เครือสารสาสน์ จัดงาน“SARASAS YOUTH LEADERSHIP AWARD 2023”

เครือสารสาสน์ จัดงาน“SARASAS YOUTH LEADERSHIP AWARD 2023”

เพื่อส่งเสริมภาวะผู้นำ และมอบรางวัลให้กับเด็กนักเรียนในสังกัด 

สถาบันในเครือสารสาสน์ จัดกิจกรรมมอบโล่รางวัล และแสดงนิทรรศการผลงานของนักเรียนนักศึกษา ภายใต้ชื่องาน ” SARASAS YOUTH LEADERSHIP AWARD 2023″ โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อส่งเสริมให้เด็กนักเรียนในเครือสารสาสน์ มีความเป็นผู้นำ และนำผลงานที่ได้รับรางวัลต่างๆ มาเผยแพร่ให้แก่สังคมเพื่อเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับสังคม และประเทศชาติต่อไป

ดร.วริศนันท์ เดชปานประสงค์ คณบดีคณะศึกษาศาสตร์และศิลปศาสตร์ ในฐานะประธานจัดงาน กล่าวถึงงานในครั้งนี้ว่า กระแสโลกในปัจจุบันกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรง รวดเร็ว ตลอดเวลา ทั้งในด้านสังคม เศรษฐกิจและวัฒนธรรม เนื่องมาจากความเจริญก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี เข้าสู่โลกยุคศตวรรษที่ 21 ซึ่งส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิตของมนุษย์อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ สถาบันในเครือสารสาสน์จำนวน 46 โรงเรียน 4 อาชีวศึกษา และ 1 สถาบันอุดมศึกษา จึงมุ่งเน้นในการพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณลักษณะของเยาวชนในศตวรรษที่ 21 ผสมผสานกับนโยบายของ ดร.สุทธิพงศ์ ยงค์กมล นายกสภาสถาบันเทคโนโลยีแห่งสุวรรณภูมิ และประธานคณะกรรมการบริหารวิชาการโรงเรียนในเครือสารสาสน์ ที่มุ่งส่งเสริมให้มี 7 อุปนิสัยของผู้มีประสิทธิผลสูง (The 7 Habits of Highly Effective People) ของ ดร.สตีเฟน อาร์. โควีย์ โดยกระบวนการนี้จะช่วยพัฒนาเยาวชนของเรา ให้เกิดทักษะชีวิต และภาวะผู้นำ ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น ทั้งด้านวัฒนธรรมโรงเรียน และวิชาการ เป็นการร่วมกันสร้างเยาวชนคนรุ่นใหม่ ที่จะอยู่บนโลกใบนี้ เป็นผู้นำที่เป็นทั้งคนดีและคนเก่งให้กับสังคมไทย และสังคมโลกได้อย่างสง่างาม

นายมณฑล ภาคสุวรรณ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน ในฐานะประธานในพิธี กล่าวว่า“เยาวชนเป็นพลังที่สำคัญในการพัฒนาสังคม  การพัฒนาเพิ่มทักษะให้เยาวชนเหล่านี้ได้ให้เป็นผู้กล้าที่จะสร้างสรรค์แสดงออกถึงความสามารถ โดยยึดหลักคุณธรรม จริยธรรมในการดำเนินชีวิตคิดดี ทำดีเอาความรู้มาประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดเพื่อตนเองและเพื่อส่วนรวม ปฏิบัติตนตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายจะทำให้มีสุขภาพกาย สุขภาพจิตที่ดี สร้างสัมพันธ์ที่ดีระหว่างตัวเราและผู้อื่น นอกจากการเรียนแล้วก็ช่วยกันสร้างสรรค์สังคมให้น่าอยู่โดยใช้ความรู้ที่ได้มาให้เป็นประโยชน์แก่ชุมชนและสังคม ซึ่งสร้างภาวะผู้นำให้กับนักเรียน นักศึกษา เยาวชนของชาติ ให้มีความเป็นผู้นำ เรียนรู้การทำงานเป็นทีม เพื่อให้นักเรียนนั้นเป็นผู้นำที่ดีในอนาคตและสามารถทำงาน มีความรับผิดชอบต่อตนเองและสังคม และเรียนรู้ที่จะใช้ชีวิตร่วมกับผู้อื่นได้ ในโลกที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วในศตวรรษที่ 21ดังนั้น ต้องขอกล่าวชื่นชมสถาบันในเครือสารสาสน์ที่เล็งเห็นและให้ความสำคัญกับการสร้างและส่งเสริมภาวะผู้นำด้านต่างๆ ผ่านกิจกรรมและการเรียนการสอนของสถาบันในเครือสารสาสน์  ซึ่งเป็นทักษะที่สำคัญเป็นอย่างยิ่งที่จะทำให้นักเรียน นักศึกษา เยาวชนรุ่นใหม่สามารถเติบโตเป็นพลเมืองโลกที่สมบูรณ์ของโลก เป็นกำลังที่สำคัญของประเทศชาติต่อไป”

