พรรคเพื่อไทย เปิดตัวผู้ลงสมัครเลือกตั้ง สส. 500 คน ‘ยศชนัน’ โชว์วิสัยทัศน์

พรรคเพื่อไทยเปิดตัวผู้ประสงค์ลงสมัครรับเลือกตั้ง สส. ครบ 500 คน ทั้งแบบแบ่งเขตและบัญชีรายชื่อ เพื่อสู้ศึกเลือกตั้งในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 “ศ.ดร.ยศชนัน” แสดงวิสัยทัศน์ขับเคลื่อนประเทศผ่าน 4 นโยบายหลัก ได้แก่ การดูแลคนฐานราก, การส่งเสริมเศรษฐกิจเดิม, การสร้างเศรษฐกิจใหม่ และบทบาทภาครัฐในการสร้างความเชื่อมั่น

เมื่อวันที่ 25 ธันวาคม พรรคเพื่อไทยจัดกิจกรรมประกาศความพร้อมสูงสุดในการสู้ศึกเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้น ในวันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 โดยได้จัดงานเปิดตัวผู้ประสงค์ลงสมัครรับเลือกตั้ง สส. ครบทั้ง 500 คน ทั้งแบบแบ่งเขตและแบบบัญชีรายชื่อ ชูนโยบายหลักภายใต้สโลแกน “เพื่อไทยทำได้ ทำให้ไทยยิ่งใหญ่ เลือกพรรคเพื่อไทย ทั้งคนทั้งพรรค”

ทั้งนี้ บรรยากาศ ที่ทำการพรรคเพื่อไทย บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก แกนนำคนสำคัญของพรรคได้ขึ้นเวทีกล่าวแสดงวิสัยทัศน์ นำโดย นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคเพื่อไทย และ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้อำนวยการการเลือกตั้งพรรคเพื่อไทย ได้ย้ำถึงยุทธศาสตร์และความพร้อมของพรรคในทุกมิติ

ไฮไลต์สำคัญอยู่ที่การปราศรัยของ ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย ที่ได้แสดงวิสัยทัศน์ความเป็น “ผู้นำ” ในการสู้ศึกเลือกตั้งครั้งนี้

ศ.ดร.ยศชนัน ได้กล่าวกับว่าที่ผู้สมัคร สส. ทั้ง 500 คนว่า อยากให้ทุกคนมั่นใจว่าเราจะทำได้ เราไม่ได้เดินลำพัง วันนี้พี่น้องไทยรักไทยกลับมา ร่วมกับเลือดใหม่ของพรรคเพื่อไทย เรากำลังยืนบนไหล่ยักษ์ ที่จะช่วยให้พวกเราเห็นเส้นทางแห่งความหวังได้ชัดเจนที่สุด ไม่ว่าลูกหลานเราจะเกิดขึ้นที่ไหน เขาต้องเติบโตขึ้นมาได้อย่างเท่าเทียมกัน ร่วมกันสร้างประเทศที่ดีให้ลูกหลานเราอีกครั้งด้วย 2 มือของพวกเรา

ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวถึงทิศทางการทำงานของพรรคเพื่อไทยว่า พรรคกำหนดการขับเคลื่อนประเทศภายใต้กรอบ 100 นโยบาย โดยมุ่งดำเนินการใน 4 เรื่องหลัก ประการแรก คือการดูแลประชาชนฐานรากและเกษตรกร ซึ่งยังคงเป็นหัวใจของพรรคเพื่อไทย โดยย้ำว่าการแก้ปัญหาเศรษฐกิจต้องเริ่มจากฐานล่าง เปรียบเสมือนการเคลื่อนปิรามิดต้องขยับทั้งฐาน และการรดน้ำต้องรดที่ราก ผ่านมาตรการล้างหนี้ทั้งระบบ การลดรายจ่าย และการเพิ่มรายได้ในทุกมิติ

ประการที่สอง คือการส่งเสริมเครื่องยนต์เศรษฐกิจเดิม ทั้งภาคการเกษตร ภาคอุตสาหกรรมการผลิต และภาคบริการ โดยเพิ่มประสิทธิภาพด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในทุกรูปแบบ เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ประการที่สาม คือการสร้างเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ โดยมุ่งพัฒนาเกษตรมูลค่าสูง เช่น สมุนไพรและอาหารทางการแพทย์ อุตสาหกรรมมูลค่าสูง อาทิ เครื่องมือแพทย์ เซมิคอนดักเตอร์ และ AI รวมถึงภาคบริการมูลค่าสูงอย่าง Wellness Economy และ ประการที่สี่ คือบทบาทของภาครัฐในการสร้างความเชื่อมั่น ความมั่นคง และหลักนิติธรรม ควบคู่กับการลงทุนในการพัฒนาคน ระบบสวัสดิการ โครงสร้างพื้นฐาน และการดูแลสิ่งแวดล้อม เพื่อรองรับการเติบโตของเศรษฐกิจมูลค่าสูงในระยะยาว

ขณะที่ นายสุริยะกล่าวย้ำว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ ไม่ได้เลือกแค่คน แต่คือเลือก ทิศทางประเทศ ในด้านนโยบาย รอบนี้เราทำการบ้านหนักขึ้นจากประสบการณ์ที่ผ่านมา หลายนโยบายพร้อมสานต่อได้ทันที นอกจากนี้ยังมีนโยบายโค้งสุดท้ายอีกหลายตัวที่พร้อมเปิดอยากให้พี่น้องประชาชนรอติดตาม

“จากประสบการณ์ที่ผมผ่านการเลือกตั้งมาหลายครั้ง ผมมั่นใจว่า ครั้งนี้พรรคเพื่อไทยพร้อมที่สุดในประวัติศาสตร์ พร้อมเดินหน้านำเสนอวิสัยทัศน์ที่ดีที่สุด และนโยบายที่เหมาะสมที่สุด เพื่อพาประเทศไทยไปต่ออย่างมั่นคง และจากโพลที่เราทำการสำรวจมาหลายต่อหลายครั้ง ก็พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า พรรคเพื่อไทยจะเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาลอย่างแน่นอน”นายสุริยะกล่าว

ขณะที่ นายจุลพันธ์ กล่าวว่า การเลือกตั้งครั้งนี้สําคัญมาก สําหรับอนาคตประเทศไทย เราไม่ได้มาอยู่ที่นี่เพียงเพื่อเปิดตัวผู้สมัคร แต่เรามาเพื่อประกาศกับคนไทยทั้งประเทศว่า พรรคเพื่อไทย พร้อมแล้ว ประเทศไทย พร้อมแล้ว การเปลี่ยนแปลง กําลังเริ่มต้นจากตรงนี้

“พวกเรามีทั้งคนรุ่นเก๋า คนรุ่นใหม่ ผ่านบทเรียนทั้งเจ็บปวด และภาคภูมิใจ เรามีความหลากหลาย แต่มีจิตวิญญาณเป้าหมายที่เหมือนกันมีแต่พวกเรา ที่จะนําพาประเทศหลุดพ้น จากความยากจน จงอย่ากลัวการพัฒนา มีแต่พวกเราที่จะพาประเทศของเราไปข้างหน้า พวกเราคือพรรคเพื่อไทย มีแต่พรรคเพื่อไทยที่ทําได้”นายจุลพันธ์กล่าว

