บอสใหญ่ ค่ายพุ่มฤทธิ์ เรคคอร์ด !! นายห้างธงชัย ฟันธง  ส่ง อาย นภัชชา ร่วม เฉลิมฉลองปราบดาภิเษกวัน “พระเจ้าตากสินมหราช”

หลังจากที่ตบเท้าเข้าร่วมงานฉลองส่งท้ายปีเก่าต้องรับปีใหม่ของคลื่น FM 95 ลูกทุ่งมหานคร ไปเมื่อวันวานที่ผ่านมา นายห้างกฤษดา พุ่มฤทธิ์  บอสใหญ่ ค่าย พุ่มฤทธิ์ เรคคอร์ด พร้อมทั้งทีมงานส่ง น้องอาย นภัชชา  ศิลปินนักร้องลูกทุ่งดาวรุ่งGEN-Yเจ้าของซิงเกิ้ลเพลงใหม่“อย่าชักช้าขึ้นเวทีร่วมงาน“พระเจ้าตากสินมหราช” ณ ศูนย์ราชการอำเภอบางใหญ่ถนนกาญจนาภิเษก

นอกจากจะได้ชมฟรีคอนเสิร์ตจากศิลปินนักร้องลูกทุ่งชื่อดังมากมายไม่ว่าจะเป็น บัวผัน ทังโส,ใบปอ รัตติกาล,ลำยอง หนองหิน ห่าว, บัว กมลทิพย์,วง กางเกง ท่านที่มาร่วมงานยังได้ อิ่มอร่อยกับรสชาติอาหารจานเด็ดเจ็ดย่านน้ำหลากหลายชนิด  หรือจะซื้อสินค้าราคาถูกที่สั่งตรงมาจากโรงงาน ตื่นตาตื่นใจไปกับเกมการละเล่นต่างๆอีกมากมายหลายชนิดรวมทั้งสวนสนุกชุดใหญ่ที่ได้มาตรฐาน

               สำหรับFCที่ติดตามผลงานน้องรักนักร้อง-น้องอาย นภัชชา   มาอย่างเหนียวแน่น ห้ามพลาด ไปพบกันใน“งานเฉลิมฉลอง ร“พระเจ้าตากสินมหราช”  วันอังคารที่ 23 ธันวาคม ณ ศูนย์ราชการอำเภอบางใหญ่ถนนกาญจนาภิเษก

               ส่วนในวันที่ 28 ธันวาคม เชิญชวนร่วมสักการะบูชาเฉลิมฉลองปราบดาภิเษก ณศูนย์ราชการอำเภอบางใหญ่ถนนกาญจนาภิเษกอำเภอบางใหญ่จังหวัดนนทบุรี ชมการแสดงแสงสีเสียงย้อนรอยประวัติศาสตร์สมัยพระเจ้าตาก เดินชมตลาดย้อนยุคและการแต่งกายสมัยกรุงศรีอยุธยา

                สำหรับเจ้าภาพและเจ้าอาวาสวัดใดที่สนใจติดต่องานแสดงคอนเสิร์ตศิลปินนักร้องของค่าย พุ่มฤทธิ์ เรคคอร์ด  โทรมาจองคิวหรือปรึกษาและสอบถามรายละเอียดได้ที่ 063-296-4656  เสี่ยธงชัย -กฤษดา พุ่มฤทธิ์ คิดราคาพิเศษ  สวัสดี

                              หมึก มายา  ประธานชมรมเพื่อนสื่อมวลชนสร้างสรรค์ประเทศไทย

ชาวบ้านไม่ทน!ร้องถนนเส้นทาง “พบพระ-อุ้มผาง”สร้างเสร็จ 6 เดือนชำทรุดพังไร้เหลียวแล

ชาวบ้านสุดทน! ร้อง ถนน สร้างและส่งงาน   ประมาณ  6 เดือน  ชำรุด ทรุด พัง เสียหาย เส้นทาง 1090  พบพระ – อุ้มผาง กม.ที่ 109 -110  วอนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซ่อมแซม แก้ไข “ชาวบ้าน รอ อยู่ นะ เจ้านาย”

ชาวบ้าน และประชาชน ที่ใช้ถนนเส้นทาง สาย อ.พบพระ อ.อุ้มผาง จ.ตาก แจ้งขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการ ปรับปรุงซ่อมแซม ถนน  เส้นทาง 1090  พบพระ – อุ้มผาง กม.ที่ 109 -110  พัง เสียหาย เป็นหลุม เป็นบ่อ ขรุขระ ทั้งๆที่เพิ่งดำเนินการก่อสร้างเสร็จ ตรวจรับ-งาน

 แต่ใช้งานได้ไม่นาน  ชาวบ้านในพื้นที่บอกว่า  ถนน เส้นนี้ เพิ่งสร้างและส่งงาน  ได้ประมาณ 6 เดือน  ชำรุด ทรุด พัง เสียหาย เส้นทาง 1090  พบพระ – อุ้มผาง กม.ที่ 109 -110  วอนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซ่อมแซม แก้ไข “ชาวบ้าน รอ อยู่ นะ เจ้านาย”

….ชาวบ้าน บอกมาว่า รอการแก้ไข ครับ เจ้านาย…

.

เอกชนหาดใหญ่ลุยฟื้นฟูเศรษฐกิจย่านการค้า-ตลาดสดพลาซ่า 2 กลับมาเฟื่องฟู

นายชลิตพงศ์ สิรินนท์สกุล นายกสมาคมนักธุรกิจหาดใหญ่ เปิดเผยว่า ได้ผลักดันฟื้นฟูเศรษฐกิจย่านการค้าและตลาดสดพลาซ่า 2 จำนวน 220 ราย ให้กลับมาเป็นปกติโดยเร็วเพราะได้รับความเสียหาย 100% ส่วนกระบวนการช่วยเหลือในปัจจุบันซึ่งจากการเข้าถึงแหล่งเงินทุนระบบปกติธนาคารพาณิชย์จะใช้ระยะเวลานาน ไม่สอดรับสถานการณ์เร่งด่วน โดยเฉพาะผู้ค้ารายย่อยและแผงลอยในตลาดที่ไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน ที่จะส่งผลให้ไม่สามารถกลับมาดำเนินกิจการได้

“ตลาดพล่าซ่า 2 เสียหายขณะนี้สามารถเปิดทำการได้เพียง 20% จากทั้งหมด 220 แผง ขนาด 3 คูณ 3 และ 4 คูณ 4 เพราะผู้ค้าส่วนใหญ่ขาดเงินทุนหมุนเวียนไม่สามารถจัดหาสินค้ามาจำหน่ายหากไม่มีมาตรการสนับสนุนด้านเงินทุน ผู้ประกอบการจะส่งผลกระทบต่อการฟื้นตัวและกลายเป็นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวในภาพรวม เนื่องจากตลาดพลาซ่า เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซีย และนักท่องเที่ยวต่างถิ่น เป็นอันดับต้นที่เข้ามาซื้อกิฟช๊อป ของกินเบ็ดเตล็ด เสื้อผ้า และรองเท้า หากศูนย์กลางสิ่งนี้ยังไม่เกิดบรรยากาศการดึงดูดนักท่องเที่ยวเมืองหาดใหญ่ครบวจรจะซบเซาไป”

นายชลิตพงศ  กล่าวว่า ตลาดพลาซ่าถูกน้ำท่วมจะสูญเสีย 100 % เพราะเป็นการกางเต้นท์ชั่วคราว เพราะพลาซ่า 2 อยู่ระหว่างการก่อสร้างอาคารไม่สามารถกั้นป้องกันได้ที่จะสามารถนำมาซักฟอกใหม่เป็นสิ่งของได้ ประการสำคัญเพราะที่จะเทศกาลคริสมาสต์ โรงเรียนประเทศมาเลเซียปิดเทอม เทศกาลปีใหม่ และเทศกาลตรุษจีน ชาวมาเลเซียต่างเข้ามาท่องเที่ยวและช๊อปที่ตลาดพล่าซ่า จะซื้อไปฉลองในเทศกาลปีใหม่ และเทศกาลตรุษจีน  พ่อค้าแม่ค้าจึงไปหาสินเชื่อซื้อสินค้าเก็บสต๊อกไว้ต่าง ในที่สุดได้รับความเสียหายหมด

“ทางออกภาครัฐ รัฐบาล ต้องสนับสนนุช่วยเหลือเท่านั้น จึงจะฟื้นกลับมาได้ แต่หากไปหาสินเชื้อก็จะต้องใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน เมื่อไม่มีหลักทรัพย์จะหมดโอกาส จะต้องออกแบบเพื่อสนับสนุนซึ่งแต่ละรายจะเป็นเงินในระดับ 200,000 บาท และ 300,000 บาท ภาพรวมกว่า 60 ล้านบาท แต่เดิมเมื่อประสบกับอุทกภัยน้ำท่วมปี 2553 ธนาคารออมสิน ธนาคาร SME 0tเอาสัญญาเช่าแผงระหว่างผู้เช่ากับเทศบาลนครหาดใหญ่ เป็นหลักทรัพย์ค้ำประกัน

พ่อค้าตลาดหน้าหอตลาดพลาซ่า  เปิดเผยว่า ร้านค้าซึ่งมีขนาดใหญ่ได้รับความเสียหายเพราะระดับน้ำท่วมสูงเกือบ 6 เมตร ทรัพย์สินและสินค้าจมอยู่ในโคลนต้องเททิ้งทั้งหมด คาดการณ์มีมูลค่าถึงเกือบ 3 ล้านบาท เพราะเกิดเหตุน้ำท่วมเป็นช่วงที่ทางร้านค้าทั่ว ๆ ไปต่างได้ตุนสินค้าไว้มากที่สุดเพื่อขายช่วงเทศกาลปีใหม่ที่จะทำเงินจากนักท่องเที่ยวมาเลเซียได้ดี

“พ่อค้าแม่ค้าในตลาดต้องกาให้ภาครัฐมีมาตรการช่วยด้านหนี้สินและสินเชื่อโดยการลดหย่อน ชะลอการยึดทรัพย์ และไม่คิดดอกเบี้ยเพิ่ม แล้วยังได้เข้าร่วมโครงการคุณสู้เราช่วย แต่ว่ายังคงถูกธนาคารปรับตัดเงินอยู่ตลอด หากไม่ได้รับการช่วยเหลือก็ล้มกันหมด รัฐบาลต้องประสานกับธนาคาร”

นายชลิตพงศ์ กล่าวว่า เพื่อความชัดเจนภาครัฐ และผู้สนับสนุนจะมาตั้งเต้นท์รับเรื่องได้ที่ตลาดพลาซ่า 2 เพื่อดำเนินการถึงรายละเอียด แต่สำหรับในส่วนสมาชิกสมาคมนักธุรกิจหาดใหญ่ประมาณ 80% เป็นผู้ประกอบการขนาดกลางมีทั้งโรงแรม ขนส่ง ผู้ค้าส่ง ยานยนต์ ฯลฯ ถึงจะประสบแต่พอมีทางช่วยเหลือเอง แต่รายย่อยภาครัฐนั้นจะต้องสนับสนุนอย่างเดียวที่จะมาได้

ทางนายณรงค์พร ณ พัทลุง นายกเทศมนตรีเทศบาลนครหาดใหญ่ เปิดเผยว่า เทศบาลได้เร่งโครงการช่วยเหลือครัวเรือนผู้ประสบภัย โดยใช้งบประมาณรัฐบาล 49,000 บาท/ ราย เร่งสำรวจและรับรองข้อมูลประชาชนกว่า 70,000 ครัวเรือนให้แล้วเสร็จภายในสิ้นเดือนธันวาคมนี้และจะต้องรอการอนุมัติงบประมาณจากรัฐบาล

ทางนายปรีชา กิจถาวร นายกสมาคมการค้าผู้เลี้ยงสุกรภาคใต้ เปิดเผยว่า ทางตนได้รับการประสานงานจากสถาบันการเงินเกี่ยวกับสินเชื่อเมื่อประสบภัยพิบัติ และในขณะเดียวกันทางรัฐบาลได้มาตรการสนับสนุนช่วยเหลือ การพักหนี้พักต้นพักดอกและซอฟโลน

“เพราะจากประสบการณ์จริง ทั้งเหตุการณ์มหาภัยพิบัติสีนามิ จ.ภูเก็ต ในกลุ่มทำธุรกิจโรงแรมจากนโยบายพักหนี้พักดอกซอฟโลนงดดอกเบี้ยระยะหนึ่ง และถัดไปคิดดอกเบี้ยภาพรวมประมาณ 5 ปีฟื้นตัวได้เช่นนเดียวกันน้ำท่วมใหญ่หาดใหญ่ ปี 2553  ใช้มาตรการเดียวกันระยะหนึ่งกลับมาฟื้นตัวได้”

นายปรีชา กล่าวว่า แต่หาดใหญ่ในปี 2553 มาตรการต่างถึงไปยังรายขนาดใหญ่ แต่รายขนาดกลางขนาดเล็กเข้าไม่ถึง เพื่อให้เข้าถึงจะต้องยืดหยุ่นผ่อนปรนหลักการ ซึ่งวงเงินไม่เกิน 3 ล้าน และไม่เกิน 5 ล้านบาท รัฐบาลสามารถดำเนินการได้เพื่อให้เข้าถึง หาไม่แล้วจะต้องหายไปและผลกระทบจะเกิดกับเศรษฐกิจ.

หลวงพ่อสมชาย กิตติสาโร จัดพิธีสวด ธัมมจักรฯ อุทิศบุญกุศลให้แก่ดวงวิญญาณทหารหาญที่พลีชีพเพื่อชาติ

                 หลวงพ่อสมชาย กิตติสาโร( พระครูวิสุทธิกิตติคุณ) เจ้าอาวาสวัดอัมพุวราราม และ คณะสงฆ์ วัดอัมพุวราราม  อำเภอ สามโคก จังหวัด ปทุมธานี ทำพิธีสวดธัมมจักรฯปฏิบัติธรรม เพื่ออุทิศบุญกุศลให้แก่ดวงวิญญาณคณะทหารหาญ ที่พลีชีพเพื่อชาติ ในการปกป้องอธิปไตยชายแดนซึ่งเป็นภารกิจอันทรงเกียรติของเหล่าบรรดาทหารหาญ ตลอดถึงประชาชน ที่เสียชีวิต จากเหตุการณ์ในครั้งนี้

               อย่างไรก็ตามพุทธศาสนิกชนที่มีความประสงค์ ร่วมทำบุญบูชาองค์สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) พร้อมทั้งนำไปประดิษฐาน ใน วิหาร สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) ณ วัดอัมพุวราราม  อ.สามโคก จ.ปทุมธานีเพื่ออุทิศส่วนกุศลให้แก่ดวงวิญญาณคณะทหารหาญที่พลีชีพเพื่อชาติ ตลอดถึงประชาชน ที่เสียชีวิต จากเหตุการณ์ในครั้งนี้               

           

   สามารถติดต่อสอบถามรายละเอียด ได้ที่ หลวงพ่อสมชาย กิตติสาโร( พระครูวิสุทธิกิตติคุณ) เจ้าอาวาสวัดอัมพุวราราม 093-505-9959 หรือโอนปัจจัยผ่านธนาคารกสิกรไทย วัดอัมพุวราราราม 078-157 3493  ขอผลบุญที่ ขอให้ท่านได้ร่วมบุญในครั้งนี้จงประสบแต่ความสุขความเจริญรุ่งเรืองคิดสิ่งใดขอให้สมหวังในสิ่งที่ปรารถนาทุกประการด้วยเทอญ !! เจริญพร หลวงพ่อสมชาย .กิตติสาโร( พระครูวิสุทธิกิตติคุณ)เจ้าอาวาสวัดอัมพุวราม

                                             หมึก มายา   ประธานชมรมเพื่อนสื่อมวลชนสร้างสรรค์ประเทศไทย

ตำรวจสอบสวนกลางสกัดจับเครือข่ายค้าเนื้อกระบือเถื่อนยึดของกลางเกือบ 19 ตัน

กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม ร่วมกันจับกุม นายมูฮัมหมัดฯ และนายศิริชัยฯ ซึ่งการกระทำดังกล่าวถือเป็นความผิดตามกฎหมาย


1.พ.ร.บ.โรคระบาดสัตว์ พ.ศ. 2558: ฐานนำเข้าและเคลื่อนย้ายซากสัตว์โดยไม่ได้รับอนุญาต ,2.พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ. 2560: ฐานครอบครองของที่นำเข้ามาโดยยังไม่ผ่านพิธีการศุลกากร พร้อมตรวจยึดของกลาง เนื้อกระบือ ลักลอบนำเข้า น้ำหนักรวมกว่า 18,980 กิโลกรัม คิดเป็นมูลค่าความเสียหายประมาณ 3,796,000 บาท โดยสถานที่จับกุม จ.นนทบุรี

พฤติการณ์ เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.2 บก.ปคบ. ได้สนธิกำลังกับชุดพญาไท กรมปศุสัตว์ เข้าตรวจสอบรถบรรทุกสิบล้อต้องสงสัยจำนวน 2 คัน ในพื้นที่ อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี จากการตรวจค้นอย่างละเอียดพบว่า ขบวนการนี้มีการวางแผนมาอย่างดีเพื่อหลบเลี่ยงการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ โดยการนำ ไม้พาเลท มาวางเรียงรายปกปิดทับซ้อนอยู่ด้านบนของกลาง เพื่ออำพรางสายตาเจ้าหน้าที่หากมีการเรียกตรวจค้นระหว่างเส้นทางขนส่ง

ซึ่งขณะเจ้าหน้าที่เข้าแสดงตัว รถบรรทุกทั้งสองคันกำลังเตรียมความพร้อมในการ นัดหมายเพื่อเปลี่ยนถ่ายเนื้อเถื่อน ไปยังรถขนส่งขนาดเล็กและแหล่งย่อยในพื้นที่ เพื่อกระจายสินค้าสู่ตลาดสดและผู้บริโภคทันที พบซากสัตว์ที่ตรวจพบทั้งหมดเป็น เนื้อกระบือ ลักลอบนำเข้า น้ำหนักรวมกว่า 18,980 กิโลกรัม คิดเป็นมูลค่าความเสียหายประมาณ 3,796,000 บาท

จากการสอบสวน นายมูฮัมหมัดฯ และนายศิริชัยฯ ผู้ขับขี่รถบรรทุก ให้การรับสารภาพว่าได้รับจ้าง ขนเนื้อดังกล่าวมาจาก จ.สุราษฎร์ธานี โดยได้รับค่าจ้างคันละ 14,000 บาท เพื่อนำมาส่งยังจุดนัดพบใน จ.นนทบุรี ซึ่งการกระทำดังกล่าวถือเป็นความผิดตามกฎหมาย พ.ร.บ.โรคระบาดสัตว์ พ.ศ. 2558: ฐานนำเข้าและเคลื่อนย้ายซากสัตว์โดยไม่ได้รับอนุญาต

และ พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ. 2560: ฐานครอบครองของที่นำเข้ามาโดยยังไม่ผ่านพิธีการศุลกากร เจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจยึดของกลางทั้งหมดและนำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน กก.2 บก.ปคบ. เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป 

ชลประทาน อำนาจเจริญ ยืนยัน มีน้ำอุปโภคบริโภคเพียงพอในช่วงหน้าแล้งนี้

อำนาจเจริญ- ผอ. โครงการ ชลประทาน มั่นใจ น้ำ อุปโภค-บริโภค เพียงพอในช่วงหน้าแล้ง ประชาชนไม่ต้องเป็นห่วง

นายกันตสิษฐ์   ธนพนพิพัฒน์ ผู้อำนวยการโครงการชลประทานอำนาจเจริญกล่าวว่าการจัดสรรน้ำ 12.852 ล้าน ลบ.ม ส่วน น้ำใช้การเรามี 42 ล้าน ลบ.ม ยืนยันว่าเพียงพอต่อการทำเกษตรกรรม ในพื้นที่เขตชลประทาน7ครับ นอกเขตช่วยเหลือตามกรณีครับ ระยะยาวคือการจัดทำแผนงานเพื่อพัฒนาแหล่งน้ำต่อไปครับ

ซึ่งจังหวัดอำนาจเจริญ มีพื้นที่ทั้งหมด 1.975,780 ไร่ เป็นพื้นที่การเกษตรทั้งหมด 1,300 ล้านไร่ คิดเป็น 70 86% เป็นพื้นที่ เกษตร ที่พัฒนาด้านชลประทานแล้ว 312,682 ไร่ คิดเป็น 24.05% ของพื้นที่การเกษตร โดยอยู่ในเขตชลประทาน 51,820 ไร่ แยกเป็นพื้นที่ ชลประทาน 48,521 ไร่ พื้นที่ที่รับประโยชน์ 3,299 ไร่ อยู่ในความ ดูแลของชลประทานอำนาจเจริญ ชลประทานขนาดเล็ก มีจำนวน 15 แห่ง พื้นที่ 9,499 ไร่ และถ่ายโอนภารกิจให้กับองค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นดูแล 251,372 ไร่ ได้แก่ สถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้า จำนวน 72 สถานี ชลประทานขนาดเล็กจำนวน 210 แห่ง งานพัฒนาแหล่งน้ำ 53 แห่ง และโครงการแก้มลิงจำนวน 39 แห่ง

นายกันตสิษฐ์ กล่าวอีกว่า ในการบริหารจัดการน้ำในเขตชลประทาน มีดังนี้ โครงการชลประทานอำนาจเจริญ ติดตามสถานการณ์น้ำและการบริการจัดการน้ำ ในช่วงฤดูแล้ง ปี 2568/2569 สถานการณ์น้ำ ในอ่างเก็บกักน้ำ 4 อ่าง 1 เขื่อน มีปริมาณน้ำ 44.758 ล้าน ลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 92.39 ของความจุ ปริมาณน้ำ ใช้การ 42.705 ล้าน ลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 88.15 ของความจุ

ผลการจัดสรรน้ำอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ 4 แห่ง ตั้งแต่ 1 พฤศจิกายน 2568 ถึง 19 ธันวาคม 2568 ผล จัดสรรน้ำ 2.134 ล้าน ลูกบาศก์เมตรคิดเป็นร้อยละ 16.63 ของแผน(12.832 ล้าน ลูกบาศก์เมตร) ซึ่งก็เป็นไปตามแผนที่วางไว้ ส่วนปริมาณน้ำสำหรับอุปโภคบริโภค มีประมาณเพียงพอต่อความต้องการ ประชาชนชาวอำนาจเจริญ สบายใจและวางใจได้ ว่าน้ำ ที่จะใช้ในหน้าแล้งนี้ เพียงพอ อย่างแน่นอน

ผู้อำนวยการโครงการชลประทาน อำนาจเจริญยังกล่าวอีกว่า ในปีนี้ ถึงแม้จะมีปริมาณ ฝน ไม่มากเท่าที่ควรนัก แต่ก็มีน้ำ ป่า ซึ่งไหลลงมาจากตอนเหนือของอ่างต่างๆ เป็นจำนวนมาก ซึ่งก็เกิดผลดี สำหรับอ่างเก็บน้ำทุกแห่ง สามารถเก็บกับน้ำไว้ ได้เต็มพิกัด ถึงแม้เราจะมีการระบายน้ำออกอย่างต่อเนื่องก็ตาม ซึ่งการบริหารจัดการน้ำของเรามีประสิทธิภาพ ชึ่งก็ทำใหเกิดประโยชน์ กับ ประชาชนเต็ม100% ในการบริหารจัดการน้ำของเราได้เป็นอย่างดี และมีประสิทธิภาพ ประชาชนสบายใจได้ครับ

ภาพข่าว /ทิพกร  หวานอ่อน ผู้สื่อข่าวจังหวัดอำนาจเจริญ  

สีสันตระการตาในสายลมหนาว “มหกรรมไม้ดอกอาเซียน เชียงราย 2025”กระตุ้นท่องเที่ยว

มหัศจรรย์สีสันดอกไม้ริมสายน้ำกก ผสานศิลปะและความศรัทธา ชวนทุกท่านมาสัมผัส “มหกรรมไม้ดอกอาเซียนเชียงราย Chiang Rai Flower and Art Festival 2025” ภายใต้แนวคิด “สายนทีแห่งศรัทธา ธ สถิตในใจตราบนิจนิรันดร์” ร่วมร้อยดวงใจ น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ และเที่ยวเชียงรายได้ทั้งปี มีดีทุกอำเภอ

อบจ.เชียงราย พร้อมให้การต้อนรับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ สู่ดินแดนเหนือสุดในสยาม ระหว่างวันนี้ – 7 มกราคม 2569 ณ สวนไม้งามริมน้ำกก ต.ริมกก อ.เมืองเชียงราย

พร้อมกระจายพื้นที่จัดงานไปยังโซนอำเภอ ระหว่างวันนี้ – 7 มกราคม 2569 ณ สวนสาธารณะหนองหลวง ต.เวียงชัย อ.เวียงชัย และวัดถ้ำเสาหินพญานาค ต.โป่งงาม อ.แม่สาย

นักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสความอลังการท่ามกลางสายลมหนาว อาทิ
• สวนดอกไม้ 4 ฤดู (Summer / Rainy / Winter / Spring)
• นิทรรศการพระราชกรณียกิจ
• งานศิลปะ–วัฒนธรรมล้านนา
• ถนนคนเดินริมกก / Food Truck / กาแฟ–ชาเชียงราย
• วิถีชีวิตล้านนาและชาติพันธุ์กว่า 17 ชาติพันธุ์
• ผลิตภัณฑ์ชุมชน และไม้ดอกไม้ประดับนานาพันธุ์

.

ชายแดนยังเดือด! ภ.3 ยกระดับ เฝ้าระวังสายลับต่างชาติก่อเหตุ เปิดมอเตอร์เวย์เต็มเส้นทาง อีสานเดินทางปลอดภัย

นครราชสีมา –ชายแดนไทย-กัมพูชายังเดือด ผู้บัญชากรตำรวจภูธรภาค 3 งัดมาตรการลับ เฝ้าระวังสายลับต่างชาติก่อเหตุ เปิดมอเตอร์เวย์เต็มเส้นทาง อีสานเดินทางปลอดภัย

พล.ต.ท.พฤทธิพงษ์ ประยูรศิริ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 เป็นประธานการประชุมบูรณาการเตรียมความพร้อมอำนวยความสะดวกด้านการจราจรและป้องกันอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ 2569ที่ห้องประชุมชั้น 3 ตำรวจภูธรภาค 3 โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง

ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 เปิดเผยว่า ได้วางมาตรการดูแลการเดินทางของประชาชนอย่างเข้มข้น ครอบคลุมเส้นทางหลักเชื่อมกรุงเทพมหานคร ภาคกลาง และจังหวัดสระบุรี เข้าสู่จังหวัดนครราชสีมา ก่อนกระจายสู่ภาคอีสานทั้งตอนบนและตอนล่าง พร้อมตั้งจุดบริการและจุดพักรถเพื่อลดความเหนื่อยล้า เพิ่มความปลอดภัยตลอดเส้นทาง

นอกจากนี้ ได้จัดชุดเคลื่อนที่เร็วเข้าช่วยเหลือกรณีอุบัติเหตุหรือเหตุฉุกเฉิน เพื่อแก้ไขสถานการณ์อย่างทันท่วงทีและลดปัญหาการจราจรติดขัด ควบคู่การบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด โดยขอความร่วมมือประชาชนงดดื่มแอลกอฮอล์ขณะขับขี่
สำหรับการบริหารจัดการจราจรปีใหม่นี้ การเปิดใช้ มอเตอร์เวย์บางปะอิน–นครราชสีมา ตลอดแนว จะช่วยระบายรถได้อย่างมีประสิทธิภาพ กำหนดทิศทางขาออกจากกรุงเทพฯ ระหว่างวันที่ 26 ธันวาคม–2 มกราคม และขาเข้าระหว่างวันที่ 2–6 มกราคม

ด้านความมั่นคงในพื้นที่อีสานตอนล่างซึ่งติดแนวชายแดน มีการตั้งด่านตรวจควบคู่จุดบริการประชาชน ประสานงานหน่วยงานความมั่นคงทุกมิติ รวมถึงการเดินทางทางถนน รถไฟ และอากาศ เพื่อป้องกันการแอบแฝงของบุคคลไม่หวังดี พร้อมดูแลนักท่องเที่ยวและชาวต่างชาติอย่างเท่าเทียม

ทั้งนี้ ได้เตรียมแผนรองรับสถานการณ์ฉุกเฉินและการอพยพในพื้นที่แนวชายแดน ครอบคลุม 16–18 สถานีตำรวจใน 4 จังหวัด ได้แก่ อุบลราชธานี ศรีสะเกษ สุรินทร์ และบุรีรัมย์ ดูแลความปลอดภัยชีวิตและทรัพย์สินประชาชนตลอด 24 ชั่วโมง โดยย้ำว่าทุกภาคส่วนพร้อมผนึกกำลังให้การเดินทางช่วงปีใหม่เป็นไปอย่างราบรื่นและปลอดภัยสูงสุด.

นายประสิทธิ์ วนะชกิจ รายงาน

.

“รวมไทยสร้างชาติ” ชักธงรบ!! เปิด 3 แคนดิเดตนายกฯ “พีระพันธุ์-อรรถวิชช์-นราพัฒน์”

“รวมไทยสร้างชาติ” ชักธงรบ!! เปิด 3 แคนดิเดตนายกฯ “พีระพันธุ์-อรรถวิชช์-นราพัฒน์” ประกาศนโยบายยาแรง “เด็ดขาดแก้วิกฤต พลิกโฉมประเทศ” ยกเลิก MOU 43 – MOU 44, ออกรบรับทันที 2 แสน, เกณฑ์ทหารสมัครใจรับ 3 หมื่น, ขยับรายได้ทหารเกณฑ์ขั้นต่ำ 1.5 หมื่น, ทุบราคาน้ำมันต่ำกว่า 30 บาท/ลิตร, ค่าไฟเหลือ 3.3 บาท/หน่วย, ลบประวัติเครดิตบูโร, อยากเรียนอะไรต้องได้เรียน-ใช้หนี้ด้วยงาน  ย้ำส่งผู้สมัคร สส.กทม. ครบทุกเขต

พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ประกาศความพร้อมเข้าสู่สนามเลือกตั้งปี 2569 อย่างเป็นทางการ ภายใต้สโลแกน “เด็ดขาดแก้วิกฤต พลิกโฉมประเทศ” โดย นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี รองหัวหน้าพรรคฯ และ นายนราพัฒน์ แก้วทอง รองหัวหน้าพรรคฯ ได้ร่วมแถลงนโยบายหลักของพรรคซึ่งมุ่งเน้นการแก้ปัญหารากฐานของประเทศที่ถูกหมักหมมมานาน ดังนี้

“ยกเลิก MOU 43 – MOU 44” :  เพราะเป็น MOU ที่ล้มเหลวโดยสิ้นเชิง มีแต่ไทยที่ยึดถือกติกานี้ แต่กัมพูชาละเมิดกว่า 600 ครั้ง ในที่สุดเกิดการปะทะที่ยืดเยื้อแบบทุกวันนี้ ต้องยกเลิก ล้างไพ่ ค่อยเจรจาใหม่หลังการปะทะยุติ ยึดหลักสากลคือการใช้ระบบ “สันปันน้ำ” แผนที่ 1 ต่อ 50,000 ที่ทั่วโลกใช้กัน จุดยืนต้องชัดเจน เอาแผ่นดินกลับมาให้ได้

“สร้างรั้วไทย – กัมพูชา” : ขีดเส้นแบ่งเขตแดนให้ชัดเจน ยึดคืนทั้งดินแดนทางบกและทะเลอย่างเด็ดขาด รวมถึงแหล่งพลังงานในทะเล พร้อมเสริมกำลังและอาวุธให้เพียงพอ เพื่อปกป้องการรุกล้ำ ไม่ให้เกิดปัญหาซ้ำ

“ออกรบ 200,000 บาท” : จ่ายทันทีต่อรอบภารกิจสำหรับทหารที่ปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่สู้รบจริง โดยจะจ่ายให้กลุ่มที่ 1 (ย้อนหลัง) สำหรับผู้ปฏิบัติหน้าที่ในการรบชายแดนไทยกัมพูชาระหว่างวันที่ 24 – 29 กรกฎาคม 2568 กลุ่มที่ 2 : สำหรับผู้ปฏิบัติหน้าที่ในการรบปะทะชายแดนไทยกัมพูชาตั้งแต่วันที่ 7 ธันวาคม 2568 เป็นต้นไป จนกว่าจะมีการประกาศยุติสถานการณ์ รวมถึงดูแลลูกเมียทหารผู้สูญเสีย ให้รับราชการในกองทัพต่อได้

“เกณฑ์ทหารสมัครใจรับ 30,000 บาท” : สำหรับผู้สมัครใจเป็นทหาร ไม่รวมกับเงินเดือนและสวัสดิการอื่น ๆ มั่นใจว่ายอดผู้สมัครใจจะพุ่งสูงขึ้นจนเต็มอัตราความต้องการของกองทัพ โดยสามารถจ่ายได้ทันที ในการเกณฑ์ทหารเดือนเมษายนที่จะถึงนี้ หากพรรคได้รับโอกาสเข้าบริหารประเทศ

“ทหารเกณฑ์รับเงินเดือน + เงินเพิ่มช่วยค่าครองชีพรวม 15,000 บาท”: ปรับรายได้ทหารเกณฑ์ให้เหมาะสมกับค่าครองชีพในปัจจุบัน

“ประหารชีวิตคนโกงเงินแผ่นดิน – สแกมเมอร์” : ออกกฎหมายเพิ่มโทษสูงสุดถึง “ประหารชีวิต” ฟ้องและตัดสินไม่เกิน 2 ปี คดีค้ายาเสพติด ยุติการจับแล้วปล่อย นำไป “ขังคุกกลางทะเล” ที่ปรับปรุงจากแทนขุดเจาะร้างในอ่าวไทย
เบนซิน-ดีเซล ไม่เกิน 30 บาท/ลิตร : ด้วยการ “ยกเลิกการเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมัน” เพื่อลดราคาหน้าปั๊มทันที เปลี่ยนมาใช้ระบบ “คลังน้ำมันสำรองเชิงยุทธศาสตร์” ที่บริหารจัดการสต็อกน้ำมันแทนการใช้เงินอุดหนุน ทำงานเหมือนเขื่อนกักเก็บน้ำ ซื้อกักตุนตอนราคาถูก และปล่อยออกสู่ตลาดตอนราคาแพงเพื่อดึงราคาลง วิธีนี้จะตรึงราคาน้ำมันไม่ให้เกิน 30 บาท/ลิตร ได้อย่างยั่งยืน โดยไม่ต้องกู้เงินมาโปะกองทุนให้เป็นหนี้แสนล้าน

ค่าไฟเหลือ 3.3 บาท/หน่วย : การผลิตไฟฟ้าของ กฟผ. ลดลงมาเรื่อยๆ ปัจจุบันอยู่ในสัดส่วนไม่เกิน 30% เท่านั้น ที่เหลือเอกชนผลิต เรื่องนี้จำเป็นต้องสู้กับการผูกขาดของกลุ่มทุนด้านพลังงานอย่างมาก ตลอดเวลา 2 ปีที่นายพีระพันธุ์อยู่ในตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ได้มีการปรับโครงสร้างราคาค่าไฟลงมาแล้ว จากเดิมหน่วยละ 4.70 บาท ลดลงเหลือ 3.94 ถูกลง 76 สตางค์ เราทำได้แล้วโดยไม่ได้ใช้งบประมาณแผ่นดินเลย และมั่นใจว่าเป้าหมายที่ 3.3 บาท สามารถทำได้จริง

เสรีโซลาร์ ประชาชนผลิตไฟใช้เอง ไม่ต้องขอใบอนุญาต : ห้ามรัฐยืนบังแดดประชาชน ช่วยประชาชนได้ไฟถูก และเป็นกุญแจสำคัญในการดึงดูดอุตสาหกรรมใหม่ New S-Curve อาทิ คลาวด์ – คลังข้อมูล (Data Center) การผลิตเซมิคอนดักเตอร์ ชิบขนาดเล็ก ธุรกิจใหม่เหล่านี้โดนบังคับให้ต้องใช้พลังงานสะอาด 100% ก็จะไม่ต้องมารอขออนุญาตอีก ง่ายต่อการเข้ามาลงทุนใหม่ ไม่ใช่ย่ำอยู่กับธุรกิจเดิมเท่านั้น นโยบายนี้จะทำให้ GDP พุ่งอย่างก้าวกระโดด ต้องใช้ความเด็ดขาด “ทลายการผูกขาด” เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนและอุตสาหกรรมใหม่ ไม่ใช้เอื้อกลุ่มทุนพลังงานอย่างเดียว

ลบประวัติเครดิตบูโร จ่ายจบ กู้ใหม่ได้ทันที : เมื่อชำระหนี้ที่ธนาคารเสร็จ ประวัติเสียในเครดิตบูโรต้องถูกลบ สถานะทางการเงินของท่านกