เปิด “ตลาดกลางผลไม้แม่ขรี” แห่งแรกพัทลุง ศูนย์กลางค้าผลไม้นอกฤดูกาลใต้

เทศบาลตำบลแม่ขรีเปิด “ตลาดกลางผลไม้แม่ขรี” แห่งแรกพัทลุง โค้งแรกมังคุดนอกฤดู  “120 บาท”  ราคาทยานสุดในรอบ 30 ปี  ส่งออกต่างประเทศ ออเดอร์ไม่อั้น ส่งยุโรปตอนกลาง “เยอรมัน” ระบุ ไซซ์ A จัมโบ้ ประมาณ 30 %

ดร.สมบัติ ชนะสิทธิ์ นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลแม่ขรี อ.ตะโหมด จ.พัทลุง เปิดเผยว่า เทศบาลตำบลแม่ขรี ได้เปิดศูนย์กลางตลาดกลางผลไม้แม่ขรี ซึ่งมีล้งผลไม้จาก จ.นครศรีธรรมราช โดยเริ่มในฤดูผลไม้นอกฤดู 2568 -69  ซึ่งขณะนี้มังคุดเริ่มออกผลผลิตและส่งตลาด ส่วนถัดไปจะเป็นลองกองนอกฤดูจะออกสู่ตลาด และทุเรียนนอกฤดูจะออกสู่ตลาดตามมา

ดร.สมบัติ กล่าวอีกว่า  ตลาดกลางจะเป็นตลาดราคาชี้นำเพื่อให้เจ้าของสวนได้รับการราคาที่ดีกับกลไกการตลาด ซึ่งเป็นขายตรงจากเจ้าของสวนถึงมือผู้ส่งออกต่างประเทศ แต่การส่งงออกผลผลิตจะต้องได้ขนาดและคุณภาพเกรด A หรือขนาดจับโบ้

“ราคาเริ่มแรกตลาดกลางผลไม้แม่ขรีได้เปิดตาดที่ราคา 120 บาท / กก. ( 15 ธค.68) และถัดมาเปิดราคา 90 บาท 80 70 บาท / กก. และตกเกราด ราคา 20 บาท / กก. ซึ่งจะเปิดราคาเวลา 14.00 น. และเปิดรับซื้อขายเวลา 15.00 น. เป็นต้นไป โดยเฉลี่ยมังคุดที่เข้าสู่ตลาดกลางประมาณกว่า 1 ตัน / วัน ราคามังคุดนอกฤดูพัทลุงราคาสูงสุดในรอบ 30 ปี”

ทางตลาดกลางผลไม้แม่ขรี จะมีเปิดเปิดราคาทุกวันเพื่อให้สอดรับกับสถานการณ์เจ้าของสวนรับทราบล่วงหน้า อีกทั้งจะเป็นการชี้นำราคาเพื่อให้เกษตรกรได้ราคาที่ดี และในการเปิดตลาดกลางผลไม้แม่ขรี ทางเทศบาลตำบลแม่ขรี ได้ร่วมกับสำนักงานเกษตร และพาณิชย์ จังหวัดพัทลุง ทั้งนี้จะมีข้อมูลรอบด้านทางด้านการเกษตรและพาณิชย์

ดร.สมบัติ กล่าวอีกว่า ที่ผ่านมาได้ดำเนินการเรื่องตลาดหมากไทยส่งออกต่างประเทศไปยังประเทศอินเดีย และตลาดประเทศจีนประสบผลสำเร็จซึ่งได้ราคาที่ดีตามกลไกการตลาด

“และเรื่องกลไกการตลาดที่ไม่ต่างกัน  ทางเทศบาลตำบลแม่ขรี  จึงได้ดำเนินการตลาดกลางผลไม้แม่ขรีเพื่อเป็นการพัฒนายกระดับเรื่องราคาและในเรื่องผลผลิตเกษตรกรเจ้าของสวนจะได้ยกระดับพัฒนาผลผลิตให้ได้คุณภาพสอดรับกับตลาดซึ่งจะสามารถส่งออกตลาดต่างประเทศได้เพราะเป็นราคาที่ดี”.

ผู้ดำเนินการตลาดกลางผลไม้แม่ขรี  เปิดเผยว่า เป็นระยะแรกเริ่มต้นในการดำเนินการยังจะเข้ารูปร่างจะต้องใช้ระยะเวลบาหนึ่งที่สำคัญจะต้องมีการรวมกลุ่มแล้วเข้าดำเนินการประมูลการซื้อขายต้นแบบของชะอวดโมเดลที่เป็นตลาดผลไม้ระดับมาตรฐานในขณะนี้ เพราะจุดรับซื้อกระจัดกระจายอยู่ทุกจุดหมู่บ้านที่มีผลไม้

“สำหรับเปิดตลาดขณะนี้มังคุดยังออกมาปริมาณไม่มากประมาณกลางเดือนมกราคม 2569 จะออกมาปริมาณมากเป็นมังคุดรุ่นแรก และยังมีรุ่น 2 ออกมา โดยผลผลิตไซซ์ A ขนาดจัมโบ้มีประมาณ 20 – 30 % บางราย และบางรายมีถึง 100 % ไซซ์ A จัมโบ้ ประมาณ 6 ลูก / กก. ซึ่งถือว่าเป็นการดูแลรักษาบำรุงสวนที่ได้คุณภาพตามหลัก”

นายหร้อเฉด ขุนจันทร์ ผู้ค้าผลไม้หมู่ 3 บ้านด่านโลด เขตเทศบาลตำบลควนเสาธง อ.ตะโหมด เปิดเผยว่า มังคุดนอกฤดูมีผลผลิตประปราย และบางสวนไม่มีผลผลิต ที่นำมาขายมีระดับ 1 กก. 2 กก. และ 3 กก. บางวันรวมกว่า 100 กก. ซึ่งที่ผ่านมามีผลผลิตที่ซื้อรวมสูงสุดเกือบ 300 กก. / วัน

“มังคุดไซซ์ A จัมโบ้ ค่อนข้างจะไม่มีในพื้นที่จะมีก็แต่ไซซ์ขนาดกลาง 8 ลูก / กก. ไซซ์ขนาดกลาง 8 ลูก / กก.ผิว สีมัน ไม่มีรอยตำหนิ จะเป็นไซซ์ A จัมโบ้ ลูกละ 15 บาท 120 บาท/กก. เมื่อเทียบกับราคาที่ผ่านมาประมาณ 30 บาท / กก.”

นายหร้อเฉด ยังกล่าวอีกว่า มังคุดนอกฤดูในพื้นที่ค่อนข้างจะได้ปริมาณน้อยมาก ยกเว้น อ.ควนขนุน จ.พัทลุง และ อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช จะมีไซซ์ A จัมโบ้  มีการดูแลรักษาบำรุงอย่างมืออาชีพจึงได้ราคาที่ดี  

นายไพรวัลย์ ชูใหม่ ที่ปรึกษาทำสวนการเกษตรทุเรียน มังคุด และผึ้ง และนักวิชาการอิสระ  จ.พัทลุง เปิดเผยว่า ผลไม้มังคุดการตลาดจะไม่จำกัดเหมือกับทุเรียน มังคุดจะส่งออกโซนเอเชียทั้งประเทศจีน ญี่ปุ่น และโซนยุโรปกลาง เช่น ฝรั่งเศส เยอรมัน ฯลฯ ตลาดจะกระจายไม่กระจุกเป็นผลไม้ไม่มีควยามเสี่ยงแต่สำคัญจะต้องเป้นผลคุณภาพได้สเป็ค เดิมราคาผลขนาดจัมโบ้ 8 ลูก / กก. ในประเทศญึ่ปุ่นได้ราคา 800 บาท / กก.

“มังคุดเกรด A สเป็คจัมโบ้จะมีร้อยละ 10 เฉพาะในส่วน จ.พัทลุง ส่วน จ.นครศรีธรรมราช ฯลฯ จะมีมากกว่า เมื่อทางเทศบาลตำบลแม่ขรีทำการเปิดตลาดกลางผลไม้ขึ้นมากเพราะเป้าหมายเพื่อส่งออกเจ้าของสวนต้องระดับขึ้นมาเพื่อรองรับ เดิม”

นายไพรวัลย์ กล่าวอีกว่า ตัวเลขมังคุดนอกฤดูจากการคาดการณ์จากสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตร เขตที่ 5 จ.สงขลา พื้นที่ภาคใต้ ที่เป็นข้อมูลจากผลที่ประชุมคณะทำงานย่อยเพื่อพัฒนาข้อมูลและโลจิสติกส์ภาคใต้ ครั้งที่ 2/2568 จากผลคาดการผลไม้นอกฤดูมังคุด มีผลผลิตโดยประมาณกว่า 4,000 ตัน จะลบออก 5 % เพราะถูกมรสุมและฝนตกน้ำท่วมร่วงหล่น.

