สืบสาน วัฒนธรรม ประเพณี 110 ปี “มหาสงกรานต์นครแม่สอด”

“นายกเบิ้ม” นายกเทศมนตรีนครแม่สอด และคณะผู้บริหารเทศบาลนครแม่สอดร่วมแถลงข่าวการจัดสืบสาน วัฒนธรรม ประเพณี 110 ปี “มหาสงกรานต์นครแม่สอด” ประจำปี 2569.(สงกรานต์เมืองฉอด บ้านเฮาม่วนใจ๋ @ถนนยอดข้าว)

เมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2569 นายกุลเครือวีระ “นายกเบิ้ม” นายกเทศมนตรีนครแม่สอด อ.แม่สอด จ.ตาก และคณะผู้บริหารเทศบาลนครแม่สอดประกอบด้วย นายอภิปัตย์ อุปการะ “รองฟิก” ,นายจิรวัฒน์ มงคลจุฑาเศรษฐ์ “รองชัย”, นายธีรัตน์ ใจโปร่ง รองนายกเทศมนตรีฯ ,นายสมเดช คำสุข “ขุนเดช” ประธานสภาเทศบาลนครแม่สอด ร่วมแถลงข่าวการจัดงานประเพณี “110 ปี มหาสงกรานต์นครแม่สอด” ประจำปี 2569. ที่ห้างโรบินสัน ไลฟ์สไตล์ อ.แม่สอด จ.ตาก

รายงานข่าวแจ้งว่า สำหรับงานสืบสาน วัฒนธรรม ประเพณี 110 ปี “มหาสงกรานต์นครแม่สอด” ประจำปี 2569. (สงกรานต์เมืองฉอด บ้านเฮาม่วนใจ๋ @ถนนยอดข้าว)

มีกำหนดจัดงาน ระหว่างวันที่ 13=15 เมษายน พ.ศ.2569.
วันที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2569.
ภาคเช้าเวลา 08.30 น. -งานรดน้ำดำหัวผู้สูงอายุ ผู้สูงอายุทั้ง 20 ชุมชม
(บริเวณสำนักงานเทศบาลนครแม่สอด อ.แม่สอด จ.ตาก)
คณะผู้บริหารเทศบาล พนักงาน และประชาชนที่มาร่วมงานร่วมรดน้ำดำหัวผู้สูงอายุ
– คณะผู้บริหารเทศบาลมอบของที่ระลึกให้กับตัวแทนผู้สูงอายุ 20 ชุมชม

กลางคืนประกวดเทพีสงกรานต์
(บริเวณลานอเนกประสงค์หน้าโรบินสัน ไลฟ์สไตล์ แม่สอด เทศบาลนครแม่สอด)
และชม พิธีเปิดงานสงกรานต์เมืองฉอด บ้านเฮาม่วนใจ๋ @ถนนยอดข้าว
 มอบรางวัลผู้ชนะการประกวดเทพีสงกรานต์นครแม่สอด ประจำปี 2569.

วันที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2569. พบการแสดงดนตรี บริเวณลานอเนกประสงค์หน้าเรบินสน เลพสไตล์ แมสอด
วันที่ 15 เมษายน พ.ศ.2569.การแสดงดนตรี บริเวณลานอเนกประสงค์หน้าโรบินสัน โลฟสไตล์ แมสอด
โดยจะมีการแต่งกายด้วยชุดเสื้อลายดอกสงกรานต์
ฯลฯ

16 เมษายน 2569. ขบวนแห่สืบสาน วัฒนธรรม ประเพณี 110 ปี “มหาสงกรานต์นครแม่สอด” ประจำปี 2569.(สงกรานต์เมืองฉอด บ้านเฮาม่วนใจ๋

.

พายุฤดูร้อน! พัดกระหน่ำ “ปรางค์กู่” บ้านเรือนพังนับร้อย เร่งช่วยเหลือผู้ประสบภัย

พายุฤดูร้อนประเคนมาเกือบถ้วนทั่วทุกอำเภอในศรีสะเกษ ล่าสุด พัดกระหน่ำ “ปรางค์กู่” บ้านเรือนพังนับร้อย! ชาวบ้านผวากลางดึก นายอำเภอเร่งลงพื้นที่ช่วยเหลือ

ผู้สื่อข่าวร้ายงานมาว่า. ได้เกิดเหตุฝนตกหนักประกอบกับวาตภัยพัดถล่มในพื้นที่อำเภอปรางค์กู่ จังหวัดศรีสะเกษ แรงลมส่งผลให้บ้านเรือนของประชาชนได้รับความเสียหายเป็นวงกว้าง สร้างความแตกตื่นให้กับชาวบ้านในหลายตำบล

เบื้องต้นได้รับรายงานจากกำนันและผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ พบความเสียหายกระจายหลายจุด โดยเฉพาะในพื้นที่ตำบลหนองเชียงทูน ซึ่งได้รับผลกระทบหนักที่สุด ครอบคลุมหมู่ที่ 2, 3, 5, 6, 8, 11, 15 และ 16 มีบ้านเรือนได้รับความเสียหายเล็กน้อยรวมถึง 102 หลัง นอกจากนี้ยังมียุ้งฉางเสียหาย 4 หลัง โรงเก็บของ 1 หลัง คอกสัตว์ 14 หลัง และโรงเก็บฟางอีก 2 หลัง

ขณะที่ตำบลสมอ ได้รับผลกระทบในหมู่ที่ 5, 13 และ 15 มีบ้านเรือนเสียหายจำนวน 7 หลัง และคอกสัตว์อีก 1 หลัง ส่วนตำบลสำโรงปราสาท หมู่ที่ 13 พบความเสียหายบ้านเรือน 1 หลัง

ภายหลังเกิดเหตุ นายมะสักรี ขาลี นายอำเภอปรางค์กู่ ได้เร่งลงพื้นที่ตรวจสอบสถานการณ์ พร้อมเข้าเยี่ยมเยียนให้กำลังใจประชาชนผู้ประสบภัยอย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งสั่งการให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ เร่งสำรวจความเสียหายอย่างละเอียด เพื่อดำเนินการให้ความช่วยเหลือตามระเบียบโดยเร็ว.

