ครั้งแรกของจักรวาล!!! กับ แฟชั่นโชว์ชุดว่ายน้ำ Miss Universe 2025 #74thสาดความร้อนแรงกลางโคลัมเบีย พิคเจอร์ส อควาเวิร์ส พัทยา

รันเวย์สุดฮอตของการประกวด Miss Universe ครั้งที่ 74 เดือดระอุเมื่อเหล่าสาวงามจาก 120 ประเทศทั่วโลกร่วมเฉิดฉายชุดว่ายน้ำ หลากสีสันในงาน Swimsuit Fashion Show ณ โคลัมเบีย พิคเจอร์ส อควาเวิร์ส เมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี โดยโชว์ครั้งนี้จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่และเป็นเอกสิทธิ์เฉพาะสถานที่ พร้อมสร้างสีสันให้แฟน ๆ นางงามทั่วโลกได้ตื่นตาตื่นใจโคลัมเบีย พิคเจอร์ส อควาเวิร์ส ให้การต้อนรับผู้เข้าประกวดอย่างงดงามด้วย มาลัยผ้าลายไทย “Narada” อันเปี่ยมด้วยเสน่ห์และจิตวิญญาณแห่งความเป็นไทย สื่อถึงความหอมหวาน ความอบอุ่น และการต้อนรับด้วยหัวใจของคนไทย

ณวัฒน์ อิสรไกรศีล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท มิสแกรนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน)

เวทีแฟชั่นโชว์ครั้งนี้อัดแน่นไปด้วยความมั่นใจ ความสง่างาม และเสน่ห์เฉพาะตัวของผู้เข้าประกวดแต่ละคน ซึ่งปรากฏโฉมในชุดว่ายน้ำจากแบรนด์ Three Six O (ทรี ซิกซ์ โอ) ที่ออกแบบมาเพื่อเสริมความโดดเด่นบนรันเวย์ ทำเอาบรรยากาศในงานร้อนแรงยิ่งกว่าอากาศไทย

ภายในงานได้รับเกียรติจากผู้บริหารระดับสูงร่วมชมแฟชั่นโชว์อย่างคับคั่ง ทั้งคุณเลียแคท แดนจี ประธานกรรมการ และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อเมซอน ฟอลล์ จำกัด, คุณอาชิฟ แดนจี ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ บริษัท อเมซอน ฟอลล์ จำกัด, คุณณวัฒน์ อิสรไกรศีล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท มิสแกรนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) รองประธานองค์กร Miss Universe Asianá และ ประธานคณะเจ้าภาพจัดการประกวด Miss Universe ครั้งที่ 74 ประเทศไทย รวมถึง คุณมาริโอ บูคาโร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Miss Universe Organization และ วิคตอเรีย เคียร์ เธลวิก มิสยูนิเวิร์ส 2024 (Victoria Kjaer Theilvig : Miss Universe 2024) ร่วมเป็นสักขีพยานความยิ่งใหญ่ของกิจกรรมครั้งนี้ โดยงานนี้ ปวีณสุดา ดรูอิ้น รับหน้าที่พิธีกรถ่ายทอดความสนุก ความตื่นเต้น และความพิเศษของงานได้อย่างน่าประทับใจ สำหรับแฟชั่นโชว์ชุดว่ายน้ำ Miss Universe ครั้งที่ 74 ครั้งนี้ไม่เพียงแต่โชว์ความงามของผู้เข้าประกวด แต่ยังสะท้อนพลังของความมั่นใจและความหลากหลายของหญิงสาวทั่วโลกได้อย่างสง่างามและทรงพลังอีกด้วย

คุณเลียแคท แดนจี ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและประธานกรรมการ บริษัท อเมซอน ฟอลส์ จำกัด เจ้าของและผู้บริหารโคลัมเบีย พิคเจอร์ส อควาเวิร์ส กล่าวต้อนรับและขอบคุณผู้เข้าประกวด แขกผู้มีเกียรติ และพันธมิตรทุกฝ่าย พร้อมแสดงวิสัยทัศน์ต่อการจัดงานระดับโลกครั้งนี้ว่า “การได้เป็นเจ้าภาพจัดแฟชั่นโชว์ชุดว่ายน้ำของการประกวดมิสยูนิเวิร์ส ครั้งที่ 74 ถือเป็นก้าวสำคัญอย่างยิ่งของโคลัมเบีย พิคเจอร์ส อควาเวิร์ส สะท้อนถึงความภาคภูมิใจของเราที่ได้นำประเทศไทยสู่สายตาโลก และความมุ่งมั่นที่จะยกระดับอควาเวิร์สให้เป็นจุดหมายปลายทางด้านความบันเทิงระดับสากลที่ผสานประสบการณ์อินเมอร์ซีฟเข้ากับแบรนด์ระดับโลก

รันเวย์ที่สระคลื่นยักษ์ Mega Wave ความยาว 300 เมตร ไม่ได้เป็นเพียงเวทีอันตระการตาเท่านั้น แต่ยังเป็นสัญลักษณ์ของจินตนาการ นวัตกรรม และความคิดสร้างสรรค์ที่เป็นหัวใจของอควาเวิร์ส ค่ำคืนนี้นับเป็นช่วงเวลาสำคัญของจังหวัดชลบุรีและเมืองพัทยา ที่ตอกย้ำวิสัยทัศน์ ‘New Thailand, New Chonburi’ ในฐานะเจ้าภาพระดับโลกที่พร้อมรองรับอีเวนต์นานาชาติอย่างแท้จริง

สำหรับอควาเวิร์ส นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น เราจะยังคงมุ่งมั่นพัฒนาเส้นทางแห่งความบันเทิงและประสบการณ์ใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้มาเยือนจากทั่วโลก ผ่านพลังของการเล่าเรื่อง การผจญภัย และวัฒนธรรมอย่างไม่หยุดยั้ง”

ภายในงาน ยังมีการจัดพิธียืนสงบนิ่ง 1 นาที เพื่อถวายความอาลัยแด่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ก่อนเข้าสู่ช่วงงานเลี้ยงต้อนรับผู้เข้าประกวดภายใต้คอนเซ็ปต์ “Elegance in Remembrance” ซึ่งออกแบบในรูปแบบ Beach Club หนึ่งในโปรเจกต์สำคัญที่เตรียมเปิดตัวในอนาคตอันใกล้ของบริษัท อเมซอน ฟอลล์ จำกัด ผู้เข้าร่วมงานยังได้รับความบันเทิงจาก ขบวนพาเหรด Hotel Transylvania, Mascot จากภาพยนตร์ดังของ Sony Pictures และดินเนอร์สุดพิเศษจากร้านอาหาร “ปลาดิษฐ์” ผู้ได้รับรางวัล MICHELIN GUIDE – New Bib Gourmand Selection 2025 จังหวัดชลบุรี