สำหรับงาน “Sarasas Youth Leadership Award 2023”ในครั้งนี้มีนักเรียน และนักศึกษา ของสถาบันในเครือสารสาสน์ เข้าร่วมรับโล่เกียรติคุณ ประเภทเดี่ยว จำนวน 33 รางวัล และประเภททีมจำนวน 34 รางวัล ประกอบด้วย ภาวะผู้นำด้านจิตอาสาพัฒนาโรงเรียนและชุมชน ภาวะผู้นำด้านอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ภาวะผู้นำทางวิชาการ และภาวะผู้นำอื่นๆ อีกมากมาย โดยมีวัตถุประสงค์ในการจัดงาน ดังนี้ 1. เพื่อเป็นการส่งเสริมและพัฒนาภาวะผู้นำ ของเยาวชนสถาบันในเครือสารสาสน์ 2. เพื่อเป็นการแสดงศักยภาพผลงานของผู้นำเยาวชน ของสถาบันในเครือสารสาสน์สู่สังคมภายนอก 3. เพื่อเป็นแบบอย่างผู้นำเยาวชนให้กับรุ่นน้อง สังคมไทย และประชาคมโลกต่อไป นอกจากนี้ในวันงานยังมีการมอบรางวัลให้กับเยาวชนคนเก่งที่ทำชื่อเสียงให้กับสถาบันในเครือสารสาสน์ ได้แก่ นักเรียนที่เข้าร่วมการแข่งขันหุ่นยนต์ยุวชนนานาชาติ International Youth Robot Competition KOREA 2023 ณ ประเทศเกาหลีใต้ ระหว่างวันที่ 3 – 6 สิงหาคมที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการแข่งขันระดับนานาชาติ มีผู้เข้าร่วมมากกว่า 30 ประเทศ โดยได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับที่ 1 ประเภท Volley Ball Junior และรางวัลต่างๆอีกมากมาย  

สอบถามข้อมูลข่าวประชาสัมพันธ์ ติดต่อ คุณสิเรียม ท้าววัฒนากุล โทรศัพท์ 091 481 5655 

ADVERTISEMENT

กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือดีพร้อม เดินหน้ายกระดับสินค้าเกษตร

กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือดีพร้อม เดินหน้ายกระดับสินค้าเกษตร

สู่เกษตรอุตสาหกรรม พร้อมมุ่งเน้นผลักดันการใช้เทคโนโลยี นวัตกรรม ภูมิปัญญา กระบวนการผลิตเกษตรอุตสาหกรรมอัจฉริยะให้แก่ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีและวิสาหกิจชุมชนให้สามารถแข่งขันในตลาดโลกได้พร้อมผลักดันการใช้เทคโนโลยีเกษตรอุตสาหกรรมอัจฉริยะผ่านการประกวด DIPROM Agro-Machinery Award 2023 สร้างต้นแบบผู้ประกอบการการใช้เทคโนโลยีอัจฉริยะ คาดสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจกว่า 130 ล้านบาท

นายใบน้อย สุวรรณชาตรี อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กล่าวว่า เกษตรอุตสาหกรรมถือเป็นกลไกสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ โดยรัฐบาลได้ให้ความสำคัญมาอย่างต่อเนื่องในการส่งเสริมการวิจัย พัฒนาเครื่องจักรกลและอุปกรณ์ทางการเกษตร รวมถึงเทคโนโลยีและนวัตกรรมเกษตรแห่งอนาคต เพื่อนำมาใช้ในกระบวนการผลิตและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตการเกษตรทั้งเชิงปริมาณและคุณภาพ และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ตลอดจนพัฒนาศักยภาพเกษตรกรให้เข้าถึงและใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีและนวัตกรรมทางการเกษตร เพื่อวางแผนการเกษตรและพัฒนาเกษตรกรให้เป็นเกษตรกรอัจฉริยะที่มีขีดความสามารถในการแข่งขันสู่ระดับสากลอย่างยั่งยืน

ซึ่งกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือดีพร้อม เล็งเห็นถึงความสำคัญในการยกระดับผู้ประกอบการเกษตรอุตสาหกรรม
ให้เติบโตอย่างแข็งแกร่งพร้อมแข่งขันในตลาดได้ ภายใต้นโยบาย ดีพร้อมโต “โตได้ โตไว โตไกล โตให้ยั่งยืน” ที่มุ่งเน้น
ให้ผู้ประกอบการมีขีดความสามารถในการแข่งขันและยกระดับธุรกิจอุตสาหกรรมให้เติบโตด้วยกระบวนการทางธุรกิจ
ที่เข้มข้น โดยเฉพาะการพัฒนาการใช้เทคโนโลยีเกษตรอุตสาหกรรมอัจฉริยะ ซึ่งเป็นการกระตุ้นให้เกิดการยกระดับ
การพัฒนาเทคโนโลยี เพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ และสร้างรายได้กลับคืนสู่ท้องถิ่นชุมชน ผ่านการดำเนินงานการยกระดับสินค้าเกษตรสู่เกษตรอุตสาหกรรมด้วยการใช้เทคโนโลยีเกษตรอุตสาหกรรมอัจฉริยะ เพื่อยกระดับและพัฒนาแบบอย่าง
การใช้เทคโนโลยีเกษตรอุตสาหกรรมอัจฉริยะสู่การเป็นธุรกิจเกษตรอุตสาหกรรมอัจฉริยะอย่างมืออาชีพ รวมทั้งต่อยอดและขยายผลการพัฒนาเกษตรอุตสาหกรรมของประเทศอย่างเป็นรูปธรรม พร้อมสนับสนุนให้เกิดการถ่ายทอด
องค์ความรู้เทคโนโลยีเกษตรอุตสาหกรรมอัจฉริยะสู่ผู้ประกอบการรายอื่น ๆ ได้อย่างดี

