บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด เผยแพร่ภาพยนต์โฆษณาเรื่องแรก นำแสดงโดย 13 คนขับรถไฟ ตัวจริงเสียงจริง ตัวแทนคนรุ่นใหม่

บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด เผยแพร่ภาพยนต์โฆษณาเรื่องแรกของรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง … นำแสดงโดย 13 คนขับรถไฟ ตัวจริงเสียงจริง ตัวแทนคนรุ่นใหม่ ที่ร่วมกันนำเสนอภาพของการวิ่งตามความฝัน … พร้อมเพลงประกอบโฆษณาแสนไพเราะที่ได้ บี พีระพัฒน์ ทั้งแต่งและร้อง ติดตามชมได้ทาง Social Media ทุกช่องทาง แค่พิมพ์ red_line_srtet

36ปี สนท. “เราจะกลับมาไปด้วยกัน”

วันศุกร์ที่ 29เมษายน 2565
เวลา 09.00 – 13.00 น. ณ ห้องบุหงา ชั้น 2
โรงแรม โกลเด้น ทิวลิป
ซอฟเฟอริน กรุงเทพ-พระราม 9

ประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2564 และเลือกตั้งคณะกรรม การบริหารสมาคมฯ วาระปี 2565-2567

36ปี สนท. “เราจะกลับมาไปด้วยกัน”
คุณ กรณรงค์ ทองหนู ได้รับฉันทามติเป็นเอกฉันท์ เป็น
นายกสมาคมนำเที่ยวไทย(สนท.)
อีกหนึ่งสมัย รวมทั้งทีมกรรมการ
ผู้ทรงเกียรติทุกท่าน
และ ทีมที่ปรึกษา ผู้ทรงคุณวุฒิทางด้านการท่องเที่ยวพร้อมจะให้การสนับสนุนในทุกภาคส่วน

พร้อมทั้งพันธมิตร จากหลากหลายสมาคม อาทิเช่น
สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวภายในประเทศ
สมาคมไทยบริการท่องเที่ยว
AGEN CLUB
สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย
สมาคมช่างภาพ สื่มวลชนดิจิทัล

และสมาชิกใหม่ เข้าสู่ครอบครัว สนท.อันอบอุ่น ดีวารี จอมเทียน
ทัชสตาร์ ฮันนีฮิลล์ วีโซทัวร์ บัตรกรุงไทย เคทีซี สมายด์ ริเวอร์ไซด์ และอีกหลากหลาย ธุรกิจท่องเที่ยว ร่วมแสดงความยินดีกันอย่าหนาแน่น

“เดินหน้าพัฒนาการท่องเที่ยว
ภายในประเทศให้ยั่งยืน
เปิดมุมมองรับการท่องเที่ยวใหม่ๆจากต่างประเทศ
จับมือร่วมกันระหว่างองค์กรและสมาคมต่างๆ เพื่อส่งเสริมความรู้ใหม่ๆให้กับสมาชิก
มอบสิทธิพิเศษต่างๆจากภาครัฐให้กับสมาชิกอย่างทั่วถึง

วิสัยทัศน์ และควาททุ่งมั่น ของ
ท่านนายก กรณ์ ทองหนู นายกสมาคมนำเที่ยวไทย(สนท.)และทีมกรรมการ ที่จะนำพา สนท
ก้าวผ่านวิกฤตไป อย่างแข็งแรงแข็งแกร่ง สู่ความสำเร็จอย่างยั่งยืน

“ชัยวุฒิ” ร่อน หนังสือ คกก.ควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบฯ ทบทวนมติห้ามนำเข้า/ขายบุหรี่ไฟฟ้า ชี้เปิดเสรีนำเข้าถูกกฏหมายเก็บภาษีเข้ารัฐ

รมว.ดีอีเอส ส่งหนังสือ ถึงคณะกรรมการควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบแห่งชาติ (คผยช.) เรียกร้อง ทบทวนมติแบนบุหรี่ไฟฟ้า เผยไม่สอดคล้องกับบริบทปัญหา เเนะเรียกร้องเปิดนำเข้าเสรี เก็บภาษีให้ถูกกฏหมาย สกัดเส้นทางการลักลอบขายออนไลน์

นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) กล่าวว่า จากที่คณะกรรมการควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบแห่งชาติในการประชุมเมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2565 ที่ผ่านมาได้มีมติห้ามนำเข้าและขายบุหรี่ไฟฟ้าทุกรูปแบบในประเทศไทย ซึ่งจริงๆก็มีกฎหมายห้ามอยู่แล้ว ขณะนี้คณะกรรมการก็มีมติแบนบุหรี่ไฟฟ้า ห้ามนำเข้าห้ามจำหน่ายในประเทศด้วยเหตุผลที่ป้องกันไม่ให้เยาวชนหรือพี่น้องประชาชนไม่ให้เข้าถึงบุหรี่ไฟฟ้า ซึ่งทางกระทรวงดิจิทัลเศรษฐกิจและสังคมได้ติดตามเรื่องนี้มาโดยตลอดเราก็มีหน้าที่ในการส่งเสริมให้ประชาชนได้ใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่และดิจิทัลในการใช้ชีวิตในการทำธุรกิจ
และเราก็พบว่าบุหรี่ไฟฟ้าเป็นหนึ่งในธุรกิจที่มีการขายออนไลน์จำนวนมาก