โคลัมเบีย พิคเจอร์ส อควาเวิร์ส คือสวนน้ำและสวนสนุกธีมภาพยนตร์โคลัมเบีย พิคเจอร์สแห่งแรกของโลก พัฒนาร่วมกับ โซนี่ พิคเจอร์ส เอนเตอร์เทนเมนต์ เพื่อนำแฟรนไชส์ภาพยนตร์ระดับไอคอนิก อาทิ Jumanji, Ghostbusters, Hotel Transylvania, Zombieland, Surf’s Up และ Cloudy with a Chance of Meatballs มาถ่ายทอดเป็นประสบการณ์จริง ผ่านเครื่องเล่นธีมภาพยนตร์สุดมันส์ ไลฟ์โชว์สุดอลังการ และบรรยากาศความบันเทิงที่ทำให้ผู้มาเยือนรู้สึกราวกับหลุดเข้าไปอยู่ในโลกของภาพยนตร์ด้วยมาตรฐานระดับสากลและความคิดสร้างสรรค์ที่โดดเด่น

อควาเวิร์สได้รับการยอมรับในเวทีนานาชาติอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการติดอันดับ “World’s Best New Theme Parks” โดย CNN Travel, การคว้ารางวัล “Southeast Asia’s Best Themed Water Park” จาก MAFTA, การได้รับเลือกเป็นหนึ่งใน Trip.com Best’s Global 100 Attractions ต่อเนื่องในปี 2024 และ 2025 รวมถึงรางวัลล่าสุด TDM Travel Trade Excellence Awards 2025 – Theme Park of the Year ซึ่งสะท้อนถึงศักยภาพและคุณภาพระดับโลกของสวนสนุกแห่งนี้อย่างชัดเจน

มุ่งผสานโลกภาพยนตร์ วัฒนธรรม และการผจญภัยเข้าด้วยกันอย่างไม่หยุดยั้ง Columbia Pictures Aquaverse ยังคงเดินหน้าสร้างสรรค์โซนใหม่ ประสบการณ์อินเมอร์ซีฟ และแนวคิดการท่องเที่ยวเชิงบันเทิงที่ล้ำสมัย เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและความบันเทิงของประเทศไทยสู่เวทีโลกอย่างแท้จริง

แฟนนางงามและผู้สนใจร่วมชมการประกวด Miss Universe 2025  ครั้งประวัติศาสตร์ที่ประเทศไทย ในรอบ ชุดประจำชาติ (National Costume) รอบ Preliminary Show และรอบตัดสิน (Final) ในวันที่ 21 พฤศจิกายน 2568 ณ อิมแพค ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 2 เมืองทองธานี ซื้อบัตรเข้าชมได้แล้ววันนี้ที่ https://grandticket.net

ประชันหุ่น !!! แฟชั่นโชว์ชุดว่ายน้ำ Miss Universe 2025

ผู้เข้าประกวด Miss Universe 2025 ทั้ง 120 คนอวดโฉมความงดงาม มั่นใจ และสไตล์สุดปัง บนรันเวย์ชุดว่ายน้ำจากแบรนด์ Three Six O ท่ามกลางบรรยากาศสุดเอ็กซ์คลูซีฟ พร้อมกรรมการ และผู้บริหารระดับโลกร่วมงานคับคั่ง

รันเวย์สุดฮอตของการประกวด Miss Universe ครั้งที่ 74 เดือดระอุเมื่อเหล่าสาวงามจาก 120 ประเทศทั่วโลกร่วมเฉิดฉายชุดว่ายน้ำ หลากสีสันในงาน Swimsuit Fashion Show ณ Columbia Pictures Aquaverse Pattaya (โคลัมเบีย พิคเจอร์ส อควาเวิร์ส เมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี) โดยโชว์ครั้งนี้จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่และเป็นเอกสิทธิ์เฉพาะสถานที่ พร้อมสร้างสีสันให้แฟน ๆ นางงามทั่วโลกได้ตื่นตาตื่นใจ

เวทีแฟชั่นโชว์ครั้งนี้อัดแน่นไปด้วยความมั่นใจ ความสง่างาม และเสน่ห์เฉพาะตัวของผู้เข้าประกวดแต่ละคน ซึ่งปรากฏโฉมในชุดว่ายน้ำจากแบรนด์ Three Six O (ทรี ซิกซ์ โอ) ที่ออกแบบมาเพื่อเสริมความโดดเด่นบนรันเวย์ ทำเอาบรรยากาศในงานร้อนแรงยิ่งกว่าอากาศไทย

ภายในงานได้รับเกียรติจากผู้บริหารระดับสูงร่วมชมแฟชั่นโชว์อย่างคับคั่ง ทั้ง Mr.Liakat Dhanji (คุณเลียกัต แดนจี) ประธานกรรมการ และ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อเมซอน ฟอลส์ จำกัด  คุณ Ashif Dhanji (คุณอาชิฟ แดนจี) ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท อเมซอน ฟอลส์ จำกัด คุณณวัฒน์ อิสรไกรศีล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท มิสแกรนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) รองประธานองค์กร Miss Universe Asiana และ ประธานคณะเจ้าภาพจัดการประกวด Miss Universe ครั้งที่ 74 ประเทศไทย

รวมถึง Mr.Mario Bucaro (คุณมาริโอ บูคาโร) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Miss Universe Organization และ Victoria Kjaer Theilvig : Miss Universe 2024 (วิคตอเรีย เคียร์ เธลวิก มิสยูนิเวิร์ส 2024) ร่วมเป็นสักขีพยานความยิ่งใหญ่ของกิจกรรมครั้งนี้ โดยงานนี้ ปวีณสุดา ดรูอิ้น รับหน้าที่พิธีกรถ่ายทอดความสนุก ความตื่นเต้น และความพิเศษของงานได้อย่างน่าประทับใจ

สำหรับแฟชั่นโชว์ชุดว่ายน้ำ Miss Universe ครั้งที่ 74 ครั้งนี้ไม่เพียงแต่โชว์ความงามของผู้เข้าประกวด แต่ยังสะท้อนพลังของความมั่นใจและความหลากหลายของหญิงสาวทั่วโลกได้อย่างสง่างามและทรงพลังอีกด้วย

แฟนนางงามและผู้สนใจร่วมชมการประกวด Miss Universe 2025  ครั้งประวัติศาสตร์ที่ประเทศไทย ในรอบ ชุดประจำชาติ (National Costume) รอบ Preliminary Show และรอบตัดสิน (Final) ในวันที่ 21 พฤศจิกายน 2568 ณ อิมแพค ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 2 เมืองทองธานี ซื้อบัตรเข้าชมได้แล้ววันนี้ที่ https://grandticket.net  

ตำรวจโคราชแจ้งจุดตั้งด่านให้ประชาชนรับรู้ลบข้อครหาเมืองด่านเยอะ

พล.ต.ต.ณรงค์ศักดิ์ พรหมทา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยว่า มาตรการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการทำงานเชิงรุกและสร้างความโปร่งใสตามรูปแบบและยุทธวิธีที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติกำหนด โดยเฉพาะสถานีตำรวจรอบพื้นที่เมืองนครราชสีมา ได้มีการประกาศแจ้งสถานที่และช่วงเวลาการตั้งด่านให้ประชาชนทราบล่วงหน้าผ่านเพจเฟซบุ๊กของแต่ละโรงพักเป็นประจำทุกวัน เพื่อให้ประชาชนเกิดความสบายใจและรับรู้ว่าการปฏิบัติงานของตำรวจเป็นไปตามขั้นตอน ไม่มีสิ่งใดปกปิด

พล.ต.ต.ณรงค์ศักดิ์ พรหมทา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา

พล.ต.ต.ณรงค์ศักดิ์ ระบุว่า การตั้งด่านมีความจำเป็นอย่างยิ่งต่อการรักษากฎหมาย วินัยจราจร และการยับยั้งเหตุต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการตรวจเมาแล้วขับ ป้องกันยาเสพติด อาวุธปืน หรือรถที่ไม่ติดป้ายทะเบียน ซึ่งที่ผ่านมาสามารถตรวจพบผู้กระทำผิดได้หลากหลายคดี พร้อมกำชับเจ้าหน้าที่ทุกนายให้ปฏิบัติหน้าที่อย่างเข้มงวด โปร่งใส และตรงไปตรงมา

สำหรับการแจ้งเตือนด่านล่วงหน้า พล.ต.ต.ณรงค์ศักดิ์ เผยว่า เป็นการตอบสนองต่อเสียงสะท้อนของประชาชนที่ต้องการให้ตำรวจแจ้งข้อมูลล่วงหน้าเพื่อความมั่นใจในการเดินทาง พร้อมขอบคุณพี่น้องชาวโคราชที่ให้กำลังใจและชื่นชมแนวทางดังกล่าว โดยยืนยันว่าตำรวจจะเดินหน้าปฏิบัติหน้าที่อย่างดีที่สุดเพื่อความปลอดภัยของประชาชนในทุกพื้นที่ของจังหวัดนครราชสีมา

โดย…ประสิทธิ์ วนะชกิจ/นครราชสีมา

.

เปิดฉากยิ่งใหญ่!ประชุม Asian Actuarial Conference 2025 ก้าวสู่ยุคใหม่ของ “Generative Actuarial Intelligence”

การประชุม Asian Actuarial Conference 2025 เปิดฉากอย่างเป็นทางการที่กรุงเทพฯ ฉลองวาระครบรอบ 50 ปี SOAT พร้อมก้าวสู่ยุคใหม่ของ “Generative Actuarial Intelligence” 

การประชุม Asian Actuarial Conference 2025 (AAC 2025) เปิดฉากอย่างคึกคัก ท่ามกลางบรรยากาศแห่งการเฉลิมฉลองและความร่วมมือระดับภูมิภาค โดยมีผู้เข้าร่วมงานกว่า 630 คน และวิทยากร 85 ท่าน จากทั่วเอเชียและนานาประเทศ รวมตัวกันที่ไอคอนสยาม ฮอลล์ (ICONSIAM Hall) กรุงเทพมหานคร

สมาคมนักคณิตศาสตร์ประกันภัยแห่งประเทศไทย (SOAT) ในฐานะสมาชิกของสมาคมนักคณิตศาสตร์ประกันภัยแห่งเอเชีย (AsAA) ได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมในปีนี้ ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากเป็นครั้งแรกในรอบ 10 ปีที่ประเทศไทยได้เป็นเจ้าภาพ อีกทั้งยังตรงกับวาระครบรอบ 50 ปีของ SOAT อีกด้วย 

พิธีเปิดงานในวันนี้ได้รับเกียรติจาก นาย นิติพงษ์ ปรัชญานิมิต นายกสมาคม SOAT และ นาย ธนกฤต อิงครัตน์ ประธานจัดการประชุม AAC 2025 ขึ้นกล่าวต้อนรับผู้เข้าร่วมงาน พร้อมสะท้อนความสำคัญของการประชุมครั้งนี้ ภายใต้ธีม: “Generative Actuarial Intelligence: Insights, Innovation, and Sustainable Value for Tomorrow”

นาย นิติพงษ์ กล่าวว่า “นับตั้งแต่ก่อตั้งในปี 2518 สมาคม SOAT ได้เติบโตจากกลุ่มผู้บุกเบิกขนาดเล็ก สู่การเป็นองค์กรวิชาชีพที่ได้รับการยอมรับในระดับภูมิภาค ด้วยความมุ่งมั่นด้านมาตรฐานวิชาชีพ ความซื่อสัตย์ และความร่วมมือ ในวาระเฉลิมฉลองครบรอบ 50 ปี ของสมาคมฯ การประชุมปีนี้สะท้อนพันธกิจของเราในการขับเคลื่อนนวัตกรรมและสร้างคุณค่าอย่างยั่งยืนให้แก่ธุรกิจและสังคม” 

ด้านนาย ธนกฤต กล่าวถึงความผูกพันของประเทศไทยกับ AAC ว่า“ปีนี้เป็นโอกาสพิเศษที่ประเทศไทยได้เป็นเจ้าภาพ AAC เป็นครั้งที่ 3 หลังจากปี 1997 และ 2015 ภายใต้ธีม ‘Generative Actuarial Intelligence’ ที่สะท้อนเนื้อหาเข้มข้น ครอบคลุมทั้ง AI, บทบาทนักคณิตศาสตร์ประกันภัย, ความเสี่ยงด้านสภาพภูมิอากาศ, สุขภาพ, การรายงานทางการเงิน, เงินกองทุน และอื่น ๆ อีกมากมาย”

การประชุมยังได้รับเกียรติจากผู้นำองค์กรด้านประกันภัยและกำกับดูแลของไทยขึ้นกล่าวแสดงวิสัยทัศน์เกี่ยวกับบทบาทสำคัญของวิชาชีพนักคณิตศาสตร์ประกันภัยในการสร้างเสถียรภาพและพัฒนาระบบประกันภัยไทย ได้แก่ 

นาง วสุมดี วสีนนท์ รองเลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) กล่าวถึงความมุ่งมั่นของหน่วยงานกำกับดูแลในการพัฒนาศักยภาพนักคณิตศาสตร์ประกันภัยไทย 

นาง นุสรา (อัสสกุล) บัญญัติปิยพจน์ นายกสมาคมประกันชีวิตไทย (TLAA) เน้นย้ำบทบาทของนักคณิตศาสตร์ประกันภัยในการสร้างความเชื่อมั่นและยกระดับความยั่งยืนของอุตสาหกรรม

ดร. พงษ์ภาณุ ดำรงศิริ ผู้อำนวยการบริหาร สมาคมประกันวินาศภัยไทย (TGIA) กล่าวถึงความจำเป็นของวิชาชีพนี้ในการรับมือความเสี่ยงใหม่ ๆ และสนับสนุนการเติบโตของตลาดประกันวินาศภัย

การประชุมวันแรกสะท้อนพลังของชุมชนนักคณิตศาสตร์ประกันภัยในภูมิภาคเอเชีย โดยมีผู้แทนจากสมาคมสมาชิกทั้ง 12 ประเทศ ของ AsAA เข้าร่วม และมีโปรแกรมหลากหลาย อาทิ การบรรยายพิเศษจากผู้นำระดับภูมิภาคและระดับโลก ,เวทีเสวนาเกี่ยวกับ AI การรายงานทางการเงิน เงินกองทุน และความยั่งยืน ‘เซสชันเชิงเทคนิคด้านความเสี่ยง เทคโนโลยี และพัฒนาการของวิชาชีพ กิจกรรมสร้างเครือข่ายและสัมผัสวัฒนธรรมไทย

การประชุม AAC 2025 ในปีนี้จัดขึ้นด้วยความร่วมมือจาก ผู้สนับสนุนกว่า 20 ราย สะท้อนความมุ่งมั่นร่วมกันของภูมิภาคเอเชียในการผลักดันความเป็นเลิศของวิชาชีพนักคณิตศาสตร์ประกันภัย 

การประชุมจะจัดต่อเนื่องจนถึงวันที่ 14 พฤศจิกายน 2568 พร้อมพิธีปิดและกิจกรรมเยี่ยมชมวัฒนธรรมกรุงเทพฯ ผู้เข้าร่วมงานจะได้สัมผัสทั้งองค์ความรู้และเสน่ห์อันอบอุ่นของกรุงเทพฯ ในช่วงเวลาพิเศษนี้

ตำรวจ 191 รวบ 3 วัยรุ่นสร้างตัว ซุกพอตเค คาคอนโด ยึดของกลางเพียบ

ภายใต้การอำนวยการของพล.ต.ต.วรวิทย์ ญาณจินดา ผบก.สปพ. สั่งการให้ พ.ต.อ.วสันต์ ธวัชชัยวิรุตษ์ ผกก.สายตรวจ โดย พ.ต.ท.อัษฎาวุธ ขวัญเมือง พ.ต.ท.วสุเทพ ใจอินทร์ พ.ต.ท.ศตวรรษ คนชุม  พ.ต.ท.ไพบูลย์ สอโส รอง ผกก.สายตรวจฯ  และ พ.ต.ต.ณัฐดนัย บำรุงศรี สว.งานสายตรวจ 2  ร่วมกันจับกุมนายพิพัฒน์ (สงวนนามสกุล)  อายุ 24 ปี นายอินอาร์ม (สงวนนามสกุล) อายุ 20 ปี  และนายภูริพัฒน์ (สงวนนามสกุล) อายุ 34 ปี พร้อมด้วยรายการของกลาง หัวน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้าผสมเอโทมิเดตหรือพอตเคจำนวน 564 หัว ยาอี จำนวน 14 เม็ด โคคาอีน จำนวน 1 กรัม

น้ำบลูเมทแอมเฟตามีน จำนวน 8 ถุง และเครื่องบุหรี่ไฟฟ้า จำนวน 9 เครื่อง โดยจับกุมได้บริเวณริมถนน หน้าปากซอยโชคชัย 4 ซอย 31 ถนนโชคชัย 4 แขวงลาดพร้าว เขตลาดพร้าว กทม. ต่อเนื่องลานจอดรถแม็กซ์แวลู ซูเปอร์มาร์เก็ต สาขาพัฒนาการ ถนนศรีนครินทร์ แขวงสวนหลวง เขตสวนหลวง กทม. และ ห้องพักเลขที่ 9/1074 คอนโดแห่งหนึ่งย่านสุขุมวิท 103 ถนนอุดมสุข แขวงบางนาเหนือ เขตบางนา กทม. เมื่อเวลา 16.00 น. ( 12 พ.ย.) ที่ผ่านมา

สืยเนื่องจากเมื่อเวลาประมาณ 12.00 น. ( 12 พ.ย.) เจ้าหน้าที่ตำรวจงานสายตรวจ 2 กก.สายตรวจ ได้รับแจ้งจากสายลับจะมีการลักลอบจำหน่ายพอตเค โดยผู้ลักลอบจำหน่ายขับขี่รถยนต์ยี่ห้อฮอนด้า ซีวิค สีดำ บริเวณหน้า ฟูลริช เรสซิเดนซ์ซอยนาคนิวาส 21 แขวงลาดพร้าว เขตลาดพร้าว กรุงเทพฯ จึงได้นำกำลังเข้าซุ่มสังเกตการณ์และติดตามต่อเนื่องจนถึงซอยโชคชัย4 แยก29

ต่อมาเวลาประมาณ 16.00 น.ของวันดังกล่าว ได้มีนายอินอาร์ม ถือถุงพลาสติกมาส่งมอบให้นายพิพัฒน์ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้แสดงตัวขอตรวจค้น แต่นายอินอาร์มได้วิ่งหลบหนีเจ้าหน้าที่ตำรวจไปและสามารถติดตามจับกุมมาได้ จากการตรวจสอบพบเป็นหัวน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้าผสมเอโทมิเดตหรือพอตเค จำนวน 15 หัว จากนั้นได้ทำการขยายผลจนทราบว่า จะมีการส่งมอบหัวบุหรี่ไฟฟ้าที่ตนได้สั่งจากนายภูริพัฒน์ จนนำไปสู่การจับกุมนายภูริพัฒน์ พร้อมของกลางหัวน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้าผสมเอโทมิเดตหรือพอตเค จำนวน 549 หัว และยาเสพติดอื่นๆ

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหานายพิพัฒน์  “ร่วมกันมีไว้ในครอบครองซึ่งวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทประเภท 2(หัวน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้าผสมเอโทมิเดตหรือพอตเค) โดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นการกระทำเพื่อการค้า” นายอินอาร์ม  “ร่วมกันมีไว้ในครอบครองซึ่งวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทประเภท 2(หัวน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้าผสมเอโทมิเดตหรือพอตเค) โดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นการกระทำเพื่อการค้า และเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) โดยผิดกฎหมาย” ส่วนนายภูริพัฒน์ ถูกแจ้งข้อหา  “จำหน่ายวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทประเภท 2 (หัวน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้าผสมเอโทมิเดตหรือพอตเค)

โดยมีไว้เพื่อจำหน่าย อันเป็นการกระทำเพื่อการค้า ,มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาอี) ไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต, มียาเสพติดให้โทษประเภท 2 (โคเคน) ไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต, มีวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทประเภท 2 (หัวน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้าผสมเอโทมิเดตหรือพอตเค)ไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และความผิดตาม พรบ.ศุลกากร พ.ศ.2560” ก่อนนำตัวพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจท้องที่ดำเนินคดีและขยายผลต่อไป

