สดุดีทหารกล้า “พลฯ ธนพัฒน์ นันทะวงศ์” วีรบุรุษบ้านหนองจาน

สดุดี “น้องไอน้ำ” ทหารกล้าผู้เสียสละรายที่ 23
• วีรบุรุษ: “น้องไอน้ำ” หรือ
  พลทหาร ธนพัฒน์ นันทะวงศ์
.
 “ลูกหลานชาวอำนาจเจริญ 
  สังกัด ร.2 พัน.3 รอ”
• ภารกิจสุดท้าย: น้องยอมสละชีวิต
  วัยรุ่น ทิ้งวุฒิการศึกษามาเป็นทหาร
  และทำหน้าที่

  ลาดตระเวนเฝ้าชายแดนไทย-กัมพูชา 
  บ้านหนองจาน จ.สระแก้วติดต่อกัน
  ยาวนานถึง 15 วัน 15 คืน
• น้องเสียชีวิตขณะปฏิบัติหน้าที่
   ปกป้องอธิปไตย 
.
  “เมื่อวันที่ 23 ธ.ค. 68 นับเป็น
   ทหารรายที่ 23 ของปีนี้ที่พลีชีพเพื่อชาติ“

• น้องคือต้นแบบของความเด็ดเดี่ยว
 ที่เลือกทำเพื่อส่วนรวมจนวินาทีสุดท้าย
 หลับให้สบายนะน้องไอน้ำ…
 ขอบคุณที่ดูแลพวกเรานะครับ

กสทช. ตรวจค้นโกดังย่านปทุมธานยึดโดรนไม่มีใบอนุญาต 1,839 เครื่อง

กสทช. สนธิกำลังสอท2 เจ้าหน้าที่สรรพมิตร ศุลกากรและสคบ.เข้าตรวจโกดังย่านปทุมธานียึดโดรนไม่มีใบอนุญาต  จำนวน 1,839เครื่อง และแบตเตอรี่ จำนวน 704 ชิ้น

เจ้าหน้าที่ กสทช.พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่ตำรวจ (สอท 2) ,เจ้าหน้าที่สรรพสามิต,เจ้าหน้าที่ศุลกากรและเจ้าหน้าที่ สคบ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.คลองหลวง ได้ร่วมกันนำหมายค้นของศาลจังหวัดธัญบุรี  เข้าตรวจคค้นบริเวณโกดังแห่งหนึ่ง ใน ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี และได้พบกับ นายธนธร (สงวนนามสกุล) ผู้ครอบครองดูแลสถานที่ดังกล่าวพาตรวจตค้น พบ ของกลางจำนวน 16 รายการ  แยกเป็น

1.เครื่องวิทยุคมนาคม ประเภท โทรศัพท์เคลื่อนที่ แบบ/รุ่น X30 จำนวน 296 เครื่อง
2.เครื่องวิทยุคมนาคม ประเภท โทรศัพท์เคลื่อนที่ แบบ/รุ่น X31 จำนวน 20 เครื่อง
3.เครื่องวิทยุคมนาคม ประเภท โทรศัพท์เคลื่อนที่ แบบ/รุ่น X39-6 จำนวน 200 เครื่อง
4.เครื่องวิทยุคมนาคม ประเภท โทรศัพท์เคลื่อนที่ แบบ/รุ่น X40 จำนวน 30 เครื่อง
5.เครื่องวิทยุคมนาคม ประเภท โทรศัพท์เคลื่อนที่ แบบ/รุ่น P30 Pro จำนวน 163 เครื่อง
6.เครื่องวิทยุคมนาคม ประเภท โทรศัพท์เคลื่อนที่ แบบ/รุ่น P40 Pro จำนวน 423 เครื่อง
7.เครื่องวิทยุคมนาคม ประเภท โทรศัพท์เคลื่อนที่ แบบ/รุ่น NOVA 7 จำนวน 28 เครื่อง
8.เครื่องวิทยุคมนาคม ประเภท โทรศัพท์เคลื่อนที่ แบบ/รุ่น VIVO Y19 จำนวน 1 เครื่อง

9.เครื่องวิทยุคมนาคม ประเภท โทรศัพท์เคลื่อนที่ แบบ/รุ่น Y50 จำนวน 13 เครื่อง
10.เครื่องวิทยุคมนาคม ประเภท โทรศัพท์เคลื่อนที่ แบบ/รุ่น ไม่ปรากฏ (รวม) จำนวน 95 เครื่อง
11.เครื่องวิทยุคมนาคม ประเภท 4G ROUTER จำนวน 151 เครื่อง
12.เครื่องวิทยุคมนาคม ประเภท POCKET WIFI จำนวน 109 เครื่อง
13.เครื่องวิทยุคมนาคม ประเภท 4G ANTANNA จำนวน 75 เครื่อง
14.เครื่องวิทยุคมนาคม ประเภท WINDBAND ANTANNA จำนวน 21 เครื่อง
15.เครื่องวิทยุคมนาคม ประเภท GPS TRACKER จำนวน 3 เครื่อง
16.เครื่องวิทยุคมนาคม ประเภทอากาศยานซึ่งไม่มีนักบิน (Drone) จำนวน 1,849 เครื่อง และแบตเตอรี่
จำนวน 704 ชิ้น

