มหาอุทกภัยถล่มอาเซียน ” ไทย- เวียดนาม -มาเลเซีย”อ่วมอรทัย

ไม่ใช่แค่ภาคใต้ของประเทศไทยเท่านั้นที่กำลังประสบกับมหาอุทกภัยครั้งรุนแรงที่สุดในรอบหลายทศวรรษ แต่ในหลายประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ก็กำลังเผชิญกับอุทกภัยครั้งใหญ่คู่ขนานกันส่งผลให้หลายประเทศกำลังตกอยู่ในภาวะวิกฤตน้ำท่วม สื่อต่างประเทศชี้ว่า ภัยพิบัติเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงความท้าทายด้านสภาพภูมิอากาศที่รุนแรงที่ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กำลังเผชิญอยู่ และหลายประเทศกำลังดำเนินการบรรเทาทุกข์อย่างแข็งขันเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยให้ผ่านพ้นความยากลำบากในครั้งนี้

เช่นเดียวกับประเทศมาเลเซีย เผชิญกับฝนตกหนักต่อเนื่องส่งผลกระทบต่อ 7 รัฐ ส่งผลให้ประชาชนกว่า 15,000 คนต้องอพยพออกจากบ้านเรือน ไม่แตกต่างกับอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ทางภาคใต้ของไทย ประสบอุทกภัยครั้งรุนแรงที่สุดในรอบหลายทศวรรษ ส่งผลกระทบต่อประชาชนเกือบ 2 ล้านคน ซึ่งระดับน้ำสูงถึงตึกชั้นเดียว สถานการณ์ในภาคกลางของเวียดนามยิ่งเลวร้ายลงไปอีก โดยมีผู้เสียชีวิตเกือบ 100 คน ไฟฟ้าดับ 1.2 ล้านครัวเรือน และถนนถูตัดขาดขยายวงกว้าง ส่งผลให้ประชาชนเดือดร้อนอย่างหนักขณะนี้

สำนักข่าว Bernama ของทางการมาเลเซีย รายงานว่า เฉพาะรัฐทางตะวันออกเฉียงเหนือเพียงรัฐเดียวมีผู้พลัดถิ่น 9,634 คน จาก 3,022 ครอบครัว โดยเจ้าหน้าที่ระบุว่า สถานการณ์ในกลันตันยังคงอยู่ในภาวะวิกฤต โดยมีฝนตกหนักอย่างต่อเนื่องในพื้นที่

ที่รัฐปะลิส จำนวนผู้ประสบภัยเพิ่มขึ้นอย่างมากเป็น 811 คน จาก 243 ครอบครัว เมื่อเทียบกับเพียง 114 คน จาก 35 ครอบครัวในคืนก่อนหน้า รัฐปีนังมีจำนวนผู้ประสบภัยน้ำท่วมเพิ่มขึ้นเป็น 404 คน จาก 104 ครอบครัว ขณะที่รัฐเปรักก็รายงานว่ามีจำนวนผู้ประสบภัยเพิ่มขึ้นเช่นกัน ขณะที่รัฐเกดะห์และตรังกานูมีจำนวนผู้ประสบภัยน้ำท่วมลดลง ซึ่งช่วยบรรเทาความเดือดร้อนได้บ้างท่ามกลางวิกฤตการณ์ นอกจากนี้รัฐสลังงอร์กลายเป็นรัฐล่าสุดที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย ทำให้มีภูมิภาคแห่งนี้ต้องรับมือเหตุฉุกเฉินและความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมเพิ่มมากขึ้น

ภัยพิบัติครั้งนี้รุนแรงยิ่งขึ้นในภาคกลางของเวียดนาม สื่อเวียดนาม VTV รายงานว่า มีเที่ยวบินบรรเทาทุกข์กำลังเดินทางไปยังพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุด รวมถึงจังหวัดดั๊กลัก อุทกภัยทำให้มีผู้เสียชีวิตกว่า 100 ราย อาคารบ้านเมืองพังทลาย และถนนถูกน้ำพัดหายไป ครั้งหนึ่งมีบ้านเรือน 1.2 ล้านหลังคาเรือนไม่มีไฟฟ้าใช้ จำนวนผู้เสียชีวิตสูงสุดที่บันทึกไว้ในเวียดนามเกิดขึ้นที่จังหวัดดั๊กลักซึ่งอยู่ทางตอนกลางของภูเขา โดยมีผู้จมน้ำเสียชีวิตอย่างน้อย 63 ราย

จากสถิติท้องถิ่นของเวียดนาม ระบุว่า ตั้งแต่เดือนมกราคมถึงตุลาคมปีนี้ อุทกภัยและภัยพิบัติทางธรรมชาติอื่นๆ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตหรือสูญหายในเวียดนาม 279 ราย คิดเป็นมูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจมากกว่า 2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

โดยเฉพาะอุทกภัยครั้งล่าสุด เวียดนามได้รับความเสียหายอย่างน้อย 500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ อันเป็นผลมาจากฝนที่ตกหนักอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้เมืองทั้งตึกถูกน้ำท่วมและพื้นที่เกษตรกรรมจมอยู่ใต้น้ำ ความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐานทำให้ครัวเรือนและธุรกิจ 1.1 ล้านครัวเรือนไม่มีไฟฟ้าใช้ ขณะที่บ้านเรือนกว่า 200,000 หลัง พื้นที่เพาะปลูก 200,000 เฮกตาร์ (494,210 เอเคอร์) และฟาร์มปลา 1,157 เฮกตาร์ (2,859 เอเคอร์) ถูกน้ำท่วม

บุคลากรแพทย์ ‘รพ.หาดใหญ่’ อดอาหาร 3 วัน 3 คืน เร่งขอความช่วยเหลือด่วน

‘กาย อมรชัย’ บุคลากรทางการแพทย์ โรงพยาบาลหาดใหญ่ โพสต์ขอความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน

“ขออนุญาตขอความช่วยเหลือนะครับ เพื่อนๆ บุคคลากรทางการแพทย์ที่ยังติดอยู่ในโรงพยาบาลหาดใหญ่ และไม่สามารถออกไปไหนได้ ซึ่งบุคลากรเหล่านั้นกำลังปฏิบัติหน้าที่ดูแลผู้ป่วยอย่างต่อเนื่อง 3 วัน3 คืน ไม่ได้พัก

ขณะนี้อาหารในโรงพยาบาลหาดใหญ่หมด มีไม่พอสำหรับบุคลากร ซึ่งทุกคนเสียสละให้ผู้ป่วยได้ทาน ทำให้แพทย์และบุคลากรบางส่วนที่กำลังปฏิบัติหน้าที่ ไม่มีอาหารรับประทาน 

หากมีใครสามารถช่วยนำอาหารหรือเครื่องดื่มมาส่งให้ได้ จะเป็นพระคุณอย่างยิ่งครับ

ขอบคุณมากๆ ครับ”

ขณะที่ ทัพเรือภาคที่ 2 ใช้อากาศยาน ฮ.ลล.4 (S-76B) ส่งเครื่องกำเนิดไฟฟ้า (Generator) จำนวน 2 เครื่อง จากการสนับสนุนของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) ถึงโรงพยาบาลหาดใหญ่ เพื่อให้สามารถผลิตไฟฟ้าและดูแลรักษาผู้ป่วยได้อย่างต่อเนื่อง

ชาวนาโคราชทุกข์หนัก ทำนาขาดทุน แถมเจอน้ำท่วมนาข้าวหนักสุดรอบ10ปี

ชาวนาในอำเภอจักราช จังหวัดนครราชสีมา ทุกข์หนัก ทำนาขาดทุน เจอน้ำท่วมนาข้าวหนักสุดในรอบ 10 ปี น้ำท่วมสูงกว่า 1 เมตร ทำผลผลิตได้รับความเสียหายเป็นจำนวนมาก วอนภาครัฐเร่งช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อน

นางดวง ชัยตาดี อายุ 56 ปี ชาวนาบ้านโนนเสมา หมู่ที่ 3 ตำบลหินโคน อำเภอจักราช จังหวัดนครราชสีมา บอกว่า ปีนี้ตนเองลงทุนทำนาปลูกข้าว จำนวน 10 ไร่ ซึ่งเป็นข้าวหอมมะลิกำลังจะได้เก็บเกี่ยวผลผลิตข้าวนาปีแต่ก็มาประสบกับปัญหาน้ำท่วมนาข้าวได้รับความเสียหาย ไม่สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตข้าวนาปีได้ เพราะระดับน้ำท่วมสูงกว่า 1 เมตร ข้าวที่กำลังจะได้เก็บเกี่ยว รวงข้าวจมน้ำเสียหาย

ปีนี้นับว่าเป็นปีที่ชาวนาได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก เนื่องจากฝนที่ตกลงมาติดต่อกันในช่วงต้นเดือนที่ผ่านมาทำให้ปริมาณน้ำไหลหลากเข้าท่วมนาข้าวของชาวนาได้รับความเสียหายกว่า 40 ไร่ ชาวนาจึงอยากวอนภาครัฐเร่งช่วยเหลือชาวนาที่ได้รับความเดือดร้อนด้วย

.

น้ำท่วมใต้โรงงานสงขลาเสียหาย 715 แห่ง คิดเป็นมูลค่ากว่า 1,282 ล้านบาท

นายธนกร วังบุญคงชนะ รมว.อุตสาหกรรม ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์น้ำท่วมภาคใต้ โดยเฉพาะในพื้นที่ จ.สงขลาว่า สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดสงขลารายงานว่า จำนวนโรงงานที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วม ในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ จะนะ นาทวี เทพา สะบ้าย้อย บางกล่ำ รัตภูมิ สะเดา ระโนด ควนเนียง นาหม่อม และคลองหอยโข่ง ประกอบด้วย อุตสาหกรรมแปรรูปอาหาร จำนวน 29 โรงงาน, อุตสาหกรรมแปรรูปไม้ยางพารา จำนวน 97 โรงงาน, อุตสาหกรรมทำผลิตภัณฑ์ยางพารา จำนวน 103 โรงงาน, อุตสาหกรรมทำผลิตภัณฑ์จากพลาสติก จำนวน 44 โรงงาน, อุตสาหกรรมทำผลิตภัณฑ์จากโลหะ จำนวน 53 โรงงาน, อุตสาหกรรมขุดตักดินและดูดทราย จำนวน 310 โรงงาน และอุตสาหกรรมบริการ จำนวน 79 โรงงาน ทั้งนี้ รวมโรงงานที่ได้รับผลกระทบทั้งสิ้น 715 โรงงาน คิดเป็นมูลค่าความเสียหายประมาณ 1,282 ล้านบาท

นอกจากนี้ ยังมีโรงไฟฟ้า 17 โรง ทั้งภาครัฐและเอกชน ก็ไม่สามารถผลิตไฟให้ได้ อย่างไรก็ตาม เบื้องต้นได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งประสานกับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย เพื่อขอให้โรงไฟฟ้ากระบี่ และโรงไฟฟ้าขนอม เพิ่มกำลังการผลิตทดแทนเพื่อให้การช่วยเหลือแล้ว สำหรับโรงงานในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมนั้น แม้ว่าขณะนี้น้ำยังไม่ท่วมเข้านิคมฯ แต่ก็ไม่สามารถดำเนินการได้ เนื่องจากไม่สามารถนำวัตถุดิบเข้าไปภายในโรงงานได้ โดยลักษณะพื้นที่ขณะนี้เหมือนเป็นไข่แดง ถูกน้ำล้อมรอบ

สำหรับ มาตรการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยนั้น นายธนกร กล่าวว่า ได้มอบหมายให้ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) เร่งออกมาตรการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยแล้ว ดังนี้ สำหรับลูกค้าปัจจุบัน 1.พักชำระหนี้ : สินเชื่อประเภทเงินกู้ (FL) พักชำระเงินต้นและดอกเบี้ยสูงสุด 12 เดือน, สินเชื่อประเภทเงินทุนหมุนเวียน เช่น PN แฟคตอริ่ง ขยายระยะเวลาตั๋วสูงสุด 180 วัน และ 2.เติมทุนฉุกเฉิน : นำไปฟื้นฟูธุรกิจเฉพาะหน้า วงเงินกู้ 10% ของวงเงินเดิม สูงสุด 200,000 บาท ดอกเบี้ย MLR ระยะกู้ 3 ปี ปลอดชำระเงินต้น 12 เดือน

ส่วนลูกค้าเดิมและลูกค้าใหม่นั้น สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ ลงทุน เสริมสภาพคล่อง อัตราดอกเบี้ยพิเศษ คงที่ 3% 3 ปี ผ่อนนานสูงสุด 10 ปี วงเงินสูงสุด 15 ล้านบาท ได้แก่ ปลุกพลัง SME , Beyond ติดปีก SME และ SME Green Productivity ทั้งนี้ รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด รวมถึงวางแนวทางช่วยเหลือ พร้อมทั้ง มาตรการเยียวยาต่างๆ เพื่อที่เราจะผ่านวิกฤติครั้งนี้ไปด้วยกัน

รมว.อุตสาหกรรม กล่าวด้วยว่า ท่านนายกฯ ได้ลงพื้นที่และสั่งการด้วยตัวเอง ให้หน่วยงานทุกภาคส่วนช่วยเหลือพี่น้องประชาชนโดยเร็วที่สุด ดังนั้น ตนจึงประสานกับนายศาสตรา ศรีปาน ส.ส.สงขลา พรรครวมไทยสร้างชาติ ซึ่งเปิดศูนย์ประสานงานช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่อยู่ในขณะนี้ด้วย เพื่อเข้าไปช่วยเหลือประชาชนที่ไม่สามารถอพยพออกมาจากพื้นที่ได้ เพราะทราบว่านอกจากนายศาสตราจะเข้าไปในพื้นที่ด้วยตนเองแล้ว ยังมีการประสานกับภาคเอกชน และนักศึกษา เพื่อช่วยกันอีกทางหนึ่งด้วย

ตำรวจปส.บุกจับหนุ่มจีนลักลอบผลิต”พอตบุรีไฟฟ้า”ผสม”อีโทมิเดท”ขายลูกค้าย่านห้วยขวาง

ตำรวจปราบปรามยาเสพติดบุกจับชายชาวจีน อายุ 30 ปี ที่เปิดโรงงานผลิตพอตบุหรี่ไฟฟ้าผสมสารอีโทมิเดท ในคอนโดมิเนียมแห่งหนึ่งย่านห้วยขวางยึดของกล่าง กว่า 1,000 ชิ้น และอุปกรณ์การผลิตอีกจำนวนมาก รวมมูลค่ากว่า 600,000 บาท

พลตำรวจโท อาชยน ไกรทอง ผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด เปิดเผยว่า การตรวจค้นครั้งนี้ ขยายผลมาจากการจับกุมชาวจีนที่ลักลอบขายพอตบุหรี่ไฟฟ้าผสมสารอีโทมิเดท ในเมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี จนทราบว่ามีแหล่งผลิตหลักอยู่ในย่านห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร จึงทำการสืบสวนและเข้าจับกุมในครั้งนี้

โดยผู้ต้องหารายนี้ได้ค่าจ้างเดือนละ 150,000 บาท ในการผลิตพอตบุหรี่ไฟฟ้าดังกล่าว แล้ววิธีการปั่นจักรยานไปส่งของตามจุดนัดพบ ซึ่งพอร์ตบุหรี่ไฟฟ้าที่ผสมสารอีโทมิเดทเป็นที่นิยมของชาวต่างชาติและคนไทยบางกลุ่ม เมื่อถึงมือผู้เสพจะมีราคาอยู่ที่ประมาณชิ้นละ 600 บาท

สำหรับสารอีโทมิเดท เป็นวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทประเภท 2 ซึ่งใช้เป็นยาสลบทางการแพทย์ ราคาซื้อขายอยู่ที่กิโลกรัมละ 600,000 บาท เป็นสารเคมีที่อยู่ในความควบคุม การสั่งนำเข้าต้องได้รับอนุญาตจาก อย.

ส่วนผู้ที่สูบพอตที่มีสารอีโทมิเดท ก็จะทำให้เกิดอาการสั่นและมึนเมา ซึ่งกำลังเป็นที่นิยมของผู้เสพในประเทศจีน เป็นอันดับ 2 รองจากไอซ์ กำลังสร้างปัญหาในประเทศจีนเป็นอย่างมาก สำหรับในประเทศไทยยังไม่เป็นที่นิยมมากนัก จึงจำเป็นต้องตัดไฟแต่ต้นลมปราบปรามไม่ให้มีการแพร่ระบาด ซึ่งอยู่ระหว่างการขยายผลถึงนายทุนผู้ว่าจ้างให้ผู้ต้องหาผลิตพอต อีกทั้งจะขยายผลถึงแหล่งที่มาของสารอีโทมิเดทด้วย

.

สลด!กระทิงป่าถูกกับดักปืนผูกบาดเจ็บสาหัสเสียชีวิตแล้ว อุทยานฯ ปางสีดา เร่งล่าพรานป่ามาลงโทษ

สลด!กระทิงป่าถูกกับดักปืนผูกบาดเจ็บสาหัสเสียชีวิตแล้ว อุทยานฯ ปางสีดา เร่งรวบรวมหลักฐานดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด

เมื่อเวลา 00.05 น.วันที่ 26 พ.ย.68 ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.ปราจีนบุรี  นายยศวัฒน์ เธียรสวัสดิ์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 1 (ปราจีนบุรี) เปิดเผยว่า อุทยานแห่งชาติปางสีดา จังหวัดสระแก้ว แจ้งสถานการณ์ความคืบหน้า     ล่าสุดว่า กระทิงป่าที่ถูกกับดักอาวุธปืนผูกจนได้รับบาดเจ็บสาหัสที่ขา ได้เสียชีวิตลงแล้วเมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 2568 เวลา 13.20 น. ก่อนที่คณะสัตวแพทย์จะสามารถเข้าทำการรักษาได้ทันท่วงที ขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการผ่าพิสูจน์ซากเพื่อรวบรวมหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์อย่างละเอียด เพื่อเร่งรัดการดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด

นายญาณวุฒิ แสงวงศ์ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติปางสีดา รายงานว่า ชุดเฝ้าระวังและติดตามอาการกระทิงได้รายงานการเสียชีวิตของสัตว์ดังกล่าว ทางอุทยานฯ จึงได้ประสานนายสัตวแพทย์ประจำสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าช่องกล่ำบนเข้าดำเนินการผ่าพิสูจน์ซาก โดยจะเคลื่อนย้ายซากไปยังเขตอุทยานแห่งชาติปางสีดา และเมื่อแล้วเสร็จจะขออนุมัติพนักงานสอบสวนดำเนินการทำลายซากด้วยวิธีการฝังกลบตามระเบียบต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานต่อไป   ย้อนรอยเหตุการณ์และการสืบสวนวันที่ 20 พฤศจิกายน 2568 เวลา 17.30 น. เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการที่ 2 (ขุนดง 2) ได้ยินเสียงคล้ายปืนดังสนั่น คาดว่าเป็นเสียงอาวุธปืนผูก ซึ่งเป็นกับดักสัตว์ป่าที่ผิดกฎหมาย บริเวณนอกแนวเขตอุทยานฯ ในพื้นที่ทำกินของราษฎร จังหวัดสระแก้ว เจ้าหน้าที่จึงรีบเข้าตรวจสอบและตรึงกำลังในพื้นที่ตลอดทั้งคืน เนื่องจากคาดว่าอาจมีอาวุธปืนผูกมากกว่า 1 กระบอก

วันที่ 21 พฤศจิกายน 2568 เจ้าหน้าที่ตรวจพบกับดักอาวุธปืนผูกจำนวน 2 กระบอก ในแปลงปลูกยูคาลิปตัสนอกแนวเขตอุทยานฯ พร้อมกับพบกระทิงป่าได้รับบาดเจ็บสาหัส 1 ตัว อยู่ใกล้จุดที่พบอาวุธ แต่ไม่สามารถเข้าใกล้เพื่อช่วยเหลือได้ เนื่องจากกระทิงมีอาการตื่นตระหนกและอาจโจมตีเจ้าหน้าที่ จึงต้องเฝ้าระวังจากระยะปลอดภัย

วันที่ 22 พฤศจิกายน 2568 เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรปางสีดา พร้อมเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานจังหวัดสระแก้ว ได้เข้าตรวจพื้นที่และนำอาวุธปืนผูกทั้ง 2 กระบอกไปตรวจสอบลายนิ้วมือและ DNA เพื่อสืบหาผู้กระทำผิดมาดำเนินคดี

วันที่ 24 พฤศจิกายน 2568 อุทยานฯ ประสานหัวหน้าสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าช่องกล่ำบนเข้าตรวจรักษา พบว่ากระทิงบาดเจ็บสาหัส ขาหน้าซ้ายหักจากการถูกกระสุนปืนโดยตรง และขาหลังซ้ายหักตามมาเนื่องจากไม่สามารถรับน้ำหนักตัวได้ คณะสัตวแพทย์ได้ให้ยาฆ่าเชื้อ ยาแก้อักเสบ และยาบรรเทาอาการเจ็บปวด แต่เนื่องจากอาการบาดเจ็บรุนแรงเกินกว่าจะรักษาได้ทัน

นายยศวัฒน์ เธียรสวัสดิ์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 1 (ปราจีนบุรี) กล่าวว่า เหตุการณ์นี้สะท้อนปัญหาการล่าสัตว์ป่าผิดกฎหมายที่ยังคงเป็นภัยคุกคามร้ายแรงต่อสัตว์ป่าหายาก โดยเฉพาะกระทิงซึ่งเป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง

ปัจจุบัน อุทยานแห่งชาติปางสีดาได้จัดตั้งชุดค้นหาและกวาดล้างอาวุธปืนผูก โดยขยายขอบเขตการค้นหาให้ครอบคลุมพื้นที่เสี่ยงและบริเวณรอบแนวเขตอุทยานฯ เพื่อป้องกันไม่ให้สัตว์ป่าอื่นได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากกับดักอันตรายเช่นนี้อีก จึงขอความร่วมมือจากประชาชนในพื้นที่ใกล้เคียง หากพบเห็นพฤติกรรมการล่าสัตว์ป่าผิดกฎหมาย หรือพบอาวุธปืนผูกและกับดักสัตว์ ขอให้แจ้งเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติปางสีดาทันที เพื่อดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัดต่อไป

โดย…มานิตย์  สนับบุญ  / ปราจีนบุรี 

สวนสัตว์โคราชงัดสารพัดดูแลสัตว์ เพิ่มฟาง–โคมไฟ–น้ำอุ่น พร้อมพาตากแดดคลายหนาว

นครราชสีมา – จากสภาพอากาศหนาวอย่างต่อเนื่องที่แผ่ปกคลุมทั่วทั้งจังหวัดนครราชสีมา ส่งผลให้อุณหภูมิในตอนเช้าตรู่ลดต่ำลงอย่างมาก ทำให้สวนสัตว์นครราชสีมาต้องปรับมาตรการดูแลสัตว์ทุกชนิดอย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันสัตว์ป่วยและลดผลกระทบจากอากาศเย็น

นายธนชน เคนสิงห์ ผู้อำนวยการสวนสัตว์นครราชสีมา เปิดเผยว่า ขณะนี้ทางสวนสัตว์ได้จัดทีมเจ้าหน้าที่เฝ้าดูแลสัตว์อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะสัตว์ที่ไวต่ออากาศหนาว พร้อมเพิ่มมาตรการให้ความอบอุ่นในหลายรูปแบบ ทั้งปูฟางเพิ่มอุณหภูมิภายในส่วนจัดแสดง เปิดโคมไฟให้ความร้อน และพาสัตว์บางชนิดออกมาตากแดดยามเช้าเพื่อคลายหนาว

สำหรับสัตว์ภายในสวนสัตว์แบ่งเป็น 3 ประเภทหลัก ได้แก่ 1. สัตว์เลื้อยคลาน – เช่น เต่าอัลดาบรา ได้รับการเสริมฟางเพิ่มความอบอุ่น ส่วนงูหลามมีการปรับอุณหภูมิที่อยู่อาศัยและให้น้ำอุ่นเพื่อลดความหนาว 2. สัตว์ปีก – มีการเพิ่มวัสดุปูรองและพื้นที่หลบลมเย็น พร้อมจัดจุดให้ความอุ่นเป็นพิเศษ 3. สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม – เจ้าหน้าที่เพิ่มโคมไฟและจัดพื้นที่นอนใหม่เพื่อกักเก็บความร้อน รวมถึงปรับอาหารให้พลังงานสูงขึ้นเพื่อให้สัตว์ปรับตัวกับอากาศเย็น

นายธนชนระบุว่า มาตรการทั้งหมดเป็นการดูแลเชิงป้องกัน เพื่อให้สัตว์ทุกชนิดปลอดภัยและอยู่ในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมในช่วงอากาศหนาวจัด พร้อมย้ำว่าทางสวนสัตว์ติดตามภาวะอากาศและสภาพสัตว์ตลอดทั้งวัน เพื่อให้แน่ใจว่าสัตว์ทุกตัวได้รับการดูแลอย่างดีที่สุด

โดย….ประสิทธิ์ วนะชกิจ/นครราชสีมา

.

ตลาดรถจยย.ไฟฟ้าแข่งเดือด “i-Motor” เปิดตัว BREEZE ปักธงผู้นำ EV สองล้อที่เข้าใจผู้ใช้ไทยมากที่สุด

i-Motor เปิดตัว “BREEZE” มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ล่าสุด นำเสนอคอนเซ็ปต์ Effortless Mobility พลิ้วดุจสายลม ตอบโจทย์ผู้ใช้เมืองไทยด้วยการออกแบบที่คล่องตัว เทคโนโลยีที่ใช้งานได้จริง และมาตรฐานความปลอดภัยระดับสากล พร้อมยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมด้วยคุณภาพระดับสากล เทคโนโลยีล้ำสมัย และดีไซน์ที่ตอบโจทย์วิถีชีวิตคนเมือง

นายปรีชา ประเสริฐถาวร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไอ-มอเตอร์ แมนูแฟคเจอริ่ง จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า i-Motor เปิดเผยว่า จุดยืนของ i-Motor คือการเป็น “แบรนด์มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าที่เข้าใจผู้ใช้ชาวไทยมากที่สุด” โดยยึดหลักการส่งมอบผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพสูง ปลอดภัย และมาพร้อมเทคโนโลยีที่ใช้งานได้จริงในชีวิตประจำวันในราคาที่เข้าถึงได้ เพื่อเป็นแรงขับเคลื่อนให้เกิดการเปลี่ยนผ่านจากรถเครื่องยนต์สันดาปภายในสู่ยานยนต์ไฟฟ้าอย่างยั่งยืนและมั่นใจ ซึ่ง i-Motor BREEZE ถูกพัฒนาเพื่อตอบโจทย์ชีวิตคนเมืองและกลุ่มผู้ที่ต้องการเปลี่ยนมาสู่รถไฟฟ้าครั้งแรก ซึ่งต้องการรถที่ใช้งานง่าย มีความน่าเชื่อถือ และให้ความสบายใจด้านความปลอดภัย

i-Motor BREEZE โดดเด่นด้วยชุดมาตรฐานความปลอดภัยระดับสากลที่บริษัทให้ความสำคัญ ตั้งแต่การออกแบบโครงสร้างไปจนถึงการติดตั้งระบบไฟและเบรกที่ผ่านการรับรองตามหลักสากล อาทิ UNR136 สำหรับความปลอดภัยแบตเตอรี่, E-Mark, ECE R78 เรื่องระบบเบรก และ ECE R53 เกี่ยวกับการติดตั้งไฟ ซึ่งทั้งหมดนี้ถูกนำมาใช้เป็นเกณฑ์ยืนยันคุณภาพของ BREEZE เพื่อให้ผู้บริโภคมั่นใจว่าไม่ได้เป็นเพียงรถไฟฟ้าราคาประหยัด แต่เป็นรถที่ผ่านกระบวนการทดสอบและการตรวจสอบตามมาตรฐานนานาชาติ

หนึ่งในฟีเจอร์เด่นที่บริษัทชูขึ้นมาคือระบบ i-Start (NFC Unlock System) ซึ่งเป็นระบบกุญแจดิจิทัลอัจฉริยะที่ผู้ใช้เพียงแค่แตะสมาร์ทคีย์การ์ดก็สามารถปลดล็อกและสตาร์ทรถได้ทันที ฟีเจอร์นี้ถูกออกแบบมาเพื่อเพิ่มความสะดวกสบายให้กับผู้ขับขี่ ลดขั้นตอนการหากุญแจ และยังเพิ่มความปลอดภัยด้วยการยืนยันตัวตนที่รวดเร็วและเป็นส่วนตัว ส่งผลให้ประสบการณ์การใช้งานมีความล้ำสมัยมากกว่ามอเตอร์ไซค์ทั่วไป

เพื่อรองรับรูปแบบการใช้งานที่หลากหลาย BREEZE ถูกแบ่งออกเป็น 2 รุ่นย่อย ได้แก่ รุ่น Breeze ที่ใช้แบตเตอรี่ LFP (Lithium Iron Phosphate) ซึ่งขึ้นชื่อในด้านความทนทาน อายุการใช้งานที่ยาว และความปลอดภัยสูง เหมาะสำหรับผู้ใช้ที่ต้องการความอุ่นใจในระยะยาว และรุ่น Breeze Lite ที่ใช้แบตเตอรี่ NMC (Lithium Nickel Manganese Cobalt) ซึ่งให้ความหนาแน่นพลังงานสูง น้ำหนักเบา และระยะทางต่อการชาร์จที่ไกลกว่า เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความคล่องตัวสูงสุด และสามารถถอดแบตเตอรี่มาชาร์จภายนอกได้สะดวก เช่น ในคอนโดมิเนียม

i-Motor ยังประกาศแผนการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานการชาร์จไฟด้วยการติดตั้งสถานี I-Charger แบบชาร์จไว (22.5A) ปัจจุบันได้ติดตั้งไปแล้วกว่า 20 จุดทั่วประเทศ เพื่อช่วยลดปัญหาการชาร์จและสร้างความสะดวกในการใช้งานจริงต่อผู้บริโภค 

นอกจากนี้บริษัทกล้าการันตีความทนทานของผลิตภัณฑ์ด้วยการให้ การรับประกันโครงสร้างยาวนานถึง 10 ปี ซึ่งบริษัทระบุว่าเป็นผลมาจากกระบวนการผลิตและมาตรฐานการควบคุมคุณภาพที่ถ่ายทอดจากผู้ผลิตระดับ OEM ที่มีประสบการณ์ยาวนานกว่า 60 ปีในอุตสาหกรรม

ด้านสมรรถนะ BREEZE ถูกออกแบบมาเพื่อให้ความรู้สึกขับขี่ที่นุ่มนวล คล่องตัว และควบคุมง่ายในทุกสภาพถนน ซึ่งเป็นการตอบโจทย์การใช้งานจริงของผู้ใช้ในเมือง ทั้งการเร่งความเร็ว การเข้าโค้ง และการขับขี่ในสภาพการจราจรหนาแน่น ผู้ขับขี่ควรรับรู้ได้ถึงความสะดวกสบายและความมั่นใจตั้งแต่วินาทีแรกที่ขับขี่

สำหรับช่องทางการจำหน่าย i-Motor จะจำหน่ายผ่านตัวแทนจำหน่ายที่ได้รับการแต่งตั้งทั่วประเทศ โดยราคาเปิดตัวของ Breeze จะอยู่ที่ 64,000 บาท และ Breeze Lite จะอยู่ที่ 49,000 บาท ซึ่งทั้งสองรุ่นนี้มีความแตกต่างกันที่ชนิดของแบตเตอรี่ที่นำมาใช้

ทั้งนี้ i-Motor มีแผนขยายตลาด BREEZE สู่ต่างประเทศในภูมิภาคอาเซียน เริ่มจากประเทศที่บริษัทเคยมีการทดลองทำตลาด เช่น ฟิลิปปินส์ เวียดนาม และศรีลังกา ก่อนจะขยายสู่ประเทศอื่น ๆ ในอนาคต โดยเป้าหมายเชิงกลยุทธ์ในอีก 3 ปีข้างหน้า คือการก้าวสู่การเป็นแบรนด์ที่ผู้บริโภคเชื่อมั่นและวางใจได้ ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Reliability, not Liability”

นายปรีชา กล่าวเชิญชวนคนไทยที่กำลังพิจารณาเปลี่ยนจากรถน้ำมันเป็นรถไฟฟ้าว่า “การเปลี่ยนผ่านสู่มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าไม่ใช่เพียงเทรนด์ แต่เป็นการตัดสินใจเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ทั้งด้านความประหยัด อากาศที่บริสุทธิ์ และประสบการณ์การขับขี่ที่สนุกและง่ายกว่าเดิม i-Motor BREEZE พร้อมแล้วที่จะเป็นก้าวแรกที่มั่นใจและปลอดภัยที่สุดในการเดินทางสู่โลกยานยนต์ไฟฟ้าของคุณ มาสัมผัสความรู้สึก ‘EFFORTLESS’ ไปด้วยกันวันนี้”

ผู้ที่สนใจมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าของ “ไอ-มอเตอร์” หรือ สนใจเป็นตัวแทนจำหน่ายสามารถสอบถามรายละเอียดได้ที่ โทร. 0-855-396-070 หรือติดตามความเคลื่อนไหวต่าง ๆ ได้ที่www.imotorthailand.com  หรือ  www.facebook.com/imotorthailandbkk 

“เสี่ยก่อง- อัณณพ อารีย์วงศ์สกุล”เจ้าของตลาดน้ำอโยธยา มอบน้ำดื่มซับน้ำตาผู้ประสบภัยชาวอยุธยา

“เสี่ยก่อง” อัณณพ อารีย์วงศ์สกุล เจ้าของตลาดน้ำอโยธยา พร้อมชมรมเพื่อนไม่ทิ้งกัน มอบน้ำดื่มแด่พี่น้องประชาชนประะสบภัยน้ำท่วม จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

วันนี้ 25 พฤศจิกายน 2568 เวลา (11.00 น.) นายอัณณพ อารีย์วงศ์สกุล ”เสี่ยก่อง” เจ้าของตลาดน้ำอโยธยา พร้อมด้วย ดร.ชูชีพ ตรีโภคา เลขานุการในองศ์ พล.ต.ม.จ.จุลเจิม ยุคล(ท่านใหม่)  และชมรมเพื่อนไม่ทิ้งกัน ลงพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา “ณ วัดปราสาททอง ตำบลไทรน้อย อำเภอบางบาล และตำบลบางหลวง อบต.สวนพริก”  “มอบน้ำดื่ม” ให้กับผู้ประสบภัยน้ำท่วมเป็นระยะเวลานาน พร้อมพูดคุยรับฟังปัญหาจากพี่น้องประชาชน เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจพี่น้องประชาชน

อัณณพ อารีย์วงศ์สกุล ”เสี่ยก่อง” กล่าว ต้องขอบคุณพี่น้องประชาชน จังหวัดพระนศรีอยุธยา ที่เสียสละเพื่อประเทศ ให้กับกรุงเทพฯ และปริมณฑล วันนี้ผมและเพื่อนๆ ขอมาให้กำลังใจ และขอขอบคุณพี่น้องประชาชนอย่างมากที่เสียสละพื้นที่ ไร่นา สวน บ้านเรือนเสียหาย เพื่อรับน้ำท่วมปีนี้ วันนี้ผมได้นำน้ำดื่มมามอบ เพื่อเป็นกำลังใจให้กันและแทนคำขอบคุณ และเข้าใจปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนอย่างมาก

.

น้ำท่วม3จว.ใต้ยังวิกฤต ถนนหลายสายถูกตัดขาด ปั๊มนราฯ-โก-ลก น้ำมันใกล้หมด

นายวีรพัฒน์ บุณฑริก รองผู้ว่าราชการจังหวัด รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส พร้อมด้วย  ทพญ.ปิยนาถ บุณฑริก รองนายกเหล่ากาชาดจังหวัดนราธิวาส และสมาชิกเหล่ากาชาดจังหวัดนราธิวาส , นายอำเภอเมืองนราธิวาส ตลอดจนจิตอาสาพระราชทาน 904 และชุดควบคุมสันติสุข ที่407  และหน่วยทหารพัฒนา ลงเรือท้องแบนติดเครื่องยนต์ ลำเลียงข้าวกล่อง และน้ำดื่ม จากครัวกาชาด นำไปแจกจ่ายให้กับชาวบ้าน ผู้ประสบภัยอยู่ภายใน ไม่สามารถออกมาได้เนื่องจากระดับน้ำสูงกว่า 2 เมตร  
         

เจ้าหน้าที่ทหารหน่วยทหารพัฒนาและชุดควบคุมสันติสุขที่ 407 และ อบต.ลำภู ต้องใช้เรือท้องแบนติดเครื่องยนต์ลำเลียงสิ่งของเข้าไปแจกจ่ายช่วยเหลือเบื้องต้น  โดยชาวบ้านส่วนใหญ่ ได้อพยพไปยังศูนย์พักพิง มีบางส่วนที่ห่วงทรัพย์สินไม่ยอมออกไป โดยอาศัยอยู่ภายในชั้น 2 ของบ้าน ขณะที่ผูัใหญ่บ้านฯ พร้อมกำนัน และอำเภอฯไดัออกสำรวจ ผู้ที่ยังคงติดค้างอยู่ภายในบ้านอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การช่วยเหลือ

ด้านผู้ใหญ่บ้าน ม.9 ได้ขอบคุณทุกภาคส่วนที่มาช่วยเหลือชาวบ้าน สถานการณ์อุทกภัยในปีนี้เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา อำเภอจัดการได้ดีมาก ก่อนเดินภัยได้มีการเตรียมพร้อมไว้ทุกอย่าง ทั้งเรือ อาหารนำดื่ม

นายรุสดี  ปูรียา นายอำเภอเมืองนราธิวาส บอกว่า อำเภอได้มีการวางแผนเตรียมพร้อมรับมือไว้ล่วงหน้า โดยจัดหา เรือไว้ ประจำตำบลอย่างน้อย 1 ลำ เพื่อช่วยเหลืออำนวยความสะดวกขนย้ายผู้ประสบภัย  ขณะที่ อบต.ลำภู ทำหน้าที่ ในการจัดเตรียมด้านอาหาร และน้ำดื่ม ทำให้ปีนี้บริหารจัดการ อพยพคนมาอยู่ที่ศูนย์พักพิงได้จำนวนมาก

สำหรับ พื้นที่ ม.9 บ้านทุ่งงาย ต.ลำภู อ.เมืองนราธิวาส มีประชากรประมาณ 900 ครัวเรือน มีผู้อพยพกระจายไปยังศูนย์อพยพวิทยาลัยชุมชนนราธิวาสแล้ว กว่า 500 ครัวเรือน ขณะที่ระดับน้ำท่วมสูง 1-2 เมตร และเริ่มลดระดับลง หากฝนไม่ตกลงมาซ้ำ สถานการณ์น่าจะคลี่คลายได้ ในเร็ววัน และน้ำท่วมเส้นทาง ทล.43 -ทล.42  โดยพิกัดบ้านสวรรค์ น้ำท่วมสูง 1.5 เมตร แนะ ปชช. เช็กเส้นทางด่วน

สถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ล่าสุดยังวิกฤต มวลน้ำไหลหลากเข้าท่วมผิวจราจรบนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 43 และ 42  ซึ่งเป็นเส้นทางสายหลักเชื่อมต่อระหว่างจังหวัดสงขลา ปัตตานี และนราธิวาส ส่งผลให้การจราจรในหลายช่วงเป็นอัมพาตโดยสิ้นเชิง

ล่าสุด เวลา 15.00 น. สำนักงานทางหลวงที่ 18 กรมทางหลวงได้อัปเดตเส้นทางการเดินทางสายใต้ พบจุดวิกฤตที่ต้องแจ้งเตือนผู้ใช้รถใช้ถนนให้หลีกเลี่ยงการสัญจรอย่างเด็ดขาด ได้แก่ ช่วงบ้านสวรรค์ บน ทล.43 ซึ่งระดับน้ำท่วมสูงถึง 150 เซนติเมตร ส่งผลให้รถทุกชนิดไม่สามารถผ่านได้และไม่มีเส้นทางเลี่ยง เช่นเดียวกับบริเวณ แยกดอนยาง และ หน้าโรงแรมอัลฟาฮัท ที่ระดับน้ำทรงตัวสูง 60 เซนติเมตร รถไม่สามารถสัญจรผ่านได้เช่นกัน

ขณะที่สถานการณ์บริเวณ ต.สะกอม (กม.43+000 – 43+400) ระดับน้ำสูง 40 เซนติเมตร รถเล็กไม่สามารถผ่านได้ ส่วนรถบรรทุกขนาดใหญ่สามารถสัญจรได้โดยวิ่งสวนทางด้านซ้าย หรือเลี่ยงไปใช้ทางหลวงชนบท สข.2004 (ฝั่งตรงข้าม อบต.สะกอม)

ด้านทางหลวงหมายเลข 42 (ทล.42) ช่วง กาตอ-ปูต้ะ (กม.161+000 – 161+500) พบระดับน้ำสูง 58 เซนติเมตร เจ้าหน้าที่แนะนำให้ประชาชนหลีกเลี่ยงเส้นทางดังกล่าว โดยให้ใช้เส้นทางลัดเข้าสู่จังหวัดยะลา มุ่งหน้าโกตาบารู เพื่อเดินทางต่อไปยังตะโล๊ะฮาลอแทน

ทั้งนี้ แขวงทางหลวงในพื้นที่ได้ระดมเจ้าหน้าที่เข้าอำนวยความสะดวกและติดตั้งป้ายเตือนตามจุดเสี่ยงต่างๆ แล้ว พร้อมขอความร่วมมือประชาชนตรวจสอบเส้นทางก่อนออกเดินทาง และปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย

น้ำท่วมใต้ตัดขาดเส้นทางขนส่ง ปั๊มน้ำมันนราฯ-โก-ลก น้ำมันใกล้หมด คาดขายได้อีกแค่วันเดียว

สถานการณ์อุทกภัยภาคใต้ยังน่าห่วง ล่าสุดกระทบภาคการขนส่งและพลังงาน ผู้ประกอบการปั๊มน้ำมันรายใหญ่ในสุไหงโก-ลก เผย เส้นทางถูกตัดขาด รถน้ำมันเข้าพื้นที่ไม่ได้ ส่งผลให้สต๊อกน้ำมันเหลือจำหน่ายเพียง 1 วัน บางจุดแก๊สโซฮอล์ 95 เกลี้ยงถังแล้ว เตือนประชาชนวางแผนการเดินทางและใช้น้ำมันเท่าที่จำเป็น

นายชาญณรงค์ อภิบาลธนกิจ ผู้ประกอบการสถานีบริการน้ำมัน ปตท.สุไหงโก-ลก เปิดเผยถึงสถานการณ์ล่าสุดว่า ขณะนี้ปริมาณน้ำมันสำรองในพื้นที่อยู่ในภาวะวิกฤต เนื่องจากเส้นทางเดินรถถูกตัดขาดจากน้ำท่วม ทำให้รถขนส่งน้ำมันไม่สามารถนำน้ำมันเข้ามาเติมในพื้นที่ได้ โดยคาดการณ์ว่า น้ำมันที่เหลืออยู่จะสามารถจำหน่ายให้กับประชาชนได้อีกเพียง 1 วันเท่านั้น

โดยปั๊ม ปตท.ในเมืองสุไหงโก-ลก น้ำมันชนิด E95 หมดเกลี้ยงแล้ว เหลือให้บริการเพียง E20 เท่านั้นส่วนปั๊มที่ตำบลปาเสมัส น้ำมันแก๊สโซฮอล์ 95 เหลือปริมาณจำกัด คาดว่าจะจำหน่ายได้อีกไม่เกิน 1 วันเช่นกัน

นายชาญณรงค์ กล่าวเพิ่มเติมว่า หากสถานการณ์น้ำท่วมยังไม่คลี่คลายและรถขนส่งน้ำมันยังไม่สามารถเข้าพื้นที่ได้ ทางปั๊มอาจมีความจำเป็นต้องปิดให้บริการชั่วคราว และเชื่อว่าสถานีบริการน้ำมันแห่งอื่นๆ ในพื้นที่ก็กำลังเผชิญชะตากรรมเดียวกัน 
เนื่องจากคลังน้ำมันใหญ่ที่จังหวัดสงขลายังไม่สามารถส่งน้ำมันเข้ามาเติมได้ตามปกติ

อย่างไรก็ตาม นายชาญณรงค์ กล่าวเพิ่มเติมว่าหากระดับน้ำลดลงจนเส้นทางกลับมาสัญจรได้ การขนส่งน้ำมันจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติทันที ซึ่งจะช่วยคลี่คลายปัญหาน้ำมันขาดแคลนในพื้นที่ได้ในที่สุด.

โดย…แวดาโอ๊ะ หะไร จ.นราธิวาส