เสนาะ วรรักษ์/รายงาน

ทางหลวงชนบทศรีสะเกษ แจงดราม่าโค่นต้นตาล ขยายถนน ยันปลูกคืน–ย้ายปลูก ไม่ทิ้งอัตลักษณ์ท้องถิ่น

จากกระแสดราม่าโซเชียล กรณีโค่นต้นตาลขยายถนนในพื้นที่ ล่าสุด แหล่งข่าวจากแขวงทางหลวงชนบทศรีสะเกษ ชี้แจงว่า โครงการดังกล่าวเป็นการปรับปรุงถนนสาย ศก.3013 แยก ทล.226 – บ้านพิมาย อ.ห้วยทับทัน เชื่อม อ.ปรางค์กู่ ขยายผิวจราจรจาก 6/8 เป็น 7/12 เมตร ช่วง กม.21+200 – กม.23+250 ระยะทาง 1.2 กม. เพื่อเพิ่มความปลอดภัยในการสัญจร

 นายไพวรรณ์ เขียวอ่อน วิศวกรโยธาเชี่ยวชาญ  รก.ผู้อำนวยการแขวงทางหลวงชนบทศรีสะเกษ เปิดเผยว่า ได้หารือร่วมกับจังหวัดและผู้นำชุมชน กำหนดแนวทางแก้ไข 4 ข้อ ได้แก่ คัดต้นตาลที่ยังสมบูรณ์ปลูกคืนในจุดปลอดภัย, ล้อมย้ายต้นที่เหลือตามหลักวิชาการ, วางแผนปลูกทดแทนหลังโครงการเสร็จ และพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ต้นตาล ถนนสาย ศก.4020

โดยโครงสร้างพื้นฐานต้องควบคู่การอนุรักษ์ เพื่อคงเอกลักษณ์ “ต้นตาล” และความปลอดภัยของประชาชนในระยะยาวต่อไป

ยิ่งใหญ่ถึงใจ! ONE แถลงความพร้อมก่อนศึก ONE ซามูไร 1 รวมพลบู๊ 12 คู่ 29 เม.ย.นี้

ความมันครั้งยิ่งใหญ่กำลังใกล้เข้ามา สำหรับการแข่งขันศิลปะการต่อสู้รายการใหม่บนแดนปลาดิบ ศึก ONE ซามูไร 1 ซึ่งจะเปิดฉากอย่างเป็นทางการให้กองเชียร์จาก 195 ประเทศ ได้ติดตามความสนุกเต็มอิ่ม ณ สังเวียน อาริอาเกะ อารีนา กรุงโตเกียว ในวันพุธที่ 29 เม.ย.นี้ เริ่มเวลา 12.00 น. ตามเวลาไทย 

สำหรับศึก ONE ซามูไร มีกำหนดจัดการแข่งขันขึ้นเป็นประจำทุกเดือน และจะรวบรวมเหล่าสุดยอดนักสู้ญี่ปุ่นทั้งระดับแถวหน้าและดาวรุ่งมาประชันฝีมือกันทั้งในกติกา MMA, มวยไทย, คิกบ็อกซิ่ง และปล้ำจับล็อก

โดยเมื่อวันจันทร์ที่ 30 มี.ค. ที่ผ่านมา ONE ได้จัดงานแถลงข่าวประกาศความพร้อมช่วงโค้งสุดท้ายของศึก ONE ซามูไร 1 ขึ้นที่โรงละคร โฮโช โนะ ในกรุงโตเกียว โดยมีนักกีฬาซูเปอร์สตาร์ร่วมตอบคำถามต่อสื่อมวลชนจากทั่วโลกที่ให้ความสนใจร่วมงานคับคั่ง

ศึกนี้การันตีความยิ่งใหญ่ด้วยการขนทัพจอมบู๊ระดับโลกมาแลกอาวุธเดือดกันถึง 12 คู่ โดยมีเข็มขัดแชมป์โลก ONE เป็นเดิมพันถึง 4 เส้น พร้อมนักกีฬาไทยร่วมโชว์ผลงาน 2 คน ซึ่งทั้งคู่ต่างก็มีลุ้นคว้าเข็มขัดกลับบ้านเกิด

บิ๊กบอส “ชาตรี ศิษย์ยอดธง” ผู้ก่อตั้ง และซีอีโอของ ONE เปิดใจถึงความยิ่งใหญ่ของรายการใหม่นี้ว่า

“รายการ ONE ซามูไร ถือเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่เรากำลังสร้างสะพานเชื่อมวงการศิลปะการต่อสู้ของญี่ปุ่นไปสู่ระดับโลก สิ่งที่ทำให้ ONE ซามูไร แตกต่าง คือการมอบอนาคตและทิศทางที่ชัดเจนให้กับนักสู้ญี่ปุ่น พร้อมทั้งสร้างแรงจูงใจผ่านเงินรางวัลพิเศษในระดับสูงสุดของวงการกีฬาต่อสู้ในประเทศ โบนัสในรายการนี้เริ่มต้นที่ 1.5 ล้านเยน (กว่า 3 แสนบาท) และอาจเพิ่มสูงถึง 15 ล้านเยน (กว่า 3 ล้านบาท) โดยมีการมอบในทุกไฟต์ ทุกอีเวนต์ และไม่มีการจำกัดจำนวนรางวัลต่อรายการ”