เราได้มีการตั้งคณะทำงานเพื่อแก้ปัญหาการจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้าออนไลน์ พบว่ามีการใช้อย่างแพร่หลายมากเพราะประชาชนที่เค้ามีความเชื่อว่าบุหรี่ไฟฟ้าเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยกว่าการสูบบุหรี่มวนหรือบุหรี่จริงและมีการผลการศึกษาจากต่างประเทศซึ่งก็มีสหรัฐอเมริกา หรือประเทศอังกฤษ ในยุโรปหลายประเทศเป็นประเทศที่เจริญแล้วกว่า 70 ประเทศ
ศึกษาและยอมรับให้มีการใช้บุหรี่ไฟฟ้าในประเทศนั้นได้ ซึ่งก็กลายเป็นสร้างปัญหา สร้างเงื่อนไขที่ทำให้การลักลอบการจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้า ผ่านระบบออนไลน์อย่างแพร่หลายซึ่งเราก็ไม่สามารถปิดกั้นได้
มีการลักลอบมีการเรียกร้องเงินใต้โต๊ะเป็นผลประโยชน์มหาศาลซึ่งผมคิดว่ามันเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง
เราทำให้ถูกกฎหมายและเก็บภาษีให้ถูกต้องนี่ก็เป็นประเด็นแรกที่ผมได้ทำหนังสือคัดค้านไป
อีกประเด็นผมคิดว่าคณะกรรมการยาสูบแบนบุหรี่ไฟฟ้าโดยอาจไม่ได้ฟังความเห็นของผู้ที่เกี่ยวข้องหรือข้อมูลทางวิชาการเป็นมติที่ไม่ชอบ ควรจะมีการศึกษาอย่างรอบด้านรับฟังความเห็นของผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสีย นำข้อมูลวิชาการของประเทศที่เปิดให้ใช้บุหรี่ไฟฟ้าได้เอามาร่วมพิจารณาด้วยในการศึกษา ไปห้าม 100 % มันไม่ใช่ทางออกของบริบทในสังคม
แล้วก็ทำให้ประชาชนที่เค้าอยากจะมีทางเลือกในการใช้บุหรี่ไฟฟ้า ที่มีอันตรายน้อยกว่าบุหรี่มวนก็ไปจำกัดสิทธิ์ของเค้าด้วย เพราะวันนี้หลายประเทศยอมรับแล้วว่าการสูบบุหรี่ไฟฟ้าปลอดภัยกว่าการสูบบุหรี่จริงมีสารพิษน้อยกว่า ซึ่งอันนี้ท่านก็ไปจำกัดสิทธิ์จำกัดทางเลือกของพี่น้องประชาชนที่ไม่สามารถหยุดสูบบุหรี่ได้ แล้วที่สำคัญจะไปอ้างว่าป้องกันเยาวชนและคนรุ่นใหม่เข้ามาสุบบุหรี่ ผมคิดว่าไม่ถูกต้อง เพราะปัจจุบันเยาวชนคนรุ่นใหม่ ถ้าเค้าอยากสูบบุหรี่เค้าก็ไปซื้อบุหรี่จริงอยู่แล้วซึ่งท่านก็ไม่ได้ห้ามอะไรอยู่ดี ผมคิดว่าจริงๆท่านควรจะทำให้บุหรี่ไฟฟ้าถูกต้องและก็เข้าอยู่ในระบบอยู่ในเกณฑ์เดียวกับบุหรี่จริง มีการควบคุมการโฆษณา ห้ามโฆษณา
ห้ามจำหน่ายออนไลน์ อาจจะดีกว่าการที่ผลักให้ไปอยู่ใต้ดินที่ผิดกฎหมายและก็ลักลอบขายกันออนไลน์กันทั่วไปในปัจจุบัน ซึ่งอันนี้ผมเรียนเลยว่าโดยระบบของเราไม่สามารถปิดกั้นหรือเทคดาวน์ได้ทั้งหมด วิธีเดียวที่ดีที่สุดก็คือรับฟังความคิดเห็นของผู้ที่เกี่ยวข้อง
เปิดโอกาสให้บุหรี่ไฟฟ้าได้เข้ามามีความส่วนแสดงความคิดเห็นให้ข้อมูลที่ถูกต้องกับคณะกรรมการ หาทางออกร่วมกันที่ทำให้บุหรี่ไฟฟ้าสามารถ
มีที่ยืนในสังคมไทยเพื่อเราจะได้ควบคุมและใช้ประโยชน์ ดีกว่าเราไปผลักไปๆสร้างปัญหาอื่นๆตามมา ผมได้ทำหนังสือไปถึงคณะกรรมการควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบแห่งชาติเพื่อให้ทบทวนมติการห้ามจำหน่าย และห้ามนำเข้าบุหรี่ไฟฟ้าทั้งหมด

“จากข้อมูลสำนักงานสถิติแห่งชาติ ซึ่งเป็นหน่วยงานในสังกัดของกระทรวงฯ ในปี 64 พบว่า ประเทศไทยมีผู้บริโภคยาสูบกว่า 10 ล้านคน และมากกว่าร้อยละ 52 ไม่มีความคิดที่จะเลิกบุหรี่ ซึ่งคนกลุ่มนี้ก็ควรที่จะได้รับข้อมูลที่ถูกต้องเป็นกลางเรื่องผลิตภัณฑ์บุหรี่ไฟฟ้า เพื่อใช้ประกอบการตัดสินใจในการบริโภค และสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่งซึ่งเด็กและเยาวชนก็ควรได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง ว่าผลิตภัณฑ์เหล่านี้ไม่ใช่ผลิตภัณฑ์สำหรับพวกเขา” นายชัยวุฒิกล่าว