ช็อคทั้งโลก!”หลิว เมิงหยาง” หักปากกาเซียนหวด “ตะวันฉาย” ขาหัก จบเกม 52 วินาที

ศึก  ONE ลุมพินี 137 เสิร์ฟความมันให้แฟนกีฬาต่อสู้แบบถึงใจ ถ่ายทอดสดไปยัง 195 ประเทศทั่วโลก โดยนักสู้ทั้ง 24 คน ต่างโชว์ผลงานสุดฝีมือเพื่อล่าแต้มชัยส่งท้ายปี เมื่อวันศุกร์ที่ 19 ธ.ค. ที่ผ่านมา ณ สนามมวยเวทีลุมพินี (รามอินทรา)

คู่เอกของรายการ “ตะวันฉาย พีเค.แสนชัย” แชมป์โลก ONE มวยไทย รุ่นเฟเธอร์เวต (145-155 ป.) วัย 26 ปี จากชลบุรี ท้าชน “หลิว เมิงหยาง” นักสู้ลีลาพลิ้ว วัย 22 ปี จากจีน ในกติกาคิกบ็อกซิ่ง รุ่นเฟเธอร์เวต เกมจบลงแบบช็อกแฟนมวยทั้งสนาม เมื่อ “หลิว เมิงหยาง” เตะเข้าที่น่อง “ตะวันฉาย” จนหล่นไปนั่งพื้นลุกขึ้นยืนไม่ไหว ทำให้ “หลิว เมิงหยาง” ชนะทีเคโอยกแรก ด้วยเวลาเพียง 52 วินาที เก็บชัยได้สองไฟต์ติด ล่าสุดผลพ่ายน็อกของตะวันฉายแบบช็อกคนทั้งโลกเนื่องจากขาหัก

คู่รองของรายการ “กุหลาบดำ สจ.เปี๊ยกอุทัย” ยอดมวยหมัดดุ วัย 27 ปี จากสุรินทร์ เปิดหน้าแลกบู๊เดือดกับ “ปตท. อภิชาติฟาร์ม” กำปั้นวัย 28 ปี ผู้มีถิ่นกำเนิดจากนครสวรรค์ ในกติกามวยไทย รุ่นเฟเธอร์เวต ไฟต์นี้ “ปตท.” ยังลุยแหลกตามสไตล์จนได้จังหวะอัดหมัดใส่ “กุหลาบดำ” ร่วงลงพื้นหลังเกมเริ่มเพียง 1 นาที แต่ “กุหลาบดำ” ยังแกร่งลุกขึ้นมาสู้ต่อได้จนจบยก ช่วงที่เหลือทั้งคู่เปิดโหมดแจกอาวุธใส่กันทั้งวงนอกและวงในแบบไม่มีใครยอมใคร แต่ไม่มีฝ่ายใดเพลี่ยงพล้ำ ครบสามยก กรรมการชูมือให้ “ปตท.” ชนะคะแนนเสียงข้างมาก

ด้าน “สามเอ ไก่ย่างห้าดาว” เจ้าตำนานมวยไทย วัย 42 ปี จากบุรีรัมย์ ขอเช็กสด “จ้าวเสือใหญ่ ม.กรุงเทพธนบุรี” ดาวบู๊ วัย 24 ปี จากเมืองกรุง ผู้ท้าชิงอันดับ 5 ของแรงกิง ONE มวยไทย รุ่นฟลายเวต (125-135 ป.) ที่ลดลงมาบู๊ในกติกามวยไทย รุ่นสตรอว์เวต (115-125 ป.) ภาพรวมของเกมเป็น “สามเอ” ที่โชว์เก๋าปล่อยอาวุธสุดคมเรียกนับ “จ้าวเสือใหญ่” ได้ 2 ครั้ง ในยกที่ 2 ส่งให้ “สามเอ” เอาชนะ “จ้าวเสือใหญ่” แบบสวยงามด้วยคะแนนเอกฉันท์

ส่วน “เสือแบล็ค ท.พราน49” มวยหมัดหนัก วัย 29 ปี จากเพชรบุรี ดวลอาวุธกับรุ่นพี่เก๋าประสบการณ์อย่าง “ปกรณ์ พีเค.แสนชัย” ในกติกามวยไทย รุ่นแบนตัมเวต (135–145 ป.) ยกแรก “ปกรณ์” เดินเปิดเกมเตะนำ ก่อนเหวี่ยงหมัดซ้ายใส่ “เสือแบล็ค” เรียกนับได้ก่อน ยกสอง “เสือแบล็ค” จึงเร่งเครื่องเดินบุกต่อยเป็นชุด ทว่ายังเจาะเกราะไม่เข้า ยกสุดท้ายทั้งคู่แลกอาวุธดุเดือดครบเครื่อง ก่อนครบสามยก “ปกรณ์” อาศัยความเก๋าเอาชนะคะแนนเอกฉันท์

ขณะที่ “โจ ณัฐวุฒิ” นักสู้เชิงดี วัย 35 ปี จากนครราชสีมา อันดับ 5 ของแรงกิง ONE มวยไทย รุ่นเฟเธอร์เวต วัดแกร่ง “โมฮัมหมัด เซียซารานี” จอมบู๊ฟอร์มฮอต วัย 23 ปี จากอิหร่าน ในกติกามวยไทย รุ่นเฟเธอร์เวต ปรากฏว่า “โมฮัมหมัด” โชว์พลังหมัดสุดเฉียบ สบโอกาสทิ่มหมัดตรงน็อก “โจ ณัฐวุฒิ” ในยกที่ 2 คว้าชัยเป็นไฟต์ที่ 4 ติดต่อกัน พร้อมคว้าโบนัส 350,000 บาท และสัญญา ONE ไปครอง

นอกจาก “โมฮัมหมัด” แล้ว ยังมีนักกีฬาที่คว้าสัญญา ONE มูลค่า 3,100,000 บาท เพิ่มอีกหนึ่งราย ได้แก่ “ยอดไอคิว อ.พิมลศรี” ที่เตะก้านคอชนะน็อกยกแรกคู่ปรับเก่า “อเล็กเซย์ บาลีโก” จากรัสเซีย และหยิบโบนัส 350,000 บาท กลับบ้านได้เช่นกัน กลายเป็นนักกีฬาจาก ONE ลุมพินี คนที่ 36 และ 37 ที่คว้าสัญญาสำเร็จ

ส่วนนักกีฬาที่โชว์ปิดเกมสวยเข้าตา บิ๊กบอส “ชาตรี ศิษย์ยอดธง” มี 6 ราย ได้แก่ “ดวงดาวน้อย ลูกทรายกองดิน”, “กิ่งซางเล็ก ว.คำชำนาญ”, “สุริยันต์เล็ก พ.เย็นยิ่ง”, “ยอดไอคิว อ.พิมลศรี”, “โมฮัมหมัด เซียซารานี” และ “สามเอ ไก่ย่างห้าดาว” ได้รับเงินโบนัสคนละ 350,000 บาท ไม่รวมค่าตัว รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 2,100,000 บาท (สองล้านหนึ่งแสนบาท)

สรุปผลการแข่งขันทุกคู่ ONE ลุมพินี 137


คู่เอก หลิว เมิงหยาง (จีน) ชนะทีเคโอ ตะวันฉาย พีเค.แสนชัย นาทีที่ 0:52 ของยกแรก (คิกบ็อกซิ่ง รุ่นเฟเธอร์เวต 145-155 ป.)
คู่รอง ปตท. อภิชาติฟาร์ม ชนะคะแนนเสียงข้างมาก กุหลาบดำ สจ.เปี๊ยกอุทัย (มวยไทย รุ่นเฟเธอร์เวต 145-155 ป.)
สามเอ ไก่ย่างห้าดาว ชนะคะแนนเอกฉันท์ จ้าวเสือใหญ่ ม.กรุงเทพธนบุรี (มวยไทย รุ่นสตรอว์เวต 115-125 ป.)
ปกรณ์ พีเค.แสนชัย ชนะคะแนนเอกฉันท์ เสือแบล็ค ท.พราน49 (มวยไทย รุ่นแบนตัมเวต 135-145 ป.)
โมฮัมหมัด เซียซารานี (อิหร่าน) ชนะน็อก โจ ณัฐวุฒิ นาทีที่ 1:39 ของยก 2 (มวยไทย รุ่นเฟเธอร์เวต 145-155 ป.)
ยอดไอคิว อ.พิมลศรี ชนะน็อก อเล็กเซย์ บาลีโก (รัสเซีย) นาทีที่ 2:06 ของยกแรก (มวยไทย รุ่นเฟเธอร์เวต 145-155 ป.)

จาง เป่ยเหมียน (จีน) ชนะคะแนนเอกฉันท์ ทองพูน พีเค.แสนชัย (คิกบ็อกซิ่ง รุ่นสตรอว์เวต 115-125 ป.)
กิ่งซางเล็ก ว.คำชำนาญ ชนะคะแนนเอกฉันท์ สุริยันต์เล็ก พ.เย็นยิ่ง (มวยไทย รุ่นฟลายเวต 125-135 ป.)
ชิมอน (ญี่ปุ่น) ชนะคะแนนเอกฉันท์ เด็ดดวงเล็ก ทีเด็ด99 (มวยไทย รุ่นฟลายเวต 125-135 ป.)
ดวงดาวน้อย ลูกทรายกองดิน ชนะน็อก เรแกน กาวอิง (แคนาดา) นาทีที่ 0:36 ของยก 2 (มวยไทย รุ่นอะตอมเวต 105-115 ป.)  
ริวยะ โอคุวากิ (ญี่ปุ่น) ชนะคะแนนเอกฉันท์ เพชร สวนหลวงรถยก (มวยไทย รุ่นอะตอมเวต 105-115 ป.)
เด่นเกรียงไกร สิงห์มาวิน ชนะคะแนนเอกฉันท์ อาซาฮี ชินากาวา (ญี่ปุ่น) (มวยไทย รุ่นสตรอว์เวต 115-125 ป.) 