“เราหวังว่าสิ่งเหล่านี้จะเป็นแรงผลักดันให้นักกีฬาทุกคนแสดงผลงานอย่างเต็มศักยภาพ ขณะเดียวกันเชื่อว่าแฟน ๆ จะได้รับแรงบันดาลใจจากเรื่องราวการฝ่าฟันอุปสรรคและความยากลำบาก จนก้าวขึ้นเป็นฮีโรบนเวทีระดับโลก”


สำหรับคู่เอก “รถถัง จิตรเมืองนนท์” อดีตแชมป์โลก ONE มวยไทย รุ่นฟลายเวต (125-135 ป.) ดวลรีแมตช์ “ทาเครุ เซกาวา” จอมบู๊ขวัญใจเจ้าถิ่น โดยมีเข็มขัดแชมป์โลก ONE คิกบ็อกซิ่ง รุ่นฟลายเวต เฉพาะกาล เป็นเดิมพัน

โดย “รถถัง” เผยถึงไฟต์สำคัญ “ผมรู้สึกเป็นเกียรติที่ได้เป็นคู่เอกของรายการ และเป็นคนที่ ทาเครุ เลือกชกด้วยในไฟต์อำลาสังเวียน ผมคิดว่ามันจะเป็นไฟต์ประวัติศาสตร์ของทั้งผมและ ทาเครุ”

“สำหรับไฟต์นี้ ผมมีการฟิตซ้อมและแก้เกมอย่างสม่ำเสมอ ผมรู้จักสไตล์การชกของ ทาเครุ และมีวิธีเอาชนะเขาได้แต่ผมไม่สามารถประมาท ทาเครุ ได้ และเขาก็ไม่สามารถประมาทผมได้เช่นกัน”

ด้าน “ทาเครุ” ลั่นขอสู้ไฟต์สั่งลาอาชีพแบบเต็มที่ “การเจอกับ รถถัง ครั้งแรกเป็นประสบการณ์แย่มากที่แพ้ไป แต่ก็มีความสุขมากที่จะได้กลับมาล้างตาในครั้งนี้ เป้าหมายเดียวของผมคือการเอาชนะ รถถัง ที่ได้ชื่อว่าแกร่งที่สุดในรุ่นนี้ของ ONE ให้ได้”

“ตั้งแต่เซ็นสัญญาชกใน ONE ผมไม่ค่อยได้มีโอกาสโชว์ผลงานต่อหน้าแฟน ๆ ชาวญี่ปุ่นบ่อยนัก ผมจึงรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้ขึ้นชกในศึก ONE ซามูไร นัดปฐมฤกษ์ ที่สำคัญ ครั้งนี้จะเป็นไฟต์สุดท้ายของผมด้วย ผมตั้งใจอยากจะคว้าเข็มขัดกลับบ้านให้ได้ครับ”

ขณะที่ “โจนาธาน แฮ็กเกอร์ตี” แชมป์โลก ONE คิกบ็อกซิ่ง รุ่นแบนตัมเวต (135-145 ป.) วัย 29 ปี จากสหราชอาณาจักร ป้องกันบัลลังก์ครั้งที่ 2 พบกับ “ยูกิ โยซะ” จอมเตะซูเปอร์สตาร์ขวัญใจเจ้าถิ่น

งานนี้ “แฮ็กเกอร์ตี” ยืนยันเตรียมตัวมาดีพร้อมป้องกันเข็มขัดเต็มที่ “คู่ชกที่ผมเคยเผชิญหน้าล้วนเป็นระดับท็อป ขณะที่ ยูกิ เป็นนักสู้ที่มีสไตล์แตกต่าง มีความมั่นใจสูง หมัดหนัก และครบเครื่อง นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ต้องเตรียมตัวอย่างเต็มที่ แต่ผมว่าเขากำลังประเมินผมต่ำไป ผมจะพิสูจน์ให้เห็นว่าทำไมผมถึงได้ชื่อว่าเก่งที่สุดโลก และจะรักษาเข็มขัดแชมป์โลกเส้นนี้เอาไว้ให้ได้ครับ”

ส่วนฝั่ง “ยูกิ” ตั้งเป้าปิดเกมน็อกเอาเข็มขัดมาพาดบ่าให้ได้ “ผมยอมรับว่า แฮ็กเกอร์ตี มีประสบการณ์ในไฟต์ชิงแชมป์ 5 ยกมากกว่า แต่ไม่ว่าสถานการณ์ไหน ผมเตรียมตัวมาเพื่อชนะ และมั่นใจว่าผมเหนือกว่าและจะน็อกเขาได้ผมรอโอกาสนี้มานาน และในที่สุดมันก็มาถึง แต่นี่ไม่ใช่จุดสิ้นสุด หากคือจุดเริ่มต้น เป้าหมายเดียวของผมคือคว้าแชมป์โลก เพื่อเปิดฉากบทใหม่ในเส้นทางอาชีพครับ”

ด้าน “ทรงชัยน้อย เกียรติทรงฤทธิ์” จอมบู๊ร่างเล็กใจใหญ่ อีกหนึ่งนักสู้ขวัญใจชาวไทย ได้โอกาสท้าชิงบัลลังก์จาก คู่ปรับเก่า “นาดากะ” ยอดนักสู้เจ้าถิ่นผู้ครองเข็มขัด ONE มวยไทย รุ่นอะตอมเวต (105-115 ป.)