นายใบน้อย กล่าวต่อว่า ดีพร้อม ได้ดำเนินการพัฒนาเทคโนโลยีเกษตรอุตสาหกรรมอัจฉริยะให้กับผู้ประกอบการเอสเอ็มอีและวิสาหกิจชุมชนในพื้นที่ต่าง ๆ ผ่านการดำเนินงานของศูนย์ดีพร้อมเซ็นเตอร์ทั้ง 11 แห่ง
ทั่วประเทศ โดยการพัฒนาด้านเครื่องจักรและเทคโนโลยีการผลิตและการแปรรูปผลิตผลทางการเกษตรให้แก่ผู้ประกอบการหลากหลายธุรกิจ จำนวน 180 ราย  อาทิ ผลผลิตทางการเกษตรอบแห้ง ปลาร้า น้ำพริก ไซรัปจากกล้วย ปลาตากแห้ง น้ำเห็ด แยมผลไม้ เป็นต้น และธุรกิจประเภทแปรรูปที่ไม่ใช่อาหาร เช่น โลชั่น แป้งร่ำ สเปรย์สมุนไพร รองเท้ากะลา น้ำหมักชีวภัณฑ์ ยาสีฟันสมุนไพร นอกจากนี้ ยังให้คำปรึกษาและแนะนำเพื่อให้การพัฒนา
ปรับปรุงผลิตภัณฑ์ตรงตามความต้องการของผู้ใช้งาน การฝึกอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับเครื่องจักรและการใช้งานให้มีประสิทธิภาพ ตลอดจนการเผยแพร่การใช้เทคโนโลยีเกษตรอุตสาหกรรมอัจฉริยะ ช่วยให้มีแบบอย่างในการพัฒนาเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับเกษตรอุตสาหกรรมที่ประสบความสำเร็จให้กับผู้ประกอบการเอสเอ็มอีและวิสาหกิจชุมชน
รายอื่น ๆ สามารถนำไปประยุกต์ใช้งานได้ในเชิงอุตสาหกรรมตามความเหมาะสมในด้านต่าง ๆ อาทิ ความต้องการผลิต ความคุ้มค่ากับระดับการผลิตของวิสาหกิจ ใช้งานง่าย ดูแลและบำรุงรักษาง่าย ซึ่งส่งผลให้ธุรกิจมีของเสียลดลง
ต้นทุนลดลง และยอดขายเพิ่มขึ้น อีกทั้ง เป็นแบบอย่างที่ดีสำหรับธุรกิจเกษตรชุมชนในท้องถิ่นต่าง ๆ ที่คล้ายคลึงกัน
ให้สามารถเรียนรู้กระบวนการผลิตประยุกต์ใช้เทคโนโลยีต่าง ๆ กับธุรกิจของตนเองได้มีโอกาสในการพัฒนาต่อยอด
และขยายผลเพื่อพัฒนาสู่ธุรกิจที่เติบโตยิ่งขึ้น

ขณะเดียวกัน ดีพร้อม ยังได้มีการจัดงานมอบรางวัลประกวดการใช้เทคโนโลยีเกษตรอุตสาหกรรมอัจฉริยะ DIPROM Agro-Machinery Award 2023 อย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 โดยมีการคัดเลือกจากผู้ประกอบการที่เข้าร่วมกิจกรรมฯ เข้าร่วมประกวดทั้งสิ้น 180 ทีม โดยผลงานของทีมที่ได้คัดเลือกเป็นแบบอย่างการใช้เทคโนโลยีเกษตรอุตสาหกรรมอัจฉริยะ จำนวน 5 ผลงาน ได้แก่ 1. รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ เครื่องกะเทาะเปลือกกุ้งอัตโนมัติ รางวัลรองชนะเลิศรองอันดับ 1 ได้แก่ เครื่องบดข้าว รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ เครื่องปอกอ้อยระบบกึ่งอัตโนมัติ
รางวัล Knowledge Sharing ได้แก่ โรงเรือนตากปลาด้วยพลังงานแสงอาทิตย์กึ่งอัตโนมัติ และรางวัล Technical Challenge ได้แก่ เครื่องคัดแยกขนาดลำไยสีทอง นอกจากนี้ ยังมีการมอบเกียรติบัตรให้แก่ 20 ทีม อีกด้วย
ทั้งนี้ ดีพร้อมเชื่อมั่นว่า เทคโนโลยีการผลิตและแปรรูปจะช่วยยกระดับรายได้ของธุรกิจเกษตรชุมชนต่อยอดสู่การเป็น
เกษตรอุตสาหกรรมอันเป็นกลไกสำคัญที่จะช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ โดยคาดว่าจะสามารถสร้างมูลค่า
ทางเศรษฐกิจเพิ่มขึ้นกว่า 130 ล้านบาท นายใบน้อย กล่าวทิ้งท้าย

สามารถติดตามข้อมูลข่าวสารรายละเอียดกิจกรรม ได้ที่ Facebook : DIPROMAgro-MachineryContest2023 หรือ www.diprom.go.th หรือ www.facebook.com/dipromindustry หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
สำนักเลขานุการกรม กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม โทรศัพท์ 0 2430 6865 – 66