เลือกตั้งนายกอบจ.ปราจีนบุรีระอุ! “เสธฯปริญญา”ลงสู้ศึกไม่หวั่นอำนาจบ้านใหญ่

ปราจีนบุรี –  ศึกเลือกตั้งนายก อบจ.ปราจีนบุรี เปิดรับสมัครวันสุดท้าย เบอร์6 เสธฯปริญญา นายพลทหารช่างตลาดหน้าค่ายฯมาแล้วจ้า!.. สะดุ้งตามๆกัน โปรไฟล์ไม่ธรรมดา เพิ่มเป็นหนึ่งทางเลือกคนปราจีนบุรี ก่อนหน้ามีซุ้มบ้านใหญ่การเมือง “วิลาวัลย์” ซุ้มบ้านเล็ก”พากเพียรศิลป์” อดีต สส.บัญชีรายชื่อ อดีตผู้สมัครนายกอบจ.ปราจีนบุรีพรรคประชาชน และอดีตผู้สมัครรับเลือกตั้งนายก อบต.ท่าตูม

เมื่อเวลา 16.30 น. วันที่ 19 ธันวาคม 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.ปราจีนบุรี บรรยากาศการรับสมัคร ผู้สมัครรับเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปราจีนบุรี (อบจ.) ในวันสุดท้าย ของการเปิดรับสมัครผู้สมัครรับเลือกตั้งฯ ที่ศูนย์ประสานงานการเลือกตั้งนายกประจำองค์การบริหารส่วนจังหวัดปราจีนบุรี ในหอประชุมองค์การบริหารส่วนจังหวัดปราจีนบุรี (อบจ) อ.เมืองปราจีนบุรี จ.ปราจีนบุรี กำหนดระหว่าง วันที่ 15-19 ธ.ค. 68 ระหว่างเวลา 08.30น.16.30น. กำหนดวันเลือกตั้งฯวันที่ 25 ม.ค.69 ก่อนครบวาระ

สืบเนื่องจาก หลังมีประกาศจังหวัดปราจีนบุรีโดยนายวีระพันธ์ ดีอ่อน ผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรีลงวันที่ 2 ธ.ค. 2568วินิจฉัยให้ น.ส.ณภาภัช หรือ สจ.จอย สิ้นสุดสมาชิกภาพจากตำแหน่งสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดปราจีนบุรี(ส.อบจ.) เขตเลือกตั้งที่ 2 เนื่องจากเคยมีรายชื่อเป็นผู้เริ่มก่อตั้งและผู้ถือหุ้นบริษัทสื่อ

พลตรีปริญญา เชาว์เจริญ หรือเสธฯปริญญา

ซึ่งเป็นลักษณะต้องห้ามตามกฎหมายเลือกตั้งท้องถิ่น ส่งผลให้สมาชิกภาพสิ้นสุดย้อนหลังตั้งแต่วันที่ 6 มิ.ย. 2567 และ ปัจจุบันดำรงตำแหน่ง “นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปราจีนบุรี (อบจ.)” ในวาระใหม่ ตามผลการเลือกตั้งต่างวาระ จึงต้องพ้นจากตำแหน่งนายก อบจ. ด้วยผลแห่งกฎหมาย นั้นมีสีสันและอุณหภูมิทางเวทีการเมืององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น(อปท.) ในรูปแบบองค์การบริหารส่วนจังหวัดปราจีนบุรี (อบจ.)เพิ่มความร้อนระอุสูงพรวดพราดเพิ่มขึ้นทันที!…

นายคณิณพัชญ์ อัมพุชศศิภัณ  หรือ “ต้อง” 

ช่วงสายพบ พลตรีปริญญา หรือเสธฯปริญญา เชาว์เจริญ อายุ71ปี อดีตผู้สมัคร สส.ปราจีนบุรี และ อดีตผู้สมัครนายก อบจ.ปราจีนบุรี(ได้อันดับ 2 คะแนน รวม 51,710คะแนน) แข่งขันกับนางบังอร วิลาวัลย์ อดีตนายกองค์บริหารส่วนจังหวัดปราจีนบุรี(อบจ.) (ได้อันดับ 1 คะแนน 100,427 คะแนน ) มายื่นเอกสารหลักฐานเพื่อรับสมัครเลือกตั้งฯ ในวันสุดท้ายนี้ นับเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปราจีนบุรี(อบจ.) เป็นคนสุดท้ายที่สร้างความฮือฮา ในยุคทหารหาญรักษาอธิปไตยของชาติ โดย ได้เบอร์ 6

นายกฤษฎ์   กษมพันธุ์  หรือ รองอุ๊

ผู้สื่อข่าวรายงาน ทั้งนี้ก่อนหน้ามีผู้สมัครรับเลือกตั้งฯเข้าร่วมชิงตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปราจีนบุรี(อบจ.) ก่อน จำนวน 5 ราย ประกอบด้วย เบอร์ 1 นายเกียรติกร หรือ สส.หรั่ง พากเพียรศิลป์ อายุ 61 ปี อดีต สส.ปราจีนบุรี , เบอร์ 2 นายกฤษฎิ์ หรือ “รองอุ๊” กษมพันธุ์ อายุ51 ปี อดีตรองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปราจีนบุรี(อบจ.) , เบอร์ 3 นายคณิณพัชญ์ หรือ “ต้อง” อัมพุชศศิภัณ อายุ 46 ปี อดีตผู้สมัครนายกองค์การบริหารส่วนตำบลท่าตูม (อบต.),เบอร์ 4 นายอำไพ กองมณี อายุ 65 ปี อดีต สส.บัญชีรายชื่อ และเบอร์ 5 นายจำรูญ สวยดี อดีตผู้สมัครนายก อบจ.ปราจีนบุรี พรรคประชาชน รอบนี้ลงในนามอิสระ ล่าสุด เบอร์ 6 พลตรีปริญญา เชาว์เจริญ อายุ71ปี อดีตผู้สมัคร สส.ปราจีนบุรี และ อดีตผู้สมัครนายก อบจ.ปราจีนบุรี

พลตรีปริญญา หรือเสธฯ ปริญญา กล่าวหลังสมัครฯว่า “ ลงสมัครรับเลือกตั้งนายกฯในนามอิสระ ต้องการมารับใช้พี่น้องชาวประจีนบุรี สักครั้งหนึ่ง ในฐานะที่เกิดปราจีนบุรี รับราชการค่ายพรหมโยธี/ค่ายจักรพงษ์ และในอดีตเคยทำการเมืองอยู่แถวกบินทร์บุรี, นาดี ทำเพื่อคนปราจีนบุรีถ้ามีโอกาสได้รับการพิจารณาจากพี่น้องปราจีนบุรี

ลงสมัครฯได้เบอร์ 6 ตอนนี้สมัครแล้วแต่ยัง ไม่ทราบว่าจะผ่านหรือเปล่า เพราะว่าทางเจ้าหน้าที่ฝ่ายรับสมัครฯบอกว่าอยู่ทะเบียนบ้าน ไม่ครบ 1 ปี ย้ายกลับมา เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2568 ย้ายไปย้ายมาเมื่อปี 2554 แต่ตนอยู่ปราจีนบุรีมาตั้ง 5 ปีกว่า ตามระเบียบผู้สมัครจะต้องมีภูมิลำเนาอยู่ในจังหวัดปราจีนบุรีเกิน 1 ปีนับถึงวันสมัครรับเลือกตั้งฯ แต่เจ้าหน้าที่มานับเอาตอนที่ผม อยู่ตอนสุดท้าย แล้วก่อนหน้าล่ะครับผมอยู่มาตั้ง 5 ปีแล้ว เกิดที่ปราจีนบุรี ยังไงก็ขอความยุติธรรมให้ผมด้วยนะครับ ขอให้ตีความเหมือนหนูน้อยนั่งตากลม กับตาก ลม เขียนเหมือนกันแต่ความหมายไม่เหมือนกัน

ถ้ามีโอกาสในนามเบอร์ 6 จะบริหารงบประมาณด้วยความประหยัด เกิดประโยชน์สูงสุด โปร่งใสบริสุทธิ์ยุติธรรมสำหรับทุกท่าน เคยเป็นผู้บังคับกองร้อยทหารช่างกองกำลังบูรพา (กกล.บูรพา) เคยรับผิดชอบเขตพื้นที่ เขารอชมัน เขาตาง็อก เมื่อปี 2526 และ 2527 ในอดีต เคยเป็นทหารคนสนิท ผู้การฯกองพลที่1 ท่านพลเอกอาทิตย์ กำลังเอก ขณะนั้น ยศท่านพลตรี และ พลตรีอร่าม ศรีอัครินทร์ ผู้การฯกองพลที่2 รับราชการเจริญเติบโตมาตามลำดับ

