Honda LPGA สร้างฝันเยาวชน ร่วมงานอาสาพัฒนาภาคสนาม ทัวร์นาเมนต์ระดับโลก

“ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 2026” เปิดรับสมัครผู้สนใจเข้าร่วมโครงการอาสาสมัครปฏิบัติงานเยาวชน (Young Ambassadors) และ อาสาสมัครภาคสนาม (Volunteers) เพื่อสัมผัสประสบการณ์การทำงานจริงในทัวร์นาเมนต์กอล์ฟระดับโลก ซึ่งจะจัดขึ้นเป็นครั้งที่ 19 ระหว่างวันที่ 19–22 กุมภาพันธ์ 2569 ณ สยามคันทรีคลับ โอลด์คอร์ส พัทยา จ.ชลบุรี

โครงการอาสาสมัครปฏิบัติงานเยาวชน (Young Ambassadors) เปิดโอกาสให้เยาวชนและผู้สนใจกีฬากอล์ฟได้เรียนรู้การทำงานด้านการจัดการแข่งขัน โดยแบ่งออกเป็น 2 ฝ่าย คือ ฝ่ายประชาสัมพันธ์และการตลาด (PR & Marketing) เพื่อฝึกทักษะด้านคอนเทนต์และสื่อสารการตลาด และ ฝ่ายปฏิบัติการกิจกรรม (Event Operations) ซึ่งผู้เข้าร่วมจะได้เรียนรู้การจัดการเตรียมงานทั้งในและนอกสนามตั้งแต่ช่วงก่อนการแข่งขัน ไปจนถึงการประสานงานหน้างานในช่วงกิจกรรม ผู้สมัครต้องมีอายุ 18–25 ปี เป็นนักศึกษาหรือผู้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี มีพื้นฐานความรู้ด้านกอล์ฟ และสามารถสื่อสารภาษาอังกฤษในระดับปานกลาง เปิดรับสมัครตั้งแต่วันที่ 10 พฤศจิกายน – 31 ธันวาคม 2568 ประกาศผลการคัดเลือกวันที่ 5 มกราคม 2569 และปฏิบัติงานระหว่างวันที่ 2–26 กุมภาพันธ์ 2569

ขณะเดียวกัน อาสาสมัครปฏิบัติงานภาคสนาม (Volunteers) จะได้สัมผัสประสบการณ์การปฏิบัติงานภาคสนาม และมีสิทธิ์ได้ออกรอบที่สยามคันทรีคลับ โอลด์คอร์ส พัทยา จ.ชลบุรี เมื่อเป็นอาสาสมัครตลอด 4 วันของการแข่งขันหรือเป็นไปตามเงื่อนไขที่กำหนด  ผู้สมัครงานอาสมัครต้องเป็นชาวไทยหรือชาวต่างชาติ อายุตั้งแต่ 16 ปีขึ้นไป มีพื้นฐานความรู้กีฬากอล์ฟ และมีทักษะการสื่อสารภาษาอังกฤษอยู่ในระดับปานกลาง ผู้ผ่านการคัดเลือกให้เข้าร่วมโครงการจำนวน 150 คน เปิดรับสมัครวันที่ 14 พฤศจิกายน 2568 จนกว่าจะครบจำนวน 150 คน แจ้งผลผู้ผ่านการคัดเลือกทางอีเมล ตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2568 ระยะเวลาทำงาน วันที่ 19-22 กุมภาพันธ์ 2569 ณ สยามคันทรีคลับ โอลด์คอร์ส พัทยา จ.ชลบุรี 

ทั้งสองโครงการได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี ภัทรวิทย์ อิสสระอานัติพงษ์ อาสาสมัครปฏิบัติงานเยาวชน (Young Ambassadors) ปี 2023 กล่าวถึงประสบการณ์ว่า“ตอนแรกผมยอมรับว่ากังวลมาก เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่ได้ร่วมงานกับทั้งทีมไทยและต่างชาติ แต่ทุกคนให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น คอยแนะนำเป็นอย่างดี ทำให้ความกังวลหายไป และกลายเป็นหนึ่งในประสบการณ์ที่สนุกที่สุดในชีวิต โครงการนี้ช่วยให้เราได้ค้นหาตัวเอง ได้ก้าวออกจากคอมฟอร์ตโซน เรียนรู้งานจากมืออาชีพ และได้มิตรภาพใหม่ ผมอยากบอกทุกคนว่า ถ้าอยากเปิดโลกและค้นพบศักยภาพของตัวเอง โอกาสนี้ไม่ควรมองข้าม มาสมัครกันเยอะ ๆ นะครับ”

ส่วนโครงการอาสาสมัครปฏิบัติงานภาคสนาม ก็ได้รับความนิยมเป็นอยากมากเช่นกัน โดยในปี 2025 มีอาสาสมัครจากจังหวัดชลบุรี พื้นที่ใกล้เคียง และชาวต่างชาติกว่า 15 สัญชาติ รวมกว่า 167 คน เป็นส่วนสำคัญที่ช่วยสร้างประสบการณ์น่าประทับใจให้แก่ผู้ชมตลอดการแข่งขัน ตามแนวคิดของรายการที่มุ่งเน้นความสะดวกสบายและความปลอดภัยของแฟนกอล์ฟ พร้อมเปิดโอกาสให้อาสาสมัครได้ใกล้ชิดนักกอล์ฟระดับโลกและทำงานร่วมกับทีมมืออาชีพ

การแข่งขัน “ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 2026” จัดโดยฮอนด้าและบริษัทในเครือ ได้แก่ บริษัท เอเชี่ยนฮอนด้ามอเตอร์ จำกัด บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด และบริษัท ไทยฮอนด้า จำกัด ร่วมกับผู้จัดการแข่งขัน บริษัท ไอเอ็มจี เซอร์วิสเซส (ประเทศไทย) จำกัด โดยมีนักกอล์ฟจากแอลพีจีเอทัวร์รวม 72 คน ชิงเงินรางวัลรวม 1.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 60 ล้านบาท) ผู้สนใจสมัครเข้าร่วมโครงการอาสาสมัครปฏิบัติงานเยาวชน

สามารถสมัครผ่านเว็บไซต์ https://hondalpgathailand.com/young-ambassador/ และ อาสาสมัครปฏิบัติงานภาคสนาม สามารถสมัครผ่านhttps://www.hondalpgathailand.com/volunteer/ โดยไม่มีค่าใช้จ่าย และร่วมเป็นส่วนหนึ่งของเวทีการแข่งขันกอล์ฟสตรีระดับโลก แฟนกีฬากอล์ฟยังสามารถติดตามข่าวสารการแข่งขัน “ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 2026” ได้ทางเว็บไซต์ hondalpgathailand.com เฟซบุ๊ก www.facebook.com/lpgaThailand และอินสตาแกรม www.instagram.com/hondalpgathailand