โดยได้ตรวจสอบแล้วไม่ปรากฏว่าได้มีการออกใบอนุญาตที่เกี่ยวข้องกับของกลาง ที่ตรวจยึดทั้ง 16 รายการแต่อย่างใด จึงได้ตรวจยึดมาส่งพนักงานสอบสวน สภ.คลองหลวงเพื่อดำเนินการตรวจสอบ และอาจถูกดำเนินคดีในข้อหา มี นำเข้า และค้า ซึ่งเครื่องวิทยุคมนาคม โดยไม่ได้รับใบอนุญาตจากเจ้าพนักงานผู้ออกใบอนุญาต ตามมาตรา 6 และมาตรา 23 แห่งพระราชบัญญัติวิทยุคมนาคม พ.ศ.2498 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ต่อไป

“รมว.พัฒนา” ย้ำไม่เอาบุหรี่-บุหรี่ไฟฟ้า ชี้เลิกสูบแก้ปัญหาดีที่สุด

“รมว.พัฒนา” ยันไม่เอาบุหรี่-บุหรี่ไฟฟ้า ชี้เลิกสูบแก้ปัญหาดีที่สุด หนุน สสส.เพิ่มกิจกรรมทางกาย โยงเมืองเดินได้-เดินดี สร้างความรู้ด้านอาหาร ลดโรค ลดเค็ม ตั้งแต่เด็ก หลังพบคนไทยเสียชีวิตจาก NCDs 75 % เฉลี่ย 37 คน/ชั่วโมง

นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ในฐานะรองประธานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) คนที่ 1 กล่าวว่าการประชุมกรรมการกองทุนฯ ครั้งที่ 10/2568 เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2568 ตนทำหน้าที่ประธานฯโดยยืนยันไม่สนับสนุนบุหรี่-บุหรี่ไฟฟ้า ทุกรูปแบบ ไม่เห็นด้วยกับการใช้บุหรี่ไฟฟ้าแทนการสูบบุหรี่ วิธีแก้ไขปัญหาต้องมุ่งไปที่เดียว คือ ลด ละเลิก ขอให้ สสส. เดินหน้าร่วมกับภาคีเครือข่ายสื่อสารสร้างความเข้าใจพิษภัยบุหรี่ไฟฟ้า โดยเฉพาะในกลุ่มเยาวชนอย่างเข้มข้นต่อไป ขณะที่ประเด็นการปลอดล็อกขายเหล้าในช่วงเวลา 14.00-17.00 น. รัฐบาลได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดเพื่อประเมินอย่างรอบด้านทั้งทางสังคม สุขภาพ และเศรษฐกิจ โดยจะเอาผลการศึกษามาวิเคราะห์และพิจารณาอย่างเป็นธรรม

“ตอนนี้คนไทยยังมีกิจกรรมทางกายไม่เพียงพอ ลดลงเหลือ 54.3 % จาก 62.0 % ส่งผลกระทบสุขภาพ เสี่ยงป่วยด้วยโรคไม่ติดต่อหรือ NCDs ที่ปัจจุบันมีผู้เสียชีวิตเฉลี่ย 320,000 คน/ปี หรือชั่วโมงละ 37 คน ผมเห็นด้วยที่ สสส. เดินหน้า 3 ยุทธศาสตร์ คือ 1.Active Society สร้างความตระหนัก ค่านิยมมีวิถีชีวิตที่กระฉับกระเฉง 2.Active Environment พัฒนาพื้นที่สุขภาวะ เพิ่มการเข้าถึงพื้นที่ออกกำลังกายของทุกกลุ่มวัย อาทิ พัฒนาเป็นเมืองเดินได้-เดินดี ออกแบบผังเมืองให้เชื่อมโยงสวนสาธารณะ ระบบขนส่งสาธารณะและชุมชนให้ทุกกลุ่มวัยออกกำลังกายและใช้ชีวิตกระฉับกระเฉงในเมืองได้มากขึ้น ครอบคลุม 38 เมือง

เช่น เชียงราย ลำปาง นครสวรรค์ อุบลราชธานี สงขลา ทำให้ประชาชนเข้าถึงพื้นที่สุขภาวะมากขึ้น 58.4 % และ 3.Active People เพิ่มโอกาสเข้าถึงกิจกรรมทางกายโดยเฉพาะกลุ่มเคลื่อนไหวน้อย ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสร้างต้นแบบ เช่น ออกแบบกิจกรรมทางกายหลังเลิกเรียน ส่งเสริมการออกกำลังกายในผู้สูงอายุ
ส่งผลให้ประชาชนมีกิจกรรมทางกายเพียงพอเพิ่มขึ้น 68.9%”

พัฒนา พร้อมพัฒน์ รมว.สธ

นายพัฒนา กล่าวว่า ข้อมูลสถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล พบว่า คนไทยมีความรอบรู้ด้านอาหาร เพียง 40 % สสส.จึงมุ่งเน้นเสริมความรอบรู้ด้านโภชนาการในโรงเรียน/ชุมชน อาทิ จัดทำคู่มือชุดความรู้ด้านการจัดการอาหารและโภชนาการในสถานศึกษานำร่องใน 5 จังหวัด บุรีรัมย์ สุรินทร์ เชียงใหม่ น่าน และขอนแก่น ทำให้เด็กวัยเรียนมีความรอบรู้เพิ่มขึ้น 85 % ส่วนครูและแม่ครัวมีความรอบรู้ด้านการจัดการเพิ่มขึ้น 95 % นอกจากนี้เตรียมผลักดันมาตรการชุมชนลดเค็ม ลดเสี่ยง ลด NCDs บูรณาการขยายผลระดับพื้นที่กว่า 100 ชุมชน กลุ่มเป้าหมายบริโภคเกลือและโซเดียม ลดลง 10 % และปริมาณโซเดียมในอาหารลดลง 10 % ภายในปี 2571

