น้ำท่วม3จว.ใต้ยังวิกฤต ถนนหลายสายถูกตัดขาด ปั๊มนราฯ-โก-ลก น้ำมันใกล้หมด

นายวีรพัฒน์ บุณฑริก รองผู้ว่าราชการจังหวัด รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส พร้อมด้วย  ทพญ.ปิยนาถ บุณฑริก รองนายกเหล่ากาชาดจังหวัดนราธิวาส และสมาชิกเหล่ากาชาดจังหวัดนราธิวาส , นายอำเภอเมืองนราธิวาส ตลอดจนจิตอาสาพระราชทาน 904 และชุดควบคุมสันติสุข ที่407  และหน่วยทหารพัฒนา ลงเรือท้องแบนติดเครื่องยนต์ ลำเลียงข้าวกล่อง และน้ำดื่ม จากครัวกาชาด นำไปแจกจ่ายให้กับชาวบ้าน ผู้ประสบภัยอยู่ภายใน ไม่สามารถออกมาได้เนื่องจากระดับน้ำสูงกว่า 2 เมตร  
         

เจ้าหน้าที่ทหารหน่วยทหารพัฒนาและชุดควบคุมสันติสุขที่ 407 และ อบต.ลำภู ต้องใช้เรือท้องแบนติดเครื่องยนต์ลำเลียงสิ่งของเข้าไปแจกจ่ายช่วยเหลือเบื้องต้น  โดยชาวบ้านส่วนใหญ่ ได้อพยพไปยังศูนย์พักพิง มีบางส่วนที่ห่วงทรัพย์สินไม่ยอมออกไป โดยอาศัยอยู่ภายในชั้น 2 ของบ้าน ขณะที่ผูัใหญ่บ้านฯ พร้อมกำนัน และอำเภอฯไดัออกสำรวจ ผู้ที่ยังคงติดค้างอยู่ภายในบ้านอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การช่วยเหลือ

ด้านผู้ใหญ่บ้าน ม.9 ได้ขอบคุณทุกภาคส่วนที่มาช่วยเหลือชาวบ้าน สถานการณ์อุทกภัยในปีนี้เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา อำเภอจัดการได้ดีมาก ก่อนเดินภัยได้มีการเตรียมพร้อมไว้ทุกอย่าง ทั้งเรือ อาหารนำดื่ม

นายรุสดี  ปูรียา นายอำเภอเมืองนราธิวาส บอกว่า อำเภอได้มีการวางแผนเตรียมพร้อมรับมือไว้ล่วงหน้า โดยจัดหา เรือไว้ ประจำตำบลอย่างน้อย 1 ลำ เพื่อช่วยเหลืออำนวยความสะดวกขนย้ายผู้ประสบภัย  ขณะที่ อบต.ลำภู ทำหน้าที่ ในการจัดเตรียมด้านอาหาร และน้ำดื่ม ทำให้ปีนี้บริหารจัดการ อพยพคนมาอยู่ที่ศูนย์พักพิงได้จำนวนมาก

สำหรับ พื้นที่ ม.9 บ้านทุ่งงาย ต.ลำภู อ.เมืองนราธิวาส มีประชากรประมาณ 900 ครัวเรือน มีผู้อพยพกระจายไปยังศูนย์อพยพวิทยาลัยชุมชนนราธิวาสแล้ว กว่า 500 ครัวเรือน ขณะที่ระดับน้ำท่วมสูง 1-2 เมตร และเริ่มลดระดับลง หากฝนไม่ตกลงมาซ้ำ สถานการณ์น่าจะคลี่คลายได้ ในเร็ววัน และน้ำท่วมเส้นทาง ทล.43 -ทล.42  โดยพิกัดบ้านสวรรค์ น้ำท่วมสูง 1.5 เมตร แนะ ปชช. เช็กเส้นทางด่วน

สถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ล่าสุดยังวิกฤต มวลน้ำไหลหลากเข้าท่วมผิวจราจรบนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 43 และ 42  ซึ่งเป็นเส้นทางสายหลักเชื่อมต่อระหว่างจังหวัดสงขลา ปัตตานี และนราธิวาส ส่งผลให้การจราจรในหลายช่วงเป็นอัมพาตโดยสิ้นเชิง

ล่าสุด เวลา 15.00 น. สำนักงานทางหลวงที่ 18 กรมทางหลวงได้อัปเดตเส้นทางการเดินทางสายใต้ พบจุดวิกฤตที่ต้องแจ้งเตือนผู้ใช้รถใช้ถนนให้หลีกเลี่ยงการสัญจรอย่างเด็ดขาด ได้แก่ ช่วงบ้านสวรรค์ บน ทล.43 ซึ่งระดับน้ำท่วมสูงถึง 150 เซนติเมตร ส่งผลให้รถทุกชนิดไม่สามารถผ่านได้และไม่มีเส้นทางเลี่ยง เช่นเดียวกับบริเวณ แยกดอนยาง และ หน้าโรงแรมอัลฟาฮัท ที่ระดับน้ำทรงตัวสูง 60 เซนติเมตร รถไม่สามารถสัญจรผ่านได้เช่นกัน

ขณะที่สถานการณ์บริเวณ ต.สะกอม (กม.43+000 – 43+400) ระดับน้ำสูง 40 เซนติเมตร รถเล็กไม่สามารถผ่านได้ ส่วนรถบรรทุกขนาดใหญ่สามารถสัญจรได้โดยวิ่งสวนทางด้านซ้าย หรือเลี่ยงไปใช้ทางหลวงชนบท สข.2004 (ฝั่งตรงข้าม อบต.สะกอม)

ด้านทางหลวงหมายเลข 42 (ทล.42) ช่วง กาตอ-ปูต้ะ (กม.161+000 – 161+500) พบระดับน้ำสูง 58 เซนติเมตร เจ้าหน้าที่แนะนำให้ประชาชนหลีกเลี่ยงเส้นทางดังกล่าว โดยให้ใช้เส้นทางลัดเข้าสู่จังหวัดยะลา มุ่งหน้าโกตาบารู เพื่อเดินทางต่อไปยังตะโล๊ะฮาลอแทน