พร้อมทั้งเสนอแนะเพิ่มเติมว่า ควรมีกฎหมายที่กำหนดอายุขั้นต่ำในการซื้อขาย และกฎหมายที่ควบคุมคุณภาพของผลิตภัณฑ์เช่นเดียวกับผลิตภัณฑ์ยาสูบอื่นๆ เพื่อให้ผู้บริโภคที่ยังไม่มีความคิดจะเลิกบริโภคยาสูบสามารถเข้าถึงผลิตภัณฑ์เหล่านี้ และอาจลดปริมาณสารพิษที่เกิดขึ้นในอากาศ รวมทั้งบุหรี่ไฟฟ้าจะมีมาตรฐานที่ควบคุมได้เช่นเดียวกันกับประเทศทั่วโลก

นอกจากนี้ นโยบายการควบคุมบุหรี่ไฟฟ้าที่เหมาะสม จำเป็นต้องพิจารณาผลประโยชน์ในภาพรวม ได้แก่ ประโยชน์ที่ผู้สูบบุหรี่ที่จะเข้าถึงผลิตภัณฑ์ที่อันตรายน้อยกว่า ประโยชน์ในการปกป้องผู้ที่ไม่สูบบุหรี่ รวมไปถึงการป้องกันการเข้าถึงของเด็กและเยาวชน และประโยชน์ของผู้ที่ไม่สูบบุหรี่ ที่ไม่ต้องรับสารพิษต่างๆ จากการเผาไหม้

นายชัยวุฒิ กล่าวย้ำว่า การพิจารณานโยบายเรื่องการควบคุมบุหรี่ไฟฟ้า อย่างเหมาะสมกับบริบทและความเป็นจริง ซึ่งตั้งอยู่บนหลักฐานการศึกษาทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รวมทั้งนวัตกรรมสมัยใหม่ มีความสำคัญอย่างยิ่งในการช่วยลดอันตรายในด้านสุขภาพ ให้กับผู้บริโภคยาสูบ และประชาชนโดยทั่วไป ขณะเดียวกันก็ยังสามารถปกป้องคุ้มครองเยาวชนไม่ให้เข้าถึงสินค้าเหล่านี้ ผ่านช่องทางดิจิทัลโดยปราศจากการตรวจสอบควบคุม

ฉลองครบรอบ 10 ปี เอเชียทีค มีของดีมาแจกกติกา ง่าย ๆ

ฉลองครบรอบ 10 ปี เอเชียทีค มีของดีมาแจกกติกา ง่าย ๆ
  1. เพียงโพสต์โมเมนต์ วันวานที่ชวนคิดถึง ที่เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์
  2. กด Like กดติดตาม Facebook Fanpage Asiatique.Thailand

โมเมนต์ไหน ประทับใจกรรมการ รับไปเลย ของรางวัลพิเศษมากมาย !!

บัตรที่พักสุดหรู จากโรงแรม 𝐁𝐚𝐧𝐠𝐤𝐨𝐤 𝐌𝐚𝐫𝐫𝐢𝐨𝐭𝐭 𝐇𝐨𝐭𝐞𝐥 𝐓𝐡𝐞 𝐒𝐮𝐫𝐚𝐰𝐨𝐧𝐠𝐬𝐞 ( มูลค่า 6,600 บาท ) จำนวน 2 รางวัล / รางวัลละ 1 ใบ

บัตรล่องเรือดินเดอร์ 𝗖𝗵𝗮𝗼𝗽𝗵𝗿𝗮𝘆𝗮 𝗖𝗿𝘂𝗶𝘀𝗲 ( มูลค่า 1,700 บาท ) จำนวน 2 รางวัล / รางวัลละ 2 ใบ

บัตร 𝗔𝘀𝗶𝗮𝘁𝗶𝗾𝘂𝗲 𝗦𝗸𝘆 ( มูลค่า 250 บาท ) จำนวน 5 รางวัล / รางวัลละ 2 ใบ

ชุดของที่ระลึก จากเอเชียทีค จำนวน 2 รางวัล

ร่วมกิจกรรม ได้ตั้งแต่ วันนี้ – 05.05.2565 ( ประกาศผลรางวัลวันที่ 06.05.2565 )

.

อย่าลืม! กดติดตาม Line & IG

รับสิทธิพิเศษ และข่าวสารดีๆ ก่อนใคร

Facebook : https://bit.ly/35MOCDa

Line@ : https://bit.ly/3HCV7GC

Instagram : https://bit.ly/3sigsPa

สอบถามรายละเอียดร้านค้าและเวลาให้บริการเพิ่มเติมได้ที : 092-246-0812

นายธวัชชัย เงยเจริญ ประธานชมรมธุรกิจท่องเที่ยวไทย( TTBC) จัดกิจกรรมการเดินทางเฟรนด์ทริปฯเพื่อประสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยว

นายธวัชชัย เงยเจริญ ประธานชมรมธุรกิจท่องเที่ยวไทย( TTBC) และคณะกรรมการ เจ้าหน้าที่ชมรมฯ นำคณะผู้ประกอบการ คณะมัคคุเทศ เชฟอาหารไทย จัดกิจกรรมการเดินทางเฟรนด์ทริปฯเพื่อประสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยว จังหวัดสมุทรสงคราม