‘ออล ซีซั่นส์ พร็อพเพอร์ตี้’ เปิดบ้านต้อนรับนักเรียนไทย เสริมความเข้าใจธุรกิจและวัฒนธรรมองค์กรจีน

วันที่ 14 พฤศจิกายน 2568 บริษัท ออล ซีซั่นส์ พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (All Seasons Property Co., Ltd.) ภายใต้เครือ China Resources Longdation จัดกิจกรรม “CRC Open Day | Academy Study Visit 2025” เปิดบ้านต้อนรับคณะครูและนักเรียนจากโรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี เพื่อเสริมสร้างความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับการดำเนินธุรกิจ รวมถึงวัฒนธรรมองค์กรของจีนในประเทศไทย กระตุ้นความสนใจในการเรียนภาษาจีน พร้อมส่งเสริมการแลกเปลี่ยนทางการศึกษาและวัฒนธรรมระหว่างเยาวชนไทย–จีน

กิจกรรมครั้งนี้จัดขึ้น ณ อาคาร All Seasons Place ย่านเพลินจิต ใจกลางกรุงเทพฯ โดย ออล ซีซั่นส์ พร็อพเพอร์ตี้ ร่วมกับสถาบันสอนภาษาและวัฒนธรรม Jinbu Languages School ต้อนรับคณะครูและนักเรียนกว่า 40 คน ในบรรยากาศที่เป็นกันเองและอบอุ่น

ภายในงาน ทีมงานของ ออล ซีซั่นส์ พร็อพเพอร์ตี้ ได้นำเสนอประวัติความเป็นมา วิสัยทัศน์การดำเนินงาน และพัฒนาการของบริษัท รวมถึงภาพรวมธุรกิจทั้ง 6 ด้านภายใต้กลุ่ม CR Holdings หลังจากนั้นได้เดินชมพื้นที่ภายในโครงการ All Seasons Place ซึ่งประกอบด้วยอาคารสำนักงาน ศูนย์การค้า คอนโดมิเนียมหรู และโรงแรม Conrad Bangkok

ออล ซีซั่นส์ พร็อพเพอร์ตี้ ถือเป็นบริษัทสำคัญภายใต้เครือ China Resources Longdation ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีบทบาทในการบริหารจัดการโครงการ All Seasons Place แบบครบวงจร พร้อมสนับสนุนแนวคิดการพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืน โครงการอาคารสีเขียว และกิจกรรมเพื่อสังคม ภายใต้แนวคิด “เติบโตไปพร้อมกับเมือง” เพื่อเป็นสะพานเชื่อมความร่วมมือระหว่างไทย–จีน

กิจกรรมเปิดบ้านครั้งนี้ปิดท้ายด้วยการมอบของที่ระลึกและถ่ายภาพร่วมกันบริเวณลานน้ำพุหน้าอาคาร All Seasons Place ซึ่งไม่เพียงแต่ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนทางการศึกษาและวัฒนธรรมระหว่างเยาวชนไทย–จีน แต่ยังสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของกลุ่ม CR Holdings ในการเสริมสร้างความร่วมมือกับชุมชนท้องถิ่น และการมีส่วนร่วมต่อสังคมไทยอย่างยั่งยืน
 
ที่มา: CR Holdings

“อังกูร ศีลาเทวากูล”คืนถิ่นนั่งผู้ว่าฯกระบี่รอบสอง สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ก่อนเริ่มภารกิจรับใช้ประชาชน

เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน 2568 เวลา 09.00 น. นายอังกูร ศีลาเทวากูล ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่คนใหม่ พร้อมด้วย นางศรินทิพย์ ศีลาเทวากูล นายกเหล่ากาชาดจังหวัดกระบี่ เข้ารับตำแหน่งอย่างเป็นทางการ ณ ศาลากลางจังหวัดกระบี่ โดยมี หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการและเจ้าหน้าที่จากหลายหน่วยงานร่วมให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น

ภายหลังพิธีต้อนรับ ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่และนายกเหล่ากาชาดจังหวัดกระบี่ ได้ประกอบพิธีสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำศาลากลางจังหวัดกระบี่ อาทิ พระพุทธสิหิงค์ ศาลพระภูมิ ศาลตายาย ศาลหลักเมือง พระบรมราชานุสาวรีย์รัชกาลที่ 5 รวมถึงพระพุทธรูปประจำห้องทำงานชั้น 4 บนศาลากลางจังหวัด เพื่อความเป็นสิริมงคลก่อนเริ่มภารกิจ

จากนั้น ได้เดินทางไปยังจวนผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ เพื่อสักการะศาลพระภูมิและพระพุทธรูป ก่อนเคลื่อนขบวนไปยังสำนักงานเหล่ากาชาดจังหวัดกระบี่ โดยมี คณะกรรมการเหล่ากาชาดให้การต้อนรับ พร้อมร่วมสักการะพระพุทธรูปประจำสำนักงาน

ผู้ว่าฯ อังกูรและคณะยังได้เดินทางไปยังลานพระอาทิตย์ องค์การบริหารส่วนจังหวัดกระบี่ เพื่อสักการะพระบรมรูปกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ พระพุทธรูปปางห้ามสมุทร และองค์พ่อปู่ภุชงค์นาคราช โดยมี นายสมศักดิ์ กิตติธรกุล นายก อบจ.กระบี่ พร้อมหัวหน้าส่วนราชการร่วมให้การต้อนรับอย่างคับคั่ง

ปิดท้ายด้วยการเดินทางไปสักการะองค์พระพิฆเนศตะโกลา ณ ท่าเรือพอร์ตตะโกลา เพื่อความเป็นสิริมงคลและเสริมขวัญกำลังใจก่อนเริ่มงานบริหารจังหวัดอย่างเต็มกำลัง

ทั้งนี้ มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง นายอังกูร ศีลาเทวากูล ผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย ให้กลับมาดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ ตั้งแต่วันที่ 12 พฤศจิกายน 2568 ซึ่งนับเป็นครั้งที่ 2 หลังจากเคยดำรงตำแหน่งเมื่อปี 2567 ก่อนถูกโยกไปเป็นผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทยเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2568

สำหรับประวัติ นายอังกูร ศีลาเทวากูล ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ คนที่ 54 และ 56 เกิดเมื่อวันที่ 21 ธันวาคม 2515 สมรสกับนางศรินทิพย์ ศีลาเทวากูล มีบุตร–ธิดา 2 คน จบการศึกษาระดับประถมจากโรงเรียนชุมชนตลาดหนองหวาย จ.สุราษฎร์ธานี มัธยมศึกษาตอนต้นโรงเรียนสุราษฎร์ธานี มัธยมศึกษาตอนปลายโรงเรียนราชดำริ กรุงเทพฯ ระดับปริญญาตรี ศศบ.รัฐศาสตร์ เกียรตินิยมอันดับ 2 จากมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และปริญญาโท ร.ม.การปกครอง จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ด้านเส้นทางราชการ เริ่มรับราชการตั้งแต่ปี 2539 ดำรงตำแหน่งสำคัญหลายพื้นที่ทั้งระดับอำเภอ จังหวัด และส่วนกลาง ก่อนก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดหลายจังหวัด รวมถึงผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ ซึ่งถือเป็นจังหวัดที่เขากลับมารับใช้ประชาชนเป็นครั้งที่ 2 ในปีนี้