ทั้งนี้ แขวงทางหลวงในพื้นที่ได้ระดมเจ้าหน้าที่เข้าอำนวยความสะดวกและติดตั้งป้ายเตือนตามจุดเสี่ยงต่างๆ แล้ว พร้อมขอความร่วมมือประชาชนตรวจสอบเส้นทางก่อนออกเดินทาง และปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย

น้ำท่วมใต้ตัดขาดเส้นทางขนส่ง ปั๊มน้ำมันนราฯ-โก-ลก น้ำมันใกล้หมด คาดขายได้อีกแค่วันเดียว

สถานการณ์อุทกภัยภาคใต้ยังน่าห่วง ล่าสุดกระทบภาคการขนส่งและพลังงาน ผู้ประกอบการปั๊มน้ำมันรายใหญ่ในสุไหงโก-ลก เผย เส้นทางถูกตัดขาด รถน้ำมันเข้าพื้นที่ไม่ได้ ส่งผลให้สต๊อกน้ำมันเหลือจำหน่ายเพียง 1 วัน บางจุดแก๊สโซฮอล์ 95 เกลี้ยงถังแล้ว เตือนประชาชนวางแผนการเดินทางและใช้น้ำมันเท่าที่จำเป็น

นายชาญณรงค์ อภิบาลธนกิจ ผู้ประกอบการสถานีบริการน้ำมัน ปตท.สุไหงโก-ลก เปิดเผยถึงสถานการณ์ล่าสุดว่า ขณะนี้ปริมาณน้ำมันสำรองในพื้นที่อยู่ในภาวะวิกฤต เนื่องจากเส้นทางเดินรถถูกตัดขาดจากน้ำท่วม ทำให้รถขนส่งน้ำมันไม่สามารถนำน้ำมันเข้ามาเติมในพื้นที่ได้ โดยคาดการณ์ว่า น้ำมันที่เหลืออยู่จะสามารถจำหน่ายให้กับประชาชนได้อีกเพียง 1 วันเท่านั้น

โดยปั๊ม ปตท.ในเมืองสุไหงโก-ลก น้ำมันชนิด E95 หมดเกลี้ยงแล้ว เหลือให้บริการเพียง E20 เท่านั้นส่วนปั๊มที่ตำบลปาเสมัส น้ำมันแก๊สโซฮอล์ 95 เหลือปริมาณจำกัด คาดว่าจะจำหน่ายได้อีกไม่เกิน 1 วันเช่นกัน

นายชาญณรงค์ กล่าวเพิ่มเติมว่า หากสถานการณ์น้ำท่วมยังไม่คลี่คลายและรถขนส่งน้ำมันยังไม่สามารถเข้าพื้นที่ได้ ทางปั๊มอาจมีความจำเป็นต้องปิดให้บริการชั่วคราว และเชื่อว่าสถานีบริการน้ำมันแห่งอื่นๆ ในพื้นที่ก็กำลังเผชิญชะตากรรมเดียวกัน 
เนื่องจากคลังน้ำมันใหญ่ที่จังหวัดสงขลายังไม่สามารถส่งน้ำมันเข้ามาเติมได้ตามปกติ

อย่างไรก็ตาม นายชาญณรงค์ กล่าวเพิ่มเติมว่าหากระดับน้ำลดลงจนเส้นทางกลับมาสัญจรได้ การขนส่งน้ำมันจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติทันที ซึ่งจะช่วยคลี่คลายปัญหาน้ำมันขาดแคลนในพื้นที่ได้ในที่สุด.

โดย…แวดาโอ๊ะ หะไร จ.นราธิวาส

พัทลุงเร่งอพยพ “หมู-ควายน้ำ” แหล่งเลี้ยงรายใหญ่ของภาคใต้พ้นภัยน้ำท่วม

เมื่อวันที่ 25 พ.ย.68  สถานการณ์น้ำท่วมจังหวัดพัทลุง ที่เกิดฝนตกหนักต่อเนื่องบนเทือกเขาบรรทัดเขตรักาพันธุ์สัตว์ป่า ไหลทะลักเมื่อตอนดึกวันที่  25 พ.ย.22568 เข้ามาท่วมขังในพื้นที่ด้านล่าง  เป็นระลอก 2 จนทำให้ถนนสายเพชรเกษม ช่วงพัทลุง-หาดใหญ่  รถเล็กไม่สามารถสัญจรได้บริเวณหน้าโรงเรียนบ้านโคกยา  ต.เขาชัยสน  อ.เขาชัยสน บ้านทุ่งนารี  ต.ทุ่งนารี  อ.ป่าบอน

ขณะที่พื้นที่ริมเทือกเขาบรรทัด อ.ป่าบอน อ.ตะโหมด และ อ.กงหรา  เข้าท่วมบ้านเรือนชาวบ้านอย่างรวดเร็ว จนทำให้ชาวบ้านกว่า 3,000 ครัวเรือน ต้องเร่งขนย้าย  และได้พัดพาบ้านเลขที่ 109 ได้รับความเสียหายหมดทั้งหลัง
และที่ถนนสายกงหรา –เขาพันธุรัตน์  หมู่ที่ 3 ต.กงหรา  ได้เกิดดินสไลด์ทำให้ต้นไม้หลายต้นล้มขวางถนน  และคอสะพานถนนสายแม่ขรี – โล๊ะจังกระเยื้องที่ว่าการอำเภอตะโหมด  ขาดอีกครั้ง

ทางด้านว่าที่รต.มณฑล เลาหภักดี  ปศุสัตว์จังหวัดพัทลุง นายภูษิต จันทร์เพชร ประมงจังหวัดพัทลุง เข้าสนับสนุนช่วยเหลือฟาร์มหมูรายใหญ่หมู่ 10  ต.ควนมะพร้าว  อ.เมืองพัทลุง มีสุกรขุนมากกว่า  500  ตัว และแม่พันธุ์มากกว่า  50  ตัว  ไปไว้ในที่ปลอดภัย

อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้หน่วยงานได้เข้าให้การช่วยเหลือในการเคลื่อนย้ายหมูไปหลายฟาร์มแล้วเนื่องจากพื้นที่ จ.พัทลุง เป็นพื้นที่ที่เลี้ยงสุกรรายใหญ่ของประเทศและของภาคใต้

ว่าที่ รต.มณฑล กล่าวว่า  ทางสำนักงานได้เตรียมหญ้าฟ่อนไว้ช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์มากกว่า  2  หมื่นฟ้อน  และเปิดให้เกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ไปตัดหญ้าสดในศูนย์อาหารสัตว์ อ.ศรีบรรพต

ว่าที่ รต.มณฑล กล่าวอีกว่า  ได้นำฝูงควายน้ำไปไว้ในที่ปลอดภัยแล้วเช่นกัน  ส่วนควายน้ำที่เสียชีวิตไปบางส่วนซึ่งส่วนใหญ่เป็นลูกควายที่เพิ่งคลอดใหม่

.

‘หาดใหญ่’ วิกฤต!อุทกภัยครั้งใหญ่ 2568 กระทบหนักกว่า 1.5 แสนคน

“จิสด้า” เปิดข้อมูลแผนที่ดาวเทียม“หาดใหญ่” ชี้ระดับน้ำท่วมวิกฤติ! พื้นที่ส่วนใหญ่จมมิดหัว สูงสุดเกิน 4 เมตร กระทบประชาชนกว่า 1.5 แสนคน

เมื่อวันที่ 25 พ.ย. 68 สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ “GISTDA” เผยแพร่ผลวิเคราะห์สถานการณ์น้ำท่วมขังในพื้นที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา โดยใช้เทคนิค HAND Model (Height Above Nearest Drainage) ร่วมกับข้อมูลจากดาวเทียม Sentinel-1A ของวันที่ 24 พ.ย. 68 ในการประเมินความลึกของน้ำ เพื่อสนับสนุนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการปฏิบัติการช่วยเหลือประชาชน.

ผลการวิเคราะห์ดังกล่าวชี้ให้เห็นถึงความเสียหายที่รุนแรงและเป็นวงกว้าง โดยเฉพาะต่อโครงสร้างพื้นฐานและชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนในพื้นที่ ดังนี้ 

1.ประชาชน : ได้รับผลกระทบประมาณ 150,230 คน 2.ที่อยู่อาศัย : ได้รับผลกระทบแล้วกว่า 25,102 หลังคาเรือน 3.สถานที่สำคัญ : ได้รับผลกระทบประกอบด้วย โรงเรียน 47 แห่ง และโรงพยาบาล 8 แห่ง และ 4.เส้นทางคมนาคม : ได้รับผลกระทบระยะทางรวมกว่า 536 กิโลเมตร

พื้นที่ระดับน้ำท่วมวิกฤติส่วนใหญ่อยู่ในโซนสีน้ำเงินเข้ม ซึ่งจากการวิเคราะห์และจำแนกตามเฉดสีในแผนที่แสดงให้เห็นถึงความเร่งด่วนในการเข้าช่วยเหลือประชาชน เนื่องจากระดับน้ำท่วมขังในพื้นที่ส่วนใหญ่อยู่ในระดับอันตรายสูง ดังนี้… 

โซนสีฟ้าอ่อน (0.5-1 เมตร) : ระดับน้ำท่วมถึงเอว,โซนสีน้ำเงินเข้ม (2-3 เมตร) : ระดับน้ำท่วมสูงมิดหัว (พบในพื้นที่ส่วนใหญ่ของอำเภอหาดใหญ่) โซนสีเข้มจัด/เกือบดำ (มากกว่า 4 เมตร) : ระดับน้ำลึกมาก

ต้องเน้นย้ำว่าพื้นที่ส่วนใหญ่ของ อ.หาดใหญ่ มีน้ำท่วมขังในระดับ โซนสีน้ำเงินเข้ม (2-3 เมตร) ซึ่งเป็นระดับที่สูงมากและบ่งบอกถึงอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สิน

GISTDA ได้ส่งต่อชุดข้อมูลเชิงวิเคราะห์ดังกล่าวให้กับหน่วยงานหลักที่รับผิดชอบการบริหารจัดการภัยพิบัติ เพื่อใช้เป็นฐานข้อมูลสำคัญในการตัดสินใจและปฏิบัติการตามภารกิจอย่างเร่งด่วนที่สุด

ประชาชนที่ต้องการติดตามสถานการณ์น้ำท่วมขังอย่างต่อเนื่องและเป็นปัจจุบัน (Near Real-time) สามารถเข้าถึงข้อมูลได้ที่ เว็บไซต์ : https://disaster.gistda.or.th และแอปพลิเคชัน “เช็คน้ำ” สำหรับระบบปฏิบัติการ iOS (https://gqr.sh/yxQp) และ Android (https://gqr.sh/rcGq)

พัทลุงน้ำท่วมสูงหลายพื้นที่มีแนวโน้มวิกฤต-สตูลประกาศภัยพิบัติ 7 อำเภอ

พัทลุงน้ำท่วมหลายพื้นที่ มีแนวโน้มวิกฤต เจ้าหน้าที่ยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมขอความร่วมมือประชาชน ติดตามประกาศเตือนภัยจากทางราชการอย่างต่อเนื่อง

สถานการณ์น้ำท่วมจังหวัดพัทลุงล่าสุดวันนี้ยังคงน่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง หลังเกิดฝนตกหนักต่อเนื่องบนเทือกเขาบรรทัด ส่งผลให้มีน้ำป่าไหลหลากลงสู่พื้นที่ด้านล่างอย่างรุนแรง ท่วมบ้านเรือนประชาชนเป็นวงกว้าง หลายหมู่บ้านได้รับผลกระทบอย่างหนัก น้ำป่าที่ไหลจากอำเภอตะโหมด ผ่าน ฝายท่าเชียด ได้ไหลเข้าท่วมผิวถนนสายเอเชีย บริเวณหน้าโรงเรียนบ้านโคกยา ทั้งฝั่งขาล่องใต้และขาขึ้น ระยะทางยาวกว่า 200 เมตร