ชมรมธุรกิจท่องเที่ยวไทย(TTBC) นำโดย นายธวัชชัย เงยเจริญ ประธานชมรมธุรกิจฯ พร้อมด้วยคณะกรรมการและเจ้าหน้าที่ของชมรมธุรกิจฯ ได้จัดให้มีกิจกรรมการเดินทางเฟรนด์ทริป “ไหว้พระอิ่มบุญ ตลาดบกอิ่มตา ตลาดน้ำอิ่มท้อง” นำพาคณะผู้ประกอบการท่องเที่ยวไทย, คณะมัคคุเทศก์, คณะเชฟอาหารไทย และคณะสื่อมวลชนส่วนกลาง ร่วมกันเดินทางลงพื้นที่ในจังหวัดสมุทรสงคราม เพื่อการเตรียมทริปการเดินทางและประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยว นำพานักท่องเที่ยวทั่วไทยให้ได้มารู้จักแหล่งท่องเที่ยว ที่น่าสนใจภายในจังหวัดสมุทรสงคราม อย่างเช่น ตลาดน้ำท่าคา หรือ วัดบางกุ้ง เป็นต้น

เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ ฟร้อนท์ – ศูนย์อาหารฮาลาลนานาชาติ

เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ ฟร้อนท์ – ศูนย์อาหารฮาลาลนานาชาติ – ล่องเรือดินเนอร์เดอะแกรนด์เจ้าพระยา ครุยส์

เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ ฟร้อนท์ แหล่งท่องเที่ยวและ Shopping Street ยามค่ำคืนริมแม่น้ำเจ้าพระยา ใจกลางกรุงเทพมหานคร ถนนเจริญกรุง (ระหว่างซอยเจริญกรุง 74-76) ไม่ไกลจาก BTS สถานีตากสิน เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีกลิ่นอายของโกดังท่าเรือที่นักท่องเที่ยวนิยมมาชม ชิม ช้อป ถ่ายรูปสวย ๆ และเดินหาร้านอาหารอร่อย ๆ รับประทานกัน มีชิงช้าสวรรค์ที่ใหญ่ที่สุดแห่งแรกของไทย ม้าหมุน และ รถไฟบ้านผีสิงบริการสำหรับคนที่ชอบความสนุกสนาน

ที่นี่แบ่งออกเป็น 4 ย่านด้วยกันคือ ย่านเจริญกรุง ย่านกลางเมือง ย่านโรงงาน และ ย่านริมน้ำ ซึ่งแต่ละย่านก็จะมีจุดเด่นที่เป็นเอกลักษณ์ในตัว ในย่านเจริญกรุงและย่านโรงงานจะเป็นสินค้า ของที่ระลึก เสื้อผ้าแฟชั่น เครื่องประดับ ของตกแต่งบ้าน กิ๊ฟช้อป และรองเท้า ส่วนในย่านกลางเมืองก็จะเป็นแหล่งรวมอาหารอร่อยหลากหลายสไตล์ ทั้งไทย จีน ญี่ปุ่น อินเดีย และอาหารซีฟู้ดสดๆ ส่วนย่านริมน้ำ จะมีร้านค้ามากมายให้ได้เดินช้อปแบบชิล ๆ

ส่วนที่เป็นไฮไลท์ของที่นี่คือ ศูนย์อาหารฮาลาลนานาชาติ ที่รวมร้านอาหารฮาลาล กว่า 35 ร้านค้าไว้บริการ เช่นข้าวหมกไก่ ข้าวมันไก่ อาหารนานาชาติ ทั้ง อาหรับ ไทย จีน เกาหลี และ อิตาเลียน ตลอดจนก๋วยเตี๊ยว ผัดไทย เย็นตาโฟว์หม้อไฟ โจ๊กทะเลเดือด ขนมหลากหลาย เช่น ขนมบิงซู ข้าวเหนียวมะม่วงและเครื่องดื่มอร่อย ๆ เช่นมะพร้าวน้ำหอม โดยเฉพาะกาแฟตุรกีชงบนทรายร้อน ๆ แห่งเดียวในไทยที่มีรสชาติเข้มข้นไม่เหมือนใคร พร้อมขนมตุรกีรสชาติดี โดยคุณมีมี่ รัศมีเดือน มูฮำหมัด เจ้าของร้านจะคอยดูแลเอาใจใส่ให้อาหารฮาลาลและการบริการได้มาตรฐานสากลสร้างความประทับใจแก่ลูกค้า

เดินช้อปปิ้งและชิมอาหารอร่อย ๆ กันแล้ว ก็ถึงเวลาไปล่องเรือสำราญ THE GRAND CHAOPHRAYA CRUISE โดยมีนางรำมารำต้อนรับก่อนที่จะลงเรือ
เรือสำราญ เดอะแกรนด์เจ้าพระยาครุยส์ บริหารงานโดยคุณภูวดี คุนผลิน เจ้าของและกรรมการผู้จัดการ โดยเส้นทางการล่องเรือจะเริ่มต้นจากท่าเรือเอเชียทีค ล่องไปถึงสะพานพระราม 8 โดยสองข้างทางนั้นจะมีสถานที่สวยงามมากมายให้ได้ชื่นชม เช่น โบสถ์ซางตาครู้ส วัดอรุณ วัดพระแก้ว ไอคอนสยาม เป็นต้น