บุกจับ 4 หนุ่มเมียนมาคาโรงแรมหรูบังคับโดรนป่วนเมืองแตกตื่นกันทั้งสุวรรณภูมิ

ตำรวจบุกจับ 4 หนุ่มเมียนมา บังคับ โดรนป่วนเมือง แตกตื่นกันทั้งสุวรรณภูมิ เมื่อวันที่ 21 ธ.ค.ที่ผ่านมา สอบสวนสารภาพมารับของเพื่อนำส่งขายรัฐบาลเมียนมา 

เมื่อวันที่ 23 ธ.ค.2568 พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. พล.ต.ต.ประสงค์ อานมณี ผบก.น.3 พ.ต.อ.สมคิด ประเชิญสุข ผกก.สน.ลาดกระบัง พ.ต.อ.กฤษ ก้อมน้อย ผกก.สส.บก.น.3 พร้อมชุดสืบสวน กก.สส.บก.น.3 และชุดสืบสวน สน.ลาดกระบัง ร่วมตรวจค้นห้องพักในโรงแรมแห่งหนึ่ง พื้นที่เขตลาดกระบัง กรุงเทพฯ

หลังสืบทราบว่าเป็นแหล่งบังคับโดรนที่สร้างความแตกตื่นกันทั้งสนามบินสุวรรณภูมิ เมื่อคืนวันที่ 21 ธ.ค.ที่ผ่านมา พบผู้ต้องสงสัย นายอ่อง อายุ 32 ปี สัญชาติเมียนมา นายซาเน อายุ 24 ปี สัญชาติเมียนมา นายคยอซิน อายุ 21 ปี สัญชาติเมียนมา นายเทียนซอ อายุ 34 ปี สัญชาติเมียนมา พร้อมของกลาง โดรน DJI 10 ลำ

จากการตรวจสอบพบว่าทั้งหมดเข้ามาพักเมื่อวันที่ 21 ธ.ค.ที่ผ่านมา โดยมีนายเดวิด (ไม่ทราบชื่อสกุลจริง) เป็นคนเปิดจองห้องพักทางออนไลน์ สอบสวนผู้ต้องสงสัย 4 คน ให้การว่า ได้รับการติดต่อจากหัวหน้า ซึ่งเป็นบุคคลสัญชาติพม่า ให้มารอรับโดรนในประเทศไทย เพื่อนำออกไปยังประเทศพม่าอีกทีหนึ่ง จึงมารอรับโดรนจากรถขนส่งบริษัท ที่โรงแรม

ส่วนวิธีการนำโดรนออกไปยังประเทศพม่า ต้องแยกชิ้นส่วนออกเป็นกล่องๆ ยังไม่ได้ประกอบเป็นตัวเครื่อง สามารถนำออกทางเครื่องบินโดยสารได้ตามปกติ โดยจะแบ่งหน้าที่กันนำออกไปคนละ 2-3 กล่อง เมื่อไปถึงยังประเทศพม่า จะนำส่งให้กับหัวหน้าที่เปิดบริษัทอยู่ที่พม่า เพื่อขายต่อให้กับกองทัพในประเทศพม่า

เจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจยึดโดรนทั้งหมดส่งมอบให้พนักงานสอบสวน สน.ลาดกระบัง ไว้ตรวจสอบ โดยรอ นายรัชพล (สงวนนามสกุล) กลับมาจากประเทศโอมาน เพื่อนำหลักฐานมาแสดงต่อพนักงานสอบสวน และดำเนินการเพิกถอนวีซ่าชาวพม่าทั้ง 4 คน ต่อ ผบก.ตม.1 ควบคุมตัวไว้ที่ห้องกักเพื่อทำการสืบสวนขยายผลต่อไป

ด้าน นายรัชพล ปัจจุบันอยู่ประเทศโอมาน แจ้งว่า ตนได้รับการติดต่อจากเพื่อนชาวพม่า ชื่อ นายเควินโช ซึ่งรู้จักและเคยทำงานร่วมกัน โดยนายเควินโชติดต่อให้ช่วยซื้อโดรนจากบริษัทในประเทศไทย เนื่องจากในประเทศไทยมีสินค้า และราคาถูกกว่าท้องตลาดทั่วไป จึงติดต่อซื้อโดรนจากบริษัทที่ขายโดรน

จากการสอบถามเจ้าหน้าที่บริษัทได้ความว่า นายรัชพลเคยติดต่อซื้อโดรนก่อนหน้ามาประมาณ 2-3 ครั้ง ครั้งละประมาณ 3-4 ลำ จนกระทั่งล่าสุดได้ติดต่อซื้อโดรน DJI FLYCart 30 จำนวน 10 ลำ ราคาลำละประมาณ 5 แสนบาท รวมภาษีแล้วเป็นเงิน 7.5 ล้านบาท