ADVERTISEMENT

นคร วีระประวัติ’นายก สนท.เปิดประชุมคณะกรรมการบริหารสมาคม ครั้งที่ 4/2566

นคร วีระประวัติ’นายก สนท.เปิดประชุมคณะกรรมการบริหารสมาคม ครั้งที่ 4/2566

วันพฤหัสบดีที่ 31 สิงหาคม 2566 เวลา 14.00 น.ห้องประชุม พิพิธภัณฑ์หนังสือพิมพ์ไทย ชั้น 2 อาคารชาตรีโสภณพนิช เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร
นายนคร วีระประวัติ นายกสมาคมหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เชิญคณะกรรมการบริหารสมาคมร่วมประชุมครั้งที่ 4/2566 โดยมีคณะกรรมการบริหารสมาคมฯ นายดำฤทธิ์ วิริยะกุล อุปนายกบริหาร และเลขาธิการ, นายพลาดิศัย สิทธิธัญกิจ อุปนายกและประธานฝ่ายวิชาการ-สารสนเทศ, นายสันติ ชูขวัญทองอุปนายกฝ่ายหารายได้, นายสมบัติ สวางควัฒน์ บรรณารักษ์, นายนำชัยชนะ ดีวิ ปฏิคมและสมาชิกสัมพันธ์, รองประธานวิเทศสัมพันธ์, น.ส.ปิยสุดา จันทรสุข ประธานฝ่ายประชาสัมพันธ์, นายภักดี วีระรัตน์ รองประธานฝ่ายประชาสัมพันธ์, นายประภาส เฉลยมรรค ประธานฝ่ายกฎหมาย, นายนพดล ทองลิ่ม เหรัญญิก และนายสุวัฒน์ ทองธนากุล ที่ปรึกษาสมาคมฯ เข้าร่วมการประชุมวันนี้
โดยมีวาระการประชุมดังนี้ วาระที่ 1 ประธานแจ้งให้ที่ประชุมทราบ,วาระที่ 2 เรื่องรับรองรายงานการประชุม ครั้งที่ 3/2566, วาระที่ 3 เรื่องสืบเนื่อง, วาระที่ 4 เรื่องเพื่อพิจารณา และวาระที่ 5 เรื่องอื่นๆ

ADVERTISEMENT

ภาวะโลกเดือดกับผลกระทบด้านการท่องเที่ยว

ภาวะโลกเดือดกับผลกระทบด้านการท่องเที่ยว

ภาวะโลกเดือดกับผลกระทบด้านการท่องเที่ยว (ATTA)
วราวุธ ศิลป​อาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวง

ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้เกียรติมาบรรยายพิเศษหัวข้อ “ภาวะโลกเดือดกับผลกระทบด้านการท่องเที่ยว” ในงาน “การประชุมสมาชิกสมาคมไทยธุรกิจท่องเที่ยว (ATTA) สมัยที่ 40 ครั้งที่ 5” โดยมี ศิษฎิวัชร ชีวรัตนพร นายกสมาคมฯ เอนก ศรีชีวะชาติ ไพรัตน์ ห่านศรีสุข ทองอยู่ สุภวิทยากรณ์ และ ขวัญเรือน เหลียวตระกูล ร่วมให้การต้อนรับ โดยมีสมาชิกเข้าร่วมประชุมโดยพร้อมเพรียง ที่ห้องบอลรูม 1 โรงแรม ดิ เอมเมอรัลด์ เมื่อวันก่อน

ADVERTISEMENT

เปิดประวัติ Dai Nippon Tours ของนายอนุชา ตั้งนิรันดร์กุล ประธานชมรมท่องเที่ยวเสริมรายได้ (ชทสด.)

เปิดประวัติ Dai Nippon Tours ของนายอนุชา ตั้งนิรันดร์กุล ประธานชมรมท่องเที่ยวเสริมรายได้ (ชทสด.)

ชมรมท่องเที่ยวเสริมรายได้ (ชทสด.) ภายใต้การสนับสนุนของ นายอนุชา ตั้งนิรันดร์กุล เจ้าของ Dai Nippon Tours ประธานชมรมฯ ได้แนะนำธุรกิจ Dai Nippon Tours เป็น สาขา 1 ภายในบริษัท 369 จำกัด ทำทัวร์ inbound มานานกว่า 40 ปี ดูจากชื่อบริษัท ก็คงทราบ ทำตลาดญี่ปุ่นเป็นหลัก ก่อนโควิค19 ทำสถิติสูงสุดได้เดือนละ 4,500 คน

ส่วนอีกตลาดหนึ่ง Malaysia เนื่องจากมีช่วงหนึ่ง ตลาด inbound ประเทศไทย บูมมาก ห้องพักโรงแรมไม่เพียงพอ group tour ที่เข้ามาเกิดปัญหาเดือดร้อนเรื่องห้องพักมากมาย มี Agent Malaysia แห่งหนึ่ง มาร้องขอให้ช่วยรับทำ group tour เขา ต่อมาก็มีทะยอยเข้ามาเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ จนบริษัทกลายเป็น Top inbound ตลาดมาเลเซีย เคยทำสถิติสูงสุดได้ เดือนละ 1,600 คน

ส่งผลให้ บริษัท เรือสำราญ Star Cruise ธุรกิจในเครือ Genting Casino ที่ขึ้นชื่อใน Mala ysia บินเข้ามาจะแต่งตั้งให้บริษัทเป็น GSA เรือสำราญ Star Cruise ประจำประเทศไทย ทางบริษัทได้ปฏิเสธไป ขอรับเพียงแค่เป็นตัวแทนการขาย แนะนำให้เขาไปหาที่อื่นเพิ่ม เป็นสาเหตุที่ Star Cruise ไม่มีการแต่งตั้ง GSA ในประเทศไทยในสมัยนั้น ต่อมา ตัวแทนที่เขาหามานั้น มีการทยอยเปลี่ยนหน้ากันหลายระลอก บริษัทจึงได้ยืนเป็น Top sales Star Cruise ในประเทศไทยติดต่อกันมากกว่า 10 ปี

พูดกันตรง ๆ ในเมืองไทย ไม่ค่อยมีใครรู้จัก Dai Nippon Tours มากนัก กลับกลายเป็นในวงการท่องเที่ยวต่างประเทศ นิยมเรียกใช้บริการกันมาก เพราะ Dai Nippon Tours ให้การบริการที่ได้ระดับมาตราฐานญี่ปุ่นที่เขาต้องการ