บนเรือลำนี้มีพื้นที่กว้างขวางโดยแบ่งเป็น 2 ชั้น ชั้นล่างจะเป็นห้องแอร์ ส่วนชั้นบนเป็นดาดฟ้าลมพัดเย็นสบาย อาหารที่เสิร์ฟนั้นก็เป็นอาหารแบบบุฟเฟต์นานาชาติไม่ว่าจะเป็นของปิ้งย่าง เมนูซีฟู้ด กุ้งเผา หอยแมลงภู่นิวซีแลนด์ ปลาดิบ ซูชิ ตลอดจนของหวาน ขนมเค้ก ขนมไทยนานาชนิด และผลไม้ รวมถึงเครื่องดื่มที่เสิร์ฟคกันตลอดเส้นทางกันเลยค่า ท่ามกลางเสียงเพลงเสียงดนตรีสดจากนักร้องนักดนตรีบรรเลงขับกล่อมแสนโรแมนติก สลับไปกับการแสดงรำไทยอีกด้วย

ช่องทางติดต่อ เจ้าพระยาครุยส์ :-

-Line : @ChaophrayaCruise

-Facebook : ChaophrayaCruise

-Email : sales@chaophrayacruise.com

-Website : http://www.chaophrayacruise.com

-เวลาทำการ 19.00 น. – 21.00 น. ทุกวัน
โทรศัพท์: 098 562 4244
(คุณภูวดี คุนผลิน กรรมการผู้จัดการ)

ข้อมูล เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ ฟร้อนต์ (Asiatique The Riverfront)

ที่อยู่ : 2194 ถนนเจริญกรุง แขวงวัดพระยาไกร เขตบางคอแหลม กรุงเทพฯ

พิกัด : https://goo.gl/maps/FN3kHvNxdTWoGS8y9

เปิดให้เข้าชม : 16.00-22.00 น.

โทร : 09-2246-0812

เว็บไซต์ : https://www.facebook.com/Asiatique.Thailand

ผบ.ทร.ตรวจเยี่ยมฝึกสนธิกำลังด้วยกระสุนจริง หน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง

ผบ.ทร.ตรวจเยี่ยมฝึกสนธิกำลังด้วยกระสุนจริง
หน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง

พลเรือเอก สมประสงค์ นิลสมัย ผู้บัญชาการทหารเรือเดินทางไปตรวจเยี่ยมการฝึกยิงอาวุธทางยุทธวิธีของ หน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง (สอ.รฝ.) และการฝึกสนธิกำลังดำเนินกลยุทธ์ด้วยกระสุนจริง ในการฝึกกองทัพเรือ ประจำปี 2565 ณ สนามฝึกยิงอาวุธหาดยาวทุ่งโปรง อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี และสนามฝึกกองทัพเรือหมายเลข 16 บ้านจันทเขลม อ.เขาคิชกูฏ จ.จันทบุรี โดยมี พลเรือเอก ธีรกุล กาญจนะ รองผู้บัญชาการทหารเรือ ในฐานะ ผู้อำนวยการฝึกกองทัพเรือ ประจำปี 2565 พลเรือโท รณรงค์ สิทธินันท์

โดยมีผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน พลเรือตรี สรวุท ชวนะ ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง ตลอดจนข้าราชการระดับสูงในพื้นที่ให้การต้อนรับ
การตรวจเยี่ยมการฝึกของผู้บัญชาการทหารเรือและคณะ มีจุดประสงค์สำคัญเพื่อการรับทราบรายละเอียดการปฏิบัติในการฝึก ขีดความสามารถและความพร้อมในการปฏิบัติการของหน่วยต่าง ๆ ที่เข้ารับการฝึก เพื่อนำสู่การพัฒนาความพร้อมของหน่วยต่าง ๆ ในการป้องกันประเทศตามภารกิจของกองทัพเรือ รวมถึงเป็นการสร้างขวัญและกำลังใจแก่กำลังพลที่เข้ารับการฝึกอีกด้วย
สำหรับการฝึกยิงอาวุธทางยุทธวิธีของ หน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง (สอ.รฝ.) เป็นการฝึกยิงอาวุธต่อเป้าหมายในทะเล ซึ่งในปีนี้ได้จัดให้มีการสนธิกำลังระหว่างยุทโธปกรณ์ของ หน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง (สอ.รฝ.) และ หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน (นย.) มีวัตถุประสงค์เพื่อทดสอบ
ความพร้อมรบและขีดความสามารถขององค์วัตถุและองค์ยุทธวิธีในการใช้อาวุธประจำหน่วย เพื่อเพิ่มความชำนาญให้กับกำลังพลในการใช้อาวุธ และสามารถแก้ไขข้อขัดข้องต่าง ๆ ในขณะปฏิบัติภารกิจได้ อีกทั้งเพื่อทดสอบ

การปฏิบัติการร่วมระหว่าง สอ.รฝ. และ นย. ในการใช้อาวุธต่อเป้าหมายในทะเลโดยจัดกำลังเข้ารับการฝึก ประกอบด้วย กองพันต่อสู้อากาศยานที่ 1 กองพันต่อสู้อากาศยานที่ 2 กองพันรักษาฝั่ง ศูนย์ต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่งประจำพื้นที่ ยุทโธปกรณ์ที่ใช้ในการฝึกครั้งนี้ ได้แก่ ปืนต่อสู้อากาศยานขนาด 37 มม. ปืนต่อสู้อากาศยานขนาด 40/70 มม. ปืนใหญ่กระสุนวิถีโค้งขนาด 155 มม. ปืนใหญ่กระสุนวิถีราบขนาด 130 มม.
ในส่วนของการสนธิกำลังดำเนินกลยุทธ์ด้วยกระสุนจริง มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาความรู้ความสามารถของกำลังพลส่วนต่าง ๆ ทางยุทธวิธีในสงครามตามแบบ และเพื่อเป็นการทดสอบความพร้อมรบของหน่วยระดับกรม กองพัน หน่วยขึ้นตรง กองพลนาวิกโยธิน ให้เกิดความคุ้นเคย รวมทั้งเพิ่มประสบการณ์ในการจัดทำแผนการฝึกปัญหาที่บังคับการ การดำเนินกลยุทธ์ด้วยกระสุนจริง การควบคุมบังคับบัญชา การประสานการยิงสนับสนุนอากาศ – พื้นดิน การติดต่อสื่อสาร การต่อต้านข่าวกรองของข้าศึก และการประสานการปฏิบัติระหว่างหน่วย ในโอกาสนี้ ผู้บัญชาการทหารเรือ ได้ชมการตีโต้ตอบและการส่งกลับสายแพทย์ ก่อนทำการยิงอาวุธด้วยกระสุนจริง (ปืนต่อสู้อากาศยานขนาด 40/60, เครื่องยิงลูกระเบิดอัตโนมัติ 40 มม., MK 19, ปืนกลหนักขนาด .50 นิ้ว, และ ปืนกล เอ็ม 60) ร่วมกับผู้บังคับบัญชาระดับสูงของกองทัพเรือ รวมถึง

การฝึกการยิงฉากป้องกันที่มั่นขั้นสุดท้าย โดยกำลังที่เข้าร่วมการฝึกในครั้งนี้จัดจากหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน และหน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง อาทิ ยานเกราะล้อยางแบบ BTR – 3E1 รถฮัมวี่ติดจรวดต่อสู้รถถัง แบบ TOW 2A RF ปืนต่อสู้อากาศยานขนาด 40/60 มม. ปืนใหญ่เบากระสุนวิถีโค้ง ขนาด 105 มม. ปืนใหญ่กลางกระสุนวิถีโค้ง ขนาด 155 มม. และ ปืนใหญ่สนาม ขนาด 155 มม.
กองทัพเรือได้กำหนดให้หน่วยกำลังรบในทุกระดับ ดำเนินการเตรียมความพร้อมในระดับหน่วยตามความเชี่ยวชาญเฉพาะของกิจที่ได้รับ จนถึงการบูรณาการกำลังขนาดใหญ่เข้าด้วยกัน เพื่อฝึกการปฏิบัติการภายใต้สถานการณ์การฝึกตามแผนป้องกันประเทศในแต่ละด้าน โดยกำหนดแนวคิดหลักอ้างอิงจากสถานการณ์ที่มีโอกาสเกิดขึ้นมากที่สุดไว้ในการฝึกกองทัพเรือประจำปี ซึ่งนอกจากจะเป็นการเตรียมความพร้อมของกำลังรบในการป้องกันประเทศตามภารกิจของกองทัพเรือแล้วยังเป็นการทดสอบแผนการปฏิบัติ ระบบการควบคุมการบังคับบัญชา ระบบการสื่อสารและระบบการส่งกำลังบำรุงในภาพรวม ตลอดจนเป็นการทดสอบการปฏิบัติการร่วมระหว่างเหล่าทัพ ซึ่งส่งผลต่อประสิทธิภาพในการปฏิบัติการในสถานการณ์จริงอีกด้วย
สำหรับการฝึกกองทัพเรือ ประจำปี 2565 (การฝึก ทร.65) ในปีนี้ ทำการฝึกในขั้นสถานการณ์ปกติ – ความขัดแย้งระดับต่ำ ดำเนินการฝึกในกระบวนการวางแผนทางทหารเพื่อการจัดทำคำสั่งยุทธการ

รวมถึงการฝึกด้านการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล การฝึกปฏิบัติการช่วยเหลือและบรรเทาภัยพิบัติ ตลอดจนการฝึกภาคสนาม/ภาคทะเล (FTX) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อทดสอบแผนป้องกันประเทศ ตลอดจนทดสอบกระบวนการวางแผนทางทหารและแนวทางการใช้กำลัง การอำนวยการยุทธ์ตามแผนที่ใช้ในการฝึก รวมถึงเพื่อทดสอบขีดความสามารถปฏิบัติการทางเรือสาขาต่าง ๆ โดยใช้โครงสร้างจริงของหน่วยทุกระดับของกองทัพเรือเพื่อให้สอดคล้องกับแนวความคิดการจัดฝึก “รบอย่างไร ฝึกอย่างนั้น” การฝึกภาคสนาม/ภาคทะเล ของหน่วยกำลังรบและหน่วยที่เกี่ยวข้องกับการสนับสนุนการปฏิบัติการ ซึ่งการฝึกในส่วนของหน่วยกำลังรบทางบกของกองทัพเรือ ประกอบไปด้วย การฝึกสนธิกำลังดำเนินกลยุทธ์ด้วยกระสุนจริง ของหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน (นย.) และการฝึกยิงอาวุธทางยุทธวิธีต่อเรือผิวน้ำของหน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง (สอ.รฝ.) ในปีนี้ เน้นรูปแบบการฝึกปฏิบัติการร่วมของกองกำลังน.ย.และ สอ.รฝ. ในการสนับสนุนระหว่างหน่วยทั้งในเชิงข้อมูลและทรัพยากร โดยมีจุดประสงค์หลักเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติการจริงกรณีเกิดสถานการณ์พิพาทโดยใช้อาวุธ