“ทรงชัย” มั่นใจว่าจะสู้กันได้สนุก ไม่ยอมแพ้เหมือนตอนเจอกันครั้งแรกในเดือน เม.ย. 66 “นาดากะ มีความเปลี่ยนแปลงทางร่างกายที่ดีขึ้น มีความรวดเร็วในการออกอาวุธ รวมถึงมีทัศนคติในการอ่านเกมที่ดี ซึ่งผมเองก็มอง นาดากะ ไม่เหมือนเดิมเหมือนกัน เพราะเห็นเขาเป็นเบอร์ 1 ของโลก และผมมีความตั้งใจอย่างมากที่จะเอาเข็มขัดจากบ่าของเขา เห็นเขาว่ามันหนัก ก็เลยอยากช่วยถือบ้างครับ”

ขณะที่ “นาดากะ” มองว่าผู้ท้าชิงมีความอันตรายขึ้นมากเช่นกัน “นี่เป็นครั้งแรกที่ผมจะป้องกันเข็มขัด ONE มวยไทย และทราบดีว่าเมื่อ 3 ปีก่อนเคยเจอกับ ทรงชัยน้อย และเอาชนะไปได้ แต่หลังจากนั้นเขาชนะต่อเนื่องถึง 9 ไฟต์ แพ้แค่ครั้งเดียว ผมคิดว่า ทรงชัยน้อย มีความเร็วและความแข็งแรงมากขึ้น เพราะฉะนั้นผมไม่ได้มองว่าไฟต์นี้คือการรีแมตช์ แต่มองว่า ทรงชัยน้อย คือคนใหม่ครับ”

เท่านั้นไม่พอศึกนี้ยังมีการขึ้นสังเวียนของ “ยูยะ วากามัตสึ” แชมป์โลก ONE MMA รุ่นฟลายเวต รั้งเข็มขัดครั้งที่ 2 พบกับ “อาวาซเบก โคลเมียร์ซาเอฟ” จากอุซเบกิสถาน ร่วมด้วยนักสู้ตัวแทนเจ้าถิ่นที่น่าสนใจหลายราย อาทิ “ชิมอน” วัดห้าว “โจฮัน กาซาลี” นักสู้ลูกครึ่งมาเลเซีย-อเมริกัน ในกติกามวยไทย รุ่นฟลายเวต, “ฮิว” ปะทะ “ทาอิกิ นาอิโตะ” ภายใต้กติกาคิกบ็อกซิ่ง รุ่นฟลายเวต และ “คาอิโตะ โอโนะ” ดวล “มารัต กริกอเรียน” จากอาร์เมเนีย ในกติกาคิกบ็อกซิ่ง รุ่นเฟเธอร์เวต (145-155 ป.) โดยทั้งหมดพร้อมบู๊เต็มที่ เพื่อให้สมฐานะนัดปฐมฤกษ์รายการใหม่!

แฟนกีฬาที่สนใจเข้าชมศึก ONE ซามูไร 1 ถึงขอบสนาม สามารถจองบัตรเข้าชมผ่านทาง ONEFC.com/ONESamurai1 และติดตามข่าวสารอัปเดตของศึกนี้ได้ที่เฟซบุ๊ก ONE Championship Thailand เว็บไซต์ ONEFC.com อินสตาแกรม ONEChampTh  และ TikTok ONEChampTH

ททท. พลิกเกมท่องเที่ยวไทย ฝ่าวิกฤตพลังงาน เปิดแคมเปญ “ฮีลใจทุกที่ ฟีลดีทุกทริป”

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) พลิกเกมรับมือวิกฤตพลังงานโลก เดินหน้าปรับยุทธศาสตร์อุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย เปิดตัวแคมเปญ “ฮีลใจทุกที่ ฟีลดีทุกทริป” ภายใต้แนวคิด “MOOD” ปรับรูปแบบการเดินทางเน้น “เที่ยวใกล้-ใช้พลังงานต่ำ” พร้อมชูกลยุทธ์ “Celebrity Marketing” สร้างแรงดึงดูดผ่านอินฟลูเอนเซอร์ เชื่อมประสบการณ์จากโลกออนไลน์สู่กิจกรรมส่งเสริมการขายในพื้นที่จริง วางฐานสู่การท่องเที่ยวยั่งยืน กระจายรายได้สู่เศรษฐกิจฐานรากทั่วประเทศ

นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท. เปิดเผยว่า อุตสาหกรรมท่องเที่ยวกำลังเผชิญแรงกดดันจากความผันผวนของราคาพลังงานโลก โดยเฉพาะผลกระทบจากความตึงเครียดจากสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ส่งผลให้ต้นทุนการเดินทางทั้งทางอากาศและภาคขนส่งปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งเริ่มส่งผลต่อพฤติกรรมการเดินทาง โดยมีแนวโน้มลดการเดินทางระยะไกลและควบคุมค่าใช้จ่ายมากขึ้น ด้วยเหตุนี้ ททท.จึงได้เปิดตัวแคมเปญ “ฮีลใจทุกที่ ฟีลดีทุกทริป” ภายใต้โครงการ “Smile Thailand” เพื่อขับเคลื่อนอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย ผ่านการส่งเสริมการท่องเที่ยวระยะใกล้ เดินทางง่าย โดยวิกฤตพลังงานในครั้งนี้ไม่ใช่เพียงความท้าทาย แต่เป็นโอกาสในการปรับโครงสร้างการท่องเที่ยวไทย ให้สอดคล้องกับโลกยุคใหม่ที่เน้นความยั่งยืน ประหยัดพลังงาน และคุณค่าของประสบการณ์

