พิชิตความท้าทาย “สันหนอกวัว”สวรรค์ลับบนยอดเขา เส้นทางเดินป่า 9 กม.

กาญจนบุรี-นักพจญภัยพื้นที่สูงเตรียมร่างกายให้พร้อมพิชิตความท้าทาย “สันหนอกวัว”!! สวรรค์ลับบนยอดเขา เส้นทางเดินป่า 9 กม. ท่ามกลางทะเลหมอกและแสงทองอันตระการตา

นายโดม จันทร์สุวรรณ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาแหลม จังหวัดกาญจนบุรี “สันหนอกวัว” ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติเขาแหลม อำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี มีความโดดเด่นด้วยรูปร่างของยอดเขาที่คล้ายหนอกวัว จึงได้ชื่อว่า “สันหนอกวัว” และได้รับการยกย่องจากนักเดินป่าว่าเป็นจุดหมายปลายทางที่ต้องมาให้ได้สักครั้งในชีวิต เพราะความงามที่พบเห็นที่นี่ไม่ใช่แค่ทิวทัศน์ธรรมดา แต่เป็นภาพวิวที่จะทำให้ผู้มาเยือนตะลึงในทุกก้าวย่าง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงปลายปีนี้ นักเดินทางผู้รักธรรมชาติมีโอกาสพิเศษในการพิชิตหนึ่งในยอดเขาที่สูงที่สุดของจังหวัดกาญจนบุรี ด้วยการเดินทางสู่สันหนอกวัว เส้นทางเดินป่าระยะทางกว่า 9 กิโลเมตร ที่ความสูง 1,767 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง ซึ่งจะมอบประสบการณ์และความงามอันล้ำค่าที่ไม่เหมือนใครให้กับผู้กล้าท้าทายตัวเอง

เมื่อยืนอยู่บนจุดชมวิวของสันหนอกวัว สายตาจะได้พบกับทะเลหมอกที่ลอยปกคลุมหุบเขา จุดเด่นของสันหนอกวัวคือทัศนียภาพ 360 องศา ที่ผู้มาเยือนสามารถมองเห็นแนวเทือกเขาทอดตัวเป็นระลอกคลื่นไปไกลสุดลูกหูลูกตา จะได้เห็นป่าไม้เขียวชอุ่มที่เปลี่ยนเป็นสีทองเมื่อแสงแรกของวันส่องผ่าน สร้างความรู้สึกสุดปีะทับใจ ช่วงเวลายามเย็น ทิวทัศน์จะเปลี่ยนไป สร้างบรรยากาศโรแมนติกและสงบเงียบ

แม้ว่าเส้นทางเดินป่าระยะทางกว่า 9 กิโลเมตรอาจดูน่ากลัวสำหรับหลายคน แต่ตลอดเส้นทาง ผู้เดินทางจะได้พบกับป่าดิบชื้นอันอุดมสมบูรณ์ที่เต็มไปด้วยพันธุ์ไม้นานาชนิด  และอากาศบริสุทธิ์ที่จะช่วยเติมเต็มพลังงาน ลำธารเล็กๆ และหน้าผา มีจุดพักชมวิวระหว่างทางที่จะทำให้หยุดแล้วอัศจรรย์ใจไปกับความงามที่เปลี่ยนแปลงไปในแต่ละช่วงความสูง รวมถึงดอกไม้ป่าและผีเสื้อหลากสีสันที่จะโผล่มาทักทายระหว่างทาง และเมื่อมาถึงจุดหมายปลายทางบนยอดเขา ความเหนื่อยล้าทั้งหมดจะหายวับไปเมื่อได้เห็นภาพวิวที่สวยงามจนไม่อาจบรรยายด้วยคำพูด นั่นคือรางวัลที่ประเมินค่าไม่ได้สำหรับผู้ที่กล้าท้าทายความสามารถของตัวเอง

“ความสวยงามที่แท้จริง มักสงวนไว้ให้ผู้ที่อดทนเดินทางมาถึงเท่านั้น” ประโยคนี้ไม่ใช่แค่คำพูด แต่เป็นประสบการณ์จริงที่ผู้เดินทางจะได้รับจากสันหนอกวัว การเดินทางครั้งนี้ไม่เพียงแค่เป็นการท่องเที่ยว แต่เป็นการเรียนรู้ที่จะอดทน มุ่งมั่น และเชื่อมั่นในตัวเอง เมื่อก้าวขึ้นไปถึงยอดเขา จะรู้สึกภาคภูมิใจและได้พิสูจน์ให้ตัวเองเห็นว่า สามารถทำได้มากกว่าที่คิด นี่จึงเป็นคำตอบสำหรับผู้ที่ต้องการประสบการณ์พิเศษในการปิดท้ายปีเก่าด้วยการพิชิตเป้าหมาย และเปิดรับปีใหม่ด้วยพลังงานบวกจากธรรมชาติ

สำหรับผู้ที่สนใจพิชิตสันหนอกวัวส่งท้ายปี สามารถติดต่อจองเดินป่าได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 034-510-431 ในเวลา 09.00-16.30 น. โดยอุทยานแห่งชาติเขาแหลม พร้อมให้บริการและอำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยวที่ต้องการสัมผัสประสบการณ์การเดินป่าที่น่าประทับใจ 

ทั้งนี้ ควรเตรียมสมรรถภาพร่างกายให้พร้อม และติดต่อสอบถามรายละเอียดเส้นทางก่อนเดินทาง เพื่อความปลอดภัยและประสบการณ์ที่ดีที่สุด

โดย…ปรีชา  ไหลวารินทร์  ผู้สื่อข่าวภูมิภาคกาญจนบุรี / 

ถล่มรังสแกมเมอร์2หลังฝั่งปอยเปตที่ตั้งฐานซุ่มยิงโจมตีไทย

หลังกัมพูชาระดมยิงลูกระเบิด BM21 พื้นที่หนองจาน-หนองหญ้าแก้ว ตกใส่บ้านเรือนประชาชนพื้นที่บ้านหนองเสม็ด-คลองตะเคียน-หนองสิม 3 หลัง อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว เมื่อวันที่ 22 ธ.ค.568 จนเป็นเหตุให้มีเจ้าหน้าที่ทหารเสียชีวิต มีประชาชนบาดเจ็บสาหัส ไฟลุกท่วมเผาบ้านได้รับความเสียหายหลายสิบหลัง

ต่อมา กองกำลังบูรพา ได้ยืนยันการปฏิบัติการทำลายเป้าหมายอาคาร จำนวน 2 หลัง บริเวณฝั่งปอยเปต ประเทศกัมพูชา ตรงข้ามพื้นที่ ต.ท่าข้าม อ.อรัญประเทศ ได้ หลังมีการพิสูจน์ทราบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้วว่า อาคารดังกล่าวเป็นที่ตั้งของเครือข่ายหลอกลวงแก๊งสแกมเมอร์ และถูกฝ่ายกัมพูชา ใช้เป็นที่ตั้งพลซุ่มยิงเข้ามาในพื้นที่ อ.อรัญประเทศ

