ฉลอง 84 ปี “อภัยภูเบศร”สุดยิ่งใหญ่!บวงสรวงรำลึกบุญคุณเจ้าพระยาฯผู้ริเริ่มพัฒนาสมุนไพร

ปราจีนบุรี – “อภัยภูเบศร” ฉลอง 84 ปีสุดยิ่งใหญ่!ผอ.โรงพยาบาลนำรำ-บวงสรวงรำลึกบุญคุณเจ้าพระยาฯ ผู้ริเริ่มพัฒนาสมุนไพร พร้อมเดินหน้าพัฒนาแพทย์แผนไทยครบวงจร ตั้งเป้าสู่ศูนย์กลางการแพทย์แบบบูรณาการระดับอาเซียนใน 5 ปี

เมื่อวันที่  24 มิถุนายน 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.ปราจีนบุรี  ได้รับแจ้งโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร จัดงานเฉลิมฉลองครบรอบ 84 ปีแห่งการสถาปนาอย่างยิ่งใหญ่ โดยในช่วงเช้า มีพิธีทำบุญตักบาตร บวงสรวง และ รำถวายแด่ท่านเจ้าพระยาอภัยภูเบศร (ชุ่ม อภัยวงศ์) ใช้ขบวนนางรำคณะกลองยาวเป็นเจ้าหน้าที่แพทย์-พยาบาล พนักงานทั้งหมดของโรงพยาบาลฯ นับ 100 คน นำโดย พญ.ชนิดา สยุมภูรุจินันท์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศรเป็นหัวหน้านางรำถวาย-บวงสรวงด้วยเอง  เพื่อเป็นการรำลึกถึงบุญคุณท่าน  ที่ทำให้มีโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศรในวันนี้ ณ ตึกเจ้าพระยาอภัยภูเบศร

จากนั้นได้มีพิธีเปิดการประชุมวิชาการการแพทย์แผนไทยอภัยภูเบศร ครั้งที่ 2 ควบคู่กับ “มหกรรมคุณภาพโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร” โดยมีนางจารณี  กาวิล รอง ผวจ.ปราจีนบุรีกล่าวต้อนรับ  ดร.นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข เขตสุขภาพที่ 6 เป็นประธานในพิธี นอกจากนี้ยังได้เยี่ยมชมอาคารสารสกัดสมุนไพรด้วย

ดร.นพ.โสภณ กล่าวชื่นชมบทบาทสำคัญของโรงพยาบาลฯ ในฐานะต้นแบบด้านการพัฒนาการแพทย์แผนไทยและสมุนไพรแบบครบวงจร ที่ครอบคลุมทั้งการส่งเสริมสุขภาพ ป้องกันโรค รักษา และฟื้นฟู โดยสามารถยกระดับการรักษาให้มีมาตรฐานเทียบเท่าการแพทย์แผนปัจจุบัน นอกจากนี้ โรงพยาบาลยังได้พัฒนารูปแบบการให้บริการที่หลากหลาย อาทิ การส่งเสริมการใช้ยาสมุนไพรในกลุ่มโรคที่พบบ่อย การบูรณาการกับการแพทย์แผนปัจจุบันใน 8 กลุ่มโรค

รวมถึงการพัฒนา Business Model ด้านการนวดไทยซึ่งถือเป็นหนึ่งในภารกิจสำคัญตามนโยบายกระทรวงสาธารณสุข “ความสำเร็จนี้เกิดจากการสั่งสมประสบการณ์ การมีนโยบายที่ชัดเจนของผู้บริหารทุกยุค และบุคลากรที่มีศักยภาพทั้งด้านการแพทย์และการจัดการ งานในครั้งนี้ถือเป็นเวทีสำคัญในการเผยแพร่องค์ความรู้และบทเรียนความสำเร็จ ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างระบบสาธารณสุขที่พึ่งตนเองได้อย่างยั่งยืน” ดร.นพ.โสภณ กล่าว

ด้านพญ.ชนิดา สยุมภูรุจินันท์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร เปิดเผยว่า ในวาระครบรอบ 84 ปี โรงพยาบาลฯ ได้ยื่นขอรับรองมาตรฐานการดูแลรักษาด้านการแพทย์แผนไทยจากสถาบันรับรองคุณภาพสถานพยาบาล (สรพ.) ภายใต้ PDSC (Program and Disease Specific Certification) และเป็นโรงพยาบาลแห่งแรกของประเทศที่ได้รับการรับรองมาตรฐานนี้ “นี่คือหมุดหมายสำคัญที่สะท้อนความมุ่งมั่นในการยกระดับคุณภาพบริการ และการหลอมรวมภูมิปัญญาแพทย์แผนไทยเข้ากับวิทยาการสมัยใหม่ เพื่อสร้างระบบสุขภาพที่เข้าถึงประชาชนทุกกลุ่มอย่างแท้จริง” พญ.ชนิดา กล่าว พร้อมเสริมว่าโรงพยาบาลฯ ได้ร่วมมือกับมูลนิธิโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ในการพัฒนายาสมุนไพรให้ใช้จริงในระบบบริการสุขภาพ โดยเริ่มจากโรคที่ไม่ซับซ้อน เช่น หวัด ไข้ ปวดเมื่อย และต่อยอดสู่โรคซับซ้อน เช่น กระดูกพรุน สมองเสื่อม เบาหวาน