เมื่อปี 2526 สอบชิงทุนไปเรียนออสเตรเลีย ของทหาร ปี 2528 สอบได้ที่ 1 ไปเรียน ชั้น นายพัน ไปศึกษาต่อที่อเมริกาปี 2542 ได้ทุน เรียนทุนมหาวิทยาลัยศรีปทุม เรียนปริญญาโท ฟรี คณะรัฐประศาสนศาสตร์ ตอนนี้ขอให้มีสิทธิ์ก่อน เพราะว่าที่บอกว่าไม่มีสิทธิ์ อยู่เนื่องว่าอยู่ปราจีนบุรีไม่ถึง 1 ปีดังกล่าว จนถึงวันรับสมัครเลือกตั้งฯ ซึ่งผมเองผมอยู่ เกินนะครับ แล้วแต่การตีความ ยังไงถ้าผม ถูกตัดสิทธิ์ผมก็ต้องอุทธรณ์ แล้วใช้สิทธิ์ให้ศาลเป็นผู้ตัดสินอีกครั้ง ฝากพี่น้อง ชาว ปราจีนบุรี เลือก คนที่ท่านรักและคนที่ท่านคิดว่าจะทำงานเพื่อพี่น้องประชาชน

ผู้สื่อข่าวรายงานต่อไป ผู้สมัครฯ เบอร์ 6 เสธฯปริญญา… พลตรีปริญญา เชาว์เจริญ อายุ71ปี โปรไฟล์ เป็นที่รู้จักของชาวปราจีนบุรีก่อนหน้านี้ อดีตผู้สมัคร สส.ปราจีนบุรีรวม 2 ครั้ง พรรคประชาธิปัตย์ /พรรคประชาราช และ อดีตผู้สมัครนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปราจีนบุรี (อบจ.) รวม 2 ครั้ง

อดีตผู้บังคับกองร้อยทหารช่างที่4 กองพันทหารช่างที่2 รักษาพระองค์ (ช.พัน2รอ.ร้อย4) หน่วยทหารช่างสนาม หน่วยขึ้นตรงกองพลทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ (นขต.พล ร.2 รอ.) หรือ “บูรพาพยัคฆ์” มาก่อน ที่ตั้งในค่ายจักรพงษ์ ต.ดงพระราม อ.เมืองปราจีนบุรี จ.ปราจีนบุรีตั้งตรงข้ามตลาดหน้าค่ายจักรพงษ์ อ.เมืองปราจีนบุรี เป็นหน่วยรบที่ทำงานสนามชายแดนกองกำลังบูรพา ยามศึกสงครามจะออกรบก่อน และกลับภายหลังภารกิจทางทหารเสร็จสิ้น ในการเก็บกู้ กวาดล้างวัตถุระเบิดและการทำลาย การก่อสร้างถนนหนทางสะพาน /เครื่องกีดขวาง

ในอดีตแม้เคยลงสมัครฯสส.ปราจีนบุรี เดินลงสมัครรับเลือกตั้งในเวทีระดับชาติตลอด 8 ปีเต็มๆ และในเวทีองค์การบริหารส่วนจังหวัดปราจีนบุรี (อบจ.) 2 รอบ แต่ไม่เคยประสพผลสำเร็จ ในปีนี้มองฐานเสียงทางหน่วยทหาร จ.ปราจีนบุรี ค่ายพรหมโยธี กับ ค่ายจักรพงษ์ หากสีเขียวตบเท้าพรึ่บพรั่บให้ และ พลังเสียงประชาชนที่เห็นการยอมเสียสละเลือดเนื้อทหารหาญปกป้องอธิปไตยในรอบนี้ยังพอมีสิทธิ์ลุ้น เป็นทางเลือกของชาวปราจีนบุรีได้บ้าง

แต่ ในรอบนอก ขาดหัวคะแนนเพราะชอบเดินตามหัวคันนา ไม่ใช้กระสุนยิงเป้าซื้อเสียงคงต้องเพลี่ยงพล้ำทุกประตู แต่หากมีใครคิดทำการแจกกระสุนซื้อเสียงราคาของครั้งนี้ จะทวีสูงพุ่ง! ติดตามมาแน่นอน

อนึ่ง สำหรับผู้สมัครฯ เบอร์ 1 นายเกียรติกร หรือ “สส.หรั่ง” พากเพียรศิลป์ ลงสมัครในนามอิสระ อดีต ส.ส.จังหวัดปราจีนบุรี อดีตสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดปราจีนบุรี มีฐานเสียงหลัก จากกลุ่มการเมืองท้องถิ่นในพื้นที่ กลุ่มการเมืองบ้านเล็ก”ตระกูลพากเพียรศิลป์

ผู้สมัครฯ 2 นายกฤษฎ์ หรือ “รองอุ๊” กษมพันธุ์ อดีตรองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปราจีนบุรี(อบจ.)เป็นคนสนิทของนายสุนทร หรือ โกทร วิลาวัลย์ ได้รับการสนับสนุนจากกลุ่มการเมือง “บ้านใหญ่”ในพื้นที่”ตระกูลวิลาวัลย์”

ผู้สมัครฯเบอร์ 3 นายคณิณพัชญ์ หรือ “ต้อง” อัมพุชศศิภัณ อดีตผู้สมัครรับเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนตำบลท่าตูม(อบต.) อ.ศรีมหาโพธิล่าสุด มีอาชีพธุรกิจส่วนตัว ตำแหน่งประธานที่ปรึกษากลุ่มธุรกิจเศษอุตสาหกรรมภาคตะวันออก

ผู้สมัครรับเลือกตั้งฯ เบอร์ 4นายอําไพ กองมณี ประสบการณ์ อดีตกำนัน 25 ปี อดีต สส.บัญชีรายชื่ออดีตผู้สมัครรับเลือกตั้งนายก อบจ.ปราจีนบุรีที่ผ่านมา ได้อันดับที่ 3 (คะแนน 34,398 คะแนน ) ประสบการณ์การทำงาน อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย นักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ผู้ถือครองที่ดินจำนวนมากในจังหวัดปราจีนบุรี

ผู้สมัครฯเบอร์ 5 นายจำรูญ สวยดี อดีตผู้สมัครรับเลือกตั้งนายก อบจ.ปราจีนบุรี พรรคประชาชนที่ผ่านมา รอบนี้ลงอิสระ ได้คะแนนมาอันดับ 2 (59,929 คะแนน) อดีตเคยลงสมัคร สส.ปราจีนบุรีพรรคพลังธรรม ประสบการณ์การทำงาน อดีตเลขาธิการหอการค้าจังหวัดปราจีนบุรีอดีตประธานคณะกรรมการลุ่มน้ำบางปะกง ปราจีนบุรีและปทุมธานี อดีตคณะกรรมการการน้ำแห่งชาติ (ภาคบริการ)

โดย…มานิตย์ สนับบุญ -ข่าว/ณัฐนันท์- ภาพ / ปราจีนบุรี ###

ตร.รวบ “มนัส บุญจำนงค์” อดีตฮีโร่เหรียญทองโอลิมปิก หนีคดีฉ้อโกง

ตำรวจสอบสวนกลางบุกรวบ” มนัส บุญจำนงค์” อดีตฮีโร่เหรียญทองโอลิมปิก หนีคดีฉ้อโกงโควต้าล็อตเตอรี่ ศาลตัดสินจำคุก 2 ปี 9 เดือน ส่งตัวขังเรือนจำพิเศษกรุงเทพ 

เมื่อวันที่ 19 ธ.ค. 2568 พล.ต.ต.เอนก เตาสุภาพ ผบก.ปทส. สั่งการ พ.ต.อ.อภิสัณฐ์ ไชยรัตน์ ผกก.5 บก.ปทส. พ.ต.ท.จีรศักดิ์ นิมมา สว.กก.5 บก.ปทส. นำกำลังจับกุม นายมนัส บุญจำนงค์ อายุ 45 ปี อดีตนักมวยเหรียญทองโอลิมปิก ตามหมายจับศาลแขวงดอนเมือง ที่ 35/2568 ลงวันที่ 28 ม.ค. 2568 ข้อหา “ ฉ้อโกง”และ หมายจับศาลแขวงดอนเมือง ที่ 110/2568 ลงวันที่ 31 มี.ค. 2568 ข้อหา “ ฉ้อโกง” เข่นเดียวกัน โดยจับกุมตัวที่ หน้าห้องพักเลขที่ 320/173 ตึก เอ คอนโด ลุมพินีพาร์ค รัตนาธิเบศร์-งามวงศ์วาน ต.บางกระสอ อ.เมือง จ.นนทบุรี

สืบเนื่องจากเมื่อปี 2564 ได้มีผู้เสียหายเข้าแจ้งความร้องทุกข์ ที่ สน.ดอนเมือง ว่าถูก นายมนัส อดีตนักมวยฮีโร่โอลิมปิก หลอกขายโควตาสลากกินแบ่งรัฐบาล ให้ โดยนายมนัส อ้างว่า ได้โควตามาจาก นายสมรักษ์ คําสิงห์ อดีตนักมวยฮีโร่โอลิมปิกรุ่นพี่ อีกทอดหนึ่ง ทำให้ผู้เสียหายหลงเชื่อโอนเงินให้ไปจำนวน 2 ล้านบาท แต่เมื่อถึงกำหนดกลับไม่ได้รับโควต้าสลาก ตามที่ตกลงกันไว้แต่อย่างใด จึงพยายามทวงถามขอเงินกลับคืน แต่ก็ถูกบ่ายเบี่ยง จึงเชื่อว่าถูกหลอก

อย่างไรก็ตาม ภายหลังมีการแจ้งความพนักงานสอบสวน สน.ดอนเมือง ได้ทำการแจ้งข้อกล่าวหาแก่นายมนัส ก่อนจะอนุญาตให้ได้รับการปล่อยตัวชั่วคราว แต่เมื่อคดีเข้าสู่การพิจารณาในชั้นศาล นายมนัส กลับมีพฤติกรรมหลบหนีไม่มาฟังคําพิพากษาตามนัดหมาย