นอกจากนี้ ยังพบว่ามีการติดตั้งระบบป้องกันอากาศยานไร้คนขับ (แอนตี้โดรน) ภายในอาคารดังกล่าวด้วย โดยปฏิบัติการสามารถสร้างความเสียหายให้แก่เป้าหมายได้ตามแผน และไม่ปรากฏการยิงตอบโต้จากฝ่ายกัมพูชาเพิ่มเติมแต่อย่างใด ส่งผลให้เครือข่ายสแกมเมอร์ได้หลบหนีออกจากอาคารดังกล่าว พื้นที่ตรงข้าม อ.อรัญประเทศ

ขณะเดียวกันมีการเผยแพร่ภาพแก๊งสแกมเมอร์จีน-กัมพูชา ในย่านปอยเปต ตรงข้ามตลาดโรงเกลือฝั่งไทย รีบหนีเอาตัวรอด หลังทหารกัมพูชาเข้ายึดอาคารเพื่อใช้เป็นสถานที่ปฏิบัติการทางทหาร โดยใช้ตัวอาคารเป็นที่กำบังและซ่อนตัว ในการยิงอาวุธโจมตีของทหารฝ่ายไทย

รมว.ต่างประเทศอาเซียน ถกปัญาหาไทย-กัมพูชา ไร้ข้อตกลงหยุดยิง

“สีหศักดิ์” แถลงผลการประชุม รมว.ต่างประเทศอาเซียนที่กัวลาลัมเปอร์ ไร้ข้อตกลงหยุดยิง ยันไทยยึดมั่นแนวทางสันติภาพแต่กัมพูชาไม่ร่วมมือ วางทุ่นระเบิดจนทหารไทยเสียขาครั้งที่ 7 ล่าสุดกัมพูชายอมรับใช้เวที GBC หารือ ให้ รมว.กลาโหม 2 ฝ่ายคุยกัน 24 ธ.ค.นี้ที่จันทบุรี

เมื่อวันที่ 22 ธ.ค.2568 ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ แถลงภายหลังการประชุมรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอาเซียน สมัยพิเศษ ซึ่งรัฐบาลมาเลเซียในฐานะประธานอาเซียนปี 2025 เป็นเจ้าภาพจัดขึ้น เพื่อหารือสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา โดยไทยขอขอบคุณมาเลเซียที่เปิดเวทีการประชุมในกรอบภูมิภาค เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองและแสวงหาทางออกอย่างสร้างสรรค์

นายสีหศักดิ์ ระบุว่า ไทยมีจุดยืนที่ชัดเจนในการยึดมั่นสันติภาพ และมีความปรารถนาดีต่อประเทศเพื่อนบ้าน ดังเช่นที่ไทยเคยมีบทบาทช่วยฟื้นฟูสันติภาพในภูมิภาคมาแล้ว พร้อมย้ำว่าไทยต้องการเห็นสันติภาพที่แท้จริงและยั่งยืน นับตั้งแต่เกิดเหตุปะทะในช่วงรัฐบาลที่ผ่านมา ไทยพยายามแก้ไขปัญหาผ่านกรอบทวิภาคีมาโดยตลอด แต่ฝ่ายกัมพูชากลับพยายามนำประเด็นเข้าสู่กรอบสหประชาชาติ แทนการเจรจาระหว่างสองประเทศ รวมถึงการเผยแพร่เทปเสียงจากการหารือ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อบรรยากาศความไว้วางใจ อันเป็นปัจจัยสำคัญในการแก้ไขปัญหา

นายสีหศักดิ์ กล่าวย้ำว่า การลงนามข้อตกลงหยุดยิงที่เมืองปุตราจายา เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม และข้อตกลงสันติภาพที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ เมื่อวันที่ 26 ตุลาคมที่ผ่านมา สะท้อนความตั้งใจจริงของไทยในการเดินหน้าไปสู่สันติภาพ พร้อมยืนยันว่าข้อตกลงร่วมกับกัมพูชาเป็นเส้นทางสู่สันติภาพ แต่ฝ่ายกัมพูชาจำเป็นต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดอย่างครบถ้วน ทั้งการลดอาวุธ ลดกำลังทหาร การเก็บกู้ทุ่นระเบิด การปราบปรามอาชญากรรมข้ามแดนและแก๊งสแกมเมอร์ รวมถึงการจัดการปัญหาการรุกล้ำพื้นที่ ซึ่งทั้ง 4 ประเด็นถือเป็นสาระสำคัญ

โดยเฉพาะประเด็นการเก็บกู้ทุ่นระเบิด นายสีหศักดิ์ ระบุว่า เป็นเรื่องที่ประเทศไทยให้ความสำคัญอย่างยิ่ง หลังเกิดเหตุทหารไทยเหยียบทุ่นระเบิดจนขาขาดมาแล้ว 6 ครั้ง และหลังการลงนามข้อตกลงยังเกิดเหตุซ้ำเป็นครั้งที่ 7 ซึ่งเป็นเรื่องที่ประชาชนไทยต้องการคำอธิบายที่ชัดเจน แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่ได้รับคำตอบที่เป็นรูปธรรมจากฝ่ายกัมพูชา

ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ  กล่าวอีกว่า การเข้าร่วมประชุมครั้งนี้ ไทยไม่ได้มีเจตนาจะกล่าวโทษฝ่ายใด แต่ต้องการให้เกิดกระบวนการหยุดยิงที่แท้จริง ไม่ใช่เพียงการประกาศฝ่ายเดียว พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า แม้กัมพูชาจะพูดถึงการหยุดยิงในเวทีต่าง ๆ แต่กลับไม่เคยหารือกับไทยโดยตรง ซึ่งทำให้การเดินหน้าสู่สันติภาพเป็นไปได้ยาก

ทั้งนี้ ไทยเสนอให้มีการหารือระหว่างทหารของทั้งสองฝ่าย โดยใช้กรอบคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (General Border Committee: GBC) ซึ่งฝ่ายกัมพูชายอมรับข้อเสนอ และเห็นชอบให้มีการประชุม GBC ในวันที่ 24 ธันวาคมนี้ เพื่อหารือขั้นตอนต่าง ๆ ในการนำไปสู่การหยุดยิงอย่างเป็นรูปธรรม

นายสีหศักดิ์ ยืนยันว่า จนถึงขณะนี้ยังไม่มีข้อตกลงหยุดยิงอย่างเป็นทางการ และต้องรอผลการหารือในระดับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของทั้งสองประเทศ ซึ่งมีกำหนดจัดขึ้นในวันที่ 24 ธันวาคม ที่จังหวัดจันทบุรี ต่อไป

ต้อย หมวกแดง จับคู่ กับ อู๊ด เป็นต่อ ออก ซิงเกิลเพลงใหม่ !! สามีโตอย่าง

              

เป็นการส่งท้ายปีมะเส็งพร้อมๆไปกับการต้อนรับปีมะเมีย ที่เสี่ยแจ๊ค-เอชดีทีวี หรือจักรี ชุ่มนิกาย  บอสใหญ่  HDTV Production (Thailand)รับหน้าที่กำกับและถ่ายทำ Music ซิงเกิลใหม่เพลง“สามีโตอย่าง” ที่ร้องโดย สองตัวตึง ต้อย หมวกแดง ควงคู่ อู๊ด เป็นต่อ เพื่อเอาใจพ่อบ้านที่รักเมียทั่วทั้งประเทศ!