นายจุลพันธ์ กล่าวว่า ตลอดเส้นทางการเมืองของพวกเรา ตั้งแต่รัฐบาลของนายกทักษิณ นายกสมัคร นายกสมชาย นายกยิ่งลักษณ์ จนถึงรัฐบาลของนายกเศรษฐา และรัฐบาลของนายกแพทองธาร มีผลงานเป็นที่ประจักษ์ว่า เราเป็นพรรคการเมืองเดียว ที่ทำให้ตัวเลขทางเศรษฐกิจเติบโต เราเป็นพรรคการเมืองเดียว ที่ทำสวัสดิการโดยรัฐสำเร็จผ่านโครงการหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า เราเป็นพรรคการเมืองเดียว ที่ทำโครงการ Micro Credit ประสบความสำเร็จ ผ่านนโยบายกองทุนหมู่บ้าน และเราปฏิรูประบบราชการสำเร็จผลงานของพรรคเพื่อไทย สร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับสังคมไทย อย่างมีนัยสำคัญ นี่คือสิ่งที่พิสูจน์ว่า ประเทศไทย “ยกเครื่องได้จริง”

.

เวทีโลกจับตา!!! Honda LPGA Thailand 2026 จับตา พลังนักกอล์ฟเอเชียกำลังเปลี่ยนเกม

เสียงปรบมือเชียร์เริ่มขึ้นแต่เช้ามั่นใจของนักกอล์ฟระดับโลก เสียงลูกกอล์ฟกระทบหน้าไม้ก้องขึ้นท่ามกลางแฟนๆที่หลั่งไหลเข้ามาบริเวณที่ออฟ บรรยากาศเหล่านี้กำลังจะกลับมาเติมชีวิตชีวาให้ สยามคันทรีคลับ โอลด์คอร์ส พัทยา จังหวัดชลบุรี อีกครั้ง เมื่อศึก ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 2026 เตรียมเปิดฉากอย่างเป็นทางการระหว่างวันที่ 19–22 กุมภาพันธ์ที่จะถึงนี้

สำหรับแฟนกอล์ฟ นี่ไม่ใช่เพียงหนึ่งในรายการแข่งขันประจำปี หากแต่คือสัปดาห์ที่ ความฝัน ความหวัง และพลังเชียร์จากทั่วเอเชียและทั่วโลก หลอมรวมอยู่ในทุกหลุม ทุกช็อต บรรยากาศก่อนทัวร์นาเมนต์ปีนี้จึงเข้มข้นเป็นพิเศษ เพราะเป็นช่วงจังหวะที่หลายปัจจัยหลักมาบรรจบกันอย่างพอดี ทั้งฟอร์มอันร้อนแรงของนักกอล์ฟรุ่นใหม่จากเอเชีย การเติบโตอย่างต่อเนื่องของกอล์ฟสตรีในระดับโลก ควบคู่กับบทบาทของ ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ ขยายขอบเขตอย่างก้าวกระโดดจากระดับภูมิภาคสู่แพลตฟอร์มกอล์ฟที่ได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นในระดับนานาชาติ

ในบรรดานักกีฬาที่ถูกจับตามองมากที่สุดของแฟนกีฬาชาวไทยในปัจจุบัน คือ จีโน่–อาฒยา ฐิติกุล นักกอล์ฟสาววัย 22 ปี ผู้ครองตำแหน่งมือหนึ่งของโลกในปัจจุบัน จากผลงานอันโดดเด่นในฤดูกาล 2025 ที่เธอคว้าแชมป์แอลพีจีเอทัวร์ถึง 3 รายการ พร้อมรางวัล Rolex Player of the Year และ Vare Trophy จากค่าเฉลี่ยสกอร์ 68.68 ซึ่งเป็นสถิติต่ำที่สุดในประวัติศาสตร์แอลพีจีเอทัวร์ ทำลายสถิติเดิมของ อันนิกา โซเรนสตัม ตำนานนักกอล์ฟสวีเดน นับตั้งแต่ก้าวสู่ทัวร์อย่างเต็มตัว จีโน่ยังรักษามาตรฐานระดับสูงด้วยการจบอันดับท็อป 10 อย่างสม่ำเสมอ และก้าวขึ้นเป็นนักกอล์ฟที่ทำเงินรางวัลสะสมทะลุ 17 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ได้อย่างรวดเร็วภายในเวลาเพียง 4 ปี จีโน่–อาฒยา ฐิติกุล เคยสร้างผลงานโดดเด่นด้วยการคว้ารองแชมป์ในศึก ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ ปี 2021

ขณะที่ เม–เอรียา จุฑานุกาล คว้าแชมป์รายการเดียวกันในปี 2021 และ แพตตี้–ปภังกร ธวัชธนกิจ คว้าแชมป์ในปี 2024 โดยนักกอล์ฟทั้งสามคนล้วนเคยเป็นตัวแทนประเทศไทยในมหกรรมกีฬาโอลิมปิกเกมส์ อาฒยา และปภังกร ลงแข่งขันในโอลิมปิก โตเกียวเกมส์ 2020 (ซึ่งจัดการแข่งขันในปี 2021) และ ปารีสเกมส์ 2024 ส่วนเอรียาลงแข่งขันโอลิมปิกมาแล้วสองครั้ง ได้แก่ ริโอเกมส์ 2016 และ โตเกียวเกมส์ 2020 ภาพจำจึงไม่ใช่เพียงสัญลักษณ์ของความสำเร็จส่วนบุคคล หากแต่สะท้อนถึง พลังและคุณภาพของกอล์ฟสตรีไทยที่ก้าวขึ้นมาเป็นกำลังหลักของทัวร์ระดับโลก และยิ่งทำให้การกลับมาแข่งขันศึกนี้ในบ้าน ถูกจับตามองในฐานะหนึ่งในโมเมนต์สำคัญของกอล์ฟสตรีเอเชีย

เมื่อขยับมามองในภาพรวมของทวีปเอเชีย ญี่ปุ่นคืออีกประเทศที่ส่งสัญญาณความแข็งแกร่งอย่างชัดเจน นักกอล์ฟญี่ปุ่นคว้าแชมป์ถึง 7 รายการในฤดูกาล 2025 นำโดย มิยู ยามาชิตะ แชมป์เมเจอร์ เอไอจี วีเมนส์ โอเพ่น และ เมย์แบงก์ แชมเปียนชิพ รวมถึงเจ้าของรางวัล Louise Suggs Rolex Rookie of the Year ขณะที่ ริโอะ ทาเคดะ แชมป์บลูเบย์ แอลพีจีเอ และ มาโอะ ไซโกะ แชมป์เมเจอร์ เชฟรอน แชมเปียนชิพ ต่างสะท้อนให้เห็นถึงคุณภาพของนักกอล์ฟรุ่นใหม่ที่พร้อมก้าวขึ้นมาเป็นตัวหลักในรายการใหญ่