ADVERTISEMENT

ปันโปรนำร่องจัด Workshop สร้างสรรค์การตลาดออนไลน์ด้วย Content Creator

ปันโปรนำร่องจัด Workshop สร้างสรรค์การตลาดออนไลน์ด้วย Content Creator

ปันโปรนำร่องจัด Workshop สร้างสรรค์การตลาดออนไลน์ด้วย Content Creator ต่อยอดอาชีพให้กับชุมชนในงาน Air Asia Journey D Bootcamp 2023

กรุงเทพฯ วันที่ 18 สิงหาคม 2566 บริษัท ปันโปรโมชั่น จำกัด หรือ ปันโปร ได้เข้าร่วมกับ สายการบินไทยแอร์เอเชียในกิจกรรม Journey D Bootcamp 2023 โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อส่งเสริมความรู้และพัฒนาทักษะต่อยอดอาชีพให้กับชุมชน ซึ่งในครั้งนี้ปันโปรได้ขนทัพ ครีเอเตอร์ผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของปันโปรมาส่งต่อความรู้และประสบการณ์จริงในการสร้างสรรค์ การตลาดออนไลน์ด้วย “Content Creator” เพื่อให้ชุมชนสามารถนำไปปรับใช้ต่อได้ในอนาคต

อรวรรณ กิตติธนนิรันดร์ ผู้บริหารฝ่ายการตลาด บริษัท ปันโปรโมชั่น จำกัด กล่าวว่า “จากความตั้งใจของปันโปรที่ต้องการส่งมอบคุณค่าที่ตอบโจทย์ในทุกช่วงเวลาของชีวิตให้กับผู้คนมาโดยตลอดและได้ เล็งเห็นว่าปันโปรสามารถส่งเสริมทักษะต่อยอดสร้างอาชีพให้กับชุมชน Journey D ชุมชนตัวอย่าง ด้านการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนได้ซึ่งแต่ละชุมชนได้เรียนรู้การสร้างเนื้อหาเชิงสร้างสรรค์และการใช้ อุปกรณ์ในการสื่อสารเนื้อหาบนแพลต์ฟอร์มออนไลน์นอกจากนั้นเรายังช่วยเสริมทักษะในแง่มุมของการตลาดและ การสร้างแบรนด์ พร้อมทำความรู้จักกับคอนเทนต์ครีเอเตอร์ในแต่ละแพลตฟอร์ม”

ซึ่งในครั้งนี้มีชุมชน Journey D ชุมชนตัวอย่างด้านการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนมาร่วมงานถึง 12 ชุมชน ดังนี้

  1. ผาหมี จ.เชียงราย
  2. บ้านปง จ.เชียงใหม่
  3. บ้านมุงเหนือ จ.พิษณุโลก
  4. โคกเมือง จ.บุรีรัมย์
  5. เขมราฐ จ.อุบลราชธานี
  6. พรหมโลก จ.นครศรีธรรมราช
  7. เกาะกลาง จ.กระบี่
  8. บางเทา จ.ภูเก็ต
  9. บ้านบางโรง จ.ภูเก็ต
  10. บ้านแขนน จ.ภูเก็ต
  11. เมืองเก่าภูเก็ต จ.ภูเก็ต
  12. บ้านกมลา จ.ภูเก็ต

นอกจากการร่วมเป็นหนึ่งพลังสำคัญในการส่งต่อความรู้แล้ว ปันโปรยังมีแผนผนึกกำลังกับสายการบินไทยแอร์ เอเชียเพื่อพัฒนาชุมชน Journey D ชุมชนตัวอย่างด้านการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนต่อไป “เพื่อทุกคนคือจุดหมายที่ดีที่สุด”

#

เผยแพร่ข่าวประชาสัมพันธ์โดย บริษัท ปันโปรโมชั่น จำกัด

ADVERTISEMENT

“กรมกิจการพลเรือนทหารเรือ จัดกิจกรรมจิตอาสา “เราทำความ ดี ด้วยหัวใจ” เก็บขยะในแม่น้ำเจ้าพระยา”

“กรมกิจการพลเรือนทหารเรือ จัดกิจกรรมจิตอาสา “เราทำความ ดี ด้วยหัวใจ” เก็บขยะในแม่น้ำเจ้าพระยา”

“กรมกิจการพลเรือนทหารเรือ จัดกิจกรรมจิตอาสา “เราทำความ ดี ด้วยหัวใจ” เก็บขยะในแม่น้ำเจ้าพระยา”

เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2566 เวลา 09.00 น. พลเรือโท กำจร เจริญเกียรติ เจ้ากรมกิจการพลเรือนทหารเรือ เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรมจิตอาสา “เราทำความ ดี ด้วยหัวใจ” ณ หน้าราชนาวีสโมสร กรุงเทพมหานคร โดยมีข้าราชการกรมกิจการพลเรือนทหารเรือ กำลังพลจิตอาสากองทัพเรือ กรมเจ้าท่า สำนักสิ่งแวดล้อม กรุงเทพมหานคร วิทยาลัยเทคโนโลยีตั้งตรงจิตรพณิชยการ และประชาชนจิตอาสาชุมชนท่าเตียน เข้าร่วม

โดยกิจกรรมประกอบด้วย เก็บขยะในแม่น้ำเจ้าพระยาทั้งสองฝั่ง ตั้งแต่ท่านิเวศน์วรดิษฐ์ – ท่าวัดโพธิ์ และฝั่งท่าราชนาวิกสภา – ท่าวัดกัลยาณมิตร และพัฒนาพื้นที่ทำความสะอาดแนวฟุตบาท เก็บขยะ ทางบกตั้งแต่หน้าท่านิเวศน์วรดิษฐ – ด้านหน้าวิทยาลัยเทคโนโลยีตั้งตรงจิตรทณิชยการ และพัฒนา บริเวณถนนมหาราช พื้นที่ท่านิเวศน์วรดิษฐ์ กรุงเทพมหานคร และการแจกเจลแอลกอฮอล์ล้างมือให้กับประชาชน และนักท่องเที่ยว

ADVERTISEMENT

พช. เดินหน้าส่งเสริมความรู้ทางการเงิน กบข. อย่างต่อเนื่อง !

พช. เดินหน้าส่งเสริมความรู้ทางการเงิน กบข. อย่างต่อเนื่อง !

เน้นเตรียมพร้อมรับเงินเกษียณ ถูกต้อง ครบถ้วนอย่างมีคุณภาพ

วันที่ 29 สิงหาคม 2566 เวลา 13.00 น.

นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย มอบหมายให้ นายเกียรติปราโมทย์ ฉายศรี ผู้อำนวยการกองการเจ้าหน้าที่ ขับเคลื่อนโครงการส่งเสริมความรู้ทางการเงินแก่สมาชิก กบข. สังกัดกรมการพัฒนาชุมชน

โดยอบรมออนไลน์ผ่านระบบ Cisco WebEx Meetings โดยมี นางวิภาวี นิยมสมิต ผู้อำนวยการกลุ่มงานทะเบียนประวัติและสารสนเทศ นายไชยา พิมสิงห์ ผู้อำนวยการกลุ่มงานบรรจุแต่งตั้ง นายกิตติศักดิ์ พูลนุช นักทรัพยากรบุคคลชำนาญการ พร้อมด้วย นางสาวพรรณสุดา สุขวิสิฏฐ์ ผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายสื่อสารและบริการสมาชิก กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) และกลุ่มเป้าหมาย ได้แก่เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบงาน กบข. ทั้ง 76 จังหวัด จำนวน 76 ราย และ สมาชิก กบข. สังกัดกรมการพัฒนาชุมชน ผู้ที่สนใจทั่วประเทศ เข้าร่วม ฯ ณ ห้อง War room ชั้น 5 กรมการพัฒนาชุมชน

นายเกียรติปราโมทย์ ฉายศรี ผู้อำนวยการกองการเจ้าหน้าที่ เปิดเผยว่า ตามที่กองการเจ้าหน้าที่ในฐานะหน่วยงานในสังกัดกรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย ซึ่งมีภารกิจและบทบาทในการบริหารและพัฒนาระบบการบริหารทรัพยากรบุคคล โดยรับผิดชอบงานด้าน การเกษียณอายุ บำเหน็จบำนาญ สิทธิทดแทน ได้เล็งเห็นความสำคัญดังกล่าว กองการเจ้าหน้าที่ จึงได้จัดทำโครงการ “โครงการส่งเสริมความรู้ทางการเงินแก่สมาชิก กบข. สังกัดกรมการพัฒนาชุมชน” เพื่อเป็นเวทีสำหรับการให้ความรู้พื้นฐานทางการเงินและการวางแผนการลงทุน และให้ความรู้ในเรื่องของเทคนิคการตั้งเป้าหมายทางการเงิน วินัยด้านการออม การจัดสรรเงินออมตามเป้าหมายที่ต่างกัน และเลือกสินทรัพย์ลงทุนให้เหมาะกับเป้าหมาย เพื่อนำไปสู่เป้าหมายทางการเงินในวัยเกษียณอายุของข้าราชการในสังกัดกรมการพัฒนาชุมชนอย่างมีคุณภาพ และขอขอบคุณท่านวิทยากรและคณะเจ้าหน้าที่ของกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) ที่ได้มาเข้ามาส่งเสริม สนับสนุน ในการให้ความรู้ ทั้งคำแนะนำต่างๆ ให้กับสมาชิก กบข. สังกัดกรมการพัฒนาชุมชน

ทั้งนี้ กองการเจ้าหน้าที่ กรมการพัฒนาชุมชน ได้จัดอบรมออนไลน์ผ่านระบบ Cisco WebEx Meetings ในหัวข้อ ” รู้! ก่อนเกษียณ เตรียมพร้อมรับเงิน กบข. ” โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อส่งเสริมความรู้และทักษะทางการเงินให้กับสมาชิก กบข. วางแผนการเงินและขั้นตอนการดำเนินการเพื่อเตรียมเกษียณอายุราชการ อย่างมีคุณภาพ และเพื่อเปิดโอกาสให้สมาชิก กบข. เลือกเป้าหมายทางการเงินที่หลากหลายสู่วัยเกษียณอายุราชการอย่างมีคุณภาพ ในการนี้ได้รับเกียรติจากวิทยากรผู้เชี่ยวชาญ ได้แก่ คุณพรรณสุดา สุขวิสิฏฐ์ ผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายสื่อสารและบริการสมาชิก กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) ที่กรุณามาบรรยายสร้างความรู้ ความเข้าใจ เกี่ยวกับงานกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ และ นอกจากนี้ ในช่วงท้ายยังมีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับสมาชิก กบข. สังกัดกรมการพัฒนาชุมชน อีกด้วย