               ข่าวด่วน !! วงการบันเทิงลูกทุ่งกลับมามีสีสันขึ้นอีกครั้งหลังจากที่ ศิลปินนักร้องคุณภาพรุ่นใหญ่ปล่อยให้น้องรักนักร้องหญิงดาวรุ่งอินดี้ที่ได้ออกผลงานเพลงมาให้แฟน..แฟนได้ฟังกันจนเพียงพอ และพอเพียง กับเสียงหวานๆหลานของน้าๆแต่มาวันนี้ก่อนจะก้าวเข้าสู่ปีมะเมียมีข่าวดีจาก จักรี ชุ่มนิกาย  บอสใหญ่  HDTV แจ้งข่าวมาว่า ป๋าอู๊ด เป็นต่อ จับมือศิลปินสายฮา น้าต้อย หมวกแดง ส่งซิงเกิลใหม่เพลง “สามีโตอย่าง” พร้อมยืนเคียงข้างสามีที่รักเมีย เพื่อเป็นการสะท้อนถึงมุมมองของพ่อบ้านรักเมียอย่างจริงใจและไม่จิงโจ้ ไม่ได้โม้นะครับท่าน !! โดย  อู๊ด เป็นต่อ ได้กล่าวว่

               “ ผมได้รู้จักกับพี่ต้อยมานานแล้วครับ เราได้รู้จักและทักกันในเฟซบุ๊กจากความทรงจำเก่าๆ ก็เลยได้มีโอกาสร่วมงานกันครับ ปกติผมร้องเพลงอยู่แล้วพอได้มาร้องจริงก็ถนัดมากๆ เพลงนี้น่ารักดีครับ ฉบับคนรักเมียแบบผมเลย (ยิ้ม)ใครจะบอกว่าเราไปไหนไปกัน แต่ถ้าเมียบอกไม่ให้ไป… ก็ไปไม่ได้ครับ (หัวเราะ) ล้อเล่นครับ ก็รักเมียจริงๆ และผมเชื่อว่าเพลง“สามีตัวอย่าง”ต้องโดนใจแฟนๆอย่าง แน่นอนครับ”อู๊ด เป็นต่อ กล่าวสั้นๆแล้วหันไปสบตา ต้อย หมวกแดง ได้กล่าวต่อเติมเสริม ว่า เพลงนี้มีโครงไว้แล้วเพียงแต่มาเติมต่อให้สมบูรณ์ ส่วนดนตรีทำเองทั้งหมดครับ พอมาเจอพี่อู๊ดเท่านั้นแหละ เหมาะมาก เพลงเข้ากับตัวแกสุดๆ

ก็เลยชวนมาร้องด้วย กัน การทำงานสนุกมากครับ รับรองโดนใจแน่นอน ฝากติดตามฟังและชม MV เพลง“สามีโตอย่าง” ได้ทาง You Tube และทุกๆช่องทางได้แล้ววันนี้ครับ”ต้อย หมวกแดง กล่าวสรุป สั้นๆพร้อมหันหยิบซอสามสายออกมาสี อู๊ด เป็นต่อ ให้  “สามีโตอย่าง” ฟัง

               สำหรับเพลง “สามีโตอย่าง” ร้องโดย อู๊ด เป็นต่อ – ต้อย หมวกแดง คำร้อง/ทำนองโดย อ. ราช ภูมิวาริน เรียบเรียงดนตรี โดย ส้มนากา – ต้อย หมวกแดง ดูแลการผลิตโดย  สุรชัย ไกรวาปี โดยมี แจ๊คเอชดีทีวี (จักรี ชุ่มนิกาย)รับหน้าที่กำกับ และ ถ่ายทำโดยทีมงาน HDTV Production (Thailand)

                                                                            หมึก มายา ปธ. ชมรมเพื่อนสื่อมวลชนสร้างสรรค์ประเทศไทย

ปีทองกอล์ฟหญิงไทย “จีโน่ ฐิติกุล” ทุบสถิติโลก-พ่วงทัพโปรสาวไทย สร้างผลงานระดับท็อป แอลพีจีเอ 2025

แอลพีจีเอ ทัวร์ ฤดูกาล 2025 ปิดฉากลงเมื่อช่วงปลายเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา โดยนักกอล์ฟสาวไทยสร้างผลงานครองความยิ่งใหญ่ ด้วยการคว้าแชมป์รวมกัน 3 รายการ จาก “จีโน่” อาฒยา ฐิติกุล มือหนึ่งของโลก ที่กวาดรางวัลใหญ่แทบทั้งหมด ทั้งนักกอล์ฟยอดเยี่ยมแห่งปี สกอร์เฉลี่ยต่ำที่สุด และเงินรางวัลรวมสูงสุดต่อหนึ่งฤดูกาลในประวัติศาสตร์แอลพีจีเอ ขณะที่นักกอล์ฟไทยรายอื่น ๆ ก็ทำผลงานได้น่าพอใจ แม้จะยังไม่สามารถคว้าแชมป์ได้ก็ตาม

ฤดูกาล 2025 มีการแข่งขันทั้งหมด 32 รายการ โดยนักกอล์ฟที่คว้าแชมป์มากที่สุดคือ “จีโน่” อาฒยา ฐิติกุล ซึ่งคว้าแชมป์ไป 3 รายการ ได้แก่ มิซูโฮ อเมริกา โอเพ่น, บิวอิค แอลพีจีเอ เซี่ยงไฮ้ และ ซีเอ็มอี กรุ๊ป ทัวร์ แชมเปียนชิพ รายการปิดท้ายฤดูกาล ซึ่งเธอสามารถป้องกันแชมป์ได้เป็นสมัยที่สองติดต่อกัน ส่งผลให้มีเงินรางวัลรวมต่อหนึ่งฤดูกาลสูงสุดในประวัติศาสตร์ทัวร์กว่า 7.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (7,578,330 ดอลลาร์) จากการลงแข่งขัน 20 รายการ พร้อมเพิ่มสถิติแชมป์อาชีพแอลพีจีเอเป็น 7 รายการ

ผลงานของ “จีโน่” ไม่ได้โดดเด่นแค่จำนวนแชมป์เท่านั้น แต่ยังจบการแข่งขันใน 10 อันดับแรกมากถึง 14 รายการ มากที่สุดในทัวร์ โดยในจำนวนนั้นเป็นการจบใน 4 อันดับแรกถึง 10 รายการ และยังคว้ารางวัลสกอร์เฉลี่ยต่ำที่สุดแห่งปี (Vare Trophy) ด้วยสกอร์เฉลี่ย 68.68 ซึ่งถือเป็นสกอร์เฉลี่ยต่ำที่สุดในประวัติศาสตร์แอลพีจีเอ นับเป็นครั้งที่สองที่เธอคว้ารางวัลนี้ ต่อจากปี 2023 