ซึ่งนายรัชพลโอนเงินชำระค่าโดรนเป็นที่เรียบร้อยทางบัญชีของบริษัท และมีกำหนดการส่งมอบให้เมื่อวันที่ 18 ธ.ค. แต่เนื่องจากในวันดังกล่าวนายรัชพลไม่สะดวก จึงนำมาส่งมอบในวันที่ 21 ธ.ค. ต่อมา บริษัทได้รับการติดต่อจากนายรัชพลให้นำโดรนมาส่งมอบให้ที่โรงแรม จึงว่าจ้างรถขนส่งนำโดรนมาส่งมอบให้ที่โรงแรมดังกล่าว  

ล่ามือปืนซิ่งอัลพาร์ดสีขาวประกบยิงหนุ่มขับเก๋งดับคาด่านประชาชื่น

ตำรวจเร่งล่ามือปืนขับรถตู้อัลพาร์ดสีขาวฉุนยิงหนุ่มขับเก๋งปาดหน้าเข้าด่านเก็บเงิน บนด่วนประชาชื่น กระสุนฝังคอหนุ่มขับเก๋งดับอนาถ ก่อนหลบหนีไป

วันนี้ (23 ธ.ค.) ที่ สน.ประชาชื่น พล.ต.ต.พัลลภ แอร่มหล้า รอง ผบช.น. พล.ต.ต.เกียรติกุล สนธิเณร ผบก.น.2 พ.ต.อ.นิมิตร นูโพนทอง รอง ผบก.น.2 พ.ต.อ.ศักดิเดช กัมพลานุวงศ์ ผกก.สน.ประชาชื่น พร้อมฝ่ายสืบสวนและพนักงานสอบสวน สน.ประชาชื่น ร่วมประชุมติดตามความคืบหน้า

โดย พล.ต.ท.สยาม ผบช.น. เปิดเผยภายหลังเรียกชุดสืบสวนประชุม และสอบปากคำ แฟนผู้เสียชีวิต นานกว่า 1 ชั่วโมง บอกว่า รถคันที่ก่อเหตุ ได้ขับปาดหน้ากันมากับรถของผู้เสียชีวิต ประมาณ 500 เมตรก่อนถึงด่านเก็บเงิน เมื่อถึงการเก็บเงินต่างคนต่างเข้าคนละช่อง แต่รถผู้ก่อเหตุเมื่อจ่ายเงินแล้วกลับชะลอรถรอรถผู้เสียชีวิตจ่ายเงินเสร็จจากนั้นก็ขับประกบ ก่อนจะใช้อาวุธปืนขนาด 9 มม. ขึ้นมายิงจำนวน 3 นัด เข้าที่ลำคอ 1 นัด และแขน 2 นัด ก่อนจะหลบหนีไป ทำให้รถเสียหลักแฟนผู้ตาย จึงบังคับรถก่อนไปชนเข้ากับข้างทาง

เบื้องต้น ตำรวจได้รวบรวมหลักฐานและให้ฝ่ายสืบสวนทั้งสืบสวนบช.น. สืบสวนนครบาล 2 และ สืบสวนสน.ประชาชื่น ติดตามรถคันที่ก่อเหตุเบื้องต้นทราบว่าหลังก่อเหตุหลบหนีไปทาง ถนนพุทธมณฑลสาย 7 มุ่งหน้าลงใต้

เมื่อถามว่า รถคันก่อเหตุนั่งมากี่คน พล.ต.ท.สยาม กล่าวว่า ยังไม่สามารถระบุได้ ขอไปตรวจสอบกล้องวงจรปิดก่อน แต่เมื่อถามว่า ลักษณะการยิงเป็นมืออาชีพหรือไม่นั้น ผบช.น.ระบุว่า ก็ไม่ขนาดนั้น การยิงเป็นลักษณะกดเนื่องจาก รถผู้ก่อเหตุ มีลักษณะสูงกว่าและเพิ่งผ่านด่านเก็บเงินมายังไม่มีความเร็ว

เมื่อถามว่า ผู้เสียชีวิตและแฟนเพื่อชีวิตมาจากร้านเหล้าหรือไม่ ผบช.น.ระบุว่า แฟนผู้เสียชีวิตอ้างว่าเธอทะเลาะกับผู้เสียชีวิต และหนีมา บ้านเพื่อนย่านปากเกร็ด  จากนั้นผู้เสียชีวิตขับรถมาจากเพชรเกษมเพื่อมารับเธอกลับบ้านแต่ระหว่างทางเกิดเหตุเสียก่อน

พล.ต.ท.สยาม ระบุว่า ตอนนี่อยู่ระหว่างการ ตรวจสอบว่าผู้ก่อเหตุเป็นคนเดียวกับผู้ครอบครองรถหรือไม่ แต่ยืนยันเป็นเพียงบุคคลธรรมดา ไม่ได้เป็นนักการเมืองหรือบุคคลที่มีชื่อเสียง คาดว่าเหตุที่เกิดขึ้นเป็นเหตุซึ่งหน้า  แต่ตำรวจยังไม่ ตัดประเด็นใดทิ้งหากมีหลักฐาน หรือ พยานเพิ่ม ก็จะตรวจสอบทั้งหมดรวมถึงประวัติของผู้เสียชีวิตและผู้ก่อเหตุ

ด้านนางสาวอ้อย อายุ 29 ปี เพื่อนแฟนสาวของผู้เสียชีวิต ได้นำเสื้อผ้ามาให้นางสาวสาวิตรี เปลี่ยน ซึ่งแฟนของผู้ตายได้ขอร้องให้เข้ามาพบ พร้อมกับนำเสื้อผ้าชุดใหม่เข้ามาให้เปลี่ยน เนื่องจากชุดเดิมเปื้อนเลือดเพราะขณะเกิดเหตุ แฟนของผู้ตายนั่งอยู่ข้างคนตายด้วย