พญ.ชนิดา กล่าวถึง วิสัยทัศน์ระยะ 5 ปี ว่า โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศรตั้งเป้าสู่การเป็น “ศูนย์กลางการแพทย์แบบบูรณาการของอาเซียน” ผ่านการขับเคลื่อน 7 ศูนย์เชี่ยวชาญ ได้แก่ ศูนย์แพทย์แผนไทย ศูนย์มะเร็ง ศูนย์ ODS ศูนย์ EMS ศูนย์โรคหลอดเลือดสมอง ศูนย์ทารกแรกเกิด และศูนย์โรคหัวใจ โดยจะพัฒนาการบริการให้ได้มาตรฐานระดับประเทศ และต่อยอดสู่ระดับนานาชาติ เพื่อให้ประชาชนได้รับการดูแลที่ปลอดภัย มีประสิทธิภาพ และทันสมัยที่สุด

สำหรับกิจกรรมภายในงานเฉลิมฉลองครบรอบ 84 ปี จัดขึ้นระหว่างวันที่ 23–24 มิถุนายน 2568 โดยวันที่ 23 มิถุนายน เป็นเวทีประชุมวิชาการภายใต้หัวข้อ “ยกระดับภูมิปัญญาไทย สู่มาตรฐานใหม่ในการดูแลสุขภาพ” มีผู้เชี่ยวชาญทั้งภายในและภายนอกโรงพยาบาลร่วมถอดบทเรียนความสำเร็จจากการแพทย์แผนไทยและการแพทย์แบบบูรณาการ เช่น การใช้นวดไทยร่วมฟื้นฟูโรคหลอดเลือดสมอง การรักษาโรคกระดูกและข้อด้วยยาสมุนไพร และการดูแลหญิงตั้งครรภ์แบบบูรณาการ

และวันที่ 24 มิถุนายน มุ่งเน้นการแลกเปลี่ยนผลงานวิชาการด้านการพัฒนาคุณภาพบริการสุขภาพของบุคลากร เพื่อขับเคลื่อนนวัตกรรมการรักษาให้ทันต่อบริบทโลก ภายในงานยังมีนิทรรศการน่าสนใจมากมาย ภายใต้แนวคิด “Innovative Wellness & Longevity ด้วยสมุนไพรไทย” เช่น งานวิจัยเพื่อรับมือสุขภาพและมลภาวะ สมุนไพรสำหรับผู้สูงอายุ และบริการนวดไทยเพื่อสุขภาพและการรักษาโรค

งานเฉลิมฉลองครั้งนี้ไม่เพียงสะท้อนความสำเร็จตลอด 84 ปีของโรงพยาบาล แต่ยังเป็นจุดเริ่มต้นของภารกิจใหม่ในการส่งออกองค์ความรู้การแพทย์แผนไทยสู่ระดับโลก โดยผู้สนใจสามารถติดตามต่อเนื่องได้ใน “งานมหกรรมสมุนไพรแห่งชาติ” ระหว่างวันที่ 2–6 กรกฎาคม 2568 ณ อิมแพค เมืองทองธานี ซึ่งโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศรเตรียมนำนวัตกรรมสมุนไพรและบริการสุขภาพร่วมจัดแสดงอีกครั้ง

ติดตามความเคลื่อนไหวและข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เพจ “สมุนไพรอภัยภูเบศร”

โดย…มานิตย์   สนับบุญ -ข่าว/ญัฐนันท์ – ภาพ/ ปราจีนบุรี

ผบ.ทบ. -มทภ.ที่ 2 ลงพื้นที่ช่องอานม้า ตรวจความพร้อมกำลังพลชายแดน

ผบ.ทบ. พร้อมแม่ทัพภาคที่ 2 ลงพื้นที่ช่องอานม้า จ.อุบลราชธานี ตรวจเยี่ยมกำลังพล และความพร้อมของหน่วยทหารตามแนวชายแดนอย่างต่อเนื่อง 

วันนี้ (24 มิ.ย.68) พลเอก พนา  แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก/ ผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการกองทัพบก พร้อมด้วย พลโท บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2, พลตรี สมภพ ภาระเวช ผู้บัญชาการกองกำลังสุรนารี และคณะ ยังคงปฏิบัติภารกิจตรวจเยี่ยมหน่วยทหารในพื้นที่ของกองกำลังสุรนารี           อย่างต่อเนื่อง โดยเดินทางไปตรวจเยี่ยมฐานปฏิบัติการในพื้นที่ช่องอานม้า อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี เพื่อติดตามสถานการณ์ พบปะให้กำลังใจ พร้อมกับมอบสิ่งของบำรุงขวัญให้กับกำลังพลที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ชายแดน 

ทั้งนี้ ในปัจจุบันทุกหน่วยในกองกำลังสุรนารีได้มีการเตรียมความพร้อมให้สามารถรองรับต่อสถานการณ์ความขัดแย้งตามแผนเผชิญเหตุ ที่ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพบกได้มีการซักซ้อมมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งในด้านการปฏิบัติการทางทหาร และการดูแลความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่ เพื่อเตรียมความพร้อมในกรณีหากต้องใช้กำลังทหารในการปกป้องอธิปไตย