ระดับน้ำสูงประมาณ 50 เซนติเมตร รถยนต์ขนาดเล็กไม่สามารถสัญจรผ่านได้ เจ้าหน้าที่ต้องตั้งจุดแนะนำให้ผู้ใช้รถใช้ถนนเปลี่ยนไปใช้เส้นทางเบี่ยงแทนเพื่อความปลอดภัย ไม่เพียงเท่านั้น บริเวณถนนสายเอเชียอีกจุด ตั้งแต่ แยกบ้านโคกทราย จนถึง แยกบ้านทุ่งนารี ถูกน้ำท่วมผิวถนนเช่นเดียวกัน ระดับน้ำสูง 40–50 เซนติเมตร รถเล็กไม่สามารถผ่านได้

ทำให้การจราจรติดขัดและต้องปิดการจราจรบางช่วง ด้านถนนสายทะเลน้อย อำเภอควนขนุน มุ่งหน้าอำเภอระโนด น้ำได้ท่วมสูงจนทั้งรถเล็กและรถใหญ่ไม่สามารถสัญจรผ่าน ทำให้ประชาชนจำนวนมากต้องเลี่ยงเส้นทางโดยเร่งด่วน

สำหรับพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุดในวันนี้ ได้แก่ อำเภอป่าบอน อำเภอตะโหมด เขาชัยสน บางแก้ว ปากพะยูน และอำเภอกงหรา ซึ่งมีน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมบ้านเรือนชาวบ้านอย่างรวดเร็ว ชาวบ้านกว่า 3,000 ครัวเรือน ต้องเร่งขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูงเพื่อหลีกเลี่ยงความเสียหาย เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง อปท. และหน่วยกู้ภัย ลงพื้นที่สำรวจและเข้าช่วยเหลืออย่างเต็มกำลัง

ขณะเดียวกัน เมื่อกลางดึกที่ผ่านมาเกิดเหตุระทึก น้ำป่าจากเขาบรรทัดไหลเชี่ยวพัดบ้านของ นายโสภณ คงสุด เลขที่ 109 หมู่ 5 ตำบลกงหรา เสียหายทั้งหลัง ไม่มีส่วนใดเหลืออยู่ เจ้าหน้าที่ได้เข้าช่วยเหลือเบื้องต้นและจัดหา ที่พักชั่วคราวให้ และโชคดีที่ไม่มีผู้เสียชีวิต

อีกหนึ่งจุดวิกฤติคือบริเวณถนนสาย เขาพันธุรัตน์ หมู่ที่ 3 ตำบลกงหรา เกิดเหตุดินสไลด์และมีต้นไม้ขนาดใหญ่หลายต้นล้มทับขวางถนน ทำให้ไม่สามารถสัญจรผ่านได้

ที่จ.สตูล ประกาศให้ทั้ง 7 อำเภอเป็น “พื้นที่ภัยพิบัติ” หลังเผชิญกับภาวะฝนตกหนัก ส่งผลให้มวลน้ำท่วมปริมาณมหาศาล ซัดเข้าท่วมหลายพื้นที่ ทั้ง 7 อำเภอ น้ำไหลเข้าท่วมรอบที่ 2 หมู่บ้าน ชุมชน ตำบลต่าง น้ำไหลเข้าอย่างรวดเร็ว ขณะที่ภาครัฐเร่งสั่งอพยพชาวบ้านไปยังศูนย์พักพิงชั่วคราวเพื่อความปลอดภัย

ล่าสุดสถานการณ์วิกฤต ตามรายงานจากหน่วยงานท้องถิ่น สถานการณ์น้ำในหลายจุดโดยเฉพาะในอำเภอละงู มีแนวโน้มล้นและขยายวงกว้าง โดยมวลน้ำได้ไหลเข้าพื้นที่เขตเศรษฐกิจของเทศบาลกำแพง จ.สตูล ซึ่งเป็นหนึ่งในจุดที่ได้รับผลกระทบหนักสุด น้ำท่วมบางจุดสูงถึงระดับอก

นายคณิต คงช่วย รองผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล รักษาราชการแทนผู้ว่าราชาชการจังหวัดสตูล ได้ประกาศให้ทั้ง 7 อำเภอเป็นเขตภัยพิบัติ ประกอบด้วย อ.เมืองสตูล , ควนกาหลง, ควนโดน, ท่าแพ, ทุ่งหว้า, มะนัง และ ละงู และในส่วน 3 อำเภอ นี้ เช่นอำเภอละงู อำเภอเมืองสตูล อำเภอควนโดน น่าเป็นห่วงมากที่สุด

เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นและกู้ภัยได้ร่วมกันตั้งศูนย์พักพิงชั่วคราว เพื่อรองรับการอพยพประชาชนจากพื้นที่เสี่ยง โดยให้ความช่วยเหลือด้านอาหาร น้ำดื่ม และของใช้จำเป็นแก่ผู้ได้รับผลกระทบอย่างเร่งด่วน 

ชาวนาเฮ!ข้าวหอมดีดตัวพุ่งเตะ 11.6 หมื่นบาท/ตัน-เปลือกเจ้าตันละ7.2พันบาท

พาณิชย์รายงานราคาข้าวเปลือกหอมมะลิดีดตัวแรงแตะ 16,000 บาทต่อตัน เพิ่มขึ้นตันละ 1,000 บาท ด้านข้าวเปลือกเจ้า ปรับเพิ่มขึ้นสูงสุด 400 บาท เป็นตันละ 7,200 บาทต่อตัน หลังรัฐบาลเร่งเดินหน้ามาตรการดูแลข้าวทั้งระบบตามมติ นบข. ส่งผลให้ตลาดเกิดการปรับตัวเชิงบวกอย่างรวดเร็ว ทั้งในด้านการรับซื้อ การดูดซับผลผลิต และความเชื่อมั่นของเกษตรกร

นายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า ขณะนี้สถานการณ์ราคาข้าวนาปี ปีการผลิต 2568/69 ปรับตัวดีขึ้นอย่างชัดเจน สอดรับกับนโยบายของรัฐบาลที่ให้ความสำคัญต่อสินค้าเกษตรหลัก โดยเฉพาะ “ข้าว” ซึ่งเป็นรายได้สำคัญของเกษตรกรทั่วประเทศ นายกรัฐมนตรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล ได้กำชับทุกหน่วยงานให้เดินหน้ามาตรการเชิงรุกและลงปฏิบัติการในพื้นที่ทันที เพื่อป้องกันภาวะราคาตกต่ำในช่วงที่ผลผลิตออกสู่ตลาดจำนวนมากช่วงปลายปีนี้

อธิบดีกรมการค้าภายใน ระบุว่า ภายหลังการประชุมคณะกรรมการนโยบายและบริหารข้าวแห่งชาติ (นบข.) ล่าสุด เมื่อ 18 พฤศจิกายน 2568 ได้ออกมาตรการเร่งด่วนในการช่วยดูดซับปริมาณข้าวเปลือกออกจากระบบ รวมทั้งมาตรการก่อนหน้านี้ ทั้งชะลอการขายข้าว มาตรการรับฝากเก็บ รวมถึงการเร่งจัดตลาดนัดข้าวเปลือกทั่วประเทศ เพื่อพยุงราคา สร้างตลาด และเสริมรายได้ให้เกษตรกรในช่วงผลผลิตออกกระจุกตัว

โดยสถานการณ์ราคาล่าสุด ณ วันที่ 20 พฤศจิกายน 2568 ยืนยันว่ามาตรการทั้งหมดเริ่มเห็นผลชัดเจน ราคาข้าวเปลือกความชื้น 15% ปรับเพิ่มในแทบทุกชนิด โดยข้าวเปลือกหอมมะลิอยู่ที่ 14,700–16,100 บาทต่อตัน ข้าวเปลือกปทุมธานี 8,000–8,300 บาทต่อตัน ข้าวเปลือกเจ้า 6,300–7,200 บาทต่อตัน และข้าวเหนียว 7,000–10,000 บาทต่อตัน โดยราคาข้าวเปลือกหอมมะลิได้มีการปรับตัวขึ้นสูงสุด 1,000 บาทต่อตัน ข้าวเปลือกเจ้าปรับเพิ่มขึ้นสูงสุด 400 บาทต่อตัน เมื่อเทียบกับช่วงก่อนสัปดาห์ก่อน (14 พ.ย. 68) ถือเป็นหนึ่งฤดูกาลที่ราคาปรับตัวดีขึ้นเร็วที่สุดในรอบหลายปี

นายวิทยากร กล่าวต่อว่า “ในส่วนของการดำเนินโครงการตลาดนัดข้าวเปลือก กรมการค้าภายในร่วมกับสำนักงานพาณิชย์จังหวัด โดยเริ่มจัดมาตั้งแต่วันที่ 10 พฤศจิกายน 2568 และจะจัดต่อเนื่องรวมกว่า 50 ครั้งใน 32 จังหวัด ครอบคลุมภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลาง จนถึงเดือนเมษายน 2569 โดยตลาดนัดข้าวเปลือกเป็นกลไกสำคัญที่ทำให้ผู้ประกอบการจากนอกพื้นที่เข้าไปรับซื้อถึงแหล่งผลิตของเกษตรกร ลดภาระค่าขนส่ง เพิ่มช่องทางขายโดยตรง และแก้ปัญหาบางพื้นที่ที่ไม่มีผู้รับซื้ออย่างมีประสิทธิภาพ

ผลการจัดตลาดนัดในช่วงที่ผ่านมาพบว่า มีผู้ประกอบการหลายรายเข้าไปรับซื้อในราคานำตลาดอย่างคึกคัก โดยราคารับซื้อในพื้นที่ตลาดนัดสูงกว่าตลาดทั่วไปเฉลี่ย 200–400 บาทต่อตัน ทำให้เกิดการแข่งขันทางด้านราคา ส่งผลให้ราคาข้าวเปลือกในหลายจังหวัดปรับเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

ขณะที่สำนักงานชั่งตวงวัดในพื้นที่โดยเฉพาะจุดที่มีการซื้อขายข้าว ได้ลงพื้นที่เพื่อกำกับดูแลการรับซื้อข้าวเปลือกของพี่น้องเกษตรกรโดยตรวจสอบความถูกต้องของการชั่งน้ำหนัก การวัดความชื้น และการหักสิ่งเจือปน รวมถึงการแสดงราคารับซื้อ เพื่อให้การซื้อขายเป็นธรรม เที่ยงตรง และโปร่งใสให้เกษตรกร

นายวิทยากรกล่าวทิ้งท้ายว่า “มาตรการรักษาเสถียรภาพราคาข้าวเปลือกปีการผลิตนี้ของ นบข. และการจัดตลาดนัดข้าวเปลือกทั่วประเทศ ได้เกิดผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม ทั้งในด้านราคาที่ปรับตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว สร้างรายได้เพิ่มขึ้นให้แก่พี่น้องเกษตรกร โดยกรมจะขับเคลื่อนมาตรการต่อเนื่องเพื่อรักษาราคาและสร้างเสถียรภาพให้ตลาดข้าวตลอดฤดูกาลผลิตปีนี้”

ดอยอินทนนท์ต่ำกว่าจุดเยือกแข็งเหมยขาบขาวโผล่วันที่ 2 อุณหภูมิยอดหญ้า 0.2 องศา

อินทนนท์ไม่แผ่วเกิดเหมยขาบติดต่อกันเป็นวันที่ 2 อุณหภูมิบนยอดหญ้าวัดได้ 0.2องศาฯ ยอดดอย 5 องศาฯ นักท่องเที่ยวแห่ขึ้นไปสัมผัสอากาศหนาว