น.ส.อ้อย เล่าว่า ตนได้สอบถามเพื่อนว่าทำไมถึงโดนยิง ซึ่งเพื่อนของตนก็เล่าให้ฟังว่าช่วงเวลาที่เกิดเหตุพบรถตู้ดังกล่าว ขับเบียดมาก่อนประกบข้างแล้วใช้อาวุธปืนยิง ซึ่งเพื่อนของตนก็ไม่เห็นหน้าคนยิง พร้อมกับไม่รู้จำนวนคนในรถ ซึ่งก่อนเกิดเหตุเพื่อนได้เล่าให้ตนฟัง ว่าไปเที่ยวสถานบันเทิงมา แต่ยืนยันว่าเพื่อนไม่เมาเพราะคุยปกติ เมื่อสอบถาม น.ส.อ้อย ว่า เคยเห็นรถคันก่อเหตุหรือไม่ น.ส.อ้อย บอกว่าไม่รู้จัก

ส่วนคนตายตนไม่รู้จัก และไม่เคยเห็นหน้า ซึ่งคาดว่าเป็นแฟนใหม่ของเพื่อน แต่ยืนยันว่าเพื่อนของตนไม่ได้มีปัญหาชู้สาวกับใคร และแฟนคนก่อนก็เลิกกันรากันด้วยดี โดยลักษณะนิสัยส่วนตัวของเพื่อนตนจะเป็นคนเงียบ และตนทราบว่าเพื่อนมีอาการป่วยซึมเศร้า ต้องกินยาตลอดเวลา ไม่รับปัจจุบันไม่มีอาชีพเป็นหลักแหล่ง ส่วนผู้ตายก็ไม่ทราบว่าทำอาชีพอะไร

ชัยภูมิรับร่าง “ส.อ.กัมปนาท ทองแสง” วีรบุรุษสมรภูมิรบตาพระยา พระราชทานน้ำหลวงอาบศพ

ชัยภูมิ – ครอบครัว ญาติพี่น้อง และประชาชนชาวชัยภูมินับพันคนร่วมพิธีต้อนรับร่างของ ส.อ.กัมปนาท ทองแสง หรือ “หมู่บอส”สังกัด ร.21 พัน.1 รอ. วีรบุรุษทหารกล้า จากสมรภูมิรบตาพระยา จ.สระแก้ว  บาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี พระราชทานน้ำหลวงอาบศพ ก่อนกำหนดพิธีพระราชทานเพลิงศพในวันที่ 28 ธันวาคมนี้

บรรยากาศเมื่อเวลา 11.10 น. วันที่ 23 ธันวาคม 2568 ณ ลานสนามฟุตบอลโรงเรียนละหานเจริญวิทยา ต.ละหาน อ.จัตุรัส จ.ชัยภูมิ บรรยากาศเป็นไปด้วยความโศกเศร้าและภาคภูมิใจ ในพิธีรับร่าง สิบเอก กัมปนาท ทองแสง สังกัดกองพันทหารราบที่ 1 กรมทหารราบที่ 21 รักษาพระองค์ (ร.21 พัน.1 รอ.) วีรบุรุษผู้สละชีพขณะปฏิบัติหน้าที่ป้องกันอธิปไตย ณ บริเวณบ้านคลองแผง อ.ตาพระยา จ.สระแก้ว เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม ที่ผ่านมา

โดยขบวนร่างไร้วิญญาณถูกเคลื่อนย้ายด้วยเฮลิคอปเตอร์มาถึงพื้นที่ ก่อนจะเคลื่อนขบวนต่อไปยังวัดเจริญสูง บ้านหนองหญ้าข้าวนก ซึ่งตลอดระยะทาง 500 เมตร มีประชาชนชาวชัยภูมินับพันคนพร้อมใจกันยืนสงบนิ่งและโบกธงชาติไทย เพื่อสดุดีดวงวิญญาณทหารกล้าที่ปฏิบัติหน้าที่จนวินาทีสุดท้าย

ในการนี้ พ.อ.กอบโชค หัสดี รอง ผอ.กร.มน.จังหวัดชัยภูมิ (ฝ่ายทหาร) เป็นประธานนำคณะข้าราชการ ทหาร กองเกียรติยศจากกองพันทหารสารวัตรที่ 21 และกองพันทหารราบ มทบ.21 ตั้งแถวรับอย่างสมเกียรติสูงสุด โดยมีหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนร่วมแสดงความไว้อาลัยอย่างมืดฟ้ามัวดิน

สิบเอก กัมปนาท ทองแสง ถือเป็นแบบอย่างของความกล้าหาญและเสียสละ การสูญเสียครั้งนี้นำมาซึ่งความอาลัยอย่างยิ่งแก่กองทัพและครอบครัว ทว่าในความสูญเสียนั้นกลับเต็มไปด้วยความภาคภูมิใจในฐานะ “นักรบผู้ไม่เคยทอดทิ้งหน้าที่”

ต่อมาในช่วงเวลา 17.00 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้ผู้แทนพระองค์อัญเชิญน้ำหลวงพระราชทาน และพวงมาลาพระราชทานจากพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ วางที่หน้าหีบศพเพื่อเชิดชูเกียรติยศและคุณงามความดีสืบไป

โดย…มัฆวาน วรรณกุล -อารยา ผู้สื่อข่าวภูมิภาคจังหวัดชัยภูมิ

.