ภาพ/ข่าว : ทีมประชาสัมพันธ์กองการเจ้าหน้าที่

ADVERTISEMENT

อุทยานใต้ทะเลเกาะขาม ทัพเรือภาคที่ 1 สัตหีบ

อุทยานใต้ทะเลเกาะขาม ทัพเรือภาคที่ 1 สัตหีบ

อุทยานใต้ทะเลเกาะขาม ทัพเรือภาคที่ 1 สัตหีบ

เกาะขามเป็นเกาะเล็ก ๆ ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของเกาะแสมสาร ซึ่งอยู่ทางทิศใต้ห่างจากอำเภอสัตหีบ ประมาณ 9 กิโลเมตร เกาะขามมีรูปร่างคล้ายกับตัว H มีพื้นที่ประมาณ 61 ไร่ ชายหาดของเกาะขามมี 2 บริเวณใหญ่ๆ คือ ทางด้านทิศเหนือและทางด้านทิศใต้ ชายหาดด้านทิศเหนือเป็นหาดทรายค่อนข้างละเอียด เหมาะสำหรับการว่ายน้ำและการสันทนาการทางน้ำ ส่วนทางด้านทิศใต้ เป็นหาดทรายหยาบ มีหินกรวดลักษณะรูปร่างต่างๆ กระจายอยู่เต็มทั่วชายฝั่งลึกลงไปในน้ำทะเล

บริเวณพื้นที่ของเกาะขามจะพบกับแนวปะการังอันอุดมสมบูรณ์กระจายตัวอยู่รอบ ๆ เกาะ บริเวณที่สวยงามและอุดมสมบูรณ์ทางทิศใต้ มีแนวปะการังเขากวาง ปะการังโต๊ะ และปะการังสมอง ส่วนมากแนวปะการังอยู่ในเขตน้ำตื้น ในระดับ 3 – 6 เมตร จึงเหมาะสำหรับการดำน้ำท่องเที่ยว ทั้งแบบผิวน้ำ และแบบน้ำลึก นอกจากนี้ในแนวปะการังแห่งนี้ยังพบปลาทะเลที่สวยงาม ได้แก่ ปลาผีเสื้อ ปลาสลิดหิน ปลาอมไข่ ปลาปะการัง และปลารวมฝูง เช่น ปลาหางเหลืองนอกจากนี้ยังพบสัตว์ทะเลอื่นๆ ได้แก่ หอยมือเสือ หอยมือแมว ดอกไม้ทะเล ปลาอินเดียแดง กุ้ง และปู ชนิดต่างๆ ดาวขนนก เม่นทะเล และปลิงทะเล ที่มีความสวยงามโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของเกาะขาม

จุดเด่นของอุทยานใต้ทะเลเกาะขาม นอกจากจะอุดมสมบูรณ์ไปด้วยแนวปะการังน้ำตื้นแล้ว ยังเป็นสถานที่แห่งแรกของประเทศไทย ที่ได้มีการเคลื่อนย้ายปะการังที่กำลังจะเสื่อมโทรมจากมลภาวะ บริเวณเกาะเตาหม้อมาลงไว้ที่เกาะขาม เพื่อพัฒนาและเสริมสร้างแนวปะการังในบริเวณที่เสื่อมโทรมและตายไปให้ดียิ่งขึ้น ซึ่งการเคลื่อนย้ายปะการังนี้ ได้ดำเนินการโดยกำลังพลกองทัพเรือ และนักดำน้ำอาสาสมัคร ทั้งนี้โดยได้รับความร่วมมือจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และมหาวิทยาลัยบูรพา ซึ่งได้เริ่มดำเนินการตั้งแต่ปี 2538 เป็นต้นมา

จากการติดตามประเมินผลปรากฏว่า ปะการังส่วนใหญ่ยังคงดำรงชีวิตอยู่ได้และเจริญเติบโต เพื่อสร้างแนวปะการังเสื่อมโทรมให้ฟื้นคืนสู่สภาพ ที่สมบูรณ์เหมือนเดิม โดยตลอดเวลาที่ผ่านมามี นักเรียน นิสิต นักศึกษา ประชาชนทั่วไป สนใจขอเข้าเยี่ยมชม อุทยานใต้ทะเลเกาะขามอย่างต่อเนื่อง ซึ่งทัพเรือภาคที่ 1 ได้จัดวิทยากรบรรยายให้แก่คณะผู้เยี่ยมชม เพื่อเป็นการส่งเสริมความรู้ความเข้าใจ ถึงความจำเป็นในการอนุรักษ์และพัฒนาสภาพแวดล้อมทางทะเล

และนอกเหนือจากความสวยงามของธรรมชาติใต้ท้องทะเลแล้ว เกาะขามยังมีพื้นที่ป่าชายหาดที่อุดมสมบูรณ์ ประกอบไปด้วยพันธุ์ไม้หลากหลายชนิด อาทิ จันผาที่มีอายุกว่า 100 ปี พรมตีนสูง ที่เกิดขึ้นอยู่ทั่วไปตามเส้นทางรอบ ๆ เกาะ ซึ่งเหมาะแก่การเดินศึกษาธรรมชาติของเยาวชน และประชาชนทั่วไป ที่สนใจในความหลากหลายทาง ชีววิทยาของป่าชายหาดเป็นอย่างยิ่ง

กิจกรรมบนเกาะขาม

ดำน้ำ SNORKLE
นักท่องเที่ยวสามารถชมปะการัง หลายชนิด หลากสีสัน และฝูงปลาแบบใกล้ชิด ด้วยการดำน้ำแบบผิวน้ำ (snorkel diving) เพลิดเพลินไปกับระบบนิเวศน์ใต้ทะเลอันสวยงาม