รัฐบาลไม่นิ่งนอนใจกรณีระเบิดเขมรตกใสปั๊มน้ำมันอ.กันทรลักษ์

โฆษกรัฐบาลยืนยันไม่ได้นิ่งนอนใจติดตามเงินเยียวยาผู้ประกอบการปั๊มน้ำมัน อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ ได้รับความเสียหายจากเหตุระเบิดที่มาจากฝั่งกัมพูชา
.
เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน 2568 เวลา 19.26 น. นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ชี้แจงกรณีผู้ประกอบการสถานีบริการน้ำมันในอำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ ออกมาระบุว่า “ยังไร้เยียวยาจากรัฐบาล” หลังเกิดเหตุการณ์เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2568 ซึ่งเป็นเหตุความไม่สงบจากกองกำลังนอกประเทศ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 7 ราย บาดเจ็บ 14 ราย และเกิดความเสียหายต่อทรัพย์สินและกิจการโดยรอบนั้น

โฆษกฯ ระบุว่า แม้ปั๊มน้ำมันดังกล่าวจะยังไม่ได้รับเงินชดเชยจากภาครัฐตามขั้นตอนทางราชการ แต่รัฐบาลมิได้ทอดทิ้ง และได้เร่งประสานงานทุกภาคส่วนเพื่อเข้าให้การช่วยเหลือมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่วันแรกหลังเกิดเหตุ ทั้งด้านการซ่อมแซม ฟื้นฟูกิจการ รวมถึงการลดภาระทางการเงิน เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถกลับมาดำเนินธุรกิจได้โดยเร็วที่สุด
.
หน่วยงานในระดับจังหวัดร่วมกับกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ได้เรียกประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชน เพื่อเร่งช่วยเหลือผู้ประกอบการและผู้ได้รับผลกระทบ พร้อมประสานบริษัทประกันภัย ธนาคาร และภาคเอกชน ให้พิจารณามาตรการช่วยเหลือเป็นกรณีพิเศษ

ทั้งนี้ ปั๊มน้ำมัน ปตท. สาขาบ้านผือ จังหวัดศรีสะเกษ บริษัท ทิพยประกันภัย ได้มอบเงินช่วยเหลือเร่งด่วนจำนวน 1,000,000 บาท เพื่อใช้ในการซ่อมแซม ขณะที่บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ได้เข้าดำเนินการซ่อมแซมและปรับปรุงสถานีบริการในวงเงินกว่า 3,000,000 บาท จนสามารถเปิดให้บริการได้อีกครั้งเมื่อวันที่ 5 กันยายนที่ผ่านมา
.
ด้านร้านสะดวกซื้อในบริเวณดังกล่าว บริษัท ซีพีออลล์ จำกัด (มหาชน) ร่วมกับบริษัท กรุงเทพประกันภัย ได้ดำเนินการซ่อมแซมร้านใหม่ พร้อมสนับสนุนอุปกรณ์และสินค้า รวมมูลค่า 3,500,000 บาท และเปิดให้บริการได้แล้วตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2568

นอกจากนี้ จังหวัดยังได้ประสานธนาคารกรุงไทยเพื่อพิจารณาลดอัตราดอกเบี้ยให้ผู้ประกอบการ รวมถึงประสานกรมสรรพากรเพื่อขอยกเว้นภาษีเงินได้ เพื่อบรรเทาภาระของผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ครั้งนี้
.
สำหรับเงินชดเชยจากภาครัฐนั้น ต้องดำเนินการตามขั้นตอนของทางราชการ เริ่มจากการประเมินความเสียหายทั้งหมด ซึ่งมีการลงพื้นที่และดำเนินการแล้ว ทั้งนี้ หลักเกณฑ์ในการความช่วยเหลือเป็นตัวเงินจากภาครัฐของทางราชการ จะครอบคลุมเฉพาะประชาชน เป็นหลัก ส่วนความเสียหายในลักษณะเป็นสถานที่หรือทรัพย์สินของพื้นที่ยังไม่อยู่ในขอบเขตที่สามารถจัดสรรเงินชดเชยได้

อย่างไรก็ดี เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน 2568 จังหวัดศรีสะเกษได้มีหนังสือขอรับความช่วยเหลือจากกองทุนเงินช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย สำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อพิจารณาสนับสนุนเงินช่วยเหลือกรณีสถานีบริการน้ำมัน ที่ได้รับความเสียหาย ถึงสำนักนายกรัฐมนตรีแล้ว โดยมีการประเมินค่าเสียหายอย่างครอบคลุมตั้งแต่ความเสียหายของอาคารสิ่งก่อสร้างของสถานีบริการน้ำมันและร้านสะดวกซื้อ ตลอดจนค่าขาดรายได้ (รายได้ที่สูญเสียจากการประกอบกิจการ : รายได้ของปั๊มน้ำมัน ร้านสะดวกซื้อ และรายได้ที่สูญเสียจากค่าเช่าร้าน) มูลค่ากว่า 3 ล้านบาท ซึ่งเป็นการพิจารณาตามความเดือดร้อนของผู้ประกอบการ  และต้องรอการพิจารณาจากคณะกรรมการกองทุนช่วยเหลือผู้ประสบภัย ซึ่งผลการพิจารณายังไม่เสร็จสิ้น
.
“จะเห็นได้ว่า รัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนใจ และได้ประสานให้ทุกภาคส่วนให้ความช่วยเหลือแล้ว ส่วนเงินช่วยเหลือจากภาครัฐนั้น ผลการพิจารณายังอยู่ระหว่างดำเนินการตามหลักเกณฑ์และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ซึ่งต้องใช้เวลา แต่ยืนยันว่ารัฐบาลยังคงติดตามเรื่องอย่างใกล้ชิด และทำงานร่วมกับทุกฝ่ายเพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการ ผู้ได้รับผลกระทบ และประชาชนในพื้นที่อย่างเต็มความสามารถ ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง” นายสิริพงศ์กล่าว

เสนาะ วรรักษ์/รายงาน

สนองนโยบาย”วาระแห่งชาติ”ปูพรมทลายเว็บพนันทั่วกรุง 8 เดือนยึดทรัพย์กว่า 500 ล.