‘หฤษฎ์ โปษณกุล’ คว้ารางวัลสุดยอดซีอีโอแห่งปี 2025 นำทีมพลิกโฉมเอเจนซีรับทำ SEO รุ่นใหม่ 

เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2568 หฤษฎ์ โปษณกุล ซีอีโอ Minimice Group บริษัทรับทำ SEO ชั้นนำ คว้ารางวัลอันทรงเกียรติ Dailynews Top CEO 2025 สาขา TOP CEO NEW GENERATION OF THE YEAR 2025 เป็นครั้งแรก โดยมี นายปฤษฎางค์ โปษณกุล ในฐานะ General Manager ขึ้นรับรางวัลแทน เพื่อยกย่องเชิดชูเกียรติให้กับผู้บริหารสูงสุดขององค์กร ทั้งภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ และเอกชน ที่มีผลงานโดดเด่นในด้านต่างๆ ขับเคลื่อนองค์กรสู่ความสำเร็จ พร้อมสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้บริหารรุ่นใหม่และสังคมต่อไป โดยมีคณะผู้บริหารเดลินิวส์ร่วมแสดงความยินดี ณ โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ แอต เซ็นทรัลเวิลด์

โดยนายปฤษฎางค์กล่าวว่า “ปีนี้เป็นปีแรกที่ทาง Minimice Group ได้มารับรางวัลจากทางเดลินิวส์ ขอขอบคุณมากๆ สำหรับทีมผู้บริหารเดลินิวส์ และทีมงานทุกๆ ท่านที่จัดงานอันทรงเกียรติในค่ำคืนนี้ ทาง Minimice Group เป็นเอเจนซี่รับทำ SEO (Search Engine Optimization) พร้อมวางแผนการตลาดดิจิทัลครบวงจร รางวัลที่ได้รับในวันนี้ ผมขอมอบให้กับทีมงานทุกๆ ท่าน พาร์ตเนอร์ทุกๆ คน และลูกค้าทุกท่านที่ร่วมเดินทางมา ให้เราได้รับรางวัลอันทรงเกียรตินี้ และสุดท้ายนี้ ในนามของทีม Minimice Group ขอขอบคุณมากๆ อีกครั้งสำหรับรางวัล และงานในค่ำคืนนี้ครับ ขอบคุณครับ”

ภายใต้การนำของ หฤษฎ์ โปษณกุล ในฐานะ CEO Minimice Group ท่ามกลางการแข่งขันและความท้าทายในธุรกิจเอเจนซีรับทำ SEO Minimice Group ยังคงสามารถยืนหยัดได้อย่างสง่างาม ด้วยวิสัยทัศน์ที่ก้าวไกล ความเชี่ยวชาญในการทำ SEO ที่แข็งแกร่ง เลือกใช้ Tools ประสิทธิภาพสูง พร้อมพัฒนาและปรับตัวในทุกๆ ด้านเพื่อตอบโจทย์ลูกค้าได้อย่างครอบคลุม ด้วยแผนกลยุทธ์ SEO Blitz Strategy ที่ Minimice Group ออกแบบเพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่รวดเร็วและเห็นผลได้อย่างชัดเจน โดยเป็นเอเจนซีรับทำ SEO แห่งเดียวในไทยที่กล้ารับประกัน KPI ทุกๆ 3 เดือน วางแผนการตลาดโดยใช้ Keyword จาก SEO ที่สร้างยอดขายจริง เพื่อการเติบโตอย่างรวดเร็วและยั่งยืน และบรรลุเป้าหมายได้กว่า 98% การันตีโดยลูกค้าชั้นนำ นอกจากนี้เรามาพร้อมกับนโยบาย Success-Based Compensation ซึ่งลูกค้าไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ หากไม่สามารถบรรลุ KPI ที่ตั้งไว้ได้

รางวัล Dailynews Top CEO 2025 นี้ เป็นรางวัลที่ผ่านการพิจารณาอย่างเข้มข้นครอบคลุมทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นด้านความเป็นผู้นำ วิสัยทัศน์ ความสามารถในการบริหารองค์กรให้เติบโตอย่างยั่งยืนจนประสบความสำเร็จ เพื่อเป็นประโยชน์ต่อเศรษฐกิจ คุณค่าต่อสังคม การคิดค้นนวัตกรรม และสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้นำรุ่นใหม่ต่อไปในอนาคต

การได้รับรางวัลในครั้งนี้ นอกจากเป็นความภาคภูมิใจของ Minimice Group แล้ว ยังเป็นเครื่องยืนยันถึงความมุ่งมั่นของบริษัทฯ ในการพัฒนาศักยภาพการทำ SEO และวงการตลาดดิจิทัลไทยให้เติบโตอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างสรรค์ผลงานคุณภาพอย่างยั่งยืน ท่ามกลางความท้าทายทั้งทางเศรษฐกิจและสังคมต่อไป