ทีเส็บ ชวนร่วมงานสัมมนาออนไลน์ “CVTEC DMC Workshop & Matching ตราด – จันทบุรี”เจาะลึกตลาดไมซ์

ทีเส็บ ชวนร่วมงานสัมมนาออนไลน์ “CVTEC DMC Workshop & Matching ตราด – จันทบุรี”เจาะลึกตลาดไมซ์ ขยายโอกาสทางธุรกิจบนเส้นทางระเบียงเศรษฐกิจชายฝั่งทะเลด้านใต้
ไทย – กัมพูชา - เวียดนาม (CVTEC)

สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเส็บ (TCEB) ร่วมกับ สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดตราด และสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดจันทบุรี ขอเชิญชวนเข้าร่วมงานสัมมนาออนไลน์ “CVTEC DMC Workshop & Matching ตราด-จันทบุรี”
งานที่จะให้ความรู้และข้อแนะนำแก่ผู้ประกอบการท่องเที่ยวและไมซ์ในพื้นที่จังหวัดตราดและจันทบุรี
ได้มีโอกาสพัฒนาต่อยอดสินค้าและบริการในพื้นที่ เพื่อรองรับนักเดินทางไมซ์ทั้งจากในประเทศและจากต่างประเทศ (กัมพูชา เวียดนาม) ที่จะเดินทางมาทำกิจกรรมไมซ์บนเส้นทาง CVTEC พบกับเสวนาในหัวข้อต่าง ๆ จากผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับความรู้ด้าน BMC และ DMC ที่เหมาะกับกลุ่มเป้าหมาย อาทิ
• “Do & Don’t อะไรที่ควรทำ และไม่ควรทำกับ นักเดินทางไมซ์ กัมพูชา เวียดนาม” โดย คุณลภน ซ่อมประดิษฐ์ CEO & Founder บริษัท แกรนด์ บุ๊คกิ้ง (ไทยแลนด์) จำกัด
• “จัดงานไมซ์ อย่างไรให้ประทับใจลูกค้า” โดย คุณกฤษณี ศรีษะทิน CIS, CED, DES, SEP, CEM ผู้ก่อตั้งและกรรมการผู้จัดการบจ. สตรีมอีเวนต์เอเชีย และประธานกรรมการฝ่ายพัฒนาศักยภาพ สมาคมส่งเสริมการประชุมนานาชาติ (ไทย) (TICA)

ซึ่งการสัมมนาในครั้งนี้ ทำให้เกิดการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไมซ์จากฐานทรัพยากรที่เมืองมีอยู่อย่างมีประสิทธิภาพ เกิดการยกระดับพื้นที่เป้าหมายสู่การเป็นไมซ์ซิตี้ที่มีคุณภาพและมาตรฐาน เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และได้รับการยอมรับในระดับประเทศและระดับสากล และเกิดกิจกรรมตอบสนองแนวทางในการขับเคลื่อนเมืองไมซ์ ให้ประสบความสำเร็จต่อไป

ผู้ที่สนใจสามารถเข้าร่วมฟังสัมมนาออนไลน์ “CVTEC DMC Workshop & Matching ตราด – จันทบุรี” ในวันศุกร์ที่ 29 เมษายน 2565 เวลา 09.00 -12.00 น. สามารถรับชมผ่านทาง Live Facebook Fanpage: TCEB MICE Central สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ คุณณฐารินทร์ ประทุมมา (หมิงลี่) โทร 092-419-1926 และ คุณจุฑามาศ คงสิบ (กิ๊ก) โทร 095-949-1043

หมอเมฆ ด็อกเตอร์เมฆคลินิก (Doctor Mek Clinic) คว้ารางวัลอันดับ1 ต่อเนื่อง 2 ปีซ้อน

หมอเมฆ ด็อกเตอร์เมฆคลินิก (Doctor Mek Clinic) คว้ารางวัลระดับประเทศ อันดับ 1 PicoSure สูงสุดในประเทศไทย ต่อเนื่อง 2 ปี ซ้อน