ตำรวจบุกทลายเครือข่ายเว็บพนันออนไลน์! ทั่วกรุงเทพฯ ขานรับ “วาระแห่งชาติ” ยึดทรัพย์เงินหมุนเวียน 500 ล้านใน 8 เดือน

เมื่อวันที่ 20 พ.ย. 68 ตามนโยบายของรัฐบาลในการประกาศ “สงครามกับอาชญากรรมออนไลน์” ให้เป็น “วาระแห่งชาติ” ล่าสุด กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ได้นำกำลังเข้าทลายเครือข่ายเว็บพนันออนไลน์ขนาดใหญ่ทั่วกรุงเทพฯ หลังพบเงินหมุนเวียนสูงกว่า 500 ล้านบาท ภายในระยะเวลาเปิดทำการเพียง 8 เดือน

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้มอบหมายให้ นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย สั่งการไปยัง นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง ให้ ชุดปฏิบัติการพิเศษกรมการปกครอง นำโดย นายรณรงค์ ทิพย์ศิริ รองอธิบดีกรมการปกครอง เข้าปฏิบัติการครั้งสำคัญเพื่อกวาดล้างอาชญากรรมทางเทคโนโลยี

ชุดปฏิบัติการพิเศษฯ ได้นำหมายศาลอาญาเข้าจับกุมผู้กระทำความผิดตามหมายจับแอดมินและบัญชีม้ารวม 17 ราย พร้อมของกลางเป็นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้ในการกระทำความผิด สมุดบัญชี และเงินสดจำนวนมาก นอกจากนี้ยังได้ประสานความร่วมมือกับสำนักงาน ปปง. (สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน) เพื่อดำเนินการอายัดและยึดทรัพย์สินทั้งหมดที่ได้มาจากการกระทำความผิดมาตรวจสอบ

โดยอธิบดีกรมการปกครอง เปิดเผยว่า เครือข่ายเว็บพนันดังกล่าวมีการเปิดให้เล่นพนันออนไลน์หลายประเภท เช่น หวย สล็อต พนันฟุตบอล และบาคาร่า โดยมีการร่วมมือกันของทั้งคนไทยและคนต่างชาติ มีการอำพรางเส้นทางการเงินอย่างซับซ้อน โดยใช้บัญชีม้ากว่าร้อยบัญชี รวมถึงใช้บัญชีของบริษัทในสถานะนิติบุคคลในการรับโอนเงินจากนักพนัน เพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่

จากการสืบสวนพบว่าปลายทางของผู้รับผลประโยชน์รายใหญ่อยู่ในพื้นที่ภาคใต้และประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งมีผู้เกี่ยวข้องในกระบวนการนับร้อยราย โดยกรมการปกครองจะร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทำการขยายผลการจับกุมจากผู้ต้องหาและเส้นทางการเงิน เพื่อปราบปรามขบวนการฟอกเงินและดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดต่อไป

นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำว่า รัฐบาลมีนโยบายเปลี่ยนจากการตั้งรับเป็นการรุกไล่ และบังคับใช้กฎหมายอย่างเฉียบขาดเพื่อตัดวงจรอาชญากรรมที่บ่อนทำลายเศรษฐกิจและความเชื่อมั่นของประเทศ การใช้กำลังของกรมการปกครองในการทำลายกลไกเว็บพนันที่มีเงินหมุนเวียนมหาศาลครั้งนี้ เป็นการตอกย้ำความจริงจังในการประกาศ “สงครามกับอาชญากรรมออนไลน์” อย่างแท้จริง

“ปิดดอยทลายรังเว็บพนันภาคเหนือ”ทลายเว็บ “HENG168”ครึ่งปีเงินหมุน 200 ล้าน

ตำรวจไซเบอร์เปิดปฏิบัติการ “ปิดดอยทลายรังเว็บพนันภาคเหนือ”รวบเจ้าของเว็บ “HENG168” ยกแก๊งพร้อมเครือข่าย ครึ่งปีเงินหมุน 200 ล้าน ยึดทรัพย์แล้วกว่า 40 ล้าน

เมื่อวันที่ 20 พ.ย.68 ที่ ห้องประชุมชั้น 3 นำโดย พล.ต.ท.สุรพล เปรมบุตร ผบช.สอท.พร้อมด้วยพล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ดีพอ ผบก.สอท.1, พล.ต.ต.ศรายุทธ จุณณวัตต์ ผบก.สอท.2,พล.ต.ต.คมกฤช สุขไทย ผบก.สอท.3 พร้อมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องร่วมแถลงข่าว ตร.ไซเบอร์เปิดปฏิบัติการ “ปิดดอยทลายรังเว็บพนันภาคเหนือ” รวบเจ้าของเว็บ “HENG168” ยกแก๊งพร้อมเครือข่าย ครึ่งปีเงินหมุน 200 ล้าน ยึดทรัพย์แล้วกว่า 40 ล้าน

สืบเนื่องจาก กก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สอท.3 ได้สืบสวนพบเว็บไซต์พนันออนไลน์ เครือข่าย HENG168 และ THUFLIKE ได้ลักลอบเปิดให้บุคคลทั่วไปเข้าเล่นการพนันและมอมเมาเยาวชน โดยเปิดเป็นสาธารณะให้บุคคลทั่วไปเข้าถึงได้ มีการเปิดให้เล่นการพนันรับกินรับใช้หลายประเภท โดยมีกลุ่มบุคคลแบ่งหน้าที่กันทำเป็นขบวนการ ทั้งการรับสมัครสมาชิก การโอนเงินเข้าเล่นพนัน และการถอนเงินจากระบบ

จากการสืบสวนและตรวจสอบเส้นทางการเงินพบว่า เว็บไซต์ดังกล่าวมีสมาชิกผู้เล่นรวมกันกว่า 1,000 ราย

มีเงินหมุนเวียนในระยะเวลา 6 เดือน รวมกว่า 200 ล้านบาท โดยตั้งฐานปฏิบัติการอยู่ในพื้นที่ จ.เชียงใหม่ จึงได้รวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติศาลออกหมายจับผู้ร่วมกระทำความผิดไว้ได้แล้ว รวมจำนวน 12 ราย และออกหมายเรียกผู้ต้องหาที่เป็นเยาวชน จำนวน 1 ราย จากนั้นได้ขออนุมัติศาลจังหวัดเชียงใหม่ออกหมายค้นพื้นที่เป้าหมาย จำนวน 5 จุด

กระทั่งล่าสุด พ.ต.อ.อดิชาต อมรประดิษฐ ผกก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สอท.3 และจนท.ตำรวจสอท.3 ได้นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจในสังกัด สนธิกำลังร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.สอท.4 นำกำลังปิดล้อมตรวจค้นช่วงเช้ามืดพร้อมกัน จำนวน 5 จุด ดังนี้

จุดที่ 1 บ้านพักหลังหนึ่งในพื้นที่ ม.3 ต.หนองจ๊อม อ.สันทราย จ.เชียงใหม่ สามารถจับกุม นายณัฐธนนท์ ผู้รับผลประโยชน์ พร้อมทำหน้าที่แอดมินเว็บไซต์ และคนกดเงินสด

จุดที่ 2 บ้านพักหลังหนึ่งในพื้นที่ ม.8 ต.หนองจ๊อม อ.สันทราย จ.เชียงใหม่  สามารถจับกุมนายทศเลิศ อายุ 34 ปี และ น.ส.ลลิตา อายุ 33 ปี ผู้รับผลประโยชน์ 

จุดที่ 3 บ้านพัก Pool Villa หลังหนึ่งในพื้นที่ ม.2 ต.ช้างเผือก อ.เมืองเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่ สามารถจับกุมนายพงษ์เทพ อายุ 39 ปี ผู้รับผลประโยชน์

จุดที่ 4 บ้านพักในโครงการหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ต.ต้นเปา อ.สันกำแพง จ.เชียงใหม่ สามารถจับกุม ว่าที่ ร.ต.กฤษฎา อายุ 35 ปี ผู้รับผลประโยชน์