ตำรวจปทส.บุกจับบริษัทเอกชนบุกรุก “ดอยภูคา”โค่นป่าต้นน้ำเมืองน่าน

ตำรวจ บก.ปทส. บุกตรวจยึดเครื่องจักรหนักบุกรุกป่า พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ “ดอยภูคา”พบตัดไม้พญาเสือโคร่ง ทำลายป่าต้นน้ำน่าน กระทบท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ รักษาเมืองท่องเที่ยวก่อนเทศกาลปีใหม่ เจ้าหน้าที่ยึดของกลาง เช่นไม้หวงห้ามที่ตัดในพื้นที่ รถแบคโฮล เลื่อยยนต์ รวมทั้งหมด 8 รายการ

พล.ต.ต.เอนก เตาสุภาพ ผบก.ปทส. ได้สั่งการให้ พ.ต.อ.ณัทกฤช น้อยคำปัน ผกก.4 บก.ปทส.ดำเนินการตรวจสอบการบุกรุกพื้นที่ป่าในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ “ดอยภูคา”หลังได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้านในพื้นที่ ต่อมา ว่าที่พ.ต.ต.จิรายุ อิ่นแก้ว สว.(สอบสวน) กก.4 บก.ปทส. นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.4 บก.ปทส.ชุดปฏิบัติการ จ.น่าน สนธิกำลังร่วมกับหลายหน่วยงาน ตรวจยึดเครื่องจักรกลหนักและเลื่อยโซ่ยนต์ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ “ดอยภูคา” บริเวณทางหลวงหมายเลข 1081 ตอนบ่อเกลือ-เฉลิมพระเกียรติ หมู่ 10 ต.บ่อเกลือเหนือ อ.บ่อเกลือ จ.น่าน หลังได้รับแจ้งว่ามีกลุ่มบุคคลลักลอบขุดปรับพื้นที่และโค่นไม้หวงห้าม โดยเฉพาะ “ต้นกำลังเสือโคร่งและพญาเสือโคร่ง” ซึ่งถือเป็นพันธุ์ไม้สัญลักษณ์ความงดงามของจังหวัดน่าน

จากการตรวจสอบพบพื้นที่ป่าถูกบุกรุกแผ้วถางเป็นบริเวณกว้าง เครื่องจักรหนักกำลังขุดดินเพื่อติดตั้งท่อในลักษณะเปิดแนวป่า และพบตอไม้ถูกตัดใหม่หลายต้น โดยไม่มีเอกสารอนุญาตใช้พื้นที่หรืออนุญาตทำไม้ตามกฎหมาย ซึ่งป่าดอยภูคานั้นเป็นป่าต้นน้ำสำคัญของแม่น้ำน่าน อันเป็นแหล่งหล่อเลี้ยงผู้คนในภาคเหนือตอนบน เหตุการณ์ครั้งนี้ไม่เพียงสร้างความเสียหายต่อทรัพยากรป่าไม้ แต่ยังส่งผลโดยตรงต่อระบบนิเวศ ความสมบูรณ์ของป่าต้นน้ำ และเส้นทางการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ซึ่งปัจจุบันจังหวัดน่านถือเป็นแลนด์มาร์คของฤดูกาลชมซากุระเมืองไทย “พญาเสือโคร่ง” ที่นักท่องเที่ยวนับหมื่นเดินทางมาเยี่ยมชมทุกปี

หากถูกทำลายลง ความสวยงามตามธรรมชาติ ความหลากหลายชีวภาพ และเศรษฐกิจการท่องเที่ยวจะได้รับผลกระทบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ในการนี้ ต้นไม้ที่ถูกตัดดังกล่าวมีบทบาทสำคัญต่อการป้องกันดินถล่มและอุ้มน้ำตามแนวเขา หากปล่อยให้มีการบุกรุกเช่นนี้ จะยิ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อภัยธรรมชาติ เช่น อุทกภัยในตัวอำเภอเมืองน่านดังเช่นที่ผ่านมา ดินสไลด์ น้ำป่าไหลหลาก และการเสื่อมโทรมของป่าต้นน้ำในระยะยาว

หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ชุดร่วมกันร้องทุกข์กล่าวโทษบริษัทยักษ์ใหญ่ 2 ราย ร่วมกัน ทำไม้หวงห้ามในป่าโดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่

-ร่วมกัน มีไม้หวงห้ามอันยังมิได้แปรรูปโดยไม่มีรอยตราค่าภาคหลวง หรือรอยตรารัฐบาลขาย

-ร่วมกัน ก่อสร้าง แผ้วถาง เผาป่า หรือกระทำด้วยประการใดๆ อันเป็นการทำลายป่า หรือเข้ายึดถือครอบครองป่าเพื่อตนเองหรือผู้อื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต”

-ร่วมกัน ทำไม้ในเขตป่าสงวนแห่งชาติโดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่

-ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ร่วมกัน ยึดถือ ครอบครองทำประโยชน์ หรืออยู่อาศัยในที่ดิน ก่อสร้าง แผ้วถาง เผาป่า ทำไม้ หรือกระทำด้วยประการใดๆ อันเป็นการเสื่อมเสียแก่สภาพป่าสงวนแห่งชาติโดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่

-ร่วมกัน มีเลื่อยโซ่ยนต์ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่

พร้อมตรวจยึดของกลาง 8 รายการ ประกอบด้วย รถแบคโฮล  1 คัน , เครื่องเจาะดันท่อ 1 คัน , ไม้หวงห้าม กําลังเสือโคร่ง 1 ต้น ,ไม้หวงห้ามตุ้มเต๋น 1 ต้น , เลื่อยโซ่ยนต์ 2 เครื่อง และแผ่นบังคับโซ่ยนต์  1 อัน  ส่งพนักงานสอบสวนสภ.บ่อเกลือ ดำเนินคดีต่อไป

โดย…ระรินธร เพ็ชรเจริญ  ผู้สื่อข่าวจังหวัดน่าน

.

บอสใหญ่ ค่ายพุ่มฤทธิ์ เรคคอร์ด !! นายห้างธงชัย ฟันธง  ส่ง อาย นภัชชา ร่วม เฉลิมฉลองปราบดาภิเษกวัน “พระเจ้าตากสินมหราช”

หลังจากที่ตบเท้าเข้าร่วมงานฉลองส่งท้ายปีเก่าต้องรับปีใหม่ของคลื่น FM 95 ลูกทุ่งมหานคร ไปเมื่อวันวานที่ผ่านมา นายห้างกฤษดา พุ่มฤทธิ์  บอสใหญ่ ค่าย พุ่มฤทธิ์ เรคคอร์ด พร้อมทั้งทีมงานส่ง น้องอาย นภัชชา  ศิลปินนักร้องลูกทุ่งดาวรุ่งGEN-Yเจ้าของซิงเกิ้ลเพลงใหม่“อย่าชักช้าขึ้นเวทีร่วมงาน“พระเจ้าตากสินมหราช” ณ ศูนย์ราชการอำเภอบางใหญ่ถนนกาญจนาภิเษก

นอกจากจะได้ชมฟรีคอนเสิร์ตจากศิลปินนักร้องลูกทุ่งชื่อดังมากมายไม่ว่าจะเป็น บัวผัน ทังโส,ใบปอ รัตติกาล,ลำยอง หนองหิน ห่าว, บัว กมลทิพย์,วง กางเกง ท่านที่มาร่วมงานยังได้ อิ่มอร่อยกับรสชาติอาหารจานเด็ดเจ็ดย่านน้ำหลากหลายชนิด  หรือจะซื้อสินค้าราคาถูกที่สั่งตรงมาจากโรงงาน ตื่นตาตื่นใจไปกับเกมการละเล่นต่างๆอีกมากมายหลายชนิดรวมทั้งสวนสนุกชุดใหญ่ที่ได้มาตรฐาน

               สำหรับFCที่ติดตามผลงานน้องรักนักร้อง-น้องอาย นภัชชา   มาอย่างเหนียวแน่น ห้ามพลาด ไปพบกันใน“งานเฉลิมฉลอง ร“พระเจ้าตากสินมหราช”  วันอังคารที่ 23 ธันวาคม ณ ศูนย์ราชการอำเภอบางใหญ่ถนนกาญจนาภิเษก

               ส่วนในวันที่ 28 ธันวาคม เชิญชวนร่วมสักการะบูชาเฉลิมฉลองปราบดาภิเษก ณศูนย์ราชการอำเภอบางใหญ่ถนนกาญจนาภิเษกอำเภอบางใหญ่จังหวัดนนทบุรี ชมการแสดงแสงสีเสียงย้อนรอยประวัติศาสตร์สมัยพระเจ้าตาก เดินชมตลาดย้อนยุคและการแต่งกายสมัยกรุงศรีอยุธยา

                สำหรับเจ้าภาพและเจ้าอาวาสวัดใดที่สนใจติดต่องานแสดงคอนเสิร์ตศิลปินนักร้องของค่าย พุ่มฤทธิ์ เรคคอร์ด  โทรมาจองคิวหรือปรึกษาและสอบถามรายละเอียดได้ที่ 063-296-4656  เสี่ยธงชัย -กฤษดา พุ่มฤทธิ์ คิดราคาพิเศษ  สวัสดี

                              หมึก มายา  ประธานชมรมเพื่อนสื่อมวลชนสร้างสรรค์ประเทศไทย

ชาวบ้านไม่ทน!ร้องถนนเส้นทาง “พบพระ-อุ้มผาง”สร้างเสร็จ 6 เดือนชำทรุดพังไร้เหลียวแล

ชาวบ้านสุดทน! ร้อง ถนน สร้างและส่งงาน   ประมาณ  6 เดือน  ชำรุด ทรุด พัง เสียหาย เส้นทาง 1090  พบพระ – อุ้มผาง กม.ที่ 109 -110  วอนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซ่อมแซม แก้ไข “ชาวบ้าน รอ อยู่ นะ เจ้านาย”

ชาวบ้าน และประชาชน ที่ใช้ถนนเส้นทาง สาย อ.พบพระ อ.อุ้มผาง จ.ตาก แจ้งขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการ ปรับปรุงซ่อมแซม ถนน  เส้นทาง 1090  พบพระ – อุ้มผาง กม.ที่ 109 -110  พัง เสียหาย เป็นหลุม เป็นบ่อ ขรุขระ ทั้งๆที่เพิ่งดำเนินการก่อสร้างเสร็จ ตรวจรับ-งาน

 แต่ใช้งานได้ไม่นาน  ชาวบ้านในพื้นที่บอกว่า  ถนน เส้นนี้ เพิ่งสร้างและส่งงาน  ได้ประมาณ 6 เดือน  ชำรุด ทรุด พัง เสียหาย เส้นทาง 1090  พบพระ – อุ้มผาง กม.ที่ 109 -110  วอนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซ่อมแซม แก้ไข “ชาวบ้าน รอ อยู่ นะ เจ้านาย”

….ชาวบ้าน บอกมาว่า รอการแก้ไข ครับ เจ้านาย…

.