นายนิธี สีแพร รองผู้ว่าการด้านสื่อสารการตลาด ททท. กล่าวว่า โจทย์สำคัญไม่ใช่แค่ทำให้คนเดินทาง แต่ต้องทำให้ ‘เดินทางอย่างมีคุณภาพ’ จากเดิมที่เน้นเที่ยวไกลและเร็ว สู่การเที่ยวใกล้ ใช้พลังงานต่ำ และสร้างคุณค่าให้เศรษฐกิจในพื้นที่ โดยแคมเปญ “ฮีลใจทุกที่ ฟีลดีทุกทริป” มุ่งออกแบบประสบการณ์ท่องเที่ยวให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน โดยใช้กลยุทธ์ “Celebrity Marketing” นำโดย มาริโอ้ เมาเรอร์, แอนโทเนีย โพซิ้ว, โอปอล สุชาตา มาร่วมสร้างกระแสการรับรู้ในวงกว้าง พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวได้ร่วมแชร์ความรู้สึกหรือส่งภาพรอยยิ้มต่าง ๆ เข้ามา เพื่อลุ้นรับรางวัลมากมาย โดยแคมเปญดังกล่าวขับเคลื่อนผ่านแนวคิด “MOOD”  ได้แก่

•Mass Transportation ส่งเสริมการเดินทางร่วมกัน เพื่อลดการใช้พลังงาน เช่น รถไฟ รถบัส และ EV Shuttle 
•Outbound to Domestic กระตุ้นให้คนไทยเที่ยวในประเทศแทนการเดินทางต่างประเทศ
•Outdoor Activities เน้นกิจกรรมธรรมชาติที่ใช้พลังงานต่ำ เช่น Hiking, Cycling
•Deep Seeking สนับสนุนการท่องเที่ยวเชิงลึกแบบ Slow Tourism และชุมชน รวมถึงแหล่งท่องเที่ยวใกล้บ้านที่ไม่ควรมองข้าม

 นอกจากกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวไทยแล้ว แคมเปญยังมุ่งเจาะกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติระยะใกล้ให้เดินทางเข้ามาประเทศไทย โดยเฉพาะกลุ่มนักท่องเที่ยวเป้าหมายจากมาเลเซีย สิงคโปร์ และอินโดนีเซีย ที่นิยมเดินทางข้ามแดนมาท่องเที่ยวในพื้นที่ภาคใต้ ซึ่งได้รับผลกระทบจากเหตุอุทกภัยในปีที่ผ่านมา ททท.จึงมุ่งเน้นการเชื่อมโยงประสบการณ์จากออนไลน์สู่การจัดกิจกรรมส่งเสริมการขาย เพื่อกระตุ้นตลาดอย่างต่อเนื่อง อาทิ กิจกรรม Smile@South Super Deal ร่วมกับ Agoda มอบส่วนลดที่พัก 15% สำหรับนักท่องเที่ยวจากมาเลเซีย สิงคโปร์ และอินโดนีเซีย ครอบคลุม 9 จังหวัดภาคใต้ เพื่อกระตุ้นการเดินทางระยะใกล้ (Short-haul Market) และกิจกรรม Amazing Thailand Passport Privileges@Hat Yai ที่มุ่งดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติผ่านสิทธิพิเศษและของที่ระลึกจากชุมชน สร้างประสบการณ์ท่องเที่ยวที่เชื่อมโยงเศรษฐกิจท้องถิ่น

แคมเปญ “ฮีลใจทุกที่ ฟีลดีทุกทริป” ไม่เพียงมุ่งกระตุ้นการเดินทางในระยะสั้น แต่ยังสะท้อนทิศทางใหม่ของการท่องเที่ยวไทยที่เน้นความสมดุลระหว่างเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม และคุณภาพชีวิต พร้อมสะท้อนการปรับตัวของการท่องเที่ยวไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน แม้ในสภาวะที่โลกต้องเผชิญกับวิกฤตพลังงานในปัจจุบัน 

บริษัทประกันเร่งตรวจสอบค่าความเสียหายบ้านต้นเหตุที่เกิดแก๊สระเบิด

จากกรณีกลางดึกที่ผ่านมาเหตุแก๊สหุงต้มระเบิดมีบ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหายจำนวนหลายหลังคาเรือน ที่เกิดภายในหมู่บ้านวิลล่าเจ้าพระยา ซ.5  ม.2  ต.บ้านกลาง อ.เมืองปทุมธานี จ.ปทุมธานี ทำให้บ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหายหลายหลังคาเรือน รถยนต์รถจักรยานยนต์ได้รับความเสียหายไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น

เมื่อเวลา 10.00น.วันที่ 31 มีนาคม2569  บริษัทประกันภัยของบ้านเลขที่194/115 หมู่บ้านวิลล่าเจ้าพระยา ซ.5  ม.2  ต.บ้านกลาง อ.เมืองปทุมธานี จ.ปทุมธานี ซึ่งเป็นบ้านต้นเหตุได้เข้าตรวจสอบค่าความเสียหายโดยการบันทึกภาพบ้านทั้ง2ชั้น เพื่อส่งกลับไปบริษัทเพื่อใช้ในการจ่ายค่าสินไหมทดแทนโดยบ้านที่เกิดเหตุได้จัดทำประกันภัยที่อยู่อาศัยไว้

นายวรรณรัตน์  วิญญูกูล อายุ43ปีเจ้าของต้นเหตุเปิดเผยว่า  เมื่อวานช่วงกลางดึกหลังเกิดเหตุตูมสนั่นตนเองและลูกๆรวม4คนซึ่งกำลังนอนหลับสนิทอยู่ โชคดีที่ตนเองยังมีสนิทใช้ไฟแฟลชจากโทรศัพท์มือถือส่องนำทาง กระทั่งพบว่าบันไดของตัวบ้านชั้นที่1ขึ้นไปชั้น2ได้รับความเสียหายทั้งหมด จึงต้องปีนขอบกำแพงลงมาจากห้องนอนชั้นที่2ลงมาชั้นล่างทำให้ไม่ได้รับบาดเจ็บส่วน   ตัวบ้านได้รับความเสียหายทั้งหมดไม่ได้สามารถนอนพักอาศัยได้ตอนนี้ต้องไปอาศัยบ้านญาติอยู่ก่อน   ส่วนตัวบ้านจะซ่อมแซมได้หรือไม่นั้นต้องรอช่างเข้าตรวจสอบโดยวานนี้เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานได้เก็บพยานวัตถุเป็นเตาแก๊ส ถังแก๊สและสิ่งของบางอย่างในครัวไปตรวจสอบ

นายพงศ์พัทธ์ วงศ์ยะลา  ผู้สื่อข่าวน.ส.พ.บางกอกโพสต์ที่มีบ้านด้านหลังติดกันซึ่งได้รับความเสียหายหนัก เปิดเผยว่า เมื่อคืนตนเองยังพบหลับนอนที่ห้องนอนชั้น2ได้ แต่จุดอื่นนั้นได้รับความเสียหายทั้งหมดส่วนตัวเองไม่กังวลใจหรือตื่นเต้นนอนหลับสนิทแต่สุนัขที่ตนเองเลี้ยงไว้ยังมีอาการตกใจเมื่อมีเสียงดัง โดยตัวบ้านยังไม่มีการเคลื่อนย้ายหรือทำความสะอาดเพราะรอการตรวจสอบจากส่วนเกี่ยวข้องก่อน

.

แก๊สหุงต้มระเบิดกลางเมืองปทุมฯบ้านเสียหาย 8 หลังกล้องวงจรปิดจับภาพนาทีเกิดเหตุ

ร.ต.ท.มานิตย์ เข็มหนู รองสว.สอบสวนสภ.สวนพริกไทย ได้รับแจ้งเหตุแก๊สหุงต้มระเบิดมีบ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหายจำนวนหลายหลังคาเรือน ที่เกิดภายในหมูบ้านวิลล่าเจ้าพระยา ซ.5  ม.2  ต.บ้านกลาง อ.เมือง จ.ปทุมธานี หลังรับแจ้งจึงรุดไปที่เกิดเหตุพร้อมด้วย นายปัญญา นพขำ นายกเทศมนตรีตำบลบ้านกลาง นายณฤทธิ์ ยงเกียรติ กำนันตำบลบ้านกลางและส่วนเกี่ยวข้อง

ที่เกิดเหตุเป็นบ้านทาวน์เฮ้าส์2ชั้น ปลูกติดกันจำนวนหลายหลังคาเรือนพบแรงระเบิดส่งผลให้บ้านเลขที่194/115 ซึ่งเป็นบ้านต้นเหตุได้รับความเสียหายทั้งหลังตัวบ้านหลังคาและผนังกำแพงกระจัดกระจายไปทั่วบริเวณ รถยนต์ที่จอดหน้าบ้านได้รับความเสียหาย รถจยย.ได้รับความเสียหาย1คัน ไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บส่วนบ้านข้างเคียงได้รับความเสียหายจากแรงระเบิดจำนวน8หลังคาเรือน

นายวรรณรัตน์  วิญญูกูล อายุ43ปีเจ้าของบ้านเลขที่194/115 ม.2 ต.บ้านกลาง อ.เมืองปทุมธานี จ.ปทุมธานี ซึ่งเป็นบ้านต้นเหตุเปิดเผยว่า ขณะเกิดเหตุตนเองนอนอยู่บนบ้านพร้อมภรรยาและลูกสาวจำนวน2คนอายุ12,14ปี กระทั่งเวลา03.00น.เศษตนเองได้ยินเสียงตูมสนั่น ก่อนที่จะพบว่าบ้านตนเองได้รับความเสียหายอย่างรุนแรงและบ้านเพื่อนบ้านก็ได้รับความเสียหายเช่นกันโชคดีที่ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตในเหตุการณ์ครั้งนี้  โดยช่วยเย็นตนเองไม่ได้มีการประกอบอาหารจากแก๊สหุงต้มแต่อย่างใดและไม่มีเปิดแก๊สทิ้งไว้ไม่มีกลิ่นและขณะเกิดเหตุทุกคนหลับสนิททั้งหมด

เวลา10.00น.วันเดียวกัน นายเอกวิทย์  มีเพียร  ผวจ.ปทุมธานี พร้อมส่วนเกี่ยวข้องได้เดินทางมาที่เกิดเหตุพร้อมเปิดเผยว่า  หลังทราบเรื่องจึงเดินทางมาพร้อมส่วนเกี่ยวข้องโดยเหตุการณ์เกิดขึ้นเวล า03.00น.เศษ วันที่ 30 มีนาคม ที่ผ่านมาคาดว่าเป็นเหตุการณ์แก๊สหุงต้มระเบิด สภาพความเสียหายของบ้านเรือนประชาชนพบว่าเสียหายทั้งหลังและเสียหายเล็กน้อยรวม8หลัง ทางส่วนราชการได้เดินทางมาทุกภาคส่วนเพื่อเร่งให้ความช่วยเหลือตามระเบียบ