นอกจากนี้ อาฒยา ยังคว้ารางวัลนักกอล์ฟยอดเยี่ยมแห่งปี (LPGA Tour Player of the Year) เป็นครั้งแรกในอาชีพ และเป็นนักกอล์ฟไทยคนที่สอง ต่อจาก “เม” เอรียา จุฑานุกาล ที่เคยทำได้ในปี 2018

ด้าน “พราว” ชเนตตี วรรณแสน เจ้าของแชมป์อาชีพแอลพีจีเอ 2 รายการ สร้างผลงานได้น่าประทับใจ จากการลงเล่น 24 รายการ โดยจบใน 10 อันดับแรก 3 รายการ ได้แก่ อันดับ 6 ร่วม แบล็ค เดสเซิร์ต แชมเปียนชิพ, อันดับ 10 ร่วม มายเออร์ แอลพีจีเอ คลาสสิก และอันดับ 2 ร่วม วีเมนส์ พีจีเอ แชมเปียนชิพ 

ขณะที่ “เม” เอรียา จุฑานุกาล เจ้าของแชมป์อาชีพแอลพีจีเอ 12 รายการ รวมถึง 2 แชมป์เมเจอร์ ลงแข่งขัน 17 รายการ แม้จะไม่สามารถคว้าแชมป์ในฤดูกาลนี้ได้ แต่ยังทำผลงานจบใน 10 อันดับแรกถึง 6 รายการ โดยเฉพาะในรายการเมเจอร์ที่จบ 10 อันดับแรกถึง 3 รายการ ได้แก่ อันดับ 2 ร่วม เชฟรอน แชมเปียนชิพ, อันดับ 9 ร่วม ยูเอส วีเมนส์ โอเพ่น และอันดับ 7 ร่วม อามุนดี เอวิยอง แชมเปียนชิพ ส่วนอีกสองเมเจอร์ จบอันดับ 52 ร่วม วีเมนส์ พีจีเอ แชมเปียนชิพ และอันดับ 23 ร่วม วีเมนส์ โอเพ่น

“เมียว” ปาจรีย์ อนันต์นฤการ เจ้าของแชมป์อาชีพแอลพีจีเอ 2 รายการ โชว์ฟอร์มได้อย่างโดดเด่นในช่วงท้ายฤดูกาล โดยลุ้นแชมป์ในรายการ ซีเอ็มอี กรุ๊ป ทัวร์ แชมเปียนชิพ ก่อนจบอันดับ 2 รองจาก อาฒยา ฐิติกุล 

ด้าน “แพตตี้” ปภังกร ธวัชธนกิจ แชมป์อาชีพแอลพีจีเอ 2 รายการ รวมถึงแชมป์เมเจอร์ ลงแข่งขัน 22 รายการ จบใน 10 อันดับแรก 3 รายการ ได้แก่ อันดับ 4 ร่วม ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์, อันดับ 10 ร่วม ซีพีเคซี วีเมนส์ โอเพ่น และอันดับ 7 ร่วม ซีเอ็มอี กรุ๊ป ทัวร์ แชมเปียนชิพ รวมถึงอันดับ 9 ในรายการพิเศษประเภททีมผสม แกรนท์ ธอร์นทัน อินวิเทชันแนล

ส่วน “เปียโน” อาภิชญา ยุบล จบฤดูกาลในอันดับ 85 คะแนนสะสมเรซทู ซีเอ็มอี โกลบ ทำผลงานจบใน 10 อันดับแรก 1 รายการ เช่นเดียวกับ “โม” โมรียา จุฑานุกาล ที่จบอันดับ 96 คะแนนเรซทู ซีเอ็มอี โกลบ และจบใน 10 อันดับแรก 1 รายการ 

และปิดท้ายด้วยการแข่งขันคัดเลือก แอลพีจีเอ คิว-ซีรีส์ ไฟนอล ควอลิฟายอิง สเตจ เพื่อรับทัวร์การ์ดฤดูกาล 2026 ที่จบไปเมื่อต้นเดือนธันวาคมที่ผ่านมา ในฤดูกาลหน้าทัพสาวไทย จะมี ฮัท สุวิชยา วินิจฉัยธรรม นักกอล์ฟสาววัย 19 ปี จากจังหวัดขอนแก่น เสริมทัพในฐานะรุกกี้ของทัวร์

สำหรับแอลพีจีเอ ทัวร์ ฤดูกาล 2026 จะเปิดฉากด้วยรายการ ทัวร์นาเมนต์ ออฟ แชมเปียนส์ ที่เมืองออร์แลนโด รัฐฟลอริดา ประเทศสหรัฐอเมริกา ระหว่างวันที่ 29 มกราคม –1 กุมภาพันธ์ ปีหน้า แฟนกอล์ฟสามารถติดตามและร่วมเชียร์นักกอล์ฟสาวไทยบนเวทีกอล์ฟอาชีพสตรีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของโลกได้ต่อไป 

เครดิตภาพ: LPGA/Getty Images

ครอบครัวเศร้า!เตรียมรับร่าง “ส.อ.กัมปนาท ทองแสง”วีรบุรุษทหารกล้าพลีชีพกลับบ้านเกิดจัตุรัส

ชัยภูมิ – วีรบุรุษคืนถิ่น! ครอบครัวและชาวชัยภูมิเตรียมรับร่าง “ส.อ.กัมปนาท ทองแสง” ทหารเสือราชินีรายที่ 22 สละชีพกลางสมรภูมิชายแดนตาพระยา ป้าเผยภูมิใจหลานสู้จนวินาทีสุดท้าย มุมานะจากพลทหารสู่การเป็นทหารอาชีพ

เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณีการสูญเสียครั้งสำคัญของกองทัพ จากเหตุการณ์ ส.อ.กัมปนาท ทองแสง อายุ 28 ปี สังกัด กองพันทหารราบที่ 1 กรมทหารราบที่ 21 รักษาพระองค์ (ทหารเสือราชินี) เสียชีวิตขณะปฏิบัติหน้าที่ปกป้องอธิปไตยในพื้นที่บ้านคลองแผง อ.ตาพระยา จ.สระแก้ว เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา

เส้นทางชีวิตของ ส.อ.กัมปนาท ถือเป็นต้นแบบของความมุ่งมั่น โดยเริ่มต้นจากการเป็นทหารกองประจำการหลังจับได้ใบแดงที่ อ.คอนสวรรค์ จ.ชัยภูมิ ก่อนจะมุมานะสอบบรรจุเป็นนายสิบเพื่อรับใช้ชาติอย่างเต็มตัวในสังกัดหน่วยรบอันทรงเกียรติ โดยเจ้าตัวเพิ่งกลับมาเยี่ยมครอบครัวที่บ้านหนองหญ้าข้าวนก ต.ละหาน อ.จัตุรัส เมื่อ 2 เดือนก่อน ไม่คาดคิดว่าจะเป็นการพบหน้ากันครั้งสุดท้าย