หากพูดถึงเรื่องของความสวยความงาม การดูแลผิวพรรณให้สวยเรียบเนียน ผิวกระจ่างใสสม่ำเสมอ ย่อมเป็นความต้องการของใครหลายคนจนต้องหาตัวช่วยเพื่อทำการปรับลุค เปลี่ยนบุคลิกภาพให้ดูดีขึ้น หลายท่านจึงเลือกใช้บริการกับ ด็อกเตอร์เมฆคลินิก (Doctor Mek Clinic) คลินิกที่เหล่าดารา celeb คนดังในวงการบันเทิงไว้วางใจ รวมไปถึงยืนยันความประทับใจจากคนไข้จริงจำนวนมากที่เข้ามาใช้บริการและช่วยบอกต่อแบบปากต่อปาก จนเป็นที่มาของการคว้ารางวัลระดับประเทศสุดยิ่งใหญ่ “The Aesthetic Prestigious Award 2021 หรือ รางวัลอันดับ 1 คลินิกที่มียอดใช้ PicoSure Focus Lens สูงสุดในประเทศไทย ปี 2021” มอบโดยบริษัท เทคนิคอลไบโอเมด จำกัด ผู้นำเข้าเครื่องมือแพทย์ทางด้านความงามและเวชสำอางชั้นนำ ซึ่งเป็นบริษัทผู้นำเข้า “PicoSure” ได้จัดงานมอบรางวัลประกาศเกียรติคุณให้กับสถาบันความงามที่ได้รับมาตรฐานระดับสากล และเลือกนำเสนอสุดยอดนวัตกรรมนี้ให้บริการกับลูกค้า นำทีมรับรางวัลโดย คุณหมอเมฆ นายแพทย์วัชพล ธนมิตรามณี อาจารย์แพทย์ผิวหนังมากประสบการณ์ด้านโปรแกรมฟิลเลอร์และร้อยไหม และแพทย์หญิงพิชญานิน สื่อมโนธรรม ผู้ร่วมก่อตั้ง ณ ด็อกเตอร์เมฆคลินิก (Doctor Mek Clinic) สาขาบางนา

ซึ่งรางวัลดังกล่าวนี้ ด็อกเตอร์เมฆคลินิก (Doctor Mek Clinic) ได้รับมาต่อเนื่องทุกปี และล่าสุดเป็นปีที่ 2 แล้วที่ได้รับรางวัลนี้ เป็นการยืนยันมาตรฐาน คุณภาพ และบริการ ในการคัดสรรนวัตกรรมที่ตอบโจทย์ช่วยให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดกับคนไข้ทุกท่านที่เข้ารับบริการ ผ่านประสบการณ์ที่คร่ำหวอดในวงการความงามมากว่า 10 ปี ของคุณหมอเมฆ ที่เลือกรักษาปัญหาฝ้า กระ จุดด่างดำ และการดูแลผิวพรรณด้วยเครื่องเลเซอร์ “PicoSure” ซึ่งเป็นเทคโนโลยี Picosecond เครื่องแรกของโลกด้วยความยาวคลื่น 755 nm. ที่ถือว่าดีที่สุดในการเจาะจงเข้าสลายเม็ดสีที่ผิดปกติ โดยไม่ทำร้ายเนื้อเยื่อรอบข้างได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเห็นผลลัพธ์การเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นอย่างชัดเจน ทั้งยังได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในระดับสากล มาตรฐาน THAI & U.S. FDA Approved และอีกหลากหลายประเทศในแถบยุโรป เพื่อให้ทุกท่านที่เข้ามาใช้บริการกับทาง Doctor Mek Clinic ได้รับสิ่งที่ดีที่สุดกลับไปเสมอ

ปรึกษาแพทย์ผู้มากประสบการณ์ติดต่อ
FB: https://www.facebook.com/doctormekclinic
IG: https://www.instagram.com/doctormekclinic
Line: @doctormekclinic หรือคลิ๊ก lin.ee/vZRQpE9
Website: www.doctormekclinic.com

“วราวุธ” ถึงขอนแก่น ลั่น รอไม่ได้

“วราวุธ” ถึงขอนแก่น ลั่น รอไม่ได้

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 20 เมษายน 2565 นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้เดินทางมายัง จังหวัดขอนแก่น เพื่อปฏิบัติหน้าที่ โดยมีกลุ่มแม่บ้านนำผ้าขาวม้าผูกเอว เพื่อเป็นการต้อนรับ ณ โรงแรมอวานี ขอนแก่น โฮเทล แอนด์ คอนเวนชั่น เซ็นเตอร์

ในครั้งนี้นำโดย นายพงศกรณ์ เสาร์ทน คณะทำงานรัฐมนตรีช่วยเกษตรและสหกรณ์ (ประภัตร โพธสุธน) พร้อมตัวแทนชาวบ้าน กว่า 50 คน รวมถึง ผู้นำท้องถิ่น ได้นำหนังสือขอความช่วยเหลือ ต่อนายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้เร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อน เกี่ยวกับเรื่องภัยแล้งในพื้นที่ ได้แก่ พื้นที่ อำเภอเมืองขอนแก่น อำเภอซำสูง และอำเภอกระนวน

        นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้ให้สัมภาษณ์ภายหลังจากการรับหนังสือ ว่า เรื่องที่ได้รับการร้องขอความช่วยเหลือในวันนี้ ส่วนใหญ่ล้วนเกี่ยวข้องกับเรื่องการขาดแคลนน้ำในการอุปโภค บริโภค และน้ำเพื่อการเกษตร ซึ่งเป็นสิ่งที่กระทรวงทรัพยากรฯ ได้ทำมาโดยตลอด โดยได้น้อมนำเอาแนวพระราชดำริของในหลวงรัชกาล 10 มาใช้ในการแก้ไขปัญหาให้กับประชาชนที่เดือดร้อน ด้วยการใช้ทรัพยากรน้ำบาดาล ซึ่งที่ผ่านมากรมทรัพยากรน้ำบาดาล ภายใต้กระทรวงทรัพยากรฯ ได้ให้การช่วยเหลือพี่น้องประชาชนแล้วในหลายพื้นที่ ซึ่งวันนี้หลังได้รับเรื่องจากพี่น้องชาวขอนแก่น “จะเร่งให้การช่วยเหลือโดยเร็วที่สุด เพราะความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนเป็นเรื่องที่รอช้าไม่ได้”  นายวราวุธ กล่าว