ศูนย์ประชาสัมพันธ์กองทัพบก โดยทีมโฆษกกองทัพบก, 24 มิถุนายน 2568

​​​​​​​

พายุฝนพัดถล่มเบตง จนท.เร่งช่วยเหลือปชช.ได้รับผลกระทบจากวาตภัย

ยะลา-พายุฝนพัดถล่มพื้นที่ อ.เบตง จ.ยะลาเทศบาลเมืองเบตงเร่งลงพื้นที่ให้ความช่วยเหลือประชาชน ที่ได้รับผลกระทบจากภัยทางธรรมชาติ ขณะที่กรมอุตุนิยมวิทยาแจ้งเตือน บริเวณภาคใต้ฝั่งตะวันออก มีฝนหรือฝนฟ้าคะนองหลายพื้นที่ และมีฝนหนักบางแห่งขอให้ประชาชน ระมัดระวังอันตรายจาก มรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังปานกลางพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้และอ่าวไทย ขอให้ประชาชนระวังอันตรายจากฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรง ชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดวังและหลีกเลี่ยงบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองฝนตกหนักในช่วงวันที่ 24  มิ.ย.นี้

วันนี้ (24 มิ.ย.68) เมื่อช่วงค่ำของวานนี้เกิดพายุฝนพัดถล่มพื้นที่ อ.เบตง จ.ยะลา ส่งผลให้ต้นไม้และเสาไฟฟ้าหักโค่นล้มขวางถนนเส้นทางหลักและเส้นทางรองในพื้นที่ ต.อัยเยอร์เวง รถผ่านไม่ได้ ส่งผลให้ไฟดับเป็นบริเวณกว้าง เจ้าหน้าที่เร่งเข้าดำเนินช่วยเหลือพร้อมตัดกิ่งไม้เคลื่อนย้ายเปิดทาง ให้รถได้สัญจรเป็นปกติแล้ว

นายประเสริฐ พรหมเหมือน ผู้จัดการ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคสาขาเบตง แจ้งว่า เมื่อช่วงค่ำวานนี้เกิดเหตุไฟฟ้าดับเป็นวงกว้างเนื่องจากลมกระโชกแรง จึงทำให้ต้นไม้ล้มทับเส้นทาง และเสาไฟฟ้าหักโค่น เสียหายหลายต้น จะต้องเร่งรื้อถอนติดตั้งใหม่ พร้อมทำการแก้ไขซ่อมแซมให้เร็วที่สุด และตัดส่งจ่ายไฟในจุดที่สามารถส่งจ่ายได้ ลดความเดือดร้อน ยืนยันการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค จะเร่งแก้ไขซ้อมแซมฟื้นฟูให้เร็วที่สุด  พร้อมแนะนำควรถอดปลั๊กหรือเครื่องใช้ไฟฟ้า เพื่อเป็นการป้องกันเครื่องใช้ไฟฟ้าเสียหาย และอุบัติเหตุเบื้องต้นจากไฟฟ้าลัดวงจร ทางการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคสาขาเบตงต้องขออภัย ในความไม่สะดวกครั้งนี้ด้วย

ด้านนายอิสสะมาแอ ยาโกะ นายอำเภอเบตง ได้สั่งการเจ้าหน้าที่หลายฝ่าย พร้อมกำนัน ผู้ใหญ่บ้านเร่งเข้าดำเนินช่วยเหลือพร้อมตัดกิ่งไม้เคลื่อนย้ายเปิดทางให้ผู้สัญจรผ่านไปมาได้ใช้ถนนอย่างปกติ

ขณะที่นายใช้ วงศ์นิตยลัภย์ นายกเทศมนตรีเมืองเบตงได้มอบหมายให้ เจ้าหน้าที่งานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเทศบาลเมืองเบตงลงพื้นที่ให้ความช่วยเหลือประชาชน ที่ได้รับผลกระทบจากภัยทางธรรมชาติ วาตภัย ทำให้หลังคาบ้าน ของนางรอมียัง เจะและ อายุ 74 ปี บ้านเลขที่ 14/1 ถนนกาแป๊ะกอตอ ต.เบตง อ.เบตง จ.ยะลา ได้รับความเสียหาย โดยเจ้าหน้าที่งานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเทศบาลเมืองเบตงได้ช่วยกันรื้อถอนซากปรักหักพัง เก็บกวาดและขนย้ายสิ่งของเครื่องใช้ และซ่อมแซมหลังคาบ้านเรือนประชาชน ที่ได้รับการสนับสนุนกระเบื้องหลังคา และวัสดุอุปกรณ์จากเทศบาลเมืองเบตง  เพื่อช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่พี่น้องประชาชนและฟื้นฟูคุณภาพชีวิต