นางณัฐชา โคตะรุด อายุ 58 ปี (ป้าของผู้เสียชีวิต) เปิดเผยด้วยความระทึกใจว่า วินาทีที่ทราบข่าวจากเจ้าหน้าที่ถึงกับเข่าทรุด “หลานเป็นคนร่าเริง นิสัยดี และมีความภูมิใจมากที่ได้เป็นทหารรับใช้ชาติ แม้จะเสียใจสุดซึ้ง แต่ก็ภาคภูมิใจที่เขาได้ทำหน้าที่ลูกผู้ชายอย่างสมเกียรติ” ทั้งนี้ มารดาของผู้เสียชีวิตซึ่งทำงานอยู่ที่ จ.ภูเก็ต กำลังเร่งเดินทางกลับมาเพื่อร่วมพิธีศพลูกชายเพียงคนเดียว

สำหรับพิธีรับร่างทหารกล้า กองทัพเตรียมเคลื่อนศพโดยอากาศยานมาลงที่ อ.จัตุรัส ในช่วงเช้าของวันที่ 23 ธันวาคม 2568 เพื่อเคลื่อนไปประกอบพิธีทางศาสนา ณ วัดเจริญสูง หมู่ 4 ต.ละหาน อ.จัตุรัส จ.ชัยภูมิ โดยจะมีพิธีรับศพอย่างสมเกียรติสูงสุดเพื่อเป็นการสดุดีดวงวิญญาณผู้กล้าที่พลีชีพเพื่อแผ่นดิน

โดย…มัฆวาน  วรรณกุล – อารยา ผู้สื่อข่าวภูมิภาค

.

กระบี่ชวนเชิญเที่ยวงานปีใหม่และงานกาชาด 29 ธ.ค.68-7 ม.ค.69 ลุ้นโชคใหญ่

จังหวัดกระบี่ชวนเชิญเที่ยวงานปีใหม่และงานกาชาด 29 ธ.ค.68-7 ม.ค.69 พร้อมร่วมเสี่ยงโชคลุ้นรางวัลมัจฉากาชาด และสลากกาชาดการกุศล

เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม นายอังกูร ศีลาเทวากูล ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ เปิดเผยว่า จังหวัดกระบี่ร่วมกับเหล่ากาชาดจังหวัดกระบี่ กำหนดจัดงานปีใหม่ และงานกาชาดจังหวัดกระบี่ ประจำปี 2569 ระหว่างวันที่ 29 ธันวาคม 2568 – 7 มกราคม 2569 รวม 10 วัน 10 คืน ณ บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดกระบี่ โดยมี วัตถุประสงค์เพื่อจัดหารายได้ให้กับเหล่ากาชาดจังหวัดกระบี่ ไว้ใช้ในกิจกรรมสาธารณกุศล การบรรเทาทุกข์และช่วยเหลือสงเคราะห์ประชาชนในด้านต่าง ๆ รวมทั้งการส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดกระบี่

ทั้งนี้ ภายในงานมีกิจกรรมต่าง ๆ มากมาย ได้แก่ กิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดกระบี่ การจัดนิทรรศการ/การออกร้านของหน่วยงานราชการ ภาคเอกชน การจัดจำหน่วยผลิตภัณฑ์ชุมชน OTOP การออกร้านจำหน่ายอาหารพื้นบ้าน และสินค้าราคาถูกจากทั่วประเทศ การแสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้าน และการแสดงของศิลปินชื่อดังอีกมากมายทุกคืนด้วย โดยในพิธีเปิดวันที่ 29 ธันวาคม 2568 พบกับการเดินแบบชุดไทยพระราชนิยม 8 แบบ ภายใต้แนวคิด “ชุดผ้าไทยพระราชนิยม สืบสานพระราชปณิธาน” นำโดยผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่และนายกเหล่ากาชาดจังหวัดกระบี่ พร้อมด้วย หัวหน้าส่วนราชการ หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน

นางศรินทิพย์ ศีลาเทวากูล นายกเหล่ากาชาดจังหวัดกระบี่ กล่าวว่า แม้ว่าปีนี้เศรษฐกิจจะไม่ค่อยดี แต่ทุกภาคส่วนในจังหวัดกระบี่ยังคงสนับสนุนของรางวัลเป็นจำนวนมากเหมือนกับปีที่ผ่านมา ซึ่งสิ่งของทุกชิ้นที่ได้รับจะนำไปเป็นรางวัลพิเศษในร้านมัจฉากาชาดทั้ง 10 วัน 10 คืน ระหว่างวันที่ 29 ธันวาคม 2568 – 7 มกราคม 2569 โดยมีรางวัลใหญ่เป็นรถจักรยานยนต์ทุกคืน ๆ ละ 1 คัน พร้อม ตู้เย็น ทีวี จักรยาน และอื่น ๆ อีกมากมาย ส่วนของรางวัลทั่วไป จากร้านกาชาดในปีนี้มีความพิเศษและแตกต่างจากทุกปีที่ผ่านมา คือจะใช้ผลิตภัณฑ์ชุมชน โอทอป

จากทุกอำเภอของจังหวัดกระบี่มาเป็นของรางวัล เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการส่งเสริมสนับสนุนสินค้าและผลิตภัณฑ์ในพื้นที่และยังเป็นการสร้างรายได้ให้กับชุมชนอีกทางหนึ่งด้วยซึ่งเงินทุกบาททุกสตางค์ที่ได้รับจากมัจฉากาชาดและสลากกาชาดการกุศลก็จะกลับคืนไปสู่พี่น้องประชาชนชาวจังหวัดกระบี่ นำไปช่วยเหลือประชาชนที่ทุกข์ยาก ผู้ด้อยโอกาส กลุ่มเปราะบาง ตามกิจกรรมต่าง ๆของกาชาด

นายกเหล่ากาชาดจังหวัดกระบี่ กล่าวย้ำว่า ในส่วนของการจำหน่ายสลากกาชาดการกุศลฉบับละ 100 บาท สามารถทำบุญได้ที่ร้านกาชาดเช่นกัน โดยรางวัลที่ 1 รถยนต์เก๋ง Yaris Cross 1.5 HEV Smart จำนวน 1 รางวัล/รางวัลที่ 2 ทองคำแท่งหนัก 2 บาท จำนวน 2 รางวัล/รางวัลที่ 3 ทองคำแท่งหนัก 1 บาท จำนวน 5 รางวัล/รางวัลที่ 4 ทองคำหนัก 2 สลึง จำนวน 5 รางวัล/รางวัลที่ 5 ทองคำหนัก 1 สลึง จำนวน 5 รางวัล และรางวัลเลขท้าย 3 ตัว แหวนทองคำหนัก 1 กรัม จำนวน 60 รางวัล กำหนดออกรางวัล ณ เวทีร้านกาชาด หน้าศาลากลางจังหวัดกระบี่

ในคืนวันพุธที่ 7 มกราคม 2569 โดยวิธีหมุนวงล้อ และสามารถตรวจสอบผลการออกสลากการกุศลได้ที่ www.krabi.go.th หรือโทร 0-7562-0985/0-7561-2255 และที่ว่าการอำเภอ ทุกอำเภอ