เมื่อวันที่ 25 พ.ย. 68 นักท่องเที่ยวที่ขึ้นไปสัมผัสอากาศหนา ที่อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์  อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ ต่างตื่นตาตื่นใจที่ได้เห็นปรากฎการณ์เหมยขาบ ขาวโพลนเต็มพื้นหญ้า บริเวณหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ที่ 5

หลายคนต่างพากันถ่ายภาพเหมยขาบเก็บไว้เป็นที่ระลึกและถ่ายลงโซเชียล  

หลังวันนี้ที่อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์เกิดปรากฏการณ์เหมยขาบขึ้นติดต่อกันเป็นวันที่ 2 ของฤดูหนาวปี 2568 แล้ว โดยอุณหภูมิบนยอดหญ้าวัดได้  0.2 องศาฯ ส่วนอุณหภูมิบนยอดดอยต่ำสุดวัดได้ 5 องศาฯ  ซึ่งก็ไม่ทำให้นักท่องเที่ยวผิดหวังที่ขึ้นไปสัมผัสอากาศหนาวและชมแสงพระอาทิตย์แรกของวันที่จุดชมวิวกิ่วแม่ปาน

ข้อมูลจากอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์พบว่าวันที่ 24 พ.ย. 68 มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเดินทางมาเที่ยวทั้งหมด 3,572 คน

ขณะที่สถิติการพบเหมยขาบฤดูหนาวปี 2568

ครั้งที่ 1 วันที่ 24.11.2568 อุณหภูมิต่ำสุด 4 องศาเซลเซียสที่กิ่วแม่ปาน (06.00 น.) อุณหภูมิต่ำสุดของหนาวปีนี้

-พบบริเวณ ลานจอดรถ หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ ที่ อน.5 (ยอดดอย) (t=5°C ,tยอดหญ้า=0.7°C)

ครั้งที่  2 วันที่ 25.11.2568 อุณหภูมิต่ำสุด 5 องศาเซลเซียส หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ อน.5 (ยอดดอย)(06.00 น.) 

-พบบริเวณ ลานจอดรถ หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ ที่ อน.5 (ยอดดอย) (t=5°C ,tยอดหญ้า=0.2°C)

.

พลิกวิกฤติน้ำท่วมเป็นโอกาส “ชาวนาหมื่นศรี”จับปลาขายสร้างเงินหลักพัน/วัน

ชาวบ้านนาหมื่นศรีจำนวนมากได้ออกไปหาปลาบริเวณทุ่งนาดิน ที่ถนนเลียบคลองชลประทานทุ่งนาหมื่นศรี หมู่ที่ 5 ตำบลนาหมื่นศรี อำเภอนาโยง จังหวัดตรัง กันอย่างคึกคัก ทั้งวางกัดดักปลา ยกยอ วางมุ้งดักปลา วางโพงพาง และตกปลา ซึ่งนอกจากจะเพื่อใช้ประกอบอาหารรับประทานในครอบครัวแล้ว ยังขายสร้างรายได้ในช่วงฤดูน้ำหลากด้วย

 ทั้งนี้ เนื่องจากช่วงน้ำท่วมเช่นนี้ ทุ่งนาหมื่นศรี จะเป็นพื้นที่รับน้ำจากเทือกเขาบรรทัด ที่ผ่านมายังอำเภอนาโยง ทำให้เปลี่ยนสภาพจากนาข้าว เป็นเวิ้งน้ำขนาดกว้างใหญ่ และทำให้มีปลาน้ำจืดชุกชุม เช่น ปลาสลิด ปลาหมอ ปลาช่อนนา ปลาดุกนา ปลาลูกกริม ปลาลูกหยก เป็นต้น ชาวบ้านจึงอาศัยช่วงจังหวะนี้ออกจับปลาขายสร้างรายได้

 นางวรรณดี เชยชื่นจิตร อายุ 53 ปี ชาวบ้านตำบลนาหมื่นศรี กล่าวว่า ตนออกหาปลาพร้อมกับสามี และวางแผงขายบริเวณริมถนน ซึ่งขายดีมาก ลูกค้าส่วนใหญ่มาจากในตัวเมืองตรัง ยิ่งเมื่อถึงช่วงน้ำท่วมเช่นนี้ เขาจะขับรถมาวนหาซื้อปลาน้ำจืด เนื่องจากปลาฤดูนี้จะมีเนื้อมันอร่อยเป็นพิเศษ ทำให้ตนมีรายได้จากการขายปลา วันละ 500 บาท ทั้งปลาดุก ปลาช่อน ปลาสลิด จะขายในราคากิโลกรัมละ 150-200 บาท

 ส่วน นางสมฤทัย จินดาแก้ว อายุ 42 ปี ชาวบ้านตำบลนาหมื่นศรีอีกราย กล่าวว่า บ้านของตนอยู่ติดกับทุ่งนาหมื่นศรี และบ้านของตนก็โดนน้ำท่วมเช่นกัน จึงพลิกวิกฤตเป็นโอกาสมาดักลูกปลาขายด้วยมุ้ง ซึ่งปลาที่ได้เรียกว่า ปลาลูกกริม ปลาลูกหยก ขายในราคาขีดละ 20 บาท หรือกิโลกรัมละ 200 บาท ทำให้ตนมีรายได้จากขายลูกปลา วันละกว่า 1,000 บาทเลยทีเดียว

โดย…ศิรินทร์พัชร์ ทองศักดิ์/ตรัง

ททท.เตรียมคลอดมาตรการเยียวยาผู้ประกอบการ-ส่งเสริมตลาดนักท่องเที่ยวปลายปี

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เร่งติดตามสถานการณ์และประสานการให้ความช่วยเหลือนักท่องเที่ยวที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยในหลายพื้นที่จังหวัดภาคใต้ โดยเฉพาะพื้นที่หาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ซึ่งเป็นจุดหมายปลายทางสำคัญของการท่องเที่ยวสำหรับนักท่องเที่ยวจากมาเลเซีย พร้อมติดตามประเมินสถานการณ์ผลกระทบทางการท่องเที่ยว และสื่อสารมาตรการช่วยเหลือนักท่องเที่ยวในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง พร้อมกันนี้เตรียมหารือมาตรการเยียวยาผู้ประกอบการในพื้นที่ ชงมาตราการส่งเสริมการขายและและส่งเสริมตลาดจัดกิจกรรม เพื่อกระตุ้นการเดินทางเข้าพื้นที่ช่วงปลายปี

นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท. กล่าวว่า ได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานของ ททท. ติดตามสถานการณ์และประสานการให้ความช่วยเหลือนักท่องเที่ยวที่ได้รับผลกระทบร่วมกับหน่วยงานต่างๆ อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะในพื้นที่หาดใหญ่ จังหวัดสงขลาที่เป็นจุดหมายปลายทางสำคัญของนักท่องเที่ยวและได้รับผลกระทบหนักที่สุด โดยทุกพื้นที่เร่งจัดทำรายงานสถานการณ์ ติดตามและประเมินผลกระทบของแหล่งท่องเที่ยวในพื้นที่ เพื่ออัปเดตสถานการณ์การเดินทางและแหล่งท่องเที่ยวที่ได้รับผลกระทบ ในส่วนสำนักงานต่างประเทศ

โดยเฉพาะในตลาดมาเลเซีย อินโดนีเซีย ซึ่งเป็นตลาดหลักที่เดินทางเข้าหาดใหญ่ ได้เร่งสื่อสารสถานการณ์ไปยังพันธมิตรบริษัทนำเที่ยวในพื้นที่ เพื่อให้ทราบข้อมูลรายวัน ทั้งการช่วยเหลือนักท่องเที่ยว และอัปเดตแหล่งท่องเที่ยวที่ยังคงเดินทางได้ตามปกติ เพื่อลดผลกระทบให้อยู่ในวงจำกัด  และรวมถึงเร่งประเมินผลกระทบทางด้านการเดินทางของนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งในตลาดระยะใกล้และไกล นอกจากนี้ ททท. ยังได้ดำเนินการสื่อสารมาตรการให้ความช่วยเหลือทางด้านการเดินทางของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ ท่าอากาศยาน สายการบิน การรถไฟแห่งประเทศไทย โดยระยะต่อไป

เมื่อสถานการณ์ในพื้นที่คลี่คลาย ททท. จะเร่งสร้างความเชื่อมั่นในการเดินทาง และส่งเสริมการท่องเที่ยวในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบซึ่งปัจจุบันได้เตรียมหารือมาตรการเยียวยาผู้ประกอบการในพื้นที่ และส่งเสริมตลาดจัดกิจกรรมในช่วงปลายปี อาทิ เทศกาล Countdown หาดใหญ่ เทศกาลตรุษจีน และอีเวนต์อื่นๆ อื่นๆ รวมถึงชงมาตรการส่งเสริมการขายหรือ มาตรการฟื้นฟูด้านการเงินสำหรับผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบหนัก ที่จะช่วยกระตุ้นนักท่องเที่ยวเข้าพื้นที่ และช่วยเหลือผู้ประกอบการและฟื้นฟูเศรษฐกิจในพื้นที่

ทั้งนี้ จากสถานการณ์อุทกภัยในหลายจังหวัดของพื้นที่ภาคใต้ ท่าอากาศยานในพื้นที่ยังคงเปิดให้บริการตามปกติ  โดยนักท่องเที่ยวสามารถติดต่อสอบถามข้อมูลการให้บริการได้ ดังนี้ ท่าอากาศยานนานาชาติหาดใหญ่ หมายเลขโทรศัพท์ 074-227-000, 074-227001-3,  ท่าอากาศยานนานาชาตินครศรีธรรมราช หมายเลขโทรศัพท์ 075-450-545, ท่าอากาศยานสุราษฎร์ธานี หมายเลขโทรศัพท์ 077-441-230, ท่าอากาศยานตรัง หมายเลขโทรศัพท์ 075-572-152-4, ท่าอากาศยานนราธิวาส หมายเลขโทรศัพท์ 073-511-161

สำหรับพื้นที่หาดใหญ่ จ.สงขลา สายการบินต่าง ๆ ได้มีมาตรการให้ความช่วยเหลือนักท่องเที่ยวที่ได้รับผลกระทบในการเปลี่ยนแปลงเที่ยวบินได้ ทั้งนี้สามารถติดตามรายละเอียดได้ที่ Facebook ของสายการบิน หรือติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่  สายการบินไทย หมายเลขโทรศัพท์ 023-561-111 หรือ ตัวแทนจำหน่ายของการบินไทย สายการบินนกแอร์ หมายเลขโทรศัพท์ 1318 สายการบินบางกอกแอร์เวย์ส หมายเลขโทรศัพท์ 1771 หรือ 02-270-6699 (8.00-20.00 น.) สายการบินไทย ไลอ้อน แอร์ หมายเลขโทรศัพท์ 02 – 529 – 9999

ทุ่งปอเทืองไร่ธรรมชัย ทุ่งดอกไม้กลางหุบเขา วิวหลักลานสวยงามอลังการ!