ซึ่งภายหลังศาลได้มีคําพิพากษาใน คดีที่ 1 จําคุก 1 ปี 6 เดือน และ คดีที่ 2 จําคุก 1 ปี 3 เดือน รวมโทษ 2 ปี 9 เดือน ก่อนทำการออกหมายจับ จนกระทั่งนำมาสู่การตามจับกุมตัวได้ดังกล่าว พร้อมนำตัวส่งศาลแขวงดอนเมือง ดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมาย ก่อนที่ต่อมาศาลจะมีคําสั่งส่งตัวไปจําคุก ที่เรือนจําพิเศษกรุงเทพมหานคร เมื่อช่วงเที่ยงวันที่ผ่านมา 

รายงานข่าวแจ้งว่า ทั้งนี้ระหว่างการควบคุมตัว นายมนัส ไปส่งศาลแขวงดอนเมือง เจ้าตัวกล่าวด้วยน้ําเสียงกึ่งหยอกกึ่งจริงว่า “วันนี้จะมีการชิงแชมป์มวยซีเกมส์ 12 รุ่น ไม่น่าถูกจับวันนี้ อดเชียร์มวยเลย” 

ARDA จับมือ ม.มหิดล โชว์ 3 งานวิจัยเกษตรยกระดับสุขภาพคนไทย

ARDA จับมือ ม.มหิดล โชว์ 3 งานวิจัยเกษตรยกระดับสุขภาพคนไทย  ตอบโจทย์ใช้นวัตกรรมเพิ่มมูลค่าเกษตรไทย ลดนำเข้า เสริมความมั่นคงอาหารและยา

เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2568 สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) หรือ ARDA จับมือมหาวิทยาลัยมหิดล เปิดตัว 3 งานวิจัยเกษตร–สุขภาพ ที่พร้อมต่อยอดสู่การใช้ประโยชน์จริงและเชิงพาณิชย์ ในกิจกรรม ARDA Mini Press @Mahidol University ตั้งแต่ยาชาจากกัญชงไทย อิมมูโนโกลบูลินจากไก่ไข่ ไปจนถึงอาหารทางการแพทย์สัญชาติไทยรายแรกของประเทศ ตอกย้ำบทบาทงานวิจัยไทยในการเสริมความมั่นคงด้านอาหารและยา ลดการพึ่งพาการนำเข้า และขับเคลื่อนเศรษฐกิจสุขภาพอย่างเป็นรูปธรรม ณ ห้องประชุมพิทยา จารุพูนผล ชั้น 5 มหาวิทยาลัยมหิดล วิทยาเขตพญาไท กรุงเทพฯ

ดร. ทวีศักดิ์ ธนเดโชพล ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร กล่าวว่า ARDA มองงานวิจัยเกษตรไม่ใช่เพียงองค์ความรู้ในห้องปฏิบัติการ แต่คือกลไกเชิงยุทธศาสตร์ในการขับเคลื่อนประเทศ ตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ โดยมุ่งยกระดับงานวิจัยไทยให้ตอบโจทย์นโยบายรัฐบาล ความต้องการของเกษตรกร และความท้าทายในอนาคตอย่างรอบด้าน โดยพร้อมสนับสนุนงานวิจัยที่สามารถต่อยอดสู่การใช้ประโยชน์และเชิงพาณิชย์ เพื่อสร้างผลกระทบเชิงบวกอย่างเป็นรูปธรรมต่อเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และสุขภาพของประชาชนทุกช่วงวัย ซึ่งเชื่อมโยงกับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี แผนแม่บทการวิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ พ.ศ. 2566–2570 และเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) เพื่อเสริมความมั่นคงทางอาหาร เพิ่มมูลค่าผลผลิตเกษตร และยกระดับระบบสุขภาพของประเทศให้มีความปลอดภัยและยั่งยืนในระยะยาว

สำหรับกิจกรรมในวันนี้ ARDA ร่วมกับมหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งเป็นสถาบันชั้นนำด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพ จัดขึ้นเพื่อนำเสนอผลงานวิจัยที่พร้อมต่อยอดสู่การใช้ประโยชน์จริงในระบบสุขภาพและสังคม โดยคัดเลือก 3 ผลงานวิจัยเด่น ที่มีศักยภาพสูงในการขยายผลเชิงพาณิชย์ ได้แก่ นวัตกรรมผลิตสารสกัด “ CBD จากกัญชงไทย” เปิดประตูพืชเศรษฐกิจสู่ยาอนาคต ปฏิวัติการรักษาอาการปวดช่องปาก –ขากรรไกร ผลเทียบยาแรงแต่ปลอดภัย – ไร้ฤทธิ์เสพติด โดย ศ.ดร.ทพญ. วรานันท์ บัวจีบ หัวหน้าโครงการวิจัยฯ และคณะ

งานวิจัยยกระดับ “กัญชงไทย” จากพืชเศรษฐกิจสู่ วัตถุดิบยาแห่งอนาคต คณะวิจัยได้พัฒนาสารสกัด CBD จากกัญชงไทยที่ไม่มีฤทธิ์เสพติด และต่อยอดเป็นยาทาเฉพาะที่ 2 สูตร ได้แก่ Canalog สำหรับอาการปวดในช่องปาก และ Canacream สำหรับอาการปวดข้อต่อขากรรไกร โดยทั้งสองสูตร ผ่านการทดสอบทางคลินิกแล้ว ให้ผลลดอาการปวด เทียบเท่ายามาตรฐานสากล (gold standard) แต่มีความปลอดภัยสูงกว่า ไม่เสพติด และสามารถผลิตจากวัตถุดิบที่ปลูกได้ในประเทศ งานวิจัยนี้เปิดทางให้กัญชงไทยก้าวสู่การเป็นวัตถุดิบยาในระบบสุขภาพ และลดการพึ่งพาการนำเข้ายาแก้ปวดจากต่างประเทศอย่างเป็นรูปธรรม ไทยเจ๋ง..พัฒนาเทคโนโลยีสกัดสาร อิมมูโนฯ จากไก่ไข่ปลอดเชื้อเฉพาะ ลดต้นทุน 50% ยกระดับการป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าโดย นายชรินทร์ ถาวรคุโณ หัวหน้าโครงการวิจัยฯ และคณะ

งานวิจัยนี้พัฒนาเทคโนโลยีการผลิตอิมมูโนโกลบูลินป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าจาก ไก่ไข่ปลอดเชื้อเฉพาะ (SPF) แทนการใช้เลือดม้า โดยเริ่มจากการฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าให้ไก่ที่เลี้ยงในโรงเรือนระบบปิด จากนั้นนำไข่ที่ได้มาสกัดอิมมูโนโกลบูลินเพื่อนำไปใช้ทางการแพทย์ ผลการผลิตสารกัดจากไก่ไข่ภายใต้โครงการวิจัยสามารถ ลดต้นทุนต่อขวดจาก 700–800 บาท เหลือประมาณ 350 บาท ใช้ไข่เพียง 7 ฟองต่อการผลิต 1 ขวด และสามารถรองรับความต้องการวัคซีนของประเทศที่ประมาณ 100,000 ขวดต่อปี ได้ด้วยไก่เพียง 2,000–4,000 ตัว ช่วยลดการพึ่งพาวัตถุดิบจากสัตว์ขนาดใหญ่ และลดความเสี่ยงจากการขาดแคลนในภาวะวิกฤติ

ปัจจุบันโครงการอยู่ในระดับการผลิตเชิงทดลองด้วยไก่ 36 ตัว เลี้ยงในระบบที่ควบคุมเชื้อโรคมากกว่า 30 ชนิด มีกำลังการผลิตประมาณ 1,500 ขวดต่อปี และอยู่ระหว่างการยกระดับโรงเรือนและกระบวนการผลิตสู่มาตรฐานอุตสาหกรรม หากขยายผลได้เต็มศักยภาพ เทคโนโลยีนี้จะช่วยเสริมความมั่นคงทางสุขภาพของประเทศ ลดต้นทุนระบบสาธารณสุข และเปิดโอกาสให้ไทยก้าวสู่ตลาดอิมมูโนโกลบูลินโลกที่มีมูลค่ามากกว่า 500 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี

ARDA โชว์อาหารทางการแพทย์สัญชาติไทย รายแรกของประเทศ ลดนำเข้า 300–500 ล้าน เพิ่มมูลค่าข้าว–น้ำนม โดย ผศ.ดร. สุภัทร์ ไชยกุล หัวหน้าโครงการวิจัยฯ และคณะ

คณะวิจัยพัฒนาอาหารทางการแพทย์จาก “น้ำนมผสมข้าว” นวัตกรรมจากนักวิจัยไทยรายแรก เพื่อใช้เป็นอาหารพร้อมบริโภคและอาหารทางสายให้อาหาร ที่มีคุณค่าทางโภชนาการครบถ้วนตามมาตรฐานสากล และสามารถทดแทนอาหารทางการแพทย์นำเข้า มูลค่ากว่า 300–500 ล้านบาทต่อปี นวัตกรรมนี้ยกระดับวัตถุดิบเกษตรไทย โดยเพิ่มมูลค่า ข้าวกล้องส่วนเหลือจากการขัดสี จาก 10–20 บาท เป็น 180–200 บาทต่อกิโลกรัม ควบคู่กับการแก้ปัญหาน้ำนมล้นคลัง ด้วยการใช้น้ำนมโคถึง 40% ของส่วนผสมทั้งหมด

ปัจจุบันผลิตได้ในระดับอุตสาหกรรม ได้รับการรับรองจาก อย. และจดอนุสิทธิบัตรแล้ว 2 สูตร ได้แก่ สูตรครบถ้วนปราศจากแลคโตส และสูตรน้ำนมปกติที่ใช้ข้าวกล้องเป็นแหล่งคาร์โบไฮเดรตหลัก ผลทดสอบทางคลินิกยืนยัน ค่าดัชนีน้ำตาลต่ำ (GI 20–28) ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลและไขมันในเลือดได้อย่างมีนัยสำคัญ ขณะนี้ อ.ส.ค. ผลิตและจำหน่ายกว่า 345,600 กล่องต่อปี สร้างรายได้มากกว่า 10 ล้านบาทต่อปี และเพิ่มรายได้ให้เกษตรกรปลูกข้าว อ้อย และโคนม ได้กว่า 725,760 บาทต่อปี เติบโตถึง 600% สะท้อนงานวิจัยที่เชื่อมเกษตร–สุขภาพ–เศรษฐกิจได้อย่างเป็นรูปธรรม

 “ ARDA มองว่า มหาวิทยาลัยมหิดล ไม่ใช่แค่แหล่งวิชาการที่ผลิตบุคลากรทางการแพทย์เพียงอย่างเดียว แต่ยังเป็น “พันธมิตรหลัก” ที่ร่วมกันพัฒนาต่อยอดภาคการเกษตรไทยผ่านงานวิจัย สู่การใช้ประโยชน์ของสังคมทั้งสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ เราให้ทุนวิจัยเพราะเรามั่นใจว่างานวิจัยจากที่นี่สามารถขยายผลต่อยอดสร้างผลกระทบเชิงบวกได้จริงในบริบทของสังคมโดยรวม เพราะสำหรับ ARDA งานวิจัยไม่ใช่แค่ทางเลือก แต่คือคำตอบในการแก้ไขปัญหาสังคมและสุขภาพซึ่งต้องได้รับการพัฒนาต่อยอดอย่างเหมาะสม” นายทวีศักดิ์ ฯ กล่าว

รองศาสตราจารย์ ดร.สราวุธ เทพานนท์ คณบดีคณะสาธารณสุขศาสตร์ กล่าวว่า มหาวิทยาลัยมหิดลขอขอบคุณสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร หรือ ARDA ที่ให้ความไว้วางใจและสนับสนุนทุนวิจัยอย่างต่อเนื่อง ความร่วมมือนี้สะท้อนวิสัยทัศน์ร่วมกันในการเชื่อมงานวิจัยด้านการเกษตรเข้ากับระบบสุขภาพของประเทศอย่างเป็นรูปธรรม ด้วยศักยภาพของนักวิจัยและโครงสร้างพื้นฐานด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพของมหาวิทยาลัยมหิดล เมื่อได้รับการสนับสนุนจาก ARDA งานวิจัยจึงไม่หยุดอยู่เพียงในห้องปฏิบัติการ

แต่สามารถพัฒนาไปสู่การใช้ประโยชน์จริง สร้างผลกระทบเชิงนโยบาย เศรษฐกิจ และคุณภาพชีวิตของประชาชน ผลงานวิจัยทั้ง 3 เรื่องที่นำเสนอในครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของงานวิจัยเกษตรไทยที่ก้าวข้ามห้องปฏิบัติการ สู่การใช้ประโยชน์จริงในระบบสุขภาพและเศรษฐกิจของประเทศ มหาวิทยาลัยมหิดลพร้อมสนับสนุน ARDA เพื่อเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญในการเพิ่มมูลค่าเกษตรไทย ลดการพึ่งพาการนำเข้า เสริมความมั่นคงด้านอาหารและยา และยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทยอย่างยั่งยืน

ชรบ.-ผู้นำชุมชนระดมหญ้าแห้ง-อาหารให้สัตว์เลี้ยงเพื่อความอุ่นใจผู้อพยพสู้รบชายแดน

เจ้าหน้าที่ ชรบ. พร้อมผู้นำชุมชนในหมู่บ้านแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ที่ อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ นอกจากจะทำหน้าที่คอยดูแลรักษาความปลอดภัย บ้านเรือนและทรัพย์สินของประชาชนผู้อพยพแล้ว ยังคงต้องหมั่นคอยไปเอาอาหารให้กับสัตว์เลี้ยงด้วย เพื่อความอุ่นใจและสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้อพยพ

เจ้าหน้าที่ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน หรือ ชรบ. ที่ได้ปฎิบัติหน้าที่ในการเฝ้าระวังพิทักษ์พื้นที่ส่วนหลัง ร่วมกับกำนัน ผู้ใหญ่ ผู้นำชุมชน และอาสาสมัคร ในการดูแลรักษาความปลอดภัยตามหมู่บ้านที่ตนเองรับผิดชอบ ทั้งการตรวจสอบอาคารบ้านเรือนที่พักอาศัย และพื้นที่ทางการเกษตร รวมถึงเฝ้าระวังกลุ่มบุคคลฝ่ายตรงข้าม และผู้ไม่หวังดีเข้ามาฉวยโอกาสสร้างสถานการณ์ในพื้นที่แล้ว

เจ้าหน้าที่ชุด ชรบ.เหล่านี้ ยังต้องคอยหมั่นดูแลนำอาหารสัตว์เลี้ยง ไปให้สัตว์เลี้ยงของประชาชนผู้อพยพด้วย ไม่ว่าจะเป็นหญ้าหรือฟางแห้งอัดฟ่อนไปให้วัวควาย อาหารไปให้สุนัขแมว และเป็ดไก่ รวมถึงสัตว์เลี้ยงต่างๆ ที่ยังอยู่ตามบ้านเรือน เพื่อเป็นการสร้างความอุ่นใจ คลายความกังวล และความเชื่อมั่นว่าสัตว์เลี้ยงของผู้อพยพทุกตัว จะได้รับการดูแลเป็นอย่างดี

ถึงแม้ว่าสถานการณ์สู้รบในพื้นที่แนวชายแดนไทย-กัมพูชา จะยังคงมีเหตุการณ์ปะทะกันอย่างต่อเนื่อง และยังไม่มีทีท่าว่าจะยุติลงก็ตาม ซึ่งทั้งชุด ชรบ. ผู้นำชุมชน และชาวบ้านผู้อพยพส่วนใหญ่ ล้วนอยากให้รัฐบาล และทหารไทย จัดการฝ่ายกัมพูชาให้สิ้นสภาพต่อการเป็นภัยคุกคามประเทศไทย

นายสมัย พันธุ์ปลาโด ชรบ.ต.สายตะกู อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ กล่าวว่านอกจากการลาดตระเวนดูกลุ่มบุคคลแปลกหน้าเข้าในพื้นที่แล้ว ก็จะช่วยดูแลสัตว์เลี้ยงวัว-ควาย หมู สุนัข แมว และเป็ดไก่ของชาวบ้านที่อพยพไปอาศัยอยู่ในศูนย์พักพิงชั่วคราว ซึ่งโดยรวมแล้วเฉพาะวัว-ควาย มีจำนวนไม่ต่ำกว่า 100 ตัว และยังช่วยดูแลสวนยางที่ชาวบ้านได้กรีดไว้แล้วยังไม่ได้เก็บไปขาย ก่อนหน้าที่จะมีเหตุการณ์ปะทะกัน ก็มีอยู่หลายราย เพื่อป้องกันมิจฉาชีพเข้ามาลักขโมยซ้ำเติมความเดือดร้อนให้กับชาวบ้าน รวมถึงช่วยดูแลรดน้ำต้นไม้ ไม้ดอกไม้ประดับที่ชาวบ้านปลูกไว้ด้วย

โดยในวันนี้(18ธ.ค.68) ทางผู้นำชุมชนได้ไปรับเอาหญ้าแห้งอัดฟ่อนที่ทางกรมปศุสัตว์ ได้นำมามอบให้เมื่อวาน(17ธ.ค.68) พวกตนที่เป็น ชรบ. ร่วมกับกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และผู้นำชุมชน รวมถึงชายฉกรรจ์ที่ช่วยดูแลความปลอดภัยของหมู่บ้าน ก็ได้ช่วยกันนำหญ้าอัดแห้งไปให้วัวควายของชาวบ้าน ที่ผูกล่ามไว้บริเวณสวนหลังบ้านได้กินด้วย

ทั้งนี้เพื่อสร้างความอุ่นใจและความมั่นใจ ให้แก่ชาวบ้านที่ได้อพยพไปอาศัยอยู่ยังศูนย์พักพิงชั่วคราว ว่าไม่ต้องเป็นห่วงหรือเป็นกังวล ว่าบ้านเรือนที่พักอาศัย สวนยางพารา ต้นไม้ และสัตว์เลี้ยงจะไม่ได้รับการดูแล เป็นอย่างดี เพราะทางกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำชุมชน และ ชรบ.จะช่วยกันดูแลอย่างเต็มที่

ส่วนสถานการณ์ในพื้นที่ ต.สายตะกู อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ ก็ยังคงได้ยินเสียงปืนใหญ่ดังขึ้นเป็นระยะ อย่างต่อเนื่อง จากฝั่งบริเวณพื้นที่เขต อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์ ซึ่งเมื่อได้ยินเสียงปืนใหญ่ดังพวกตนก็จะเข้าไปหลบอยู่ในยังเกอร์หลุมหลบภัย พอเสียงปืนใหญ่เริ่มซาลงจึงพากันออกมาข้างนอก และออกตรวจตราในพื้นที่ต่อไป

โดยชาวบ้านทุกคนที่อาศัยในพื้นที่แนวชายแดนไทย-กัมพูชา ก็อยากจะให้สถานการณ์สงบจบลงโดยเร็ววัน เพราะนอกจากชาวบ้านในพื้นที่ ที่ได้อพยพออกจากพื้นที่ไปแล้ว ก็อยากจะให้รัฐบาล และทหาร รวมถึงเจ้าหน้าที่ผู้มีสาวนเกี่ยวข้องได้ทำหน้าที่ของตนเองให้เต็มที่ รวมถึงไม่อยากให้มีการเจรจาใดๆเกิดขึ้น เพราะมันเลยจุดนั้นมาแล้ว แต่ถ้าจะเจรจาจะต้องให้ฝ่ายกัมพูชาสิ้นสภาพการเป็นภัยคุกคาม และยอมจำนวนต่อฝ่ายไทยจริงๆ

ตร.ไซเบอร์รวบแม่ข่ายหวยใต้ดินออนไลน์ “หวยบ้านทรัพย์มหาศาล”เงินหมุนเวียน 7.2ล้านบาท/ปี

ตำรวจไซเบอร์ขยายผลเจ้าแม่หวย “ก้อย บางแค” ตามรวบแม่ข่ายหวยใต้ดินออนไลน์ “บ้านทรัพย์มหาศาล” ในพื้นที่ อ.พิมาย จ.นครราชสีมา อายัดของกลางจำนวนมาก พบเงินหมุนเวียนในระบบ 7.2 ล้านบาทต่อปี

สืบเนื่องจาก เมื่อช่วงเดือน ตุลาคม 2568 เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.2 บก.สอท.4 ได้จับกุม “ก้อย บางแค” แม่ค้าพระเครื่องออนไลน์วัย 30 ปี ที่ผันตัวเป็นเจ้ามือหวยรายใหญ่ย่านบางแค กรุงเทพฯ จากการสืบสวนขยายผลในครั้งนั้น ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจพบข้อมูลว่า น.ส.ก้อยฯ เป็นลูกข่ายที่รับสลากหวยมาจาก “หวยบ้านทรัพย์มหาศาล” กระทั่งพบพยานหลักฐานที่เชื่อมโยงกลุ่มผู้ลักลอบขายบัตรหวยใต้ดินออนไลน์ในพื้นที่ อ.พิมาย จ.นครราชสีมา จึงได้รวบรวมพยานหลักฐานขออำนาจศาลออกหมายค้นเป้าหมายได้สำเร็จ

ต่อมา พ.ต.ท.สิริวิชญ์ มหัทธนวิศิษฎ์ รอง ผกก.2 บก.สอท.4, พ.ต.ท.พร้อมพล นิตย์วิบูลย์ รอง ผกก. ช่วยราชการ กก.2 บก.สอท.4, พ.ต.ต.ยุทธพงษ์ อมรมงคลศิลป์ สว.ฯ ช่วยราชการ กก.2 บก.สอท.4, พ.ต.ต.เปรมประชา อุตมา สว.กก.วิเคราะห์ข่าวฯ บก.สอท.4 พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจในสังกัด ได้ร่วมกันนำหมายค้นศาล จังหวัดพิมายที่ 19/2568 ลงวันที่ 17 ธ.ค.68 เข้าตรวจค้นบ้านหลังหนึ่ง ในพื้นที่ ม.7 ต.สัมฤทธิ์ อ.พิมาย จ.นครราชสีมา

ผลการตรวจค้น สามารถจับกุม น.ส.หยาดฟ้า อายุ 30 ปี พร้อมตรวจยึดโทรศัพท์มือถือไอโฟน 12 Pro Max ที่ใช้สำหรับติดต่อตัวแทนเพื่อส่งหวยไปขาย จำนวน 1 เครื่อง และบัตรแสดงหมายเลขหวยของบ้านหวยต่างๆ รวมกว่า 3,700 ใบ โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินคดีในความผิดฐาน  “จัดให้มีการเล่น หรือทำอุบายล่อ ช่วยประกาศโฆษณาหรือชักชวนโดยทางตรงหรือทางอ้อมให้ผู้อื่นเข้าเล่น หรือเข้าพนันในการเล่นทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงาน”

จาการซักถาม เบื้องต้น น.ส.หยาดฟ้าฯ ยอมรับว่า ตนเป็นแม่ข่ายหวยใต้ดินออนไลน์และส่งหวยให้กับตัวแทนทั้งในพื้นที่ อ.พิมาย จ.นครราชสีมา และต่างจังหวัดเพื่อนำไปขาย โดยขายในราคาใบละ 150 บาท ส่วนตัวแทนจะได้กำไรจากราคาหน้าสลาก 20 บาทต่อใบ ผลรางวัลออกทุกวันที่ 1 และ 16 ของเดือน โดยผู้ซื้อหวยจากตนจะได้ลุ้นรางวัลคือ รางวัลเลข 3 ตัวท้ายรางวัลที่ 1 รับเงิน 100,000 บาท, 3 ตัวหน้ารางวัลที่ 1 รับเงิน 1,000 บาท, 3 ตัวท้ายรางวัลข้างเคียง รับเงิน 300 บาท, 3 ตัวหน้าหมุนสองครั้ง รับเงิน 300 บาท, 3 ตัวท้ายหมุน 2 ครั้ง รับเงิน 300 บาท, 2 ตัวโต๊ดรางวัลที่ 1 รับเงิน 200 บาท, 2 ตัวบน รับเงิน 200 บาท และ 2 ตัวล่างรับเงิน 200 บาท

โดยตนเองนั้นลักลอบขายหวยใต้ดินออนไลน์มานานกว่า 5 ปี แล้ว เนื่องจากรายได้ดี ประมาณ 40,000-50,000 บาทต่อเดือน โดยเงินหมุนเวียนในระบบเฉลี่ย 6 แสนบาทต่อเดือน หรือ 7.2 ล้านบาทต่อปี ซึ่งตนเองก็นึกไว้อยู่แล้วว่าสักวันจะต้องถูกจับ กำลังคิดอยากจะเลิกทำ แต่ดันมาโดนตำรวจไซเบอร์จับกุมเสียก่อน เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงควบคุมตัวดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ตร.ท่องเที่ยวบุกรวบหนุ่มอังกฤษลอบเปิดบริษัททัวร์เถื่อนแอบทำมานานกว่า 10 ปี

กองสืบตำรวจท่องเที่ยว บูรณาการกำลังร่วมกับ กรมการท่องเที่ยวฯ บุกจับกุมหนุ่มฝรั่ง สัญชาติ บริติช หัวใสลักลอบเปิดบริษัทเถื่อน!ผ่านเว็บไซต์ ทำทัวร์มาราธอน เที่ยว 5 จังหวัด 18 วัน โดย จัดโปรแกรมเอง ทำเอง ขับรถเอง นำเที่ยวเองแบบครบวงจร เจ้าหน้าที่ตรวจสอบพบบริษัทไม่มีใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว สืบทราบแอบทำมาแล้ว กว่า 10 ปี สร้างความเสียหายต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในภาพรวม กว่า 10 ล้านบาท

เมื่อวันที่ 19 ธ.ค  68 ตามนโยบายของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. สั่งการให้ตำรวจท่องเที่ยวระดมกวาดล้างอาชญากรรมในความผิดที่ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในภาพรวม ในห้วงวันที่ 17 – 25 ธ.ค.2568

พล.ต.ท.ศักย์ศิรา เผือกอ่ำ ผบช.ทท ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจกองกำกับการสืบสวน กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว นำโดย พ.ต.อ.แมน รถทองผกก.สืบสวน บช.ทท.พ.ต.ท.ปิยะพงษ์ บุขุนทศ สว.กก. สืบสวน บช.ทท.พร้อมกำลัง ดำเนินการตามสั่งการเพื่อสืบสวนจับกุมอาชญากรรมในทุกรูปแบบตลอดจนดุแลรักษาความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยวในช่วงไฮซีซั่น

พฤติการณ์ คือ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน ได้วางแผนจับกุม Mr.Niceholas mark upton สัญชาติ บริติช ตามเรื่องร้องเรียน โดยชุดสืบสวนส่งสายลับเข้าติดตามพฤติกรรมโดยตลอดระยะในการทำทัวร์ของเป้าหมาย ลักษณะการทำทัวร์ของบุคคลดังกล่าว จะจัดโปรแกรมนำเที่ยวเอง ขับรถเอง พาเที่ยวเอง โดยไม่มีคนไทยอยู่ร่วมทริปเลย พากลุ่มนักท่องเที่ยว เที่ยวชมสัตว์ป่าในอุทยานแห่งชาติ ต่างๆในประเทศไทย ตลอดระยะทางในการติดตามของชุดสืบสวน ทราบว่าบุคคลดังกล่าว จัดหาที่พัก อาหาร และเป็นผู้ดำเนินการออกค่าใช้จ่ายทั้งหมด และเรียกเก็บกับลูกทัวร์ ผ่านเว็บไซต์ตัวเอง

ชุดสืบสวนติดตามจาก เพจ และ เว็บไซต์ ทราบว่าทำมาแล้วหลายครั้ง ระยะเวลากว่า 10 ปี ทำลายอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในภาพรวม อาจเกิด อันตรายต่อนักท่องเที่ยวได้ เนื่องจาก บุคคลดังกล่าวได้ขับรถเอง และเส้นทางบนอุทยานฯ ต้องใช้เจ้าหน้าที่ ที่มีความชำนาญในการขับรถนำ  ตำรวจท่องเที่ยวเกรงว่าอาจเกิดอันตรายต่อนักท่องเที่ยวได้ เมื่อสืบสวนมาจนถึงวันสุดท้าย เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเข้าตรวจสอบ พบบุคคลดังกล่าว ไม่สามารถแสดงใบอนุญาตได้ เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อกล่าวหาตามกฏหมาย

เจ้าหน้าที่แจ้ง2 ข้อกล่าวหา ต่อ Mr.Nice holas mark upton อายุ 53 ปี สัญชาติ บริติช ข้อหา   ประกอบธุรกิจนำเที่ยวโดยไม่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียน ฯ มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับ ไม่เกิน 5 แสนบาท  // เป็นคนต่างด้าวทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตทำงาน หรือทำงานนอกเหนือสิทธิ์ที่จะทำได้  นำส่ง พงส.สน.ลาดกระบัง เพื่อดำเนินการตามกฎหมาย ต่อไป

ทีมชาติไทยอกหัก พ่าย เวียดนาม 2-3 ช่วงต่อเวลาพิเศษ คว้าเหรียญเงินซีเกมส์ ครั้งที่ 33

วานนี้( 18 ธันวาคม 2568) เวลา 19.30 น. ณ สนามราชมังคลากีฬาสถาน การแข่งขันฟุตบอลชาย ในมหกรรมซีเกมส์ ครั้งที่ 33 รอบชิงชนะเลิศ ทีมชาติไทย พบกับ เวียดนาม

ทีมชาติไทย ผ่านมาเลเซีย มาได้ในรอบรองชนะเลิศ ขณะที่ เวียดนามก็เอาชนะ ฟิลิปปินส์ มาได้ เกมนี้ โค้ชวัง ธวัชชัย ดำรงอ่องตระกูล วาง ยศกร บูรพา เป็นหน้าเป้า พร้อมมี อิคลาส สันหรน, คคนะ คำยก และ เสกสรรค์ ราตรี สนับสนุน

เริ่มเกมมา นาที 20 ทีมชาติไทย ขึ้นนำ เวียดนาม 1-0 จากฟรีคิก และเป็น ยศกร บูรพา ที่ปั่นด้วยขวาเข้าไป และเป็นประตูที่เจ็ดของ ยศกร ในซีเกมส์ ครั้งนี้

นาที 25 ไทยเกือบได้ประตูนำห่าง จากจังหวะยิงไกลของ อิคลาส สันหรน และไปแฉลบแนวรับเวียดนาม แต่ประตูยังเซฟไว้ได้

นาที 29 ไทยต้องเปลี่ยนตัวคนแรก หลังชนภัช บัวพันธ์ ได้รับบาดเจ็บเล่นต่อไม่ไหว และเป็น พิชิตชัย เศียรกระโทก ที่ลงไปเล่นแทน

นาที 31 ไทยนำห่างเป็น 2-0 จากจังหวะที่ คคนะ คำยก เทิร์นบอลได้ ก่อนจ่ายให้ เสกสรรค์ ราตรี ลากตัดเข้าในแล้วยิงด้วยซ้าย เข้าไป

นาที 33 จากบอลยาวของ เสกสรรค์ ราตรี ถึง คคนะ คำยก วอลเลย์ด้วยซ้ายแบบไม่ต้องจับหลุดกรอบออกไป และจบครึ่งแรก ไทยนำอยู่ 2-0

ครึ่งหลังนาที 49 ไทยเสียจุดโทษ และเป็น เหงียน ดิ่งห์ บัค ที่รับหน้าที่สังหารเข้าไปให้ เวียดนาม ไล่มาเป็น 1-2

นาที 60 เวียดนามได้ประตู ตีเสมอจากลูกเตะมุม และเป็น ฟาม ลี ดุ๊ก ที่โขกเข้าไปให้สกอร์กลับมาเท่ากันที่ 2-2

นาที 70 ไทยเปลี่ยนตัวคนที่สอง ด้วยการส่ง ชวัลวิทย์ แซ่เล้า ลงไปเล่นแทน อิคลาส สันหรน

นาที 80 ไทยเปลี่ยนตัวสามคนด้วยการส่ง ธนกฤต โชติเมืองปัก, ยศกร นาถสิทธิ์ และ สิรภพ วันดี ลงไปเล่นแทน สิทธา บุญหล้า, คคนะ คำยก, เสกสรรค์ ราตรี หลังจากนั้นไม่มีประตูเพิ่มเติมจบ 90 นาที ยังเสมอกันอยู่ 2-2 ต้องต่อเวลาพิเศษออกไป

ช่วงต่อเวลาพิเศษ นาที 96 เวียดนามมาได้ประตูแซงนำ จากจังหวะที่แนวรับไทยเคลียร์กันไม่ขาด และบอลเลยไปถึง เหงียน แทง แนน ที่ยิงเข้าไปให้ เวียดนาม แซงนำ 3-2

และครึ่งหลังของช่วงต่อเวลาพิเศษ ไทยก็เปลี่ยนตัวคนสุดท้ายด้วยการส่ง ธนาวุฒิ โพธิ์ชัย ลงไปเล่นแทน ชัยพล อดทน

ช่วงเวลาที่เหลือไม่มีประตูเพิ่มเติม จบเกม ฟุตบอลชายไทย พ่ายเวียดนาม ในช่วงต่อเวลาพิเศษ ไป 2-3 คว้าเหรียญเงินซีเกมส์ ครั้งที่ 33 มาครอง

โดยหลังจากนี้ ทีมชาติไทย ชุดซีเกมส์ จะมีการประชุมเพื่อสรุปผลงาน และวางแผนเตรียมความพร้อมสำหรับการแข่งขันทัวร์นาเมนต์ ต่อไป ในการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์เอเชีย รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี รอบสุดท้าย ที่ประเทศซาอุดีอาระเบีย ระหว่างวันที่ 6-24 มกราคม 2569

รายชื่อ 11 ตัวจริง

ศรวัสย์ โพธิ์สมัน (GK), ชานนท์ ทำมา, ชนภัช บัวพันธ์, เสกสรรค์ ราตรี (C), สิทธา บุญหล้า, คคนะ คำยก, ยศกร บูรพา, วาริส ชูทอง, ชัยพล อดทน, อิคลาส สันหรน, พลเอก มณีกร

#FAThailand #ฟุตบอลทีมชาติไทย #ฟุตบอลไทย #บอลไทย #ทีมชาติไทยชุดซีเกมส์ #ซีเกมส์ #SEAGamesThailand2025

“มหกรรมเฉลิมฉลอง ๑๑๗ ปี ลายพระหัตถ์”กระตุ้นท่องเที่ยว-ศก.ปราจีนบุรี

ปราจีนบุรี –  ปราจีนฯ จัดงานยิ่งใหญ่เฉลิมฉลอง ๑๑๗ ปี ลายพระหัตถ์ รำลึกพระมหากรุณาธิคุณสมเด็จพระพุทธเจ้าหลวงเสด็จประพาสดงศรีมหาโพธิ์

จังหวัดปราจีนบุรีจัดพิธีเปิดงาน “มหกรรมเฉลิมฉลอง ๑๑๗ ปี ลายพระหัตถ์ สมเด็จพระพุทธเจ้าหลวงเสด็จประพาสดงศรีมหาโพธิ์ จังหวัดปราจีนบุรี” ครั้งที่ ๑๘ ณ สวนสาธารณะโบราณสถานลายพระหัตถ์ อำเภอศรีมหาโพธิ

 เมื่อวันที่ ๑๘ ธันวาคม ๒๕๖๘ โดยมี นายวีระพันธ์ ดีอ่อน ผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี เป็นประธานเปิดงาน และ นางสุมลฑา เจริญศิลป์ วัฒนธรรมจังหวัดปราจีนบุรี นำข้าราชการสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัด บูรณาการร่วมกับอำเภอศรีมหาโพธิ เทศบาลตำบลศรีมหาโพธิ สภาวัฒนธรรมจังหวัด และภาคีเครือข่าย

กิจกรรมประกอบด้วย การรำถวายพระพุทธเจ้าหลวงจำนวน ๑,๑๑๗ คน การจัดแสดงนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ การสาธิตมรดกภูมิปัญญาท้องถิ่น ผลิตภัณฑ์ทางวัฒนธรรม (CPOT) ตลาดย้อนยุค “ของดีบ้านฉัน” และการแสดงศิลปวัฒนธรรม รวมถึงการแสดงแสง–สี–เสียง “ย้อนรอยเส้นทางเสด็จประพาสดงศรีมหาโพธิ์” เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม และการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมของจังหวัดอย่างยั่งยืน

.