 ลานสร้างสรรค์ กระตุ้นศก.ชุมชน

ผู้ว่าฯ ตรัง เปิดโครงการส่งเสริมกิจกรรม 1 อำเภอ 1 ลานสร้างสรรค์ ขับเคลื่อนพื้นที่สาธารณะให้เป็น “ลานวัฒนธรรมสร้างสรรค์ UNSEEN THAI THAI”กระตุ้นเศรษฐกิจชุมชน

นายทรงกลด สว่างวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง เปิดโครงการส่งเสริมกิจกรรม 1 อำเภอ 1 ลานสร้างสรรค์ ขับเคลื่อนพื้นที่สาธารณะให้เป็น “ลานวัฒนธรรมสร้างสรรค์ UNSEEN THAI THAI” โดยมี วัฒนธรรมจังหวัดตรัง หัวหน้าส่วนราชการ ภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน เข้าร่วมงาน

วัฒนธรรมจังหวัดตรัง กล่าวว่า โครงการส่งเสริมกิจกรรม 1 อำเภอ 1 ลานสร้างสรรค์ตามนโยบายของกระทรวงวัฒนธรรม/ที่มุ่งหวังให้เกิดการขับเคลื่อน และเพื่อพัฒนาพื้นที่สาธารณะในแต่ละอำเภอให้เป็น “ลานวัฒนธรรมสร้างสรรค์ UNSEEN THAI THAI” ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569จำนวน 2 อำเภอๆ ละ 2 ครั้ง ได้แก่ อำเภอเมืองตรัง ครั้งที่ 1 – 2 ระหว่างวันที่ 20 – 21 และ 27 – 28 ธันวาคม 2568 ณ สวนไผ่ต้องตรัง อำเภอเมืองตรัง จังหวัดตรัง อำเภอกันตัง จำนวน 2 ครั้ง ณ สวนสาธารณะเทศบาลเมืองกันตัง อำเภอกันตัง จังหวัดตรัง

ดังนี้ ครั้งที่ 1 กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 15 – 17 กุมภาพันธ์ 2569 ครั้งที่ 2 ระหว่างเดือนมีนาคม – พฤษภาคม 2569 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้การแสดงออกทางศิลปวัฒนธรรม/วิถีชีวิตและภูมิปัญญาท้องถิ่น เปิดโอกาสให้เด็ก เยาวชน ประชาชน ศิลปินพื้นบ้านและเครือข่ายทางวัฒนธรรม ได้มีพื้นที่ในการแสดงออก เรียนรู้ สืบสาน และต่อยอดทุนทางวัฒนธรรมท้องถิ่น/ซึ่งจะนำไปสู่การสร้างรายได้ และเสริมสร้างความเข็มแข็งให้กับชุมชนอย่างยั่งยืน

สำหรับการจัดกิจกรรม 1 อำเภอ 1 ลานสร้างสรรค์ อำเภอเมืองตรัง ครั้งที่ 1 – 2 มีกิจกรรม ดังนี้ การจำหน่ายสินค้าของชุมชน การสาธิตและจำหน่ายสินค้าผลิตภัณฑ์ทางวัฒนธรรมไทย  

บูธของหน่วยงานราชการต่างๆ การแสดงทางศิลปวัฒนธรรม และเครือข่าย การประกวดหนูน้อยกุลสตรีศรีตลาดสวนไผ่ และการสาธิตผลิตภัณฑ์บนเวที

ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง กล่าวว่า ถือเป็นโครงการที่มีความสำคัญในการขับเคลื่อนงานด้านวัฒนธรรมของจังหวัดให้สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลและกระทรวงวัฒนธรรมในการเสริมทุนทางวัฒนธรรมให้เป็นพลังสร้างสรรค์ของสังคมเปิดพื้นที่ให้ประชาชนทุกช่วงวัยได้มีส่วนร่วมเกิดการเรียนรู้สืบสานและต่อยอดภูมิปัญญาท้องถิ่น อันจะนำไปสู่ความภาคภูมิใจในอัตลักษณ์ของจังหวัดตรัง และขอชื่นชมสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดตรังและทุกภาคส่วนที่ได้ร่วมแรง ร่วมใจกันจัดโครงการนี้ 

นอกจากจะเป็นการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมอันดีงามแล้ว ยังเป็นการเปิดพื้นที่แห่งโอกาส ที่แสดงถึงความเป็นอัตลักษณ์ของท้องถิ่น ผลักดันให้คนในชุมชนมีอาชีพมีรายได้เพิ่มขึ้น สร้างความสามัคคีและเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชน เกิดการสืบสานประเพณีวัฒนธรรมอัตลักษณ์ความเป็นไทยให้กับชุมชนอย่างแท้จริง