โดยจะมาตั้งศูนย์ที่นิติบุคคลของหมู่บ้านเพื่อแจ้งความกับตำรวจและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเพื่อใช้เอกสารในการรับความช่วยเหลือเยียวยา ในการดูแลผู้ที่ได้รับผลกระทบส่วนสาเหตุที่แท้จริงจะต้องรอการตรวจสอบจากเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน เบื้องต้นเหตุการณ์นี้ไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต โดยเหตุการณ์แก๊สระเบิดเกิดขึ้นที่ชั้นล่างของตัวบ้านต้นเหตุที่เป็นห้องครัวที่อยู่ด้านหลังบ้าน

ด้านนายพงศ์พัทธ์ วงศ์ยะลา  ผู้สื่อข่าวหนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์เปิดเผยว่า บ้านตนเองด้านหลังมีห้องครัวติดกับบ้านต้นเหตุ กลางดึกที่ผ่านมาช่วง03.40น.ตนเองกำลังหลับสนิทได้ยินเสียงระเบิดสนั่นจึงลงมาดูทีแรกคิดว่าเป็นบ้านตนเองเพราะเศษกระจกเต็มตัวบ้านไปหมด แต่เมื่อลงมาตรวจสอบพบว่าต้นเหตุเป็นบ้านหลังครัวติดกันซึ่งได้รับความเสียหายอย่างหนัก ส่วนตนเองไม่ได้รับบาดเจ็บแต่ห้องครัวและตัวบ้านได้รับความเสียหายอย่างมาก

ทั้งนี้ขณะเกิดเหตุกล้องวงจรปิดของหมู่บ้านสามารถบันทึกภาพเหตุการณ์ไว้ได้อย่างชัดเจน โดยมีการระเบิดขึ้นอย่างรุนแรงจนเกิดแสงเพลิงพุ่งออกมาจากตัวบ้านอย่างรุนแรงจนบ้านพังทั้งหลัง

.

ตร.ทล.บุกรวบ 3 ผู้ต้องหาเครือข่ายค้ายาข้ามจังหวัดยึดของกลางล็อตใหญ่ 8 ล้านเม็ด

ตาก-ตำรวจทางหลวงจับ ยาบ้า 8,000,000 เม็ด ที่ปั๊มดัง รวบ 3 ผู้ต้องหา เผยเครือข่ายขนยาข้ามจังหวัด ค่าจ้างครึ่งล้าน

เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวง 1.กองกำกับการ 5. (สถานีตำรวจทางหลวงตาก) ,ตำรวจภูธรจังหวัดตาก, ร่วมกันตรวจยึด จับกุม ยาเสพติด (ยาบ้า) ได้ จำนวน 8,000,000 เม็ด พร้อมผู้ต้องหา จำนวน 3 ราย ที่ลักลอบขนยาเสพติด จำนวนดังกล่าว 

โดยเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้บริเวณสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิง แห่งหนึ่ง ในเขต อำเภอเมืองตาก จังหวัดตาก

นายชูศักดิ์ รู้ยิ่ง ผู้ว่าราชการจังหวัดตาก ได้เดินทาง มาที่ ตำรวจทางหลวง 1.กองกำกับการ 5. (สถานีตำรวจทางหลวงตาก) เพื่อติดตามผลการจับกุมคดียาเสพติด พร้อมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ ที่ร่วมกันปฏิบัติการจับกุม

จากการสอบสวนเบื้องต้น ผู้ต้องหาให้การว่า ได้รับจ้างขนยาเสพติดมาแล้วรวม 2 ครั้ง โดยครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2 ซึ่งไปรับยาเสพติดมาจากจังหวัดเชียงราย เพื่อนำไปส่งยังปลายทางในพื้นที่จังหวัดอ่างทอง และจังหวัดสระบุรี ได้รับค่าจ้างจำนวน 200,000 บาท สำหรับครั้งแรก และ 500,000 บาท สำหรับครั้งที่ 2 โดยถูกจับกุมได้ขณะจอดแวะรับประทานอาหารภายในสถานีบริการน้ำมันดังกล่าว

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวง 1.กองกำกับการ 5. (สถานีตำรวจทางหลวงตาก) ได้ดำเนินการบันทึกการจับกุม ณ.สถานีตำรวจทางหลวงตาก  ก่อนนำผู้ต้องหา พร้อมของกลาง ส่งคดีไปยังกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เพื่อดำเนินการตามกฎหมาย และขยายผลไปยังเครือข่า ขบวนการค้ายาเสพติดต่อไป

จนท.จับพรานป่า ล่าสัตว์ หนึ่งในสาเหตุหนึ่งของการเผาป่าเขตรักษาพันธ์สัตว์ป่าแม่ตื่น

จากการที่ได้เกิดการเผาป่า ทำให้เกิดจุดความร้อนขึ้นเป็นจำนวนมากติดต่อกันมาหลายวัน  ที่บ้านแสม หมู่ที่ 4 ต.สามหมื่น อ.แม่ระมาด จ.ตาก

ฝ่ายปกครองอำเภอแม่ระมาด จังหวัดตาก  ได้มีการสอบถามเพื่อทราบถึงสถานการณ์จากหัวหน้าพันธุ์เขตรักษาพันธ์สัตว์ป่าแม่ตื่น เพื่อขอความร่วมมือในการช่วยหาทางลดจุดความร้อน ดำเนินคดีผู้ที่กระทำผิดให้ได้ เพื่อเป็นการป้องปรามผู้ที่เผาป่า หวังผลจากการล่าสัตว์

เจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแม่ตื่น ได้ ทำการออกตรวจปราบปรามการกระทำผิดกฎหมายว่าด้วยการป่าไม้ ในพื้นที่รับผิดชอบ ในวันที่ 29 มีนาคม 2569 เวลาประมาณ 23.20 น.  คณะเจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแม่ตื่น ร่วมกับเจ้าหน้าที่สายตรวจปราบปราม สายที่ 1 เจ้าหน้าที่ร้อยตำรวจตระเวฯชายแดน 345 เจ้าหน้าที่ตำรวจภูธร สภ.แม่ระมาด และเจ้าหน้าที่สถานีควบคุมไฟป่าแม่ตื่น ได้ร่วมกันตรวจยึดจับกุม ผู้กระทำความผิดการล่าสัตว์ป่า  ผู้ต้องหา 2 ราย พร้อมด้วยของกลาง ได้แก่

          1.ซากอีเห็นข้างลาย จำนวน 1 ตัว น้ำหนัก 3.2 กิโลกรัม 
          2.ซากกระรอกบินเล็กแก้มขาว จำนวน 2 ตัว น้ำหนักรวม 400 กรัม
          3.รถยนต์ จำนวน 1 คัน
          4.อาวุธปืนไทยประดิษฐ์ ขนาด.22 LR พร้อมกล้องเล็ง จำนวน 1 กระบอก
          5.กระสุนปืน ขนาด.22 LR จำนวน 15 นัด
          6.ปลอกกระสุนปืน ขนาด.22 LR จำนวน 1 ปลอก

          7.อาวุธปืนไทยประดิษฐ์ (ปืนแก๊ป) จำนวน 1 กระบอก พร้อมอุปกรณ์ประกอบด้วย ดินปืน 1 ขวด ,ลูกตะกั่ว 1 ถุง ,แก๊ป ,ฝอย ,ออดเป่าเรียกสัตว์ 1 อัน
         8.ไฟฉายคาดหัว จำนวน 4 ดวง
         9. ยากันยุงหักเป็นแท่งใส่ในกระป๋องพร้อมไฟแช็ก
        โดยกล่าวหาว่ากระทำผิดตาม พรบ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2562 ม.12, 17,55,109 และพรบ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 ม.7,8,8ทวิ

        เหตุเกิดที่ บริเวณป่าข้างทางหลวงหมายเลข 1175 หมู่ 4 ตำบลสามหมื่น อำเภอแม่ระมาด
จังหวัดตาก ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแม่ตื่น ค่าพิกัด 47 Q 473758 UTM 1888565
นำส่งพนักงานสอบสวน  สภ. แม่ระมาด จังหวัดตาก ลงบันทึก ปจว.ข้อ 1.ลงวันที่ 30 มี.ค. 2569 คดีที่ 117/2569 ยึดทรัพย์ ที่ 79/2569 โดย มี พ.ต.ท.หญิง ชโลธร เล็กสุทธิ์ เป็น พนักงานสอบสวน

ใกล้หวยออก!ชาวบ้านขอโชคศาลพ่อปู่ฤาษีเฝ้าเขา ได้เลขเด็ดเสี่ยงดวงงวดนี้

อุทัยธานี- ใกล้หวยออก!ชาวบ้านขอโชคศาลพ่อปู่ฤาษีเฝ้าเขา ได้เลขเด็ดเสี่ยงดวงในวันหวยออก

ผู้สื่อข่าวรายงานที่วัดเขาฤาษี หมู่ 8 ต.น้ำรอบ อ.ลานสัก จ.อุทัยธานี ใกล้กับวันหวยออกงวดที่จะถึง ได้พบกับชาวบ้านเดินทางมาขอโชคลาภขอเลขเด็ด กับพ่อปู่ฤาษี ที่ติดอยู่ที่หน้าเชิงเขา ที่ชาวบ้านต่างมีความเชื่อ และมีความศรัทธา ว่าพ่อปู่ฤาษี นั้นเฝ้าสถานที่เขาแห่งนี้

ยายวัย 75 ปี เปิดเผยว่า ก่อนที่ชาวบ้านจะมาตั้งศาลให้พ่อปู่ฤาษี ก่อนหน้านี้ ตัวยายวัยเด็ก ตัวยายเอง เคยได้พบเจอกับชายสูงวัย ยืนอยู่บริเวณที่จุดเขา มาขอข้าวกิน ตัวยายจึงได้แอบพ่อแม่ เอาข้าวมาให้กับชายสูงวัยได้กินทุกวันพระ ณ.สถานที่จุดนี้ หลังจากนั้นมาก็ไม่เคยพบเจอกับชายสูงวัยอีกเลย

ส่วนตัวยายมีความเชื่อว่าชายสูงวัย คือพ่อปู่ฤาษีอย่างแน่นอน หลังชาวบ้านทราบข่าวก็พากันมาตั้งศาลให้ที่วัด ซึ่งติดอยู่กับเชิงเขา ช่วงที่ผ่านมา ชาวบ้านหลายคนเดินทางมาขอหน้าที่การงานประสบความสำเร็จ รวมถึงเรื่องโชคลาภ มาแล้วนักต่อนัก

ล่าสุดไม่พลาดเลขเด็ด ชาวบ้านนำธูปจีนมาจุดเสี่ยงทาย ได้เลข 507 ชาวบ้านไม่หนำใจ ได้ล่วงไหจับเลขอีกครั้ง ได้เลข 052 บางคนก็เชื่อว่า เลขทั้ง 2 เลขที่ได้ มีตัวเลขที่คล้ายกัน ชาวบ้านจะนำเลขที่ได้นั้นไปเสี่ยงดวงในวันหวยออก

.