นอกจากนี้ คู่แฝด อากิเอะ–ชิซซี่ อิวาอิ ยังสร้างสีสันด้วยการคว้าแชมป์ พอร์ตแลนด์ คลาสสิก และ ริเวรา มายา โอเพ่น กลายเป็นคู่แฝดคู่แรกที่คว้าแชมป์ในแอลพีจีเอทัวร์ โดยอากิเอะยังเริ่มต้นฤดูกาลด้วยการจบรองแชมป์ ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 2025 ความสำเร็จเหล่านี้ตอกย้ำภาพของญี่ปุ่นในฐานะหนึ่งในขุมกำลังสำคัญของ แอลพีจีเอทัวร์ ยุคปัจจุบัน ที่มีนักกอล์ฟติดท็อป 100 อันดับโลกมากถึง 18 คน และที่น่าสนใจคือ แชมป์ทั้ง 6 คนในฤดูกาลนี้มีอายุเฉลี่ยเพียง 23.6 ปี เท่านั้น ส่งให้การขับเคี่ยวระหว่างนักกอล์ฟไทยและญี่ปุ่นพัฒนาเป็น “การแข่งขันเชิงสร้างสรรค์” ที่แฟนกอล์ฟทั่วเอเชียติดตามอย่างใกล้ชิด

ในฝั่งประเทศไทย กอล์ฟสตรียังคงยืนหยัดอยู่แถวหน้าของเวทีโลกอย่างต่อเนื่องตลอดกว่าทศวรรษที่ผ่านมา นับตั้งแต่การแจ้งเกิดของนักกอล์ฟรุ่นบุกเบิก จนถึงการเติบโตของนักกอล์ฟรุ่นใหม่ในปัจจุบัน ซึ่งสามารถคว้าแชมป์แอลพีจีเอรวมแล้ว 30 รายการจากนักกอล์ฟ 7 คน และมีผู้เล่นไทยถึง 5 คนที่ติดอยู่ในกลุ่มท็อป 100 ของโลก ความสำเร็จดังกล่าวสะท้อนถึงศักยภาพของตัวนักกีฬา ควบคู่กับการสนับสนุนจากภาครัฐและเอกชนและโครงสร้างการแข่งขันที่เปิดโอกาสให้นักกอล์ฟได้พัฒนาฝีมืออย่างเป็นระบบตั้งแต่ช่วงเริ่มต้น โดยเฉพาะการแข่งขันคัดเลือกระดับประเทศ National Qualifiers ซึ่งทำหน้าที่เป็นประตูด่านแรกให้เยาวชนไทยและนักกอล์ฟสมัครเล่นได้สัมผัสประสบการณ์ระดับอาชีพ ก่อนก้าวต่อไปสู่เส้นทางการแข่งขันระดับโลกอย่างเป็นรูปธรรม

ไม่เพียงแค่นี้นักกอล์ฟรุ่นใหม่ที่ก้าวขึ้นมาสร้างผลงานยอดเยี่ยมในแอลพีจีเอทัวร์อีกหลายคนไม่ว่าจะเป็น เยลีมี โนห์ วัย 24 ปี จากสหรัฐอเมริกา คว้าแชมป์ฟาวน์เดอร์ส คัพ ลอตตี โหวด วัย 21 ปี จากอังกฤษเพิ่งเทิร์นโปรก็คว้าแชมป์วีเมนส์ สกอตติช โอเพ่น ทำได้ในรายการแรกในการเทิร์นโปร มิรันดา หวัง นักกอล์ฟสาวจีนวัย 26 ปี ประสบความสำเร็จคว้าแชมป์เอฟเอ็ม แชมเปียนชิพ เป็นแชมป์แรกในแอลพีจีเอ ทัวร์ และยังมี มายา สตาร์ก วัย 26 ปี จากสวีเดน แชมป์เมเจอร์ยูเอส วีเมนส์ โอเพ่น และเกรซ คิม วัย 24 ปี จากออสเตรเลีย แชมป์เมเจอร์เอวิยอง แชมเปียนชิพ

ภาพรวมของกอล์ฟสตรีโลกในช่วงหลายปีที่ผ่านมา สะท้อนการเติบโตอย่างชัดเจน ทั้งในมิติของการแข่งขันและฐานแฟนกีฬา โดยเงินรางวัลรวมของแอลพีจีเอทัวร์เพิ่มขึ้นมากกว่า 43% ภายในระยะเวลา 4 ปี รวมมูลค่ากว่า 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เช่นเดียวกับ ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ ที่จะมีการปรับเพิ่มเงินรางวัลสำหรับการแข่งขันในปี 2026 ขณะเดียวกัน จำนวนนักกอล์ฟหน้าใหม่ทั่วโลกเพิ่มขึ้นกว่า 10 ล้านคน นับตั้งแต่ปี 2016 โดยผู้หญิงและคนรุ่นใหม่เป็นกลุ่มที่เติบโตเร็วที่สุด ยอดผู้ชมถ่ายทอดสดและการมีส่วนร่วมบนแพลตฟอร์มดิจิทัลก็ขยายตัวอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชียซึ่งกลายเป็นหนึ่งในตลาดกอล์ฟสตรีที่เติบโตเร็วที่สุด ส่งผลให้กอล์ฟสตรีในวันนี้ไม่ได้เป็นเพียงกีฬาแข่งขันเท่านั้น หากแต่กลายเป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์และแรงบันดาลใจของคนรุ่นใหม่อย่างแท้จริง

ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ ยังคงยืนหยัดในฐานะรายการแอลพีจีเอทัวร์เพียงหนึ่งเดียวของประเทศไทย และหนึ่งในทัวร์นาเมนต์ที่นักกอล์ฟและแฟนกีฬาชื่นชมว่ามีบรรยากาศดีที่สุด สยามคันทรีคลับ ไม่เพียงท้าทายด้วยการออกแบบสนามระดับแชมเปียนชิพ แต่ยังสร้างช่วงเวลาจดจำให้กับการแข่งขันทุกปี ตั้งแต่การลุ้นแชมป์จนถึงหลุมสุดท้าย ช็อตไฮไลต์ที่กลายเป็นภาพจำ ไปจนถึงเรื่องราวของนักกอล์ฟเอเชียและไทยที่แจ้งเกิดต่อหน้าแฟนกอล์ฟในบ้านหรือแม้แต่นักกอล์ฟอย่าง ลิเลีย วู จากสหรัฐอเมริกาก็มาคว้าแชมป์แรกของในแอลพีจีเอที่รายการนี้ ก่อนจะก้าวไปอยู่ในทำเนียบนักกอล์ฟแชมป์เมเจอร์ และครองมือหนึ่งของโลก และเอมี หยาง โปรสาวจากเกาหลีใต้ที่คว้าแชมป์ถึงสามครั้งที่นี่ก่อนจะไปคว้าแชมป์เมเจอร์สำเร็จ

แนวคิดนี้สอดคล้องกับทิศทางของแอลพีจีเอในยุคใหม่ โดย เครก เคสเลอร์ ประธานแอลพีจีเอทัวร์ เน้นย้ำว่า “เอเชียคือหัวใจสำคัญของการเติบโตในอนาคต ทั้งในแง่นักกีฬา แฟนกอล์ฟ และพันธมิตร พร้อมเดินหน้ายกระดับประสบการณ์ผู้ชมให้ใกล้ชิดและมีส่วนร่วมมากขึ้น ผ่านกิจกรรมในสนาม แพลตฟอร์มดิจิทัล และโครงการเยาวชนที่เปิดเส้นทางจากสนามท้องถิ่นสู่เวทีระดับโลกอย่างชัดเจน”