จุดที่ 5 บ้านพักหลังหนึ่งในพื้นที่ หมู่ 4 ต.บ้านแหวน อ.หางดง จ.เชียงใหม่ สามารถจับกุมนายฉันทชัย อายุ 23 ปี และ น.ส.สกุลกาญจน์ อายุ 20 ปี แอดมินเว็บไซต์และเจ้าของบัญชีธนาคารสำหรับหมุนเวียนเงิน

นอกจากนี้ ยังสามารถติดตามผู้ต้องหาตามหมายจับในพื้นที่ หมู่บ้านห้วยห้อม ม.1 ต.แม่งอน อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ได้อีก จำนวน 2 ราย ได้แก่ นายศรายุทธ อายุ 36 ปี และ น.ส.ธัญญารัตน์ อายุ 32 ปี เจ้าของบัญชีม้าสำหรับรับเล่น – จ่าย ในเว็บพนัน รวมสามารถจับกุมผู้ต้องหาในขบวนการได้แล้ว จำนวน 9 ราย พร้อมทั้งสามารถตรวจยึดทรัพย์สินของกลาง ได้แก่ คอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊ก จำนวน 2 เครื่อง, คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะพร้อมจอภาพ จำนวน 2 ชุด, แท็บเล็ต / iPad จำนวน 2 เครื่อง, เราเตอร์อินเทอร์เน็ต จำนวน 1 เครื่อง, โทรศัพท์มือถือรวมทั้งสิ้น จำนวน 17 เครื่อง, สมุดบัญชีธนาคารรวม จำนวน 28 เล่ม, บัตร ATM รวมจำนวน 10 ใบ

เสื้อผ้าและของใช้แบรนด์เนม, รถยนต์ Toyota Alphard ป้ายแดง จำนวน 1 คัน, รถยนต์ BYD Denza D9 (รถตู้ไฟฟ้า) จำนวน 1 คัน, รถยนต์ Toyota Yaris Ativ จำนวน 1 คัน, เงินสด จำนวน 50,000 บาท และเอกสารสำคัญต่างๆ พร้อมทั้ง ยังสามารถอายัดบ้านและที่ดินในจุดตรวจค้นที่ 2 มูลค่ากว่า 6 ล้านบาท และ บ้านพัก Pool Villa พร้อมที่ดิน ในจุดตรวจค้นที่ 3 มูลค่ากว่า 25 ล้านบาท รวมมูลค่าทรัพย์สินที่ตรวจยึดอายัดได้ทั้งหมดกว่า 40 ล้านบาท

เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงดำเนินคดีฐาน “ร่วมกันจัดให้มีการเล่นการพนันออนไลน์ ( ไพ่บาคาร่า ) หรือทำอุบายล่อ ชักชวนประกาศโฆษณาทางตรงหรือทางอ้อมให้ผู้อื่นเข้ามาเล่นการพนันทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์โดยไม่ได้รับอนุญาต ร่วมกันหรือสมคบกันตั้งแต่สองคนขึ้นไป หรือสนับสนุนการกระทำความผิดโดยการโอน รับโอน หรือเปลี่ยนสภาพทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดฟอกเงิน” นำตัวพร้อมของกลางส่งดำเนินคดีตามกฎหมาย อย่างไรก็ตาม ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างเร่งขยายผลจับกุมผู้ต้องหาที่ยังหลบหนี รวมทั้งสืบสวนเส้นทางการเงินเพื่อตรวจยึดอายัดทรัพย์สินที่ได้จากการกระทำผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาดต่อไป

เปิดยุทธการ”ตัดหมอกเวียงแหง” ล้างบางเจ้าหน้าที่รัฐ เอื้อต่างด้าวสวมบัตรประชาชน

นายกรัฐมนตรี “อนุทิน”ผนึกกำลังกรมการปกครองเปิดยุทธการ “ตัดหมอกเวียงแหง – ล้างบางเจ้าหน้าที่รัฐภัยความมั่นคง จัดการให้คนต่างด้าวสวมสิทธิทำบัตรประชาชน”

เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน 2568 กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี พลตำรวจโท รุทธพล  เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม พันตำรวจตรี ยุทธนา  แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ พล.ต.ท.กฤตธาพล  ยี่สาคร ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 และฝ่ายปกครองจังหวัดเชียงใหม่ ลงพื้นที่ติดตามการปฏิบัติงานและร่วมกันแถลงข่าวการดำเนินคดีกับขบวนการนำคนต่างด้าวมาสวมสิทธิทำบัตรประชาชนในพื้นที่อำเภอเวียงแหง จังหวัดเชียงใหม่

กรณีดังกล่าว สืบเนื่องกรมสอบสวนคดีพิเศษได้รับการแจ้งเบาะแสการทุจริต และเรียกรับผลประโยชน์จากเจ้าหน้าที่รัฐในกระบวนการขอสัญชาติและสถานะบุคคลในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ พันตำรวจตรียุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ จึงมีคำสั่งมอบหมายให้กองกิจการอำนวยความยุติธรรม ทำการสืบสวนเป็นสำนวนสืบสวนที่ 132/2568 ทางการสืบสวนพบมูลความผิดอาญา

จึงประสานข้อมูลกับบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) ในการขอหมายจับและหมายค้นของศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 5 ในความผิดฐานในความผิดฐานร่วมกันกระทำการเพื่อให้ตนเองหรือผู้อื่นมีชื่อหรือมีรายการในทะเบียนบ้านหรือเอกสารการทะเบียนราษฎรอื่นโดยมิชอบ และเป็นเจ้าพนักงานทำเอกสารเท็จและเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ หรือโดยทุจริต

รวมทั้งความผิดอื่นที่เกี่ยวข้อง ต่อมา ระหว่างวันที่ 18 – 19 พฤศจิกายน 2568 อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษได้มอบหมายให้ ร้อยตำรวจเอก วิษณุ  ฉิมตระกูล รองอธิบดี    กรมสอบสวนคดีพิเศษ พร้อมด้วย พันตำรวจตรีเกรียงไกร สืบสัมพันธ์ ผู้อำนวยการกองปฏิบัติการคดีพิเศษภาค นายอังศุเกติ์ วิสุทธิ์วัฒนศักดิ์ ผู้อำนวยการกองกิจการอำนวยความยุติธรรม นายสมชาย ติไชย ผู้อำนวยการ ศูนย์ปฏิบัติการคดีพิเศษเขตพื้นที่ 5 และเจ้าหน้าที่กองกิจการอำนวยความยุติธรรมและศูนย์ปฏิบัติการคดีพิเศษเขตพื้นที่ 5 กรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้บูรณาการตามมาตรา 22/1 แห่งพ.ร.บ.การสอบสวนคดีพิเศษฯ ร่วมกับ 4 หน่วยงาน 