ในช่วงเดือนพ.ย.ของทุกปีจะเป็นเวลาที่เริ่มเทศกาลท่องเที่ยว ทุ่งดอกปอเทืองไร่ธรรมชัย ตั้งอยุ่ที่อำเภอตากฟ้า จังหวัดนครสวรรค์ นักท่องเที่ยวจะพบกับความงามของดอกไม้ ที่มีทั้งดอกปอเทือง คอสมอส ดอกหงอนไก่ ทานตะวันเม็กซิโก บนเนื้อที่กว่า 40 ไร่

นอกจากนี้ยังมีสกายวอล์ก และบันไดท้าความสูง ให้นักท่องเที่ยวได้ขึ้นไปถ่ายรูปกับฉากหลัง ที่เป็นภูเขาหน้าผาตัดขนาดใหญ่ หรือจะถ่ายคู่กับบอลลูนสายรุ้งซึ่งนำเข้ามาเป็นปีแรก ก็สวยงามไปอีกแบบหนึ่ง

ด้านอาหารการกิน นักท่องเที่ยวเป็นห่วงเรื่องอาหารการกิน ก็หมดห่วงไปได้เลยเพราะภายในทุ่งก็มีร้านค้าของชาวบ้าน ยังมีสินค้าทั้งคาวหวานและขนม ผลไม้ตามฤดูกาล ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นผลิตภัณฑ์ที่ชาวบ้านเพาะปลูกและแปรรูปขึ้นมาเอง ส่วนคอกาแฟก็ห้ามพลาด เพียงปีละครั้ง กับร้านกาแฟกลางทุ่งที่คัดสรรเมล็ดพันธุ์กาแฟแท้ เหมือนจะเป็นชา นมสด เรียกได้ว่าเที่ยวที่นี่ที่เดียวครบวงจร

สำหรับเส้นทางไปยังทุ่งดอกปอเทืองไร่ธรรมชัย ขณะนี้ สะดวกสบายเป็นอย่างมาก เพราะมีการขยายถนนเป็นถนนคอนกรีต ส่วนของค่าเข้าชม ผู้ใหญ่ 20 บาท เด็กเพียง 10 บาทเท่านั้น

ทุ่งดอกปอเทืองแห่งนี้จะเบ่งบานประมาณ 45 วัน เปิดให้เข้าชมตั้ง 08.00-18.00 น.ทุกวันไม่มีวันหยุด ใครผ่านไปผ่านมาก็อย่าลืมแวะชมความสวยงามหรือสอบถามเส้นทางได้ที่หมายเลข 08-7207-1718

.

ปัตตานีจมทั้งเมือง! น้ำเอ่อล้นตลิ่งท่วมย่านเศรษฐกิจฉับพลัน

ปัตตานี – น้ำท่วมในเขตเทศบาลเมืองปัตตานี หัวใจเศรษฐกิจของจังหวัดน่าเป็นห่วง ทั้งเมืองระดับน้ำสูงเฉลี่ย 40–50 ซม. หลังน้ำเอ่อล้นตลิ่งฉับพลัน

หลังเกิดฝนตกหนักต่อเนื่องตั้งแต่วันที่ 17 พ.ย. 2568 ที่ผ่านมาในพื้นที่จังหวัดปัตตานี ประกอบกับมวลน้ำจำนวนมากจากตอนเหนือของจังหวัดยะลา รวมถึงน้ำฝนสะสมและน้ำป่าที่ไหลหลากลงมาสมทบในแม่น้ำปัตตานี ส่งผลให้ระดับน้ำเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ก่อนเอ่อล้นตลิ่งอย่างฉับพลันท่วมพื้นที่ต่าง ๆ ของจังหวัดปัตตานีเป็นวงกว้าง ประชาชนได้รับผลกระทบเกือบทุกพื้นที่

สถานการณ์ในเขตเทศบาลเมืองปัตตานี ซึ่งเป็นหัวใจเศรษฐกิจของจังหวัดยิ่งน่าเป็นห่วง ตั้งแต่เมื่อกลางดึกเมื่อวันที่ 24 พ.ย.ที่ผ่านมา น้ำจากแม่น้ำปัตตานีได้พังแนวป้องกันและทะลักเข้าสู่ถนนแทบทุกสาย ประกอบด้วย ถนนพิพิธ ถนนกะลาพอ ถนนฤาดี ถนนปรีดา ถนนอุดมวิถี ถนนรามโกมุท ถนนยะรัง ถนนนาเกลือ และถนนปัตตานีภิรมย์ สภาพกลายเป็นเกาะกลางน้ำทั้งเมือง ระดับน้ำสูงเฉลี่ย 40–50 ซม. รถเล็กไม่สามารถสัญจรได้ ทำให้การจราจรแทบเป็นอัมพาตทันที

ส่วนร้านค้าและบ้านเรือนในย่านเศรษฐกิจจำเป็นต้องปิดกิจการชั่วคราว เพราะน้ำมาแรงและรวดเร็ว หลายร้านไม่มีเวลาย้ายของหนีน้ำ ขณะที่รถจักรยานยนต์ของประชาชนจำนวนมากถูกน้ำท่วมจมเครึ่งคันเพราะไม่ทันเคลื่อนย้าย
ในหลายจุดของเทศบาลเมือง เจ้าหน้าที่เร่งนำแผงเหล็กมากั้นถนนที่มีระดับน้ำลึกเพื่อป้องกันไม่ให้ประชาชนเสี่ยงลุยน้ำ ป้องกันไม่ให้เกิดอุบัติเหตุ หลังพบว่ามีผู้ใช้รถที่ไม่คุ้นชินกับเส้นทางพยายามขับฝ่าระดับน้ำลึก จนรถดับกลางน้ำและต้องจอดทิ้งบนที่สูงหลายคัน

สถานการณ์โดยรวมยังน่าเป็นห่วง เนื่องจากมวลน้ำจากตอนเหนือยังคงไหลลงมาสมทบอย่างต่อเนื่อง ทำให้เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายต้องเร่งติดตามอย่างใกล้ชิด พร้อมเตือนประชาชนให้หลีกเลี่ยงการสัญจรในพื้นที่น้ำลึก และเตรียมเก็บของขึ้นที่สูงตลอดเวลา เพื่อเตรียมรับน้ำเหนือเพิ่มอีกจาก จ.ยะลา และอีกหลายอำเภอของจังหวัดยะลาที่กำลังเข้าใจกลางเมืองปัตตานี