นอกจากนี้ยังมี ชาวบ้านชุมชนกุนุงจานอง ในเขตเทศบาลเมืองเบตงได้รับความเดือดร้อนจากภัยทางธรรมชาติ วาตภัย หลายหลังคาเรือนลมพายุทำให้หลังคาบ้านหลุดปลิวว่อน บริเวณห้องน้ำ และห้องครัวหลังบ้านพังยับ โดยเกิดเหตุเมื่อช่วงค่ำวานนี้ (23มิ.ย.)  ซึ่งการสำรวจความเสียหายตามชุมชนต่างๆ  มีชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากภัยทางธรรมชาติ หลายหลังคาเรือนของชาวบ้านที่ได้รับความเสียหาย

ทั้งนี้กรมอุตุนิยมวิทยาแจ้งเตือน บริเวณภาคใต้ฝั่งตะวันออก มีฝนหรือฝนฟ้าคะนองหลายพื้นที่ และมีฝนหนักบางแห่งขอให้ประชาชน ระมัดระวังอันตรายจาก มรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังปานกลางพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้และอ่าวไทย ขอให้ประชาชนระวังอันตรายจากฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรง ชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดวังและหลีกเลี่ยงบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองฝนตกหนักในช่วงวันที่ 24  มิ.ย.นี้ ขอให้ประชาชน ระมัดระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่ม

โดย..เจษฎา สิริโยทัย จ.ยะลา

ONE ระเบิดศึกหยุดโลก “ซุปเปอร์บอน”ดวลเดือด “โนอิริ”รวบเข็มขัด ปลายปีที่ญี่ปุ่น

สิ้นสุดการคาดเดาสำหรับคู่เอกของศึกนัดหยุดโลก ONE 173 ที่จะจัดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 16 พ.ย. 68 ณ สนาม อาริอาเกะ อารีนา กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น โดย “ซุปเปอร์บอน ซุปเปอร์บอนเทรนนิงแคมป์” เจ้าของตำแหน่งแชมป์โลกชาวไทยจะเผชิญหน้ากับผู้ท้าชิง “มาซาอากิ โนอิริ” แชมป์โลกเฉพาะกาลขวัญใจเจ้าถิ่น เพื่อรวบเข็มขัดแชมป์โลก ONE คิกบ็อกซิ่ง รุ่นเฟเธอร์เวต (145-155 ป.) ขณะที่คู่รองเป็นการชิงเข็มขัด ONE MMA รุ่นเฮฟวีเวต (225-265 ป.) ระหว่าง “อูมาร์ คาน” หรือที่รู้จักกันในชื่อ “รุง รุง” (Reug Reug) เจ้าบัลลังก์คนปัจจุบัน กับคู่ปรับเก่า “อนาโตลี มาลีคิน” อดีตแชมป์ชาวรัสเซีย

ศึกครั้งนี้นับเป็นการกลับไปจัดที่ญี่ปุ่นเป็นครั้งที่ 5 ของ ONE โดย “ชาตรี ศิษย์ยอดธง” ประกาศชัดว่าต้องการจัดรายการนี้ให้เป็นอีเวนต์ประวัติศาสตร์ที่โลกต้องจดจำ ทั้งในแง่ของคุณภาพและความยิ่งใหญ่ในทุกด้าน

“ผมตื่นเต้นมากที่ได้กลับมาโตเกียวอีกครั้ง ศึก ONE 173 จะเป็นการรวมที่สุดของศิลปะการต่อสู้ไว้ในเวทีเดียว ผมเชื่อว่ารายการนี้จะทำลายทุกสถิติ และกลายเป็นอีเวนต์ที่มีผู้ชมมากที่สุดในประวัติศาสตร์ของ ONE”


เมื่อช่วงบ่ายวันจันทร์ที่ 23 มิ.ย. ที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น วัน แชมเปียนชิพ องค์กรศิลปะการต่อสู้ระดับโลก ได้จัดงานแถลงข่าวใหญ่ โดยเผยโฉม 2 คู่มวยไฮไลต์ที่จะขึ้นป้ายรายการนี้อย่างเป็นทางการ

คู่เอกของรายการ “ซุปเปอร์บอน” แชมป์โลก ONE คิกบ็อกซิ่ง รุ่นเฟเธอร์เวต (145-155 ป.) เตรียมป้องกันตำแหน่งกับ “มาซาอากิ” แชมป์โลกเฉพาะกาลชาวญี่ปุ่น ที่เพิ่งระเบิดฟอร์มเด็ดเอาชนะทีเคโอ “ตะวันฉาย พีเค.แสนชัย” ได้ในศึก ONE 172 เมื่อ มี.ค. ที่ผ่านมา โดยไฟต์นี้จะเป็นบทพิสูจน์ว่าใครสมควรได้นั่งแท่นเจ้าบัลลังก์เพียงหนึ่งเดียว 

สำหรับ “ซุปเปอร์บอน” จะเป็นการออกไปป้องกันแชมป์นอกบ้านครั้งที่ 3 ใน ONE  หลังจากที่ 2 ครั้งก่อนหน้านี้เขากวาดชัยชนะได้ทั้งหมด ซึ่งเจ้าตัวยืนยันหนักแน่นว่าจะสยบเจ้าถิ่นให้ได้ 

“ไฟต์นี้คือบทพิสูจน์ว่าผมคือนักสู้ระดับสูงอย่างแท้จริง และในฐานะแชมป์โลก ผมจะแพ้ไม่ได้ในไฟต์นี้ เพราะผมต้องการรีแมตช์กับ ตะวันฉาย อีกครั้ง แม้ มาซาอากิ จะมีประสบการณ์สูงในกติกาคิกบ็อกซิ่งและเอาชนะ ตะวันฉาย มาได้ แต่เมื่อต้องมาเจอกับผม มันต่างกัน เพราะผมถนัดกติกานี้ และจะเป็นที่สุดในเวทีนี้”

ด้าน “มาซาอากิ” ในฐานะเจ้าถิ่น เผยความรู้สึกว่าไฟต์นี้คือโอกาสที่เฝ้ารอมานาน พร้อมกล่าวถึงคู่ต่อสู้ว่า 

“ซุปเปอร์บอน เป็นนักสู้ระดับสูง ผมคิดว่าเขาอาจจะสู้ได้สูสี หรืออาจแข็งแกร่งกว่า ตะวันฉาย ด้วยซ้ำ ผมรู้สึกตื่นเต้นและยินดีมากที่ได้เจอกับเขา ขอบคุณทุกคนที่มอบโอกาสให้ผมได้ชิงเข็มขัดครั้งนี้ครับ”

ส่วนคู่รอง “รุง รุง” อูมาร์ คาน แชมป์โลกคนปัจจุบัน ได้คิวป้องกันตำแหน่งครั้งแรกในไฟต์รีแมตช์ชิงบัลลังก์ ONE MMA รุ่นเฮฟวีเวต กับ “อนาโตลี มาลีคิน” อดีตเจ้าของเข็มขัดชาวรัสเซีย ซึ่งทั้งคู่เคยปะทะกันมาแล้วในศึก ONE 169 เมื่อ พ.ย. 67 โดยในวันนั้น “อูมาร์” เป็นฝ่ายคว้าชัยแบบไม่เอกฉันท์ ขึ้นนั่งแท่นแชมป์โลกคนใหม่ของรุ่นนี้


โดย “รุง รุง” มั่นใจว่าเข็มขัดจะยังอยู่ที่เดิมและประกาศกร้าวว่า

“ไฟต์ที่แล้วผมใช้พลังแค่ 50 เปอร์เซ็นต์ และเอาชนะได้จอมน็อกเอาต์อย่าง อนาโตลี ได้ ครั้งนี้ทุกคนจะได้เห็นเวอร์ชันที่ดีที่สุดของผม และจะปิดเกมตั้งแต่ยกแรกให้ได้”

ขณะที่ “อนาโตลี” มั่นใจไม่แพ้กันว่าจะสามารถทวงเข็มขัดคืน

“ครั้งก่อนไม่จบด้วยน็อกเอาต์ เพราะเขาดูเหมือนจะมาเต้นรำมากกว่ามาสู้จริง ไฟต์นี้ผมกลับมาแข็งแกร่งกว่าเดิม และจะน็อกเขาได้แน่นอน”

กำนันขุนหาญนำคนชายแดนฝึกซ้อมวิ่งเข้าหลุมหลบภัยหนีกระสุนปืน

กำนัน แนวชายแดนกัมพูชา ด้านอำเภอขุนหาญ  จังหวัดศรีสะเกษ นำชาวบ้านนักเรียน ฝึกการซักซ้อมตามแผนเผชิญเหตุวิ่งเข้าหลุมหลบภัยหนีกระสุนปืน

นายปวิช รัตวาลย์ นายอำเภอขุนหาญ สั่งการให้ นายทวี  นพเก้า กำนันตำบลห้วยจันทร์  ร่วมกับชุดพัฒนาสัมพันธ์มวลชนที่ 2209  นายกองค์การบริหารส่วนตำบลห้วยจันทร์  ผู้นำชุมชน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านฝ่ายรักษาความสงบ (ผรส.) ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) หมู่ที่ 4 หมู่ที่ 5 และคณะครู นักเรียน โรงเรียนบ้านป่าไม้ห้วยจันทร์  จัดประชุมคณะทำงานในการเตรียมความพร้อม (กรณีภัยสงคราม สถานการณ์ชายแดนไทย  – กัมพูชา )

เพื่อซักซ้อมแผนเผชิญเหตุเมื่อเกิดเหตุการณ์ข้อพิพาทระหว่างไทย-กัมพูชา เข้าบังเกอร์หลบภัย พร้อมทั้งร่วมทำความเข้าใจและฝึกการซักซ้อมตามแผนเผชิญเหตุ เตรียมความพร้อมในการรับมือสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น

โดยมี บุคลากรทางการศึกษาเเละนักเรียนที่เข้าร่วมทำการซักซ้อมในครั้งนี้ประมาณ 350 คน ณ โรงเรียนหมู่บ้านป่าไม้ห้วยจันทน์ บ.ห้วยจันทร์ ต.ห้วยจันทร์ อ.ขุนหาญ จ.ศรีสะเกษ

ทั้งนี้ ได้รับความร่วมมือจากผู้นำชุมชน คณะครู  นักเรียน  โรงเรียนบ้านป่าไม้ห้วยจันทร์ และชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) เป็นอย่างดีเเละส่งผลให้เกิดความสัมพันธ์อันดี ในการทำงานร่วมกันระหว่างส่วนราชการกับกลุ่มผู้นำ ชุมชนและประชาชนในพื้นที่

เสนาะ วรรักษ์/รายงาน

ผบก.ตม.4 ลงพื้นที่ตรวจจุดผ่านแดน สุรินทร์-ศรีสะเกษ พร้อมสนับสนุนภารกิจความมั่นคง

เมื่อวันที่ 23 มิ.ย.ที่ผ่านมา พล.ต.ต.วริศร์สิริภ์ ลีละสิริ ผบก.ตม.4 ได้เดินทางไปตรวจเยี่ยมจุดผ่านแดนช่องจอม อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ และได้ร่วมประชุมกับหน่วยงานในพื้นที่ติดตามสถานการณ์การปิดจุดผ่านแดน พร้อมกำชับให้เจ้าหน้าที่ดูแลความปลอดภัยและเข้มงวดในการปฏิบัติหน้าที่ เนื่องจากพื้นที่ภายใต้การดูแลของกองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 4 มีช่องทางธรรมชาติและช่องทางการค้าติดชายแดนกัมพูชาอยู่หลายแห่ง นอกจากนี้ยังได้มีการประสานการปฏิบัติร่วมกับหน่วยงานต่างๆ เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติให้กับภารกิจของฝ่ายความมั่นคงในพื้นที่

ทั้งนี้ หน่วยงานที่ร่วมประชุมประกอบไปด้วย

 -กองกำลังสุรนารี

 -อำเภอกาบเชิง

 -หน่วยประสานงานชายแดนประจำพื้นที่ 2

 -ศุลกากรช่องจอม

 -สถานีตำรวจภูธรกาบเชิง

 -กองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 217

 -องค์การบริหารส่วนตำบลด่าน

 -หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 26

 -ด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศช่องจอม

 -ด่านตรวจพืชช่องจอม

 -ด่านกักกันสัตว์จังหวัดสุรินทร์

 -สาธารณสุขอำเภอกาบเชิง

ต่อจากนั้น พล.ต.ต.วริศร์สิริภ์ ลีละสิริ ผบก.ตม.4 ได้เดินทางไปตรวจจุดผ่านแดนถาวรช่องสะงำ ต.ไพรพัฒนา อ.ภูสิงห์ จ.ศรีสะเกษ เพื่อร่วมประชุมและติดตามสถานการณ์การปิดจุดผ่านแดน เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติให้กับภารกิจของฝ่ายความมั่นคงในพื้นที่ต่อไป

ผบ.ทบ.-แม่ทัพภาค 2 ลงพื้นที่ให้กำลังใจกำลังพลปฏิบัติงานตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา

ผบ.ทบ.-แม่ทัพภาคที่ 2 ลงพื้นที่จ.สุรินทร์ ติดตามสถานการณ์และเยี่ยมให้กำลังใจทหารที่ปฏิบัติหน้าที่ตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา

เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน พลเอก พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) พร้อมด้วย พลโท บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 และ พลตรี สมภพ ภาระเวช ผู้บัญชาการกองกำลังสุรนารี ได้เดินทางลงพื้นที่จังหวัดสุรินทร์ เพื่อติดตามสถานการณ์และเยี่ยมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ทหารที่ปฏิบัติงานตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ในพื้นที่รับผิดชอบของกองกำลังสุรนารี ซึ่งการลงพื้นที่ครั้งนี้ มีขึ้นท่ามกลางสถานการณ์ชายแดนที่มีความเปราะบาง เพื่อเป็นการสร้างขวัญและกำลังใจให้กับกำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเสียสละในการปกป้องอธิปไตยของชาติ และดูแลความปลอดภัยของประชาชนตามแนวชายแดน

ขณะที่ วันเดียวกัน มีการประชุมหน่วยขึ้นตรงกองทัพบก พลตรี วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก เปิดเผยถึงผลการประชุมหน่วยขึ้นตรงกองทัพบก ครั้งที่ 9/2568 โดยมี พลเอก พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก เป็นประธานการประชุม มีการรายงานสรุปการปฏิบัติที่สำคัญของศูนย์ปฏิบัติการกองทัพบกและหน่วยขึ้นตรงกองทัพบก ซึ่งปัจจุบันได้มีการติดตามสถานการณ์ในพื้นที่ชายแดนไทย – กัมพูชาอย่างใกล้ชิด

ทั้งนี้ ผู้บัญชาการทหารบก ได้กล่าวถึงสถานการณ์ภัยคุกคามในปัจจุบันที่มีความสลับซับซ้อนและส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของชาติในทุกมิติ อันมีส่วนประกอบจากปัจจัยที่หลากหลายและรอบด้าน โดยเฉพาะปัญหาในพื้นที่ตามแนวชายแดน กองทัพบกเป็นหน่วยงานหลักด้านความมั่นคง มีหน้าที่ในการรักษาอธิปไตย ปกป้องสถาบันหลักของชาติ และดูแลประชาชนให้ปลอดภัย จึงขอให้กำลังพลทุกคนตระหนักในหน้าที่รับผิดชอบ ยึดมั่นในการปฏิบัติภารกิจเพื่อ ชาติ ศาสน์ กษัตริย์และประชาชน

นอกจากนี้ได้เน้นย้ำให้ผู้บังคับหน่วยดูแลผู้ใต้บังคับบัญชาอย่างดีที่สุด โดยเฉพาะผู้ที่ปฏิบัติภารกิจในพื้นที่เสี่ยงภัยหรือพื้นที่ชายแดน ขอเป็นกำลังใจให้กำลังพลปฏิบัติภารกิจด้วยความรอบคอบ มีความรักความสามัคคี ร่วมมือกัน ปฏิบัติภารกิจอย่างเต็มศักยภาพท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่ท้าทาย

‘กองทัพ’สั่งปิดด่านชายแดนไทย-กัมพูชา ตลอดแนว

ไทยปิดด่านชายแดนทั้ง 6 จังหวัด คือ สระแก้ว-บุรีรัมย์ , สุรินทร์-ศรีสะเกษ , จันทบุรี-ตราด เรียบร้อย ห้ามยานพาหนะ, ประชาชน-นักท่องเที่ยวเข้าออกเด็ดขาด ยกเว้นนักเรียน, นักศึกษา และผู้ป่วย

เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2568 เวลา 19.10 น. กองทัพภาคที่ 1 ได้เผยแพร่คำสั่งกองทัพภาคที่ 1 เรื่องควบคุมการเปิด – ปิด จุดผ่านแดนทุกประเภท ลงนามโดย พลโท อมฤต บุญสุยา แม่ทัพภาคที1

สำหรับเนื้อหาระบุว่า เนื่องด้วยปัจจุบัน ปรากฏข่าวสารทหารกัมพูชามีการรุกลํ้าอธิปไตยในพื้นที่ของประเทศไทยโดยการลาดตระเวน ปรับปรุงที่มั่น และดัดแปลงภูมิประเทศ รวมถึงมีการนำประชาชนเข้ามาแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ในพื้นที่ กองทัพภาคที่ 2 ซึ่งส่งผลกระทบทำให้ความปลอดภัยของประชาชนตามแนชายแดนได้รับความเดือดร้อน และเกิดความตึงเครียด

จากสถานการณ์ดังกล่าว อาจส่งผลกระทบต่อพี่น้องประชาชน ที่เดินทางข้ามแดนในพื้นที่กองทัพภาคที่ 1รวมถึงยังปรากฎการก่ออาชญากรรมข้ามชาติ ขบวนการ Call Center และ Hybrid Scamซึ่งส่งผลกระทบต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนในประเทศ และในภูมิภาคเป็นวงกว้าง

กองทัพภาคที่ 1ในฐานะที่เป็นหน่วยรับผิดชอบพื้นที่แนวชายแดนไทย – กัมพูชา ด้านจังหวัดสระแก้ว ได้พิจารณาถึงผลประโยชน์ของชาติ ความมั่นคง และความปลอดภัยของประชาชนชาวไทย จึงให้มีมาตรการดำเนินการเพิ่มเติมในพื้นที่ตามแนวชายแดนไทย – กัมพูชา จังหวัดสระแก้ว ดังนี้

1.งดการผ่านเข้า – ออก ของยานพาหนะทุกประเภท

2.งดการเดินทางผ่านเข้า – ออก ของประชาชน, นักท่องเที่ยว, ทั้งชาวไทย, ชาวต่างชาติและการค้าขายทุกประเภท

3.ตามข้อ 1และ ข้อ 2อนุญาตให้อำนวยความสะดวกด้านมนุษยธรรม ตามความเหมาะสม และความจำเป็น เช่น ด้านการรักษาพยาบาล, การส่งต่อผู้ป่วยต้องเข้ารับการรักษาพยาบาลกรณีเร่งด่วน และด้านการศึกษาของนักเรียน รวมทั้งการดำเนินการที่มีความจำเป็นอย่างยิ่งยวดต่อการใช้ชีวิตประจำวันของประชาชน ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

นายกฯชื่นชมทลายเครือข่ายยานรกยึดไอซ์ 2.4 ตันมูลค่ากว่า 3,000 ล้าน

นายกรัฐมนตรีชื่นชมหลายหน่วยงานทลายเครือข่ายยาเสพติดข้ามชาติ ยึดไอซ์ 2.4 ตัน มูลค่าในต่างประเทศกว่า 3,000 ล้านบาท

เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม นายชูศักดิ์ ศิรินิล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ร่วมกันแถลงข่าว “DSI สนธิกำลังกองทัพเรือ-ป.ป.ส. ทลายเครือข่ายยานรก ยึดยาไอซ์ 2.4 ตัน มูลค่าในต่างประเทศกว่า 3,000 ล้านบาทเตรียมส่งออก” ณ กระทรวงยุติธรรม

พ.ต.ต.ยุทธนา กล่าวรายงานว่า ตามนโยบายของรัฐบาลในด้านการปราบปรามยาเสพติด ภายใต้มาตรการ Seal Stop Safe กรมสอบสวนคดีพิเศษได้บูรณาการร่วมกับ กองทัพเรือ สำนักงาน ป.ป.ส. และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ สามารถจับกุมผู้ต้องหาทลายเครือข่ายยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 (เมทแอมเฟตามีน) พร้อมของกลางเป็นไอซ์จำนวน 2,399 กิโลกรัม ขณะที่กำลังลำเลียงโดยเรือท่องเที่ยว มีจุดมุ่งหมายใช้น่านน้ำไทยในการส่งออกไปยังต่างประเทศ บริเวณปากน้ำประแส ตำบลปากน้ำกระแส อำเภอแกลง จังหวัดระยอง

นางสาวแพทองธาร เปิดเผยว่า ยาเสพติดล็อตดังกล่าวนำผ่านมาทางเรือ เห็นแล้วว่าเป็นความร่วมมือแบบบูรณาการทุกภาคส่วน ตั้งแต่ผู้ที่ให้ข้อมูล เบาะแส และการตรวจจับทางน้ำ ขณะนี้ยาเสพติดล็อตใหญ่เริ่มทยอยจับได้มากขึ้น เป็นความพยายามและความอดทนของเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วน ผู้ที่ขนส่งยาเสพติดก็ถูกจับดำเนินคดีและกำลังซักทอดต่อไปว่าใครที่เป็นตัวการใหญ่ DSI มีข้อมูลคร่าว ๆ แล้วว่าเป็นใคร เมื่อได้ข้อมูลจะแถลงต่อสื่อมวลชนต่อไป

ทั้งนี้ เป็นนิมิตหมายที่ดีที่จับยาเสพติดได้ล็อตใหญ่ขนาดนี้ หมายความว่า การทำงานบูรณาการทุกภาคส่วนส่งผลลัพธ์จริง ๆ ขอให้พี่น้องประชาชนสบายใจว่ารัฐบาลจริงจังกับยาเสพติด ทุกภาคส่วนพร้อมที่จะทำงานร่วมกับรัฐบาลในการที่ทำให้นโยบายด้านยาเสพติดให้สำเร็จ หากศักยภาพของคนถูกปนด้วยยาเสพติด การพัฒนาประเทศเป็นไปได้ยากยิ่งขึ้น

“เมื่อรับยาเสพติดเข้ามาที่ประเทศ เราขายไปที่ประเทศหนึ่งก็บวกราคาเพิ่มอีก และส่งต่อไปยังทั่วโลกก็จะส่งผลเสียต่อคนทั่วโลกเช่นกัน ประเทศไทยเรามีทุกภาคส่วนที่เข้มแข็งแข็งแรง ทำให้ยาเสพติดหยุดที่ประเทศเรา ต้องขอชื่นชมทุกท่าน หากยาเสพติดล็อตนี้จับไม่ได้แล้วเข้าไปสู่ประเทศชาติและไปต่อที่ประเทศอื่นก็จะเสียหายอย่างมาก ทุกคนช่วยประเทศชาติได้อย่างยิ่งใหญ่ ขอชื่นชมและขอบคุณทุกภาคส่วน พร้อมขอเสียงปรบมือให้กับเจ้าหน้าที่เพื่อเป็นกำลังใจ”นายกรัฐมนตรีกล่าว

ทหารชายแดนตาก พัฒนานวัตกรรม เพิ่มขีดความสามารการรบ-พัฒนากำลังพลดูแลความมั่นคง

ทหารชายแดนตาก พัฒนานวัตกรรม  เพิ่มขีดความสามารการรบ และพัฒนากำลังพล  New Generation Warrior GEN.3

พล.ต.ไมตรี ชูปรีชา ผู้บัญชาการกองกำลังนเรศวร – พ.อ.ณัฐกร เรือนติ๊บ ผู้บังคับการหน่วยเฉพาะกิจราชมนู ซึ่งดูแลด้านความมั่นคงพื้นที่ชายแดนไทย-เมียนมา 5 อำเภอชายแดนจังหวัดตาก(อ.แม่สอด-พบพระ-อุ้มผาง-แม่ระมาด-และ อ.ท่าสองยาง)  นำเจ้าหน้าที่ทหารหน่วยเฉพาะกิจราชมนู กองกำลังนเรศวร พัฒนานวัตกรรม พัฒนาการรบ และกำลังพล  New Generation Warrior GEN.3 โดยทำการจัดการฝึกอบรมการใช้อากาศยานไร้คนขับ (โดรน) โจมตีทิ้งระเบิดทางยุทธวิธี เพื่อเป็นการเพิ่มพูนความรู้ และพัฒนาขยายผลให้กับกำลังพลของหน่วย

โดยเรียนรู้จากบทเรียนรอบด้าน Up ขีดความสามารถในการพัฒนาชุดปฏิบัติการอากาศยานไร้คนขับทางยุทธวิธี ควบคู่กับการบำรุงรักษา เพื่อให้ตอบสนองต่อภัยคุกคามรูปแบบใหม่ที่เปลี่ยนไป เป็นหลักประกันในการปกป้องชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนในพื้นที่ชายแดนไทย-เมียนมา  ริมแม่น้ำเมย  จังหวัดตาก -จังหวัดแม่ฮ่องสอน