ประกอบด้วย กรมการปกครอง กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) ร่วมปฏิบัติการตรวจค้นจับกุมตามหมายจับและหมายค้นของศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 5 ในพื้นที่เชียงใหม่ พะเยา กรุงเทพมหานคร และสมุทรสาคร เป็นหมายจับบุคคลประกอบด้วย เจ้าหน้าที่ของรัฐ จำนวน 10 ราย

ประกอบด้วย นายอำเภอ 1 ราย ปลัดอำเภอ 2 ราย ลูกจ้างอำเภอ 4 ราย และกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน จำนวน 3 ราย พลเรือน จำนวน 3 ราย ได้แก่ พยานรับรองเท็จ 1 รายและบุคคลผู้ทุจริตรายการ เป็นบุคคลสัญชาติจีนที่มาสวมตัวทำบัตรประจำตัวผู้ไม่มีสถานะทางทะเบียน (บัตรหัวเลข 0) จำนวน 1 ราย และบุคคลที่มีพฤติการณ์เป็นนายหน้า จำนวน 1 ราย รวมผลการปฏิบัติสามารถจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับได้จำนวน 13 ราย

ทั้งนี้ มีการตรวจค้นพื้นที่จำนวน 3 แห่ง และมีการตรวจยึดสิ่งของที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด เช่น โทรศัพท์มือถือ สมุดบัญชีธนาคาร สมุดจดบันทึก หลักฐานการโอนเงิน และเอกสารหลักฐานอื่นที่แสดงความเกี่ยวข้องกับกระบวนการทุจริตทางทะเบียนราษฎร โดยนำส่งพนักงานสอบสวน บก.ปปป. ดำเนินการต่อไป

ทั้งนี้ การปฏิบัติการดังกล่าวเป็นไปตามนโยบายของนายกรัฐมนตรี และพลตำรวจโท รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ในการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมเพื่อสร้างความเชื่อมั่นในการบังคับใช้กฎหมาย โดยพันตำรวจตรี ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้ดำเนินการตามนโยบายล้างบาง   “กลุ่มจีนเทา”

และคนต่างด้าวที่เป็นเครือข่ายองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติที่ใช้ช่องทางการสวมตัวเป็นบุคคลสัญชาติไทย เพื่อมาใช้ประเทศไทยเป็นฐานในการกระทำความผิดหรือหลบซ่อนตัว โดยได้สั่งการให้กองกิจการอำนวยความยุติธรรม และกองปฏิบัติการคดีพิเศษภาค

โดยศูนย์ปฏิบัติการคดีพิเศษเขตพื้นที่ 5 ร่วมบูรณาการสืบสวนสอบสวน รวบรวมพยานหลักฐาน และบูรณาการตรวจค้นจับกุม เพื่อปราบปรามและดำเนินคดีกับขบวนการทุจริตเพื่อให้คนต่างด้าวมีสิทธิอาศัยถาวรในประเทศไทย ภายใต้ยุทธการ “ตัดหมอกเวียงแหง” ในครั้งนี้อย่างต่อเนื่องต่อไป

ตำรวจบุกรวบสองผัวเมียรับจ้างส่งยาพอเจอจับแกล้งทำ “เจ้าเข้าทรงประทับร่าง”

ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการตำรวจทางหลวง (บก.ทล.) เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวง ส.ทล.1 กก.5 ร่วมกันจับกุมผู้ต้องหา  2 สามีภรรยา คือ 1.นายสมยศฯ อายุ 67 ปี ตามหมายจับของ ศาลจังหวัดลำปาง ที่ 379/2568 ลง 24 ก.ย. 2568 และ 2. นางมาลีฯ อายุ 63 ปี ตามหมายจับของ ศาลจังหวัดลำปาง ที่ 380/2568 ลง 24 ก.ย. 2568

ในข้อหาร่วมกันจำหน่ายโดยมีไว้เพื่อในความครอบครองเพื่อจำหน่ายซึ่งยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 (เมทแอมเฟตามีน) โดยไม่ได้รับอนุญาต โดยการกระทำเพื่อการค้า การก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน การทำให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐ หรือความปลอดภัยของประชาชนทั่วไป

สถานที่จับกุม  บริเวณลานจอดรถหลังโรงพยาบาลแม่สาย ต.เวียงพางคำ อ.แม่สาย จ.เชียงราย  โดยพฤติการณ์ สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2568 ด่านตรวจ สภ.สบปราบ จ.ลำปาง ได้จับกุมผู้ต้องหารายหนึ่งซึ่งเดินทางมากับรถประจำทางสายแม่สาย–กรุงเทพฯ ภายในกระเป๋าสัมภาระพบยาไอซ์น้ำหนักรวม 5 กิโลกรัม บรรจุในถุงชา จำนวน 10 ถุง จากการสอบสวนพบว่าผู้ต้องหาได้รับยาเสพติดดังกล่าวมาจากนายสมยศฯ และนางมาลีฯ จากนั้นพนักงานสืบสวนจึงได้รวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขอศาลออกหมายจับนายสมยศฯและนางมาลีฯ ซึ่งเป็นผู้นำยาเสพติดมาส่งมอบให้กับผู้ต้องหาก่อนที่ถูกจับกุม 

ต่อมา เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวง ส.ทล.1 กก.5 บก.ทล. ได้เข้ามาสืบสวนติดตามตัวผู้ต้องหาตามหมายจับทั้งสองรายอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่ง เมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน 2568 เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งจากสายลับว่า พบเห็นนายสมยศฯ และนางมาลีฯ เดินทางมาทำธุระบริเวณโรงพยาบาลแม่สาย เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้รายงานผู้บังคับบัญชาเพื่อขออนุญาตเดินทางไปตรวจสอบตามข้อมูลที่ได้รับแจ้ง เมื่อเดินทางไปถึงบริเวณดังกล่าว เจ้าหน้าที่พบชายและหญิงซึ่งตรงตามข้อมูลของสายลับ จึงเข้าตรวจสอบบุคคลทั้งสองอย่างละเอียด พบว่าเป็นนายสมยศฯ

และนางมาลีจริงฯ และยังไม่เคยถูกจับกุมตามหมายจับมาก่อน จึงได้ทำการควบคุมตัว ส่งมอบให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย แต่เมื่อผู้ต้องหาทั้งสองเดินทางถึงที่ทำการของเจ้าหน้าที่ตำรวจ นางมาลีฯ ได้มีอาการตัวสั่นพูดจาไม่รู้เรื่อง โดยนายสมยศฯได้แจ้งกับเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมว่า “เจ้าเข้า” เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้พูดคุยกับนางมาลีฯให้สงบสติอารมณ์ และให้เชิญเจ้าที่มาทรงออกไปก่อน เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย ก่อนที่นางมาลีฯจะสงบลงเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงสามารถดำเนินการตามหน้าที่ต่อไปได้ 