ชมพันธุ์พืชเชิงอนุรักษ์

เดินชมพรรณไม้และทัศนียภาพบนเกาะขามรวมถึงจุดชมวิวบนเนินเขา ตามเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติ เหมาะสำหรับผู้ที่สนใจระบบนิเวศน์บนเกาะ และน้อง ๆ ได้เรียนรู้นอกห้องเรียน

ปลูกปะการัง
โครงการการอนุรักษ์และฟื้นฟูปะการังเพื่อทดแทนของเดิมที่ถูกทำลาย ซึ่งเคยเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์น้ำ ให้สามารถดำรงสภาพความสมบูรณ์ใกล้เคียงกับระบบนิเวศน์ของเดิม

ติดต่อสอบถามฝ่ายประชาสัมพันธุ์

สำนักงานกิจการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์อุทยานใต้ทะเลเกาะขาม ทัพเรือภาคที่ 1 ต.สัตหีบ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี 20180
โทรศัพท์ : 03-312-4848 (เฉพาะวันจันทร์ – ศุกร์ เวลา 08.30 น. – 11.30 น. และ 13.00 น. – 16.30 น.)

ADVERTISEMENT

เกาะแสมสาร โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืช อันเนื่องมาจากพระราชดําริ

เกาะแสมสาร โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืช อันเนื่องมาจากพระราชดําริ

เกาะแสมสาร โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืช อันเนื่องมาจากพระราชดําริ

เกาะแสมสารเป็นเกาะเล็ก ๆ ที่ตั้งอยู่ในตำบลแสมสาร อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี เป็นเกาะในโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี โดยเปิดให้เกาะแสมสารเป็นแหล่งเรียนรู้และท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ บนเกาะแห่งนี้ไม่อนุญาตให้นักท่องเที่ยวค้างคืน สามารถไปได้แค่ เช้า – เย็นเท่านั้น ต้องซื้อตั๋วเรือเพื่อข้ามไปยังเกาะแสมสารซึ่งราคาตั๋วข้ามไปยังเกาะแสมสารมีดังนี้

ผู้ใหญ่ราคา 300 บาท, เด็ก 220 บาท, นักท่องเที่ยวต่างชาติ 600 บาท(ต้องมีคนไทยไปด้วย) สามารถซื้อบัตรข้ามเกาะได้ 1 ใบสำหรับ 1 คน เริ่มแจกบัตรคิวตั้งเเต่เวลา 06.00 น ที่พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาเกาะและทะเลไทย สามารถเดินชมพิพิธภัณฑ์ได้เนื่องจากราคาค่าเข้าชมรวมอยู่ในราคาตั๋วเรือแล้ว

ตารางเดินเรือข้ามเกาะแสมสาร

เที่ยวขาไป 09:00 , 10:00 , 11:00 , 12:00 , และ 13:00 น.

เที่ยวขากลับ 13:30 , 15:00 , 16:00 , และ 16:30 น.

เนื่องจากเป็นเกาะที่อยู่ในความดูแลของทหารเรือดังนั้นจึงต้องปฎิบัติตามกฎระเบียบของที่นี่นะทุกคน เกาะแสมสาร มีชายหาดอยู่ 2 หาด คือหาดเทียน และหาดลูกลมสามารถเล่นน้ำและดำน้ำได้ทั้ง 2 หาดเลย แต่ถ้าใครที่อยาก นั่งเรือท้องกระจก พายเรือคายัก ก็ต้องไปที่หาดลูกลมเนื่องจากตัวชายหาดจะมีพื้นที่กว้าง เล่นได้ทุกกิจกรรมจะมีรถคอยบริการ รับ-ส่ง ไปยังหาดลูกลม

กิจกรรมที่เกาะแสมสาร

ดำน้ำดูปะการัง
ค่าบริการจะอยู่ที่คนละ 50 บาท พร้อมอุปกรณ์ดำน้ำ สำหรับใครที่ดำน้ำไม่เป็นจะมีเจ้าหน้าที่ฝึกสอนให้เรา เจ้าหน้าที่จะพาเราไปยังจุดดำน้ำ จุดนี้ถือเป็นจุดไฮไลท์ สามารถเห็นความสมบูรณ์ของใต้ท้องทะเล ทั้งปลาและปะการังสวยๆ มากมาย

นั่งเรือท้องกระจก
อีกกิจกรรมที่น่าสนุกไม่แพ้กันนั่นคือการนั่งเรือท้องกระจก โดยมีค่าบริการ คนละ 20 บาท จะมีพี่ๆเจ้าหน้าที่พาเรานั่งเรือออกไปดูปะการังสวยๆ ใต้ท้องทะเล ซึ่งจะได้เห็นปะการังและความอุดมสมบูรณ์ของใต้ท้องทะเลเช่นกัน

พายเรือคายัก
ส่วนใครที่จะพายเรือคายัก จะมีค่าบริการชั่วโมงละ 100 บาท หรือจะพายแค่ครึ่งชั่วโมงก็คิดราคา 50 บาทเท่านั้น

บนเกาะแสมสาร โดยเฉพาะ หาดลูกลม จะมีร้านค้า ร้านอาหาร ให้บริการ เรียกได้ว่ามาที่นี่ไม่ต้องกลัวอด อาหารก็อร่อยไม่แพ้ที่อื่น นอกจากนี้ บนเกาะแสมสารยังมีจุดชมวิวจุดถ่ายรูปเก๋ๆ หลายมุมให้ได้บันทึกภาพไว้เป็นความทรงจำอีกด้วย

ADVERTISEMENT