เมื่อทุกองค์ประกอบมาบรรจบกัน ทั้งฟอร์มร้อนแรงของนักกอล์ฟไทยและญี่ปุ่น การเติบโตอย่างต่อเนื่องของกอล์ฟสตรีโลก และเวทีระดับนานาชาติที่พร้อมสมบูรณ์ในทุกมิติ ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 2026 จึงไม่ใช่เพียงทัวร์นาเมนต์หนึ่งในปฏิทินการแข่งขัน หากแต่เป็นช่วงเวลาสำคัญของกอล์ฟสตรีเอเชีย และเมื่อเดือนกุมภาพันธ์มาถึง ที่สยามคันทรีคลับ โอลด์คอร์ส พร้อมรายชื่อผู้เล่นระดับโลกที่เริ่มทยอยเปิดเผยในช่วงปลายเดือนมกราคม แฟนกอล์ฟจะได้ร่วมลุ้นไปพร้อมกันว่าใครจะเป็นดาวที่เปล่งแสงที่สุดบนเวทีแห่งนี้ และนี่คือเหตุผลที่แท้จริงว่าทำไมทุกคนถึง “ห้ามพลาด” อีเวนต์นี้

ท่องเที่ยวเกาะช้างทรุด ต่างชาติยกเลิกบุ๊กกิ้งแล้ว 30% หนีภัยสู้รบไทย-กัมพูชา

เศรษฐกิจตากทรุด ท่องเที่ยวเกาะช้างวูบ นักท่องเที่ยวต่างชาติ แห่ ยกเลิกบุ๊กกิ้งแล้ว 30% หลังเหตุปะทะชายแดนไทย-กัมพูชา นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดตราด ภาวนาขอให้สถานการณ์สู้รบกลับสู่สภาวะปกติ คลี่คลายโดยเร็ว

เมื่อวันที่ 25 ธันวาคม 2568 นายวิชิต สุกระสูยานนท์ นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดตราด เปิดเผยว่า ปกติแล้วในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว (ไฮซีซั่น) หรือในช่วงคริสต์มาส และเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ปีที่ผ่านๆ มาจะมีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติจากทางแถบยุโรปเดินทางมาท่องเที่ยวพักผ่อนที่เกาะช้างอย่างคึกคัก ห้องพักถูกจองล่วงหน้าเต็ม

แต่ปีนี้จากการสอบถามข้อมูลไปยังเจ้าของธุรกิจนำเที่ยว-โรงแรม-รีสอร์ตในพื้นที่แหล่งท่องเที่ยวเกาะช้าง พบว่าหลังจากเกิดการสู้รบแนวชายแดนไทย-กัมพูชาด้าน จ.ตราด และมีการประกาศกฎอัยการศึก ได้มีลูกค้ากลุ่มชาวต่างชาติและกลุ่มคนไทยบางส่วน ที่จองห้องพักล่วงหน้าไว้ ได้มีการยกเลิกการจองห้องพักกว่า 30 เปอร์เซ็นต์ เนื่องจากกลัวว่าจะไม่ปลอดภัย ประกอบกับบริษัทประกันภัยของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติไม่คุ้มครอง จึงทำให้นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติบางส่วนไปเที่ยวที่อื่นแทน

โดยเมื่อเทียบกับปีก่อนๆ ในช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ โรงแรม-รีสอร์ตที่ตั้งอยู่ติดชายหาด ห้องพักจะถูกจองล่วงหน้าเต็มแบบ 100 เปอร์เซ็นต์

นายวิชิต กล่าวเพิ่มเติมว่า นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่เดินทางมาท่องเที่ยวพักผ่อนในพื้นที่เกาะช้างในช่วงนี้ ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นกลุ่มลูกค้าที่มาประจำเกือบทุกปี รู้สภาพพื้นที่ เชื่อมั่นว่ามาเที่ยวที่เกาะช้างแล้วปลอดภัย ชื่นชอบน้ำทะเลใส หาดทรายที่ขาวสวยงาม และมีทรัพยากรทางธรรมชาติหลากหลาย ถึงตอนนี้การสู้รบด้านชายแดน จ.ตราด เริ่มปะทะกันน้อยลง ผู้ประกอบการด้านท่องเที่ยวทั้งหลายก็ได้แต่เป็นกำลังใจให้ทหารแนวหน้า และภาวนาขอให้สถานการณ์สู้รบแนวชายแดนกลับสู่สภาวะปกติ คลี่คลายโดยเร็ว

อย่างไรก็ตามที่หน่วยงานภาครัฐ-ภาคเอกชน ทำได้ในช่วงเวลานี้ก็คือ เดินหน้าประชาสัมพันธ์ทางโลกออนไลน์ทุกช่องทาง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่นักท่องเที่ยว ว่าพื้นที่สู้รบกันนั้น อยู่ชายแดนห่างไกลจากแหล่งท่องเที่ยวอย่างเกาะช้าง-เกาะหมาก-เกาะกูด เพื่อดึงนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติให้มาท่องเที่ยวเหมือนเดิม 

คปภ. ผนึกภาคอุตฯประกันภัยขับเคลื่อนเดินทางปลอดภัย ประกันภัยคุ้มครอง รับปีใหม่ 2569

สำนักงาน คปภ. ร่วมกับภาคอุตสาหกรรมประกันภัย เดินหน้ารณรงค์ความปลอดภัยในการเดินทางช่วงเทศกาลปีใหม่ 2569 ภายใต้แนวคิด “Safe Trip Safe Life with Insurance” หรือ “ปีใหม่อุ่นใจ เดินทางปลอดภัย ประกันภัยคุ้มครอง”ย่านเยาวราช ณ ลานหน้า ศูนย์การค้า I’m Chinatown และลานอเนกประสงค์ สถานี MRT วัดมังกร ถนนเจริญกรุง เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพมหานคร เพื่อเสริมสร้างความตระหนักรู้ด้านความปลอดภัย และยกระดับบทบาทของระบบประกันภัยในการดูแลประชาชนในช่วงเทศกาลปีใหม่

นายชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการ คปภ. เปิดเผยว่า เทศกาลปีใหม่เป็นช่วงเวลาที่ประชาชนมีการเดินทางเป็นจำนวนมาก ทั้งการเดินทางกลับภูมิลำเนาและการท่องเที่ยว ซึ่งอาจมีความเสี่ยงจากการเดินทางเพิ่มขึ้น ดังนั้น การทำประกันภัยที่เกี่ยวเนื่องกับการเดินทางในช่วงเทศกาลสำคัญ จึงไม่เพียงช่วยลดผลกระทบจากอุบัติเหตุเท่านั้น แต่ยังคุ้มครองทรัพย์สินที่ได้รับความเสียหายด้วย ทั้งยังมีบทบาทสำคัญในการเสริมสร้างความเชื่อมั่นต่อทุกภาคส่วน โดยเฉพาะภาคการท่องเที่ยว ทั้งนี้ ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของนักท่องเที่ยวถือเป็นปัจจัยสำคัญในการยกระดับคุณภาพการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจของประเทศอย่างยั่งยืน

โดยภายในงานได้จัดเวทีเสวนา “Insured Travel Talk เดินทางช่วงปีใหม่และทุกเทศกาลอย่างมั่นใจ” โดยมีคุณเฉียง วรฉัตร ธำรงวรางกูร เจ้าของช่องยูทูบและเพจนักเดินทางอินฟลูเอนเซอร์และครีเอเตอร์สายท่องเที่ยวชื่อดัง “เฉียงไปอยู่ไหน” ร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์การเดินทางและการใช้ประกันภัยเป็นเครื่องมือบริหารความเสี่ยง

การรณรงค์ในปีนี้มีความโดดเด่นเป็นพิเศษ เนื่องจากสำนักงาน คปภ. ได้ผลักดันการส่งเสริมการประกันภัยเพื่อรายย่อยหรือไมโครอินชัวรันส์ ให้เป็นส่วนหนึ่งของแผนบูรณาการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนในช่วงเทศกาลและวันหยุด พ.ศ. 2569 ควบคู่ไปกับการส่งเสริมประกันภัยรถยนต์ โดยมุ่งเน้นให้ประชาชนทุกกลุ่มสามารถเข้าถึงความคุ้มครองได้ในราคาที่เหมาะสม นอกจากนี้ สำนักงาน คปภ. ยังได้เตรียม “ของขวัญปีใหม่” เพื่อส่งต่อความห่วงใยและความปรารถนาดีแก่ประชาชน โดย ของขวัญกล่องแรก คือ ความพร้อมในการดูแลและให้คำปรึกษาด้านการประกันภัยตลอด 24 ชั่วโมง ผ่านสายด่วน คปภ. 1186 และ Line Official Account “คปภ. รอบรู้” หรือ OIC Connect

รวมถึงการบูรณาการการทำงานร่วมกับศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนนตลอดช่วง 7 วันอันตราย ระหว่างวันที่ 30 ธันวาคม 2568 ถึงวันที่ 5 มกราคม 2569 ของขวัญกล่องที่สอง คือ พลังความร่วมมือและจิตอาสาจากภาคอุตสาหกรรมประกันภัยและเครือข่ายพันธมิตร ผ่านโครงการ “รวมพลังประกันภัยให้โลหิต” ปีที่ 2 ซึ่งในปี 2568 สามารถรวบรวมโลหิตสำรองได้มากกว่า 12,682,950 มิลลิลิตร เกินกว่าเป้าหมาย 10 ล้านมิลลิลิตรที่ตั้งไว้ ซึ่งได้ส่งมอบให้แก่ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย เพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยและต่อชีวิตให้กับประชาชนทั่วประเทศ ส่วน ของขวัญกล่องที่สาม สำนักงาน คปภ. ได้พัฒนากรมธรรม์ประกันภัยเพื่อรายย่อย หรือไมโครอินชัวรันส์ เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงได้อย่างทั่วถึง ซึ่งในปีนี้นำเสนอกรมธรรม์หลัก 2 รูปแบบ ได้แก่

 1) กรมธรรม์ประกันภัยอุ่นใจข้ามปี เบี้ยประกันภัยเริ่มต้นเพียง 10 บาท ให้ความคุ้มครองกรณีเสียชีวิตจากอุบัติเหตุ 100,000 บาท และสามารถเลือกชำระเบี้ยประกันภัย 20 บาท เพื่อรับความคุ้มครองกรณีเสียชีวิตสูงสุดถึง 250,000 บาท

2) กรมธรรม์ประกันภัยบ้านอุ่นใจ เบี้ยประกันภัยเพียง 10 บาท ให้ความคุ้มครองกรณีอัคคีภัยสูงสุด 30,000 บาท เพื่อช่วยบรรเทาความเสี่ยงด้านที่อยู่อาศัยของ

ซึ่งทั้ง 2 กรมธรรม์นี้ มีระยะเวลาเอาประกันภัย 30 วัน ประชาชนที่สนใจสามารถเลือกซื้อกรมธรรม์ดังกล่าวได้จากบริษัทประกันภัยและผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการ โดยเปิดให้ซื้อประกันภัยได้เป็นระยะเวลานานถึง 3 เดือน ตั้งแต่วันที่ 15 ธันวาคม 2568 ถึงวันที่ 15 มีนาคม 2569 โดยสามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.oic.or.th

ในโอกาสเทศกาลปีใหม่ 2569 ที่กำลังจะมาถึงนี้ สำนักงาน คปภ. ขอส่งความปรารถนาดีไปยังประชาชนทุกคน ไม่ว่าจะเดินทางกลับภูมิลำเนา ท่องเที่ยว หรือใช้เวลาอยู่ร่วมกับครอบครัวและคนที่รัก ขอให้ทุกการเดินทางเป็นไปด้วยความปลอดภัย อุ่นใจ และมั่นใจ โดยมีการประกันภัยเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยบริหารความเสี่ยงในทุกเทศกาลสำคัญ เพื่อให้ช่วงเวลาดังกล่าวเป็นเทศกาลแห่งรอยยิ้ม ความอบอุ่น และความทรงจำที่ดีอย่างแท้จริง เลขาธิการ คปภ. กล่าวในตอนท้าย

ฟุตซอลไทย U16 อัด เมียนมา 4-0 เก็บหกแต้มเต็มศึกชิงแชมป์อาเซียน U16

การแข่งขันฟุตซอลชายชิงแชมป์อาเซียนรุ่นอายุไม่เกิน 16 ปี นัดที่สอง ฟุตซอลชายทีมชาติไทยรุ่นอายุไม่เกิน 16 ปี ลงสนามพบกับ เมียนมา U16 ณ นนทบุรี สเตเดียม 

เกมแรก ไทย ชนะ บรูไน มา 20-0 ส่วน เมียนมา แพ้ อินโดนีเซีย มา 2-4 เกมนี้ ภัฎ ศรีวิจิตร วาง 5 คนแรกชุดเดิม ธนาธิป สำราญสุข (GK), ธนภพ สุเนตร (C), นราวิชญ์ ศรีสุวรรณ, บุญฤทธิ์ เพ็ชรเทียม, ปุณโณ หวังศิลปคุณ

เริ่มเกมมาไทยเดินหน้าเข้าใส่ทันทีนาทีที่ 4 วชิรวิทย์ มนูญผล ได้ยิงไกลด้วยซ้าย แต่ ซาร์นี โม มยินต์ ยังพุ่งปัดออกหลังไปได้

หลังจากนั้นไทยยังบุกอย่างหนัก นาทีที่ 8 ปุณโณ หวังศิลปคุณ ได้หลุดก่อนแตะหลบ ซาร์นี โม มยินต์ ไปแล้วและยิงแต่ยังมี เต๊ะ ซา อ่อง มาสกัดบนเส้นได้

นาทีที่ 10 ไทยนำ 1-0 จากจังหวะที่ วชิรวิทย์ มนูญผล ยกบอลให้ รัฐวิชญ์ ศรีรักษา ได้หลุดไปก่อนตวัดยิงด้วยขวาตามน้ำเข้าไป

หลังจากนั้นไทยยังเดินหน้าบุกอย่างหนัก นาที 16 ฟุตซอลไทย U16 นำห่างเป็น 2-0 จากลูกคิกอิน และเป็น ธนวรรธน์ ภู่วิภาดาวรรธน์ ที่ยิงไกล บอลพุ่งเข้าประตูไป และจบครึ่งแรกไปด้วยสกอร์นี้

เริ่มครึ่งหลังมานาที 21 ปุณโณ หวังศิลปคุณ ได้ลองยิงแต่บอลยังไปชนคานกระเด้งออกมา

นาที 28 ฟุตซอลไทย U16 นำห่างเป็น 3-0 จากจังหวะที่ อชิตะ ศรีจุ๋ย ตัดบอลได้ก่อนลากไปยิงเบียดเสาเข้าไป

นาที 40 ไทยได้ฟรีคิก และเป็น บุญฤทธิ์ เพ็ชรเทียม ที่กดด้วยขวาเข้าไปให้ ฟุตซอลไทย U16 นำห่างเป็น 4-0 จบเกม ฟุตซอลไทย U16 เอาชนะ เมียนมา ไป 4-0 มีเพิ่มเป็น 6 คะแนนจากสองนัดนำเป็นจ่าฝูง

โปรแกรมนัดต่อไป ฟุตซอลชายทีมชาติไทยรุ่นอายุไม่เกิน 16 ปี จะทำการแข่งขันฟุตซอลชายชิงแชมป์อาเซียนรุ่นอายุไม่เกิน 16 ปี นัดที่สาม พบกับ เวียดนาม ที่ นนทบุรี สเตเดียม ในวันที่ 26 ธันวาคม 2568 เวลา 18.00 น. ถ่ายทอดสดทาง แอพพลิเคชั่น TrueVision Now

#FAThailand #ฟุตซอลทีมชาติไทย #ทีมชาติไทยชุดซีเกมส์ #ฟุตซอลทีมชาติไทยรุ่นอายุไม่เกิน16ปี #ฟุตซอลชิงแชมป์อาเซียน #ฟุตซอลอาเซียน

“ฟาร์มไก่ไข่” ยกระดับสกัด “ไข้หวัดนก” กินไข่ไก่ไทยปลอดภัยไร้กังวล

“ฟาร์มไก่ไข่” ยกระดับมาตรการป้องกัน “ไข้หวัดนก” พร้อมย้ำไข่ไก่ของไทยปลอดภัย–มีเพียงพอ เตือนผู้บริโภคเลือกซื้อจากแหล่งที่เชื่อถือได้

นายมงคล พิพัฒสัตยานุวงศ์ นายกสมาคมผู้ผลิต ผู้ค้าและส่งออกไข่ไก่ กล่าวว่า ฟาร์มไก่ไข่ของไทยได้เพิ่มความเข้มงวดด้านความปลอดภัยทางชีวภาพ (biosecurity) เพื่อป้องกันโรคระบาดของสัตว์ปีกอย่างรัดกุม ตั้งแต่การควบคุมคนและยานพาหนะเข้า–ออกฟาร์ม การลดการสัมผัสกับนกป่า ไปจนถึงมาตรการทำความสะอาดและฆ่าเชื้ออุปกรณ์อย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้ไข่มีคุณภาพสูงที่สุดก่อนถึงมือผู้บริโภค

ทั้งนี้ ช่วงฤดูหนาวเป็นช่วงที่ไข้หวัดนกมีการแพร่ระบาดสูง ทำให้แม่ไก่มีความเสี่ยงการติดเชื้อสูงขึ้น หากไม่มีการป้องกันอาจสูญเสียแม่ไก่และการหยุดชะงักของการผลิตไข่ได้ ผู้เลี้ยงไก่ไข่จึงจำเป็นต้องทำระบบป้องกันโรคที่มีประสิทธิภาพ

สำหรับโครงสร้างราคา อาจมีการปรับราคาหน้าฟาร์มขึ้นเป็นครั้งคราว แต่เป็นผลมาจากต้นทุนการป้องกันโรคและมาตรการรักษาความปลอดภัยที่จำเป็น ซึ่งช่วยรับประกันคุณภาพของไข่ตลอดห่วงโซ่การผลิต อย่างไรก็ตาม เมื่อเปรียบเทียบกับหลายประเทศในอาเซียน ราคาขายปลีกไข่ไก่ของไทยยังคงต่ำกว่าอย่างเห็นได้ชัด ทำให้ไข่ไทยยังเป็นแหล่งโปรตีนคุณภาพที่เข้าถึงได้สำหรับประชาชนทุกกลุ่ม

นอกจากนี้ ยังมีรายงานการลักลอบนำเข้าไข่ไก่จากประเทศมาเลเซีย เข้าสู่ตลาดไทย ซึ่งอาจเป็นพาหะนำโรคไข้หวัดนกเข้ามาในประเทศไทย และเสี่ยงต่อความปลอดภัยของผู้บริโภค ผู้เลี้ยงไก่ไข่ขอแนะนำให้ผู้บริโภคเลือกซื้อไข่จากแหล่งที่เชื่อถือได้ และตรวจสอบคุณภาพก่อนซื้อทุกครั้ง ทั้งความสะอาดของเปลือกไข่ ไม่มีมูลไก่ติด ขนาดได้มาตรฐาน สีเปลือกไม่ซีด ตรวจวันผลิตหรือวันหมดอายุ รวมถึงเลือกไข่ที่มาจากฟาร์มที่ได้รับการรับรองมาตรฐานจากกรมปศุสัตว์

ส่วนข้อมูลจากกรมปศุสัตว์และภาคอุตสาหกรรม ชี้ว่าประเทศไทยมีแม่ไก่ไข่ยืนกรงมากกว่า 50 ล้านตัว และสามารถผลิตไข่เฉลี่ยกว่า 43 ล้านฟองต่อวัน ซึ่งเพียงพอต่อความต้องการของผู้บริโภคได้อย่างต่อเนื่อง อีกทั้งยังมีศักยภาพในการส่งออกไข่ไก่ไปยังประเทศที่ประสบภาวะขาดแคลนจากผลกระทบของไข้หวัดนก โดยเฉพาะในปีที่ผ่านมา ประเทศไทยมีการส่งออกไข่สดหลักร้อยล้านฟองไปยังตลาดสำคัญ เช่น สิงคโปร์ ฮ่องกง และไต้หวัน ชี้ชัดว่าระบบการผลิตของไทยมีความมั่นคงจนไม่จำเป็นต้องพึ่งพาการนำเข้าแม้ในสถานการณ์ตึงตัวของตลาดโลก

สำหรับช่วงที่มีการแพร่ระบาดของไข้หวัดนกในประเทศต่างๆ ได้สร้างโอกาสส่งออกไข่ไก่จากประเทศไทย ไปช่วยแก้ปัญหาการขาดแคลนและราคาสูงในประเทศเพื่อนบ้าน เช่น การส่งออกไข่เหลวจากไทยไปญี่ปุ่น ในช่วงนี้ที่มีการระบาดของไข้หวัดนก

อย่างไรก็ตาม ผู้เลี้ยงไก่ไข่ไทย ย้ำว่าฟาร์มในประเทศยังคงเดินหน้าควบคุมโรคอย่างเข้มแข็ง เพื่อให้ไข่ที่จำหน่ายในท้องตลาดมีคุณภาพดีและปลอดภัยสูงสุด พร้อมยืนยันว่าประเทศไทยมีศักยภาพผลิตไข่ได้เพียงพอ และสามารถสนับสนุนประเทศอื่นในยามวิกฤตได้ ขณะเดียวกัน ขอให้ผู้บริโภคมั่นใจในไข่ไทย และร่วมกันเลือกซื้อผลิตภัณฑ์คุณภาพจากแหล่งที่ได้มาตรฐาน เพื่อความปลอดภัยของทุกครอบครัว.

“กาน เวลไฟร์”เปิดปากปมยิงหนุ่มดับอ้างฉุนขาดขับรถปาดหน้า

ตำรวจศูนย์สืบ บช.น.และตำรวจสืบสวน บก.น.2 คุมตัว”กาน เวลไฟร์”ส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดี เบื้องต้นเจ้าตัวให้การยอมรับสารภาพ ปมเหตุขับรถปาดหน้า

เมื่อวันที่ 25 ธันวาคม 2568 ตำรวจศูนย์สืบ บช.น.และตำรวจสืบสวน บก.น.2 ได้ควบคุมตัว นายสงกรานต์ พานภู่ หรือ “กาน เวลไฟร์” ผู้ต้องหาในคดียิงชายวัย 24 ปี เสียชีวิตในรถเก๋ง บริเวณหลังด่านเก็บเงินประชาชื่น มาส่งมอบให้กับพนักงานสอบสวนประชาชื่น เพื่อให้ดำเนินคดีตามขั้นตอนของกฎหมาย

เบื้องต้นเจ้าตัวให้การยอมรับสารภาพ ปมเหตุมาจากการขับรถปาดหน้ากัน ทางตำรวจจึงแจ้งข้อหา “ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา, พยายามฆ่า, มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครอง โดยไม่ได้รับอนุญาตและพาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะ โดยไม่ได้รับใบอนุญาตให้มีอาวุธปืนติดตัว และไม่เป็นกรณีที่มีเหตุจำเป็นและเร่งด่วนตามสมควรแก่พฤติการณ์ ยิงปืนซึ่งใช้ดินระเบิดโดยใช่เหตุ ในเมือง หมู่บ้าน หรือที่ชุมชน”

อมา เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานได้เข้ามาพิมพ์เก็ยลายนิ้วมือตรวจสอบเขม่าปืน พร้อมทำแผนประกอบคำรับสารภาพ เพื่อประกอบสำนวนคดี ก่อนนำตัวผู้ต้องหาเข้าห้องควบคุม โดยในช่วงบ่ายของวันนี้ พล.ต.ต.สยาม บุญสม ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) จะทำการแถลงข่าวที่กองบังคับการตำรวจจราจร (บก.จร.) ในเวลา 13.00 น.วันนี้

วีลแชร์เรซซิ่งไทยพร้อม!“ประวัติ–ชัยวัฒน์” นำทีมซ้อมเข้มก่อนลุยศึกอาเซียนพาราเกมส์

ประวัติ วะโฮรัมย์ และ “บีม” ชัยวัฒน์ รัตนะ สองนักกีฬาพาราทีมชาติไทยเจ้าของผลงานระดับโลก นำทีม 18 วีลแชร์เรซซิ่งไทย ลงฝึกซ้อมอย่างเข้มข้น ณ สนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา จังหวัดนครราชสีมา เตรียมความพร้อมก่อนนับถอยหลังเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาอาเซียนพาราเกมส์ 2026

“เสือยิ้มยาก”ประวัติ วะโฮรัมย์ ถือเป็นนักกีฬาพาราระดับตำนานของไทย สร้างผลงานบนเวทีพาราลิมปิกเกมส์มาอย่างต่อเนื่อง ในคลาส T54 ด้วยดีกรีรวม 16 เหรียญพาราลิมปิก นับเป็นหนึ่งในนักกีฬาพาราไทยที่ประสบความสำเร็จสูงสุดตลอดกาล และยังคงเป็นกำลังหลักของทีมไทยด้วยประสบการณ์ ความแข็งแกร่ง และวินัยในการฝึกซ้อม

ขณะที่ “บีม” ชัยวัฒน์ รัตนะ ที่สร้างชื่อเสียงให้ประเทศในศึก พาราลิมปิกเกมส์ 2024 กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ที่ผ่านมา ด้วยผลงาน 1 เหรียญทอง และ 1 เหรียญเงิน

สำหรับการฝึกซ้อมในครั้งนี้เน้นในเรื่องของการรักษาร่างกายให้พร้อมต่อการแข่งขัน พร้อมการปรับจังหวะให้ใกล้เคียงสถานการณ์จริง ภายใต้การดูแลของทีมผู้ฝึกสอนอย่างใกล้ชิด โดยมี “ครูพรต” อาจารย์สุพรต เพ็งพุ่ม หัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมวีลแชร์เรซซิ่งทีมขาติไทยเป็นผู้ควบคุม

โดย 18 นักกีฬาวีลแชร์เรซซิ่งชุดอาเซียนพาราเกมส์ประกอบด้วย ภูธเรศ  คงรักษ์ T54, พิพัฒน์พงศ์  เสียงล้ำ T54, อธิวัฒน์  แพงเหนือ T54, ประวัติ  สมศักดิ์ T54, ประวัติ วะโฮรัมย์ T54, พัฒนชัย  ศรีคำเวียง T54, วราพงษ์  นวลแสน T54, ดำรงศักดิ์  อินกอง T54, พงศกร  แปยอT53, มะสบือรี  อาแซ T53, เสฏฐวุฒิ  เผือกเฟื่อง T53, พิชญา  คูรัตนศิริ T52, เพ็ชร  รุ่งศรี T52, อาทิตยา  เปรมผล T54, เตชินี  ดวงอินทร์ T54, ประณยา  เซกระโทก T53, ชัยวัฒน์ รัตนะ T34 และสมบูรณ์ พรมคุณ T34

โดยทีมวีลแชร์เรซซิ่งไทย ตั้งเป้าทำผลงานให้ดีที่สุดในศึกอาเซียนพาราเกมส์ 2026 ที่ ประเทศไทยจะรับหน้าที่เจ้าภาพ และต่อยอดสู่ เอเชียนพารา นาโกย่า ประเทศญี่ปุ่น เพื่อนำชื่อเสียงและความภาคภูมิใจสู่ประเทศชาติ พร้อมทั้งเป็นแรงบันดาลใจให้กับเยาวชนและนักกีฬารุ่นใหม่ของไทยต่อไป

ร่วมเชียร์นักกีฬาพาราไทยในอาเซียนพาราเกมส์ ระหว่างวันที่ 20-26 มกราคม 2569 ณ สนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา จังหวัดนครราชสีมา

หนีกรุงทิ้งความวุ่นวาย!โต้ลมหนาว ชมศิลปะ-ฟังเพลง เคล้าบรรยากาศสุดชิลล์ริมแม่น้ำแคว

ททท. สำนักงานกาญจนบุรี ขอชวนทุกคนทิ้งความวุ่นวาย มาใช้เวลาช้า ๆ ร่วมเติมพลังงานดี ๆ ในบรรยากาศสุดชิลล์ริมแม่น้ำแคว ในงาน “ปล่อยใจ” Art – Music & Wellness Festival  เทศกาลที่รวบรวมงานศิลปะ ดนตรี และการดูแลสุขภาพ มารวมไว้ในที่เดียว เพื่อให้คุณได้ปรนนิบัติทั้งกายและใจไปพร้อมกัน ทำไมเราถึงไม่อยากให้คุณพลาดงานนี้ ?

Acoustic Night : ดื่มด่ำกับบทเพลงไพเราะจากเจ้าพ่อเพลงรักสุดอบอุ่น พี่โอ๋ “ธีร์ ไชยเดช” และศิลปินรุ่นใหม่ “View From The Bus Tour”  ท่ามกลางบรรยากาศแคมป์ปิ้งสุดเอ็กซ์คลูซีฟ

Wellness & Art : กิจกรรมดูแลสุขภาพกายและใจ งานศิลปะแฮนด์เมด และมุมความคิดสร้างสรรค์ที่คัดสรรมาเพื่อคุณโดยเฉพาะ

Food & Coffee : อิ่มอร่อยกับโซนอาหารและกาแฟที่ตั้งใจคัดมาเสิร์ฟ เพื่อให้ทุกการกินดื่มคือความสุข Location : สัมผัสอากาศดี ๆ ริมแม่น้ำแคว บนพื้นที่สีเขียวของเชอรีฮับสโตนแคมป์ ที่จะทำให้การแคมป์ปิ้งครั้งนี้พิเศษกว่าครั้งไหน ๆ 

ไม่ว่าคุณจะเป็นวัยรุ่นสายคอนเสิร์ต คนทำงานที่มองหาพื้นที่ Reset ตัวเอง หรือครอบครัวที่อยากมาใช้เวลาคุณภาพร่วมกัน งานนี้ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์อย่างแน่นอน

ระหว่างวันที่ 24 – 25 มกราคม 2569 สถานที่ : Cherry’s Hub Stone Camp อ.เมือง จ.กาญจนบุรี สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม : ททท. สำนักงานกาญจนบุรี  
Facebook : tatkan / Line : @tatkan  
เตรียมเก็บกระเป๋า แล้วมาเปลี่ยนวันหยุดธรรมดา ให้กลายเป็นความทรงจำที่แสนพิเศษ ในงาน “ปล่อยใจ” ไปกับเรานะครับ

#ปล่อยใจ #ArtMusicWellness 
#กาญจนบุรี #CampingThailand 
#WellnessFestival #AmazingThailand 
#ทททกาญจนบุรี
#ข่าวภูมิภาคกาญจนบุรี / ปรีชา  ไหลวารินทร์

ตำรวจสน.ท่าเรือไล่ล่าผู้ต้องหา ยิงสนั่นคลองเตยบาดเจ็บ 3 ราย

ตำรวจสน.ท่าเรือไล่ล่าผู้ต้องหา คดีพยายามฆ่า ยิงตำรวจสนั่นกลางชุมชนคลองเตย เยาวชน 2 ราย ถูกลูกหลงบาดเจ็บ ญาติเรียกร้องเร่งจับคนร้าย-หาผู้รับผิดชอบ

จากกรณี เกิดเหตุยิงกันภายในชุมชนย่านคลองเตย เมื่อกลางดึกวันที่ 25 ธ.ค.ขณะเจ้าหน้าที่ตำรวจนอกเครื่องแบบ สน.ท่าเรือ แสดงตัวเข้าตรวจค้นผู้ต้องสงสัย ก่อนถูกใช้อาวุธปืนยิงใส่ จนมีตำรวจและประชาชนได้รับบาดเจ็บ สร้างความแตกตื่นให้กับชาวบ้านในพื้นที่

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ บ้านเลขที่ 4/190 ล็อก 4-5-6 เขตคลองเตย แขวงคลองเตย กรุงเทพมหานคร หลังเกิดเหตุพนักงานสอบสวน เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานตำรวจ เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ ซึ่งเป็นบริเวณร้านขายก๋วยเตี๋ยว ภายในชุมชน พร้อมอาสาสมัครกู้ภัยมูลนิธิร่วมกตัญญู เข้าช่วยเหลือผู้ได้รับบาดเจ็บ นำส่งโรงพยาบาล

จากข้อมูลการสอบสวนเบื้องต้นเหตุเกิดขึ้นจากตำรวจนอกเครื่องแบบ สน. ท่าเรือ พบบุคคลต้องสงสัยว่าเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับในคดีครั้งเก่า ในข้อหาพยายามฆ่า จอดรถซื้อก๋วยเตี๋ยว จึงแสดงตัวเพื่อขอเข้าตรวจค้น แต่ผู้ก่อเหตุได้ใช้อาวุธปืนยิงใส่ตำรวจ ได้รับบาดเจ็บ และพยายามวิ่งหลบหนีเข้าไปในชุมชน และยิงตอบโต้ตำรวจที่พยายามไล่ตาม จนทำให้เยาวชนถูกลูกหลงได้รับบาดเจ็บ และหลบหนีไปได้

ต่อมา ตำรวจสืบทราบว่า นายบุรินทร์ วิ่งเข้าไปในซอยทะลุถนนรถไฟสายเก่า แล้วเรียกใช้รถจักรยานยนต์รับจ้างมาส่งที่ปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่ง ถนนเกษมราษฎร์ เขตคลองเตย ตำรวจชุดปฎิบัติการพิเศษ กองบังคับการตำรวจนครบาล 5 และตำรวจ ชุด ปฏิบัติการพิเศษ จึงเจ้าตรวจสอบที่ปั้มน้ำมันอีกครั้ง แต่ไม่พบตัวนายบุรินทร์

ด้าน ญาติผู้ได้รับบาดเจ็บ ที่เป็นเยาวชนอายุ 13 ปี ทั้ง 2 คน เปิดเผยว่า ผู้ได้รับบาดเจ็บเป็นน้องสาว และหลานสาว ขณะเกิดเหตุได้เดินไปซื้อของที่ร้านขายของชำหน้าปากซอย แต่ขนาดเดินกลับเข้าบ้านพัก ก็ได้ยินเสียงปืนและเสียงคนตะโกนโวยวาย จึงพยายามวิ่งหลบหนีเข้าบ้าน แต่กลับถูกกระสุนปืนลูกลมยิงเข้าที่ต้นขา ล้มลง 1 คน อีกหนึ่งคนยิงถูกยิงที่ก้น ขณะนี้อยู่ในการรักษาของแพทย์ ต้องผ่าเอากระสุนออก

ซึ่งจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นยังไม่ทราบแน่ชัดว่า กระสุนปืนที่ยิงถูกผู้ได้รับบาดเจ็บ ทั้ง 2 คน เป็นของตำรวจ หรือผู้ก่อเหตุ แต่เหตุการณ์ในลักษณะนี้ไม่ควรเกิดขึ้น อยากให้ตำรวจติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดี และหาคนรับผิดชอบ

.