ทลายแก๊งจีนเทา! เปิดห้องผลิตหัวพ็อตเค วิ่งส่ง KTV ผับ บาร์ ทั่วกรุง

ตำรวจปราบปรามยาเสพติด แกะรอยแก๊งจีนเทา! เปิดห้องผลิตหัวพ็อตเค วิ่งส่ง KTV ผับ บาร์ ทั่วกรุงฯ ตร.ปส.ล็อคตัวคาคอนโดยึดหัวพ็อตเค กว่า 500 หัว พร้อมอุปกรณ์การผลิตจำนวนมาก

พล.ต.ท.อาชยน ไกรทอง ผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด เดินหน้าปฏิบัติการตามนโยบายรัฐบาลและสำนักงานตำรวจแห่งชาติในการแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างจริงจัง ล่าสุดสั่งการเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.1 บก.ปส.2 ขยายผลจับกุมเครือข่ายชาวจีนลักลอบผลิตและจำหน่ายหัวบุหรี่ไฟฟ้าผสมสารอิโทมิเดท หรือพอตเค ที่กำลังระบาดหนักในพื้นที่กรุงเทพฯ

การจับกุมครั้งนี้เป็นผลจากการสืบสวนและขยายผลของเจ้าหน้าที่ โดยเมื่อช่วงปลายเดือน พฤศจิกายน เจ้าหน้าที่ได้ตรวจยึดหัวพอตบุหรี่ไฟฟ้าผสมสารอิโทมิเดท จับกุมผู้ต้องหาชาวจีนรวม 4 ราย ทลายโกดังหลายจุดทั้งในโซนห้วยขวาง พัทยา และนนทบุรี ก่อนดำเนินการสืบสวนต่อเนื่องจนสามารถติดตามตัวผู้ต้องสงสัยได้

ต่อมาเมื่อวันที่ 22 ธ.ค.68 เจ้าหน้าที่ตำรวจพบตัวผู้ต้องสงสัย บริเวณย่านสุขุมวิท13 จึงได้แสดงตัวเข้าซักถามทราบชื่อคือ นายหลี่ฯ อายุ32 ปี สัญชาติจีน ซึ่งรับว่าตนเป็นผู้ส่งบุหรี่ไฟฟ้าผสมสารอิโทมิเดตจำหน่ายให้ชาวจีนย่านห้วยขวาง ในราคาหัวละ 1,200 บาท จากการซักถามสืบทราบว่าภายในห้องพักมีฐานการผลิตหัวพอตเค เจ้าหน้าที่จึงบุกเข้าตรวจค้นห้องพัก 2 ห้องภายในคอนโดแห่งหนึ่งย่านสุขุมวิท 13 ทั้งนี้ มี พ.ต.ต.กษิดิศ สันติปรีชาวัฒน์ เป็นล่ามภาษาจีน

ผลการตรวจค้นสามารถตรวจยึดของกลางเป็นหัวพอตเค หรือบุหรี่ไฟฟ้าผสมสารอิโทมิเดทพร้อมจำหน่าย จำนวน 552 หัว หัวพอตเปล่าสำหรับบรรจุ แพ็คส่งขาย เครื่องมือในการผลิตสารวัตถุออกฤทธิ์รวมถึงบรรจุภัณฑ์แพ้คกิ้งสำหรับจัดจำหน่ายจำนวนมาก

เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อหา “ครอบครองซึ่งวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 2 (อิโทมิเดต) โดยการมีไว้เพื่อจำหน่าย โดยฝ่าฝืนต่อกฎหมาย อันเป็นการกระทำเพื่อการค้า และก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน” และควบคุมตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการสืบสวนขยายผลถึงเครือข่ายที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม

พล.ต.ท.อาชยน ไกรทอง ผบช.ปส.กล่าวว่า ปัจจุบันได้มีการแพร่ระบาดของพอตเคหรือพอตซอมบี้ ในหมู่นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ซึ่งมีสารเอโทมิเดต อยู่ในส่วนผสมของบุหรี่ไฟฟ้าที่ สารตัวนี้ ถือเป็นยาสลบที่ใช้ในการแพทย์เพื่อให้ผู้ป่วยหลับชั่วคราว ซึ่งมีคุณสมบัติออกฤทธิ์เร็วและกดประสาทส่วนกลาง ทำให้ผู้ใช้รู้สึกเคลิ้ม มึนงง และหมดสติชั่วคราว เมื่อถูกนำมาใช้ผสมกับบุหรี่ไฟฟ้า ผลข้างเคียงที่ตามมานั้นอันตรายต่อร่างกายผู้สูบ เช่น กดการหายใจ, ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ และผลกระทบทางจิตใจ เช่น อาการหลอน ซึมเศร้า วิตกกังวล เป็นต้น

.

ส้มโชกุนตรังคึกคัก!ยอดจองทะลักรับเทศกาล “ปีใหม่–ตรุษจีน” แล้วเกือบ 2 ตัน

“ไร่วังน้ำค้าง” สวนส้มโชกุนชื่อดังอำเภอปะเหลียน จังหวัดตรัง เริ่มเก็บผลผลิตต้อนรับเทศกาลสำคัญ คาดปีนี้ได้กว่า 4 หมื่นกิโลกรัม ลูกค้าสั่งจองแล้วเกือบ 2 ตัน แม้สภาพอากาศแปรปรวนกระทบผลผลิตบางส่วน แต่ภาพรวมตลาดและรายได้ดีกว่าปีที่ผ่านมา

ที่สวนส้ม “ไร่วังน้ำค้าง” บ้านเจ้าพะ หมู่ที่ 11 ตำบลปะเหลียน อำเภอปะเหลียน จังหวัดตรัง ซึ่งเป็นสวนส้มโชกุนชื่อดังของจังหวัดตรัง ได้เริ่มเก็บผลผลิตส้มเพื่อต้อนรับเทศกาลปีใหม่ และผลผลิตส้มรอบนี้จะเก็บจำหน่ายได้ยาวถึงช่วงเทศกาลตรุษจีน โดยในช่วงเทศกาลปีใหม่นิยมใช้เป็นของขวัญของฝาก รวมทั้งเป็นผลไม้มงคลตามความเชื้อของชาวไทยเชื้อสายจีน

ทั้งนี้ส้มโชกุนไร่วังน้ำค้างยังเป็นที่นิยมของชาวตรัง เพราะเชื่อมั่นในคุณภาพ และยังเป็นสวนส้มปลอดสารเคมี ซึ่งสวนส้มดังกล่าวเป็นสวนส้มที่รายล้อมด้วยภูเขา อากาศดีตลอดทั้งปี มีเนื้อที่ 50 ไร่ มีส้มโชกุนกว่า 3,000 ต้น ซึ่งนอกจากจะจำหน่ายส้มโชกุน ยังจำหน่ายกิ่งพันธุ์ ต้นละ 100 บาท โดยปัจจุบันมีเกษตรกรจากจังหวัดพัทลุง , จังหวัดนครศรีธรรมราช สั่งจองต้นพันธุ์จำนวนมาก

นายอดิเรก คงวิทยา อายุ 61 ปี  เจ้าของสวนไร่วังน้ำค้าง กล่าวว่า ปีนี้ผลผลิตดีกว่าปีที่แล้ว คาดการณ์ว่าปีนี้มีผลผลิตประมาณ 40,000 กิโลกรัม ตอนนี้มีลูกค้าสั่งจองเข้ามาแล้วเกือบ 2,000 กิโลกรัม ซึ่งต้องส่งให้ลูกค้าสั่งจองภายในวันที่ 27-28 ธันวาคมนี้ โดยปีนี้ทางสวนได้ปรับลดราคาลง 10 บาทต่อกิโลกรัมในทุกขนาด โดยราคาปัจจุบันมีดังนี้

• ไซส์จัมโบ้ (เบอร์ 000): กิโลกรัมละ 150 บาท 
• เบอร์ 0: กิโลกรัมละ 140 บาท 
• เบอร์ 1: กิโลกรัมละ 120 บาท 
• เบอร์ 2: กิโลกรัมละ 80 บาท 
• เบอร์ 3: กิโลกรัมละ 70 บาท 
• เบอร์ 4: กิโลกรัมละ 60 บาท 
• เบอร์ 5: กิโลกรัมละ 40 บาท 
• เบอร์ 6: กิโลกรัมละ 40 บาท

และหากลูกค้าซื้อจำนวน 3 กิโลกรัม ทางสวนจะใส่แพ็คเกจเป็นกล่องสวยงามให้ ปีนี้ไซส์จัมโบ้จะมีปริมาณน้อย เนื่องจากแต่ละต้นมีลูกดก โดยส้มที่ออกผลผลิตตรงกับช่วงเทศกาลสำคัญถือว่าเป็นนิมิตหมายที่ดี เพราะ ลูกค้ามีความต้องการ ซื้อมาเป็นของฝากและรับประทานเอง ตนพยายามดูแลสวนให้ออกลูกในช่วงปีใหม่ ตรุษจีน และเชงเม้ง แต่ปีนี้ในช่วงเชงเม้งผลผลิตน่าจะออกไม่ทัน ซึ่งปีนี้ตลาดส้มและรายได้จะดีกว่าปีที่แล้ว

 อย่างไรก็ตามปี68 ภาคใต้มีผลตกเยอะทำให้ผลผลิตได้รับความเสียหาย ผลส้มแตก เนื่องจากฝนที่ตกหนักติดต่อกันทำให้เนื้อส้มฟองตัวขยายออก แต่เปลือกส้มไม่ขยายตาม จึงเป็นสาเหตุทำให้ส้มผลแตกเสียหาย สภาพอากาศที่แปรปรวน ทำให้คาดการณ์ไม่ได้เลยว่าปีหน้าจะเป็นอย่างไร รวมทั้งอุณหภูมิที่สูงขึ้น 1 องศาเซลเซียส มีผลต่อการติดดอกของผลไม้

 สำหรับลูกค้าที่สนใจซื้อส้มวังน้ำค้าง สามารถซื้อได้ที่ร้านวังน้ำค้าง ถนนรักษ์จันทร์ ตำบลทับเที่ยง อำเภอเมืองตรัง จังหวัดตรัง โทร.075-221130

ขอบคุณ:TrangToday

“ช่อ พรรณิการ์” เดือด! แจ้งความจับมือดีโพสต์ Fake News กล่าวหาว่าเธอสั่งทหารกางแผนรบกับเขมร!!

“ช่อ พรรณิการ์” หอบหลักฐาน เฟคนิวส์ แจ้งความ ที่มีการโพสบิดเบือนหว่าตนเองให้“ทหารกางแผนที่ออกมาและเปิดเผยแผนการรบให้ประชาชนประชาชนทราบ”

วันนี้ 22 ธันวาคม 2568 นางสาวพรรณิการ์ วานิช หรือ ช่อ กรรมการบริหารคณะก้าวหน้า เดินทางมายัง สน.ทองหล่อ นำหลักฐานข้อความในเฟซบุ๊ก เพื่อมาแจ้งความดำเนินคดีกับผู้ที่เผยแพร่ข่าวปลอมในโลกออนไลน์ ที่ว่า “จะรบกันไปถึงเมื่อไหร่ ทหารต้องกางแผนที่ออกมาและเปิดเผยแผนการรบให้ประชาชนประชาชนทราบ ลงวันที่ 17 ธันวาคม 2568 ในข้อหาหมิ่นประมาทและพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ และการที่มาแจ้งความเป็นการปกป้องสิทธิ์ของตัวเอง ปกป้องการเลือกตั้งที่ตะเกิดขึ้น โดยจะฟ้อง 4 แอคเคาท์ คือ แอคเคาท์ต้นเรื่อง คือ “เพจหมึกซึม” และบุคคลที่แชร์ต่อ

โดนนางสาวพรรณิการ์ ยืนยันว่า ตนเองไท่เคยพูดข้อความ ในวันและเวลาดังกล่าว เพราะวันที่ 17 ธันวาคม 2568 เพราะวันดังกล่าวตนเองไม่ได้ไปออกรายการไหน ตนเองนั่งทำงานตลอดทั้งวัน และไม่ได้สัมภาษณ์กับใครเลย ฉะนั้นข้อความนี้เป็นข้อมูลเท็จ และเป็นข่าวปลอม ที่จงใจให้เกิดความเสียหาย เพราะมีคนนำไปแชร์ต่ออีกหลายคน ซึ่งบุคคลที่แชร์ต่อมีทั้ง นักการเมืองที่มีตำแหน่งเป็นอดีตโฆษกพรรค / แอคเคาท์ IO ทหาร / และอดีตนักดนตรี  ที่มีการนำไปแชร์ต่อและลงแคปชั่นที่บิดเบือน ด่าทอตนเอง ที่ว่า ขายชาติ

นอกจากนี้ ยัง มีการนำคลิปจากรายการ ถกไม่เถียง ที่ตนเองไปออกรายการเมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน 2568 ซึ่งวันนั้น ตนเองวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของรัฐบาลนายอนุทิน และตอนนั้นสถานการณ์ชายแดนยังไม่มีการรบระลอกใหม่และยังไม่มีการปราบปรามสแกมเมอร์อย่างจริงจัง  ซึ่งคำพูดที่ถูกนำมาบิดเบือนนั้นคือช้วงที่ว่าต้องการให้ “รัฐบาลอนุทินกางแผนปราบสแกมเมอร์ และที่บอกว่า จะรบให้จบนั้น จบอย่างไร แต่ไม่ต้องบอกรานละเอียกแผนที่การรบ ไม่อยากทราบ เพราะถ้าต้องบอกละเอียดจะทำให้คู่กรณีทราบ” ซึ่งข้อความดังกล่าวถูกนำไปตัดต่อบิดเบือนคำพูดที่ตนเองพูดทันทีว่าไม่อยากทราบแต่ก็ถูกตัดต่อออกไป

นางสาวพรรณิการ์  ของให้ประชาชนไตร่ตรองว่าทำไมพรรคประชาชน ถึงจับคู่ให้เป็นอยู่ฝั่งฮุนเซน ทำไมถึงใส่ร้ายให้เป็นคนพวกขายชาติ ให้ไทยเสียเปรียบ อยากจะขอให้ประชาชนมองย้อนกลับไป ตั้งแต่พรรคก้าวไกล ที่ฮุนเซนกลัวว่าพรรคจะชนะการเลือกตั้ง จึงปล่อยเฟคนิวส์ว่า พิธาจะผลักดันแรงงานกัมพูชาออกนอกประเทศ ตนเองมองว่าเป็นการแทรกแซงการเลือกตั้งของประเทศไทยในปี 2566 ซึ่งเรื่องนั้นก็จบไปเพราะว่าพรรคก็ไม่ได้เป็นรัฐบาล  แต่ตนเองอยากจะสื่อว่า พรรคประชาชน เป็นคนที่ออกมาเปิดโปงเรื่อง เบนสมิธ และการที่เปิดโปงภาพถ่ายกับนักการเมืองต่างๆแทบจะหมดประเทศที่ถ่ายรูปคู่กับฮุนเซน แต่ทำไมคนที่ออกมากลับถูกกระบวนการใส่ร้ายป้ายสีสร้างเฟคนิวส์  ตนเองจะขอความเป็นธรรมและขอให้พี่น้องประชาชนไตร่ตรองข้อมูลที่ได้รับ เพราะในระยะเวลาที่ใกล้สู่การเลือกตั้ง จะมีเฟคนิวส์ หรือ ขบวนการ IO ออกมาเรื่อยๆ 

รวมถึงขอฝากไปถึง กกต. ให้เข้ามาจัดการเรื่องเฟคนิวส์ข้อมูลเท็จให้เหมือนกับการซื้อเสียง กกต.ควรจับการซื้อเสียง

เมื่อถามว่าอยากฝากอะไรถึง ทหารแนวหน้าหรือไม่ บอกว่า ขอพูดตรง ๆ จากใจว่า ในขณะที่พี่น้องทหารแนวหน้าต้องเผชิญความเสี่ยง เหยียบกับระเบิดแทบทุกวัน ต้องเสียสละชีวิตและรอคอยอยู่ที่บ้าน มีทหารจำนวนไม่น้อยที่บาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากการสู้รบที่ผ่านมา แต่กลับยังมี “IOทหาร” บางกลุ่มที่กระทำการเช่นนี้ ตนอยากถามว่า ได้คำนึงถึงพี่น้องทหารแนวหน้าที่พลีชีพไปหรือไม่ และสิ่งที่พวกคุณกำลังทำอยู่นั้น คือหน้าที่ของทหารจริงหรือไม่ /  หน้าที่ของทหารที่แท้จริงซึ่งพี่น้องประชาชนทั้งประเทศชื่นชม คือการเสียสละ ปกป้องประเทศชาติ ต้องจากครอบครัว ลูก เมีย และบ้านเรือน ไม่ใช่การปลุกปั่น สร้างความเกลียดชังให้กับพรรคการเมือง ซึ่งไม่ใช่ภารกิจของทหารแต่อย่างใด

ในฐานะที่ตนเองเป็นกรรมาธิการด้านความมั่นคง ซึ่งปฏิบัติหน้าที่มาแล้วกว่า 2 ปี ตนได้ทำงานร่วมกับทหารในทุกระดับ และพบว่าทุกคนมีจุดยืนร่วมกัน คือ ผลประโยชน์ของชาติเป็นสิ่งสำคัญที่สุด ไม่มีใครตั้งคำถามว่าจะต้องปกป้องประชาชนหรือไม่ เพราะทุกคนเห็นตรงกันว่าต้องปกป้อง และต้องสนับสนุนให้ทหารแนวหน้ามีกำลังรบและงบประมาณที่เพียงพอ เนื่องจากอาวุธยุทโธปกรณ์ต้องใช้งบประมาณแผ่นดินในการจัดซื้อ เราไม่มีเงินนอกระบบหรือเงินผิดกฎหมายเหมือนบางฝ่าย เราทำทุกอย่างเพื่อรักษาอธิปไตยของชาติ รวมถึงดูแลความปลอดภัยด้านอาหารของทหารแนวหน้า

สถานการณ์ชายแดน แม้วันนี้อาจหยุดการสู้รบ แต่ในอนาคตก็ไม่มีใครรับประกันได้ว่าจะไม่เกิดความขัดแย้งอีก ชายแดนจะปลอดภัยได้อย่างไร ขณะที่กับระเบิดยังคงมีอยู่จำนวนมาก ซึ่งต้องใช้เวลาอีกหลายปีในการกู้ให้หมด ตนและคณะกรรมาธิการจึงพยายามผลักดันการใช้เทคโนโลยี เช่น ระบบตรวจจับ เพื่อลดความเสี่ยง และลดจำนวนทหารที่ต้องออกลาดตระเวนในพื้นที่อันตราย

ทั้งนี้ขอยืนยันว่า ในทุกการให้สัมภาษณ์ ตนไม่เคยเปิดเผยข้อมูลที่กระทบต่อความมั่นคงของประเทศ ไม่เคยพูดถึงการลบข้อมูลแผนที่หรือข้อมูลอ่อนไหวใด ๆ ขอให้ประชาชนใช้วิจารณญาณในการรับฟังข้อมูล และยืนยันว่า ไม่มีใครต้องการไปเข้าข้างฮุน เซน แต่อย่างใด

และเมื่อถามว่าืการทาฟ้องนั้นเป็นการปิดกั้นการแสดงความคิดเห็นเสรี หรือไม่ บอกว่า ตนเองเป็นนักการเมืองที่ถูกด่ามากที่สุดและนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ถูกด่า แต่ไม่เคยฟ้องใคร ยกเว้น นางสาวปารีณา ที่มากล่าวหาว่า ตนเองเป็นพวกเดียวกับที่วางปาระเบิดกรุงเทพฯ ครั้งนั้นที่ฟ้องก็บอกว่าเป็นเรื่องที่รุนแรง จึงฟ้องเพื่อปกป้องสิทธิ์รวมถึงครั้งนี้ก็จะเป็นการฟ้องเพื่อปกป้องสิทธิ์ของตนเองและ ปกป้องการเลือกตั้งครั้งนี้เพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลที่เป็นจริง เพราะเฟคนิวส์ครั้งนี้ไม่ใช่ฟรีสปีด ตนเองจะฟ้องหมด ไม่ว่าใครที่เป็นคนแชร์

ส่วนกรณีที่เพจของ “ดังพันกร” ซึ่งมีผู้ติดตามกว่า 1.3 ล้านคนได้มีการแชร์ข่าวปลอมนี้ด้วยนั้น นางสาวพรรณิการ์ ระบุว่า ได้เข้าไปคอมเมนต์ชี้แจงในเพจคุณดังแล้วและหวังว่าประชาชนที่เข้าไปติดตามในเพจคุณดังจะได้เห็นข้อเท็จจริง ส่วนตัวคุณดังจะว่าอย่างไรก็เป็นสิทธิ์ของคุณดัง และยืนยันว่าตนจะไม่ฟ้องคุณดังแน่สบายใจได้