ทลายแก๊งหลอกทำบัตรแรงงานต่างด้าว พบเงินหมุนเวียนกว่า 50 ล้านบาท

ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์  เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.5 บก.ปคม.ร่วมกันจับกุม 1. นายสหรัฐฯ อายุ 28 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 4791/2568 ลงวันที่ 18 ส.ค.68
ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “โฆษณาการนำคนต่างด้าวมาทำงานกับนายจ้างในประเทศโดยไม่ได้รับอนุญาตฯ, ฉ้อโกงประชาชน”

2. นายณัฐพลฯ อายุ 29 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 5389/2568 ลงวันที่ 17 ก.ย.68 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ร่วมกันโฆษณาการนำคนต่างด้าวมาทำงานกับนายจ้างในประเทศโดยไม่ได้รับอนุญาต,ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน และร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมด หรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน อันมิใช่การกระทำความผิดฐานหมิ่นประมาทตามประมวลกฎหมายอาญา”

พฤติการณ์ สืบเนื่องจากเมื่อประมาณเดือน มี.ค.68 ได้มีผู้เสียหายมาร้องทุกข์บริษัทกับพวกกรณีที่บริษัท หลอกลวงผู้เสียหายว่า สามารถต่ออายุใบอนุญาตทำงานของแรงงานต่างด้าวสัญชาติเมียนมา และมีการโพสต์โฆษณาข้อความพร้อมรูปภาพตัวอย่างบัตรในแพลตฟอร์มโซเซียลมีเดีย เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ทำการสืบสวนสอบสวนจนพบการกระทำผิด จากนั้นได้ทำการสืบสวนขยายผลกลุ่มบุคคลที่เกี่ยวข้องกับขบวนการหลอกทำบัตรต่างด้าวเพิ่มเติม จนพบว่ามีกลุ่มผู้ร่วมขบวนการเพิ่มเติม คือ 1. กลุ่มทำหน้าที่ติดต่อพูดคุย และรับเงินค่าจ้างในการพาไปทำบัตร, ติดต่อประสานงานเจ้าหน้าที่รัฐ 2. กลุ่มบัญชีรับโอนเงิน

ต่อมา เมื่อวันที่ 17 ส.ค.68 เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.5 บก.ปคม. ได้รวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติศาลอาญา ออกหมายจับกลุ่มผู้ต้องหาทั้งกลุ่มนายหน้า จำนวน 2 ราย และบัญชีรับโอนเงิน จำนวน 9 ราย (11 หมายจับ) ต่อมา ขออนุมัติศาลออกหมายค้นเพื่อทำการตรวจค้นสถานที่ที่เกี่ยวข้อง ในพื้นที่ จังหวัดนครปฐม 1 จุด ต่อมา เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม ได้นำกำลังเข้าตรวจค้นบ้านพักในพื้นที่ หมู่ 14 ต.บางปลา อ.บางเลน จ.นครปฐม ตามหมายค้นของศาลจังหวัดนครปฐม ที่ 602/2568 ลงวันที่ 10 พ.ย.68  พบนายสหรัฐฯ ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 4791/2568 และนายณัฐพลฯ ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 5389/2568 หลบหนีมาซ่อนตัวที่บ้านหลังดังกล่าว

หลังจากร่วมกันเปิดบริษัทโฆษณาหลอกลวงประชาชน ว่าสามารถต่อใบอนุญาตทำงานแรงงานต่างด้าว บนช่องทางเฟซบุ๊ก และเว็บไซต์ โดยมีผู้เสียหายหลงเชื่อและสูญเสียซึ่งทรัพย์สินหลายราย มูลค่าความเสียหายหลายล้านบาท โดยจากการตรวจสอบบริษัท และผู้ต้องหามีเงินหมุนเวียนในบัญชีกว่า 50 ล้านบาท เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงแจ้งสิทธิตามกฎหมายการตรวจค้นสถานที่ตามหมายค้น สามารถตรวจยึดพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องหลายรายการ จากนั้นนำตัวผู้ต้องหาและของกลาง ส่งพนักงานสอบสวน กก.5 บก.ปคม. เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

การจับกุมครั้งนี้เป็นผลจากการสืบสวนกรณีร้องเรียนผู้ประกอบการและแรงงานที่ตกเป็นเหยื่อ ของการจัดหางานผ่านช่องทางออนไลน์ ซึ่งทั้งสองผู้ต้องหาร่วมกันเปิดบริษัทนำเข้าแรงงาน ทำใบอนุญาตทำงานต่างด้าวบังหน้า พร้อมสร้างเว็บไซต์ปลอม เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือในการหลอกลวงนายจ้าง และผู้ที่ต้องการนำเข้าแรงงาน ทั้งยังนำข้อมูลพาสปอร์ตของแรงงานเหล่านี้ไปเปิดบัญชีธนาคารในชื่อผู้อื่น (บัญชีม้า) แล้วขายสิทธิการใช้บัญชีเหล่านั้นให้กับผู้ประกอบการเว็บไซต์พนันออนไลน์ ส่งผลให้ความเสียหายรวมมีมูลค่าหลายล้านบาท

แจ็คพอตแตก บุกค้นยานรกดันเจอรังจีนเทาเปิดเว็บพนันปั่นสล็อตข้ามชาติ

ดวงโจรตก  เมื่อตำรวจชุดปราบปรามยาเสพติดนครบาล และ ป.ป.ส. บุกเข้าค้นเป้าหมายเพื่อจับยาเสพติด  กลับพบรังจีนเทาแอบทำเว็บพนันออนไลน์ จับกุมชาวจีน 3 คน เมียนมาคน  ขยายผลพบเคยเป็นแอดมินทำโปรแกรมในประเทศกัมพูชา พึ่งย้ายเข้าไทยพบโพยสูตรลับวีซ่านักเรียน ใช้สับขาหลอก ตม.

พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. รับผิดชอบอาชญากรรมข้ามชาติและยาเสพติด  พล.ต.ท.สมประสงค์ เย็นท้วม ผู้ช่วย ผบ.ตร. , พล.ต.ท.สยาม  บุญสม ผบช.น. , พล.ต.ต.วสันต์ เตชะอัครเกษม  รอง ผบช.น. , พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รองผบช.น. พล.ต.ต.โชติวัฒน์ เหลืองวิลัย   ผบก.สส.บช.น. , พล.ต.ต.วรศักดิ์ พิสิษฐบรรณกร ผบก.น.1 , พ.ต.อ.วรพจน์ รุ่งกระจ่าง รอง ผบก.สส.บช.น. , พ.ต.อ.ประสพโชค เอี่ยมพินิจ ผกก.สน.ห้วยขวาง , พ.ต.ท.เอกศิษฐ์ วรกิตติ์ ฐากรณ์ รอง ผกก.สส.1 บก.สส.บช.น.

 พ.ต.ท.มาโนชย์ ทองแก้ว รอง ผกก.กก.สส.บก.น.5 , พ.ต.ต.ธัญพีรสิษฐ์ จุลพิภพ สว.กก.สส.3 บก.สส.บช.น. นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจศอ.ปส.บช.น. , บก.สส.บช.น. , สน.ห้วยขวาง และ เจ้าหน้าที่ ป.ป.ส. นำโดย นายปฤณ เมฆานันท์ ผอ.ปปส.กทม. , นายอดิเรก อ่อนละมูล ผอ.บก.นายคณิศร  ภาพีรนนท์ ผู้อำนวยการสำนักปราบปรามยาเสพติด , นายจารุวัฒน์  ทองแจ้ง ผอ.ปป.1  ร่วมสนธิกำลังเพื่อปฏิบัติการนำหมายค้นศาลอาญาที่ ค.274/2568 ลงวันที่ 12 พ.ย. 68 เข้าตรวจค้นห้องพักเลขที่ 79/77 คอนโดมิเนียมชื่อดังย่านห้วยขวาง แขวงดินแดง เขตดินแดง จ.กรุงเทพฯ

ผลการตรวจค้นพบของกลาง
1.คอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊ค 4 เครื่อง (พบข้อมูลการทำหลังบ้านเว็บพนัน)
2.โทรศัพท์มือถือ 10 เครื่อง (พบข้อมูลการทำหลังบ้านเว็บพนัน , โพยลับไว้รับมือตำรวจ ตม.)
3.บุหรี่เถื่อน 7 กล่อง
4.อุปกรณ์ โทเคน OTP (Token) จำนวน 1 ชิ้น

จับกุมตัวผู้ต้องหา 4 ราย ดังนี้
1.Mr.Li Youngzhao อายุ 28 ปี สัญชาติจีน 
2.Mr.Luo Li อายุ 29 ปี สัญชาติจีน 
3.Mr.LIU JIANQUAN อายุ  27 ปี สัญชาติจีน 
4.Mr.Chit Maw Maw Htay อายุ 27 ปี สัญชาติเมียนมา 

ดำเนินคดีข้อหา “ร่วมกันจัดให้มีการเล่นพนันเอาทรัพย์สินทางอิเล็กทรอนิกส์ (พนันออนไลน์) โดยไม่ได้รับอนุญาต, ร่วมกันนำของต้องเสียภาษีสรรพสามิตเข้ามาในราชอาณาจักร โดยไม่ชำระภาษี และเป็นบุคคลต่างด้าวหลบหนีเข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต” (ข้อหาอื่นอยู่ระหว่างการขยายผล)

โดยจับกุมได้ที่ : ห้องพักเลขที่ 79/77 คอนโดมิเนียมชื่อดังย่านห้วยขวาง แขวงดินแดง เขตดินแดง จ.กรุงเทพฯ

พฤติการณ์กล่าวคือ สืบเนื่องจากมีพลเมืองดีแจ้งเบาะแส  ทางสายด่วน 1386 ว่าพบชาวจีนมั่วสุมสงสัยเสพยาอยู่ในคอนโดย่านห้วยขวาง หลังรับแจ้งเบาะแสสำนักงาน ป.ป.ส. ได้ประสานงานมายัง ศอ.ปส.บช.น. (ตำรวจชุดปราบปรามยาเสพติดนครบาล) นำกำลังไปตรวจสอบ วันที่ 13 พ.ย. 68 เวลาประมาณ 12.00 น. พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น. และนายปฤณ เมฆานันท์ ผอ.ปปส.กทม. ได้นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ศอ.ปส.บช.น. สำนักงาน ป.ป.ส. สนธิกำลังเจ้าหน้าที่นำหมายค้น ศาลอาญาที่ ค.274/2568 ลงวันที่ 12 พ.ย. 68 มาที่ห้องพักเลขที่ 79/77 คอนโดมิเนียมชื่อดังย่านห้วยขวาง แขวงดินแดง เขตดินแดง จ.กรุงเทพฯ

จากข้อมูลจากเพื่อนบ้านพฤติกรรมในห้องมีความระแวดระวังตัวไม่ยอมเปิดประตูให้ผู้ใด เจ้าหน้าที่เกรงว่าจะมีการทำลายพยานหลักฐานระหว่างการขอเข้าตรวจค้น จึงต้องใช้ยุทธวิธีแบบฉับพลัน โดยการนำกำลังแอบซุ่มจนกว่าจะมีคนเข้าออกห้อง จนกระทั่งเวลา 13.30 น. ได้มีคนร้าย 1 ราย เข้ามาที่ห้องพักดังกล่าว เจ้าหน้าที่จึงได้นำกำลังบุกตามเข้าไปมิให้คนร้ายตั้งตัวได้ทัน หลังบุกเข้าห้องพบชายชาวจีน 3 ราย เมียนมา 1 ราย เมื่อทำการตรวจค้นกลับไม่พบยาเสพติดใดๆในห้อง และจากการตรวจสารเสพติดทั้ง 4 ก็ไม่พบสารเสพติดใดๆ ในร่างกาย

แต่ปรากฏว่าตรวจพบคอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊คจำนวน 4 เครื่องในห้อง กลับมีการออนไลน์หน้าบราวเซอร์บางอย่างเป็นภาษาจีน เมื่อทำการตรวจสอบอย่างละเอียด พบว่าเป็นเว็บพนันรายใหญ่ ปั่นสล็อต , แทงฟุตบอล, บาสเก็ตบอล , บาคาร่า และอื่นๆอีกหลายชนิด และจากการตรวจสอบข้อมูลพบว่ายังมีเครือข่ายของกลุ่มวัยรุ่นชาวจีนลักลอบเข้ามากระทำความผิดอีกด้วย

จากการขยายผลกลุ่มผู้ต้องหาให้การว่าได้เข้ามาประเทศไทย มาท่องเที่ยว จากนั้นจะพยายามแฝงตัวเป็นนักเรียน และยังพบข้อมูลในโทรศัพท์ “โพย” ของเครือข่ายชาวจีนที่อำพรางเป็นนักเรียน โดยจะมีการแจ้งเตือน ขั้นตอนวิธีการ “หลอกตบตาเจ้าหน้าที่” เช่น “เมื่อถูกถามให้ตอบว่า ไม่มีงานทำ กำลังเรียนอยู่ที่มหาวิทยาลัยชื่อดัง , “จะมีรอบการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ ห้ามทำงานในช่วงที่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบและจัดเก็บสิ่งของพวกซิมการ์ด หรือ Haiyue Shield หรืออื่นๆ” , “ห้ามทำธุรกิจภายในรัศมี 3-5 กม. จากคอนโดและที่พัก 17 แห่ง ตามรายการ” 

โดยในชั้นจับกุมผู้ต้องหาทั้ง 4 รายให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา โดยให้การคล้ายๆกันลักษณะเหมือนท่องจำ โดยอ้างว่าเข้ามาในประเทศไทยเพราะอยากฝึกภาษาไทย และต้องการท่องเที่ยว ซึ่งเจ้าหน้าที่ยังไม่ปักใจเชื่อในคำให้การเพราะไม่สอดคล้องกับพฤติกรรมที่ได้จากการสืบสวน

หลังการจับกุมตัวได้นำตัวพร้อมของกลาง นำส่งพนักงานสอบสวน สน.ห้วยขวาง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป โดย พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. ได้สั่งการให้มีการขยายผลโดยละเอียด 

สมาคมการค้ายาสูบไทยร้องกระทรวงดิจิทัล จี้ Facebook เร่งปราบ “บุหรี่เถื่อน” ออนไลน์ ชี้เป็นช่องทางหลักกระจายสินค้าผิดกฎหมาย สะท้อนด้านมืดของแพลตฟอร์ม

สมาคมการค้ายาสูบไทย ออกโรงแสดงความกังวลต่อการจำหน่ายบุหรี่ผิดกฎหมายผ่านแพลตฟอร์ม Facebook โดยระบุว่า Facebook กลุ่ม (Groups) และเพจ (Pages) ยังคงเป็นช่องทางหลักในการกระจายบุหรี่เถื่อนที่เข้าถึงผู้บริโภคได้ทุกกลุ่มอายุอย่างเปิดเผย ทำให้ความพยายามของหน่วยงานภาครัฐในการปราบปรามตลอดทั้งปีถูกบั่นทอน สะท้อนการละเลยในการตรวจสอบควบคุม

นางสาวธัญญศรัณ แสงทอง ผู้อำนวยการบริหารสมาคมการค้ายาสูบไทย เปิดเผยว่า “ปัญหาหลักเกิดจากผู้ขายยังสามารถตั้งชื่อและโชว์รูปภาพบุหรี่ได้อย่างโจ๋งครึ่มผ่านเพจและกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นการขายแบบเปิดเผยหรือการยิงโฆษณา นอกจากนี้ ผู้ขายยังหัวหมอโดยใช้ตัวย่อแทนการระบุคำว่า “บุหรี่” โดยตรงควบคู่กับการแสดงรูปสินค้า ทำให้มาตรการปิดกั้นคำค้นหาไม่สามารถยับยั้งการซื้อขายออนไลน์ได้อย่างแท้จริง” 

นางสาวธัญญศรัณ จึงเน้นย้ำว่า “Facebook ต้องปิดกั้นทุกช่องทางทั้ง Marketplace กลุ่ม ชื่อเพจ ชื่อสินค้า และใช้เครื่องมือ AI ที่มีอยู่ตรวจสอบเนื้อหาและรูปภาพว่าเป็นบุหรี่หรือไม่ด้วย นอกจากนี้ การยิงโฆษณายังเป็นปัญหาสำคัญที่ทำให้เกิดการเข้าถึงสินค้าผิดกฎหมายได้โดยไม่จำกัดกลุ่มอายุ”

สมาคมฯ ยังกล่าวถึงเอกสารลับของ Meta (บริษัทแม่ของ Facebook, Instagram และ WhatsApp) ที่เผยแพร่โดยสำนักข่าว Reuters ซึ่งสะท้อนด้านมืดของแพลตฟอร์ม โดยมีการคาดการณ์ว่ารายได้ในปี 2567 อาจมาจากโฆษณาหลอกลวงและสินค้าผิดกฎหมายสูงถึง 10% หรือประมาณ 1.6 หมื่นล้านดอลลาร์ แสดงให้เห็นว่าไม่มีการปิดกั้นโฆษณาเกี่ยวกับสินค้าอันตรายและผิดกฎหมายอย่างมีประสิทธิภาพ เป็นช่องโหว่ด้านธรรมาภิบาลของเจ้าของแพลตฟอร์มในการปกป้องเด็กและเยาวชน และขาดความตั้งใจที่จะปฏิบัติตามกฎหมายไทย

ผู้อำนวยการบริหารสมาคมฯ ย้ำว่า “พระราชบัญญัติควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ. 2560 ของไทยระบุไว้ชัดเจนว่า ห้ามขายผลิตภัณฑ์ยาสูบผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์โดยเด็ดขาด รวมถึงห้ามแสดงผลิตภัณฑ์และโฆษณาทำการตลาดด้วย การที่ Facebook ยังเปิดช่องให้มีการซื้อขายบุหรี่เถื่อนได้ จึงถือเป็นการละเมิดและบั่นทอนความศักดิ์สิทธิ์ของกฎหมายไทย ท่ามกลางความพยายามของหน่วยงานราชการไทยหลายภาคส่วน เช่น กรมสรรพสามิต ตำรวจสอบสวนกลาง กรมการปกครอง และกรมศุลกากร ที่ต่างมุ่งมั่นปราบปรามและจับกุมบุหรี่ผิดกฎหมายอย่างต่อเนื่อง 

แต่กลับไม่ได้รับความร่วมมือจากแพลตฟอร์มออนไลน์ ซึ่งเป็นช่องทางการกระจายสินค้าที่สำคัญในยุคดิจิทัลนี้ สมาคมการค้ายาสูบไทยจึงเรียกร้องให้ Facebook ใช้เครื่องมือและมาตรการที่เข้มงวดกว่าเดิม เพื่อหยุดยั้งการซื้อขายบุหรี่ผิดกฎหมายบนแพลตฟอร์มอย่างจริงจัง รวมทั้งให้กระทรวงดิจิทัลฯ เข้ามาตรวจสอบเรื่องนี้อย่างเร่งด่วนเพราะเป็นภัยสังคมตามนโยบายเร่งด่วนของนายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล”

ทั้งนี้ จากสถิติกรมสรรพสามิต ปี 2568 การจับกุมคดีเกี่ยวกับยาสูบเพิ่มขึ้นเป็น 18,305 คดี จาก 13,143 คดีในปี 2567 (เติบโต 39%) และค่าปรับรวมสูงถึง 1,155 ล้านบาท เพิ่มขึ้นกว่า 225% สมาคมขอขอบคุณกรมสรรพสามิตที่ดำเนินการปราบปรามต่อเนื่องเพื่อปกป้องรายได้ภาษีและผู้ประกอบการที่ถูกต้องตามกฎหมายและพร้อมให้ความร่วมมือในการต่อต้านบุหรี่เถื่อนในทุกด้าน