สอบถามคำให้การผู้ต้องหาเบื้องต้น ให้การรับสารภาพ โดยผู้ต้องหาทั้งสองได้รับการว่าจ้างจาก นายเอก ไม่ทราบชื่อสกุลจริง ให้นำยาเสพติดไปส่งมอบให้กับผู้ต้องหาอีกคนโดยส่งมอบที่จุดชมวิวดอยผาหมี อ.แม่สาย จ.เชียงราย ก่อนที่ผู้ต้องหารายนั้นจะขนยาเสพติดดังกล่าวขึ้นรถทัวร์โดยสารลงใต้ และมาถูกจับกุมที่ด่านตรวจของ สภ.สบปราบ

ผู้ว่าฯสุราษฎร์ธานีสั่งพื้นที่เสี่ยงภัยรับมือท่วมฉับพลันระดับน้ำสูงขึ้นต่อเนื่อง

สถานการณ์น้ำในหลายพื้นที่ของจังหวัดสุราษฎร์ธานีเพิ่มระดับสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ผู้ว่าฯ สั่งเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

สถานการณ์น้ำในแม่น้ำคลองยัน ณ บริเวณสะพานเชื่อมต่อระหว่างหมู่ที่ 6 กับหมู่ที่ 10 ต.บ้านยาง  อ.คีรีรัฐนิคม  จ.สุราษฎร์ธานี  ช่วงเช้าวันนี้(20 พ.ย.68)  ระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง  จนถึงระดับแจ้งเตือน  โดยกระแสน้ำค่อนข้างไหลเชี่ยว บางจุดเริ่มล้นตลิ่งเข้าท่วมบ้านเรือนและพื้นที่ไร่สวนของราษฎรบ้างแล้ว  หลายคนเริ่มขนย้ายสิ่งของและทรัพย์สินมีค่าไปไว้ในที่ปลอดภัย  ขณะที่ฝนยังคงตกลงมาอย่างต่อเนื่อง  ครอบคลุมเกือบทุกพื้นที่ของจังหวัดสุราษฎร์ธานี

ซึ่งทางจังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยนายจุมพฏ  วรรณฉัตรสิริ  ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี  ได้ลงพื้นทึ่เยี่ยมเยียนประชาชนพร้อมสั่งการให้อำเภอ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการแจ้งเตือนประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัย ที่ราบลุ่ม/ที่ลาดเชิงเขา ใกล้ทางน้ำไหลผ่าน  ให้ระมัดระวังอุทกภัยจากปริมาณฝนที่เพิ่มมากขึ้น และปริมาณน้ำสะสมที่อาจเป็นเหตุให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก  ดินถล่ม  และน้ำล้นตลิ่งในระยะนี้

นอกจากนี้ให้อุทยานทุกแห่ง หรือสถานที่ท่องเที่ยวที่เป็นน้ำตก ถ้ำ  จัดเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังอย่างไกล้ชิด ถ้าสถานการณ์วิกฤติ ให้ดำเนินการปิดหรือห้ามเข้าโดยเด็ดขาด  รวมทั้งให้ตรวจสภาพความพร้อมด้านกำลังพล  ยุทโธปกรณ์ และยานพาหนะ​ เพื่อให้การช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่​กรณีเกิดภัยพิบัติ​  ได้อย่างทันท่วงทีตลอด 24 ชั่วโมง.

ภาพ/ข่าว    – สนง.ประชาสัมพันธ์ จ.สุราษฎร์ธานี

“แอลพีจีเอ”ทุ่มเงินรางวัลทุบสถิติกว่า 4,278.8 ล้านบาท ดวลวงสวิง 33 รายการ ปี 2026

แอลพีจีเอ ทัวร์ ประกาศโปรแกรมการแข่งขันฤดูกาล 2026 แข่งขันทั้งหมด 33 รายการทั่วโลก 13 ชาติ และ 13 รัฐในสหรัฐอเมริกา ชิงเงินรางวัลรวมสูงสุดในประวัติศาสตร์ทัวร์กว่า 4,278.8 ล้านบาท ขณะที่ไทย ปักหมุด ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ ดวล 19-22 ก.พ. ที่ สยามคันทรีคลับ โอลด์คอร์ส พัทยา จ.ชลบุรี 

สมาคมกอล์ฟอาชีพสตรี หรือ แอลพีจีเอ (LPGA) ประกาศโปรแกรมการแข่งขันฤดูกาล 2026 ออกมาอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน โดยจะแข่งขันทั้งหมด 33 รายการ และเงินรางวัลรวมเพิ่มขึ้นเป็น 132 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 4,278.8 ล้านบาท มากที่สุดในประวัติศาสตร์ของทัวร์เพื่อให้นักกอล์ฟหญิงของสมาชิกทัวร์ได้ร่วมแข่งขันพร้อมรายการใหม่ อารามโก แชมเปียนชิพ ที่ชาโดว์ ครีก กอล์ฟ คอร์ส เมืองลาสเวกัส รัฐเนวาดา  และกอล์ฟทีมโซล์ไฮม์ คัพ

เคร็ก เคสเลอร์ กรรมาธิการแอลพีจีเอ เผยว่า “ผมภูมิใจอย่างยิ่งกับสิ่งที่เราสร้างขึ้นมา และยิ่งตื่นเต้นมากขึ้นกับเส้นทางที่เรากำลังมุ่งไป ตารางการแข่งขันนี้สะท้อนถึงความพยายามของเราที่จะยกระดับสนาม ปรับปรุงเส้นทางการแข่งขัน และเพิ่มเงินรางวัลให้เติบโตอย่างต่อเนื่อง หลังการฉลองครบรอบ 75 ปี เราต้องการปฏิทินการแข่งขันที่จะมอบเวทีอันยอดเยี่ยมให้แก่นักกีฬา มีความลื่นไหลมากขึ้น และเพิ่มโอกาสให้มากกว่าเดิม และผมคิดว่าปี 2026 ทำได้ตามนั้น เราได้ก้าวหน้าอย่างแท้จริง และเรามีเป้าหมายชัดเจนว่าปี 2027 และหลังจากนั้น เรายังสามารถพัฒนาต่อยอดได้อีกในจุดใดบ้าง”

โปรแกรมแอลพีจีเอ ทัวร์ ฤดูกาล 2026 จะแข่งขันใน 13 รัฐทั่วสหรัฐอเมริกา และอีก 13 ประเทศเริ่มต้นจากรัฐฟลอริดาปลายเดือนมกราคมถึงต้นเดือนกุมภาพันธ์ ก่อนจะเข้ามาในเอเชียช่วงแรกเป็นฤดูใบไม้ผลิตในประเทศไทย ในการแข่งขัน ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์, สิงคโปร์ และจีน ขณะที่ช่วงที่สองฤดูใบไม้ร่วงเริ่มจากจีน เกาหลีใต้ มาเลเซีย และญี่ปุ่น  

ทางยูโรเปียน สวิง นั้น จะเริ่มต้นในช่วงกลางปี รวมสองเมเจอร์ และรายการ ไอเอสพีเอส ฮันดะ วีเมนส์ สกอตติช โอเพ่น ก่อนที่แอลพีจีเอ จะกลับไปยุโรปอีกครั้ง เพื่อแข่งขัน ทีมโซลไฮม์ คัพ ที่ประเทศเนเธอร์แลนด์ ในช่วงเดือนกันยายน ในขณะที่อเมริกาเหนือยังคล้ายกับฤดูกาลที่แล้วมีทั้งเม็กซิโก และแคนาดา 

ส่วนรายการเมเจอร์นั้น จะเริ่มต้นด้วยการแข่งขัน เดอะ เชฟรอน แชมเปียนชิพ ในเดือนเมษายน ก่อนจะเป็นรายการ ยูเอส วีเมนส์ โอเพ่น พรีเซนเต็ด บาย แอลลาย ที่ริเวรา คันทรี  คลับ ในรัฐแคลิฟอร์เนีย ตามไปด้วย เคพีเอ็มจี วีเมนส์ พีจีเอ แชมเปียนชิพ สิ้นเดือนมิถุนายน ที่รัฐมินนิโซตา ขณะที่ ดิ อามุนดี เอวิยอง แชมเปียนชิพ ที่เอวิยอง รีสอร์ต กอล์ฟ คลับ ประเทศฝรั่งเศส และเมเจอร์สุดท้าย เอไอจี วีเมนส์ โอเพ่น ที่รอยัล ไลแธม แอนด์ เซนต์แอนส์ กอล์ฟ คลับ ในไลแธม เซนต์ แอนน์ส ประเทศอังกฤษ

ฤดูกาลหน้าจะมีกอล์ฟทีม โซลไฮม์ คัพ ระหว่างทีมยุโรปกับสหรัฐอเมริกา จะแข่งขันที่เบอร์นาร์ดุส กอล์ฟ ในประเทศเนเธอร์แลนด์ ระหว่างวันที่ 11-13 กันยายน ทางทีมยุโรปเจ้าภาพ โดยกัปตันทีม อันนา นอร์ดควิสต์ โปรสาวชาวสวีเดน และทางทีมสหรัฐ นำโดย แองเจลา สแตนฟอร์ด   

นอกจากนี้ยังมีรายการใหม่ อารามโก แชมเปียนชิพ รายการร่วมกับ เลดีส์ ยูโรเปียน ทัวร์ ที่ชาโดว์ ครีก กอล์ฟ คอร์ส เมืองลาสเวกัส รัฐเนวาดา ระหว่างวันที่ 2-5 เมษายน ชิงเงินรางวัลรวมมากถึง 4 ล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นหนึ่งในสองรายการที่ไม่่ใช่เมเจอร์ และไม่ใช่ ซีเอ็มอี กรุ๊ป ทัวร์ แชมเปียนชิพ (11 ล้าน ดอลลาร์สหรัฐ) มีเงินรางวัลรวมมากที่สุดอีกรายการ คือ เอฟเอ็ม แชมเปียนชิพ ช่วงเดือนสิงหาคม ที่บอสตัน เงินรางวัลรวม 4.4 ล้าน ดอลลาร์สหรัฐ  

แอลพีจีเอ ทัวร์ ปัจจุบันมี 12 รายการ ที่ประกาศปรับเพิ่มเงินรางวัลรวมแล้ว และอีกกว่า 15 รายการ คาดว่าจะมีเงินรางวัลขั้นต่ำให้ผู้เล่นทุกคนที่เข้าแข่งขัน และเกือบ 20 ทัวร์นาเมนต์จะมอบประสบการณ์ที่ดียิ่งขึ้นให้แก่นักกีฬา ทั้งการสนับสนุนค่าที่พัก เที่ยวบิน และหรือการเดินทาง 

หลังจากแข่งขันทั้งในสหรัฐอเมริกา และทั่วโลกแอลพีจีกลับเข้าสหรัฐอเมริกาที่รัฐฟลอริดาสองรายการดิ อันนิกา ดริฟเวน บาย เกนบริดจ์ แอต เพลิแคน และปิดท้ายฤดูกาลซีเอ็มอี กรุ๊ป ทัวร์ แชมเปียนชิพ ชิงเงินรางวัลรวม 11 ล้านดอลลาร์ และยังมีรายการพิเศษร่วมของแอลพีจีเอ-พีจีเอ ทัวร์ ทีมผสมแกรนท์ ธอร์นทัน อินวิเทชันแนล ในรัฐฟลอริดาเดือนธันวาคม

เครดิตภาพ: LPGA/Getty Images 

หนาวมาแล้ว!เสื้อผ้ามือสอง เสื้อกันหนาวมือสอง ต้องระวัง 3 เสี่ยงโรคผิวหนัง

ฤดูหนาวมาแล้ว สำหรับบางท่านที่ชอบซื้อเสื้อผ้าและเสื้อกันหนาวมือสอง ซึ่งมีสไตล์เท่ไม่เหมือนใคร ราคาไม่แพง ซึ่งทำให้ประหยัดได้ของดีและถูก แต่ต้องระวัง 3 โรคที่อาจติดเสื้อผ้ามือสองมา ได้แก่

1.โรคกลากเกลื้อนจากเชื้อราที่เจริญเติบโตอยู่ในเสื้อผ้าในสภาพอากาศร้อน อับชื้น หากไม่ซักทำความสะอาดก่อนสวมใส่ จะทำให้ผิวหนังเป็นผื่นแดง กลายเป็นผื่นแพ้และคัน

2.โรคภูมิแพ้ ซึ่งเกิดได้หลายกรณี ทั้งจากฝุ่นใยผ้า และฝุ่นที่ติดตามกระสอบบรรจุระหว่างการขนส่ง หรือจากการแพ้น้ำยารีดผ้าเรียบที่ใช้รีดก่อนจำหน่าย ซึ่งจะใช้น้ำยาที่มีความเข้มข้นสูง อาจระคายเคืองผิวหนังได้ โดยเฉพาะผู้ที่เป็นโรคภูมิแพ้อยู่แล้ว อาจเกิดอาการรุนแรงมากขึ้น

3.โรคผิวหนังจากพาหะนำโรคที่ชอบอาศัยอยู่ในใยผ้าที่สกปรก ได้แก่ ตัวไร ตัวเรือด เห็บ หมัด และโลน เมื่อสัมผัสผิวหนังจะดูดเลือด ทำให้เกิดอาการแพ้เป็นผื่นแดง คัน และเกาจนเกิดเป็นแผลติดเชื้อได้

#คำแนะนำสำหรับผู้ขายเสื้อมือสอง

ควรวางเสื้อผ้าบนโต๊ะ หรือแขวนไว้บนราว ไม่วางกองกับพื้น เพื่อป้องกันไม่ให้มีฝุ่นละอองและแมลงชนิดต่างๆ เข้าไป อาศัยในเสื้อผ้าได้

#คำแนะนำสำหรับผู้ซื้อเสื้อมือสอง

– ควรสวมผ้าปิดจมูกขณะเลือกซื้อ เพื่อป้องกันการสูดฝุ่นละอองที่มากับเสื้อผ้า 

– ควรเลือกเสื้อผ้าที่มีสภาพดี ตรวจสอบรอยด่างดำรอยคราบสกปรก 

– หลีกเลี่ยงเสื้อผ้าที่ทำจากหนังสัตว์ประเภทขนฟู เนื่องจากทำความสะอาดยาก อาจเป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรคได้

ที่สำคัญที่สุดคือ 

การทำความสะอาดด้วยผงซักฟอกหรือน้ำยาซักผ้า แล้วนำมาต้มในน้ำเดือดหรือน้ำที่มีอุณหภูมิสูงกว่า 60 องศาเซลเซียส นานประมาณ 15 นาที – 1 ชั่วโมง นำไปตากแดดจัดให้แห้งก่อนนำมาสวมใส่

โดย… ชีวอโรคยา 

ยกย่อง 2 พี่น้องฝาแฝดแสดงโชว์เรียงขวดหารายได้เป็นทุนเล่าเรียนพิเศษ

ประชาชนชาวตรังต่างชื่นชมสองพี่น้องฝาแฝด คือ “น้องข้าวตังค์” เด็กชายเอกรินทร์ ก้องทรัพวรากุล แฝดผู้พี่ และ“น้องข้าวก้อง” เด็กชายเอกราช ก้องทรัพวรากุล แฝดผู้น้อง ซึ่งปัจจุบันทั้งคู่มีอายุเท่ากันคือ 11 ปี และเรียนอยู่ชั้น ป.4 โรงเรียนเทศบาลนครตรัง 1 (สังขวิทย์) ที่เดียวกัน โดยได้ใช้เวลาว่างหลังเลิกเรียนของทุกวัน และวันหยุด แยกกันไปแสดงความสามารถพิเศษด้วยการโชว์เรียงขวดเป็นรูปร่างตามตลาดต่างๆ ในเขตเทศบาลนครตรัง เช่น ที่ตลาดเซ็นเตอร์พ้อยส์ ถนนคนเดิน ในช่วงเย็นของวันจันทร์-ศุกร์ ซึ่งหลังเลิกเรียนก็จะให้พ่อไปส่ง

นอกจากนั้น สองพี่น้องฝาแฝดยังแยกกันไปแสดงโชว์เรียงขวดที่บริเวณทางเดินหน้าหอประชุมใหญ่จังหวัดตรัง และริมถนนหน้าสวนสาธารณะตลาดเซ็นเตอร์พ้อยส์ รวมทั้งตามตลาดนัดต่างๆ ในช่วงเช้าของวันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดอื่น โดยไม่ได้มีเวลาไปเที่ยวเล่น หรือเอาเวลาไปเล่นโทรศัพท์มือถือเหมือนเด็กรุ่นเดียวกัน แต่รักที่จะหารายได้พิเศษ จนสามารถสร้างเงินให้กับพวกเขาตั้งแต่วันละ 500 บาท ไปจนถึง 1 พันบาท เพื่อนำไปใช้จ่ายสำหรับการศึกษา และเรียนพิเศษวิชาภาษาอังกฤษ หวังทำตามความฝันรับราชการอาชีพตำรวจ และทหารในอนาคต

สำหรับสองพี่น้องฝาแฝดคู่นี้ อาศัยอยู่กับคุณพ่อเลี้ยงเดี่ยว ซึ่งมีอาชีพขายหมูปิ้ง อยู่ที่บริเวณหน้าสมาคมฮกเกี้ยน ถนนกันตัง ในเขตเทศบาลนครตรัง พร้อมกับพี่สาวคนโต ซึ่งขณะนี้เรียนอยู่ชั้น ม.2 ส่วนคุณแม่ได้เสียชีวิตไปนับตั้งแต่พวกเขายังมีอายุได้แค่ 2 ขวบ โดยจากการที่พวกเขาตระเวนออกไปแสดงโชว์เรียงขวดตามตลาดต่างๆ นั้น ได้รับความสนใจจากบรรดาพ่อค้าแม่ค้า ตลอดจนผู้ที่เดินผ่านไปมาเพื่อจับจ่ายใช้สอย ที่มายืนชม มายืนลุ้น และมอบเงินให้เพื่อเป็นขวัญกำลังใจแก่ความตั้งใจของน้องแฝดกันไม่ขาดสาย

ทั้งนี้ เนื่องจากเห็นว่าการเรียงขวดของสองพี่น้องฝาแฝดนั้น ไม่ใช่สิ่งที่ง่าย ต้องใช้ความพยายาม ความตั้งใจ สมาธิ และความอดทุนสูงมาก กว่าจะสามารถเรียงขวดออกมาเป็นรูปร่างแปลกตาต่างๆ ได้สำเร็จ และยิ่งสูงยิ่งต้องใช้สมาธิมากขึ้น ด้านผู้ที่มอบเงินช่วยเหลือน้อง ต่างก็บอกว่า ขอให้ตั้งใจเรียน

“น้องข้าวตังค์” เด็กชายเอกรินทร์ ก้องทรัพวรากุล แฝดผู้พี่ บอกว่า การเรียงขวดให้เป็นรูปร่างต่างๆ นั้น ทั้งตนเองและน้องแฝดก็มีความชื่นชอบมาตั้งแต่ยังเรียนอยู่ชั้นอนุบาล 1 รวมทั้งมีคุณพ่อช่วยแนะนำ จึงได้ฝึกฝนด้วยตัวเองอย่างจริงๆ จังๆ และดูคลิปจากยูทูปมาประกอบ จนกระทั่งเมื่ออยู่ชั้นอนุบาล 2 พวกตนก็เริ่มออกงานตามตลาดต่างๆ ได้ ซึ่งผลจากการเรียงขวด ช่วยให้พวกตนมีความตั้งใจเรียนมากขึ้น โดยเฉพาะวิชาคณิตศาสตร์ ที่ต่างก็ชื่นชอบอยู่แล้ว ยกเว้นวิชาอังกฤษ ที่พวกตนไม่ค่อยเก่ง จึงตั้งใจมาหารายได้เสริมจากการเรียงขวดโชว์ เพื่อนำไปเรียนพิเศษวิชาอังกฤษเพิ่มเติม สำหรับในอนาคตตนเองฝันอยากจะเป็นตำรวจ

ส่วน “น้องข้าวก้อง” เด็กชายเอกราช ก้องทรัพวรากุล แฝดผู้น้อง ก็บอกว่า เงินที่หาได้กับพี่แฝดนั้น ต่างคนต่างเก็บในบัญชีตัวเอง เพื่อเอาไว้เป็นทุนการศึกษา และใช้สำหรับเรียนพิเศษวิชาภาษาอังกฤษ เพราะว่ายังอ่อนวิชานี้ ส่วนวิชาอื่นเรียนได้ และอนาคตฝันอยากจะเป็นทหาร ส่วนที่ไม่อยากขอเงินพ่อ เพราะไม่อยากให้พ่อเหนื่อย จึงอยากหาเงินเองเพื่อช่วยพ่อด้วย

โดน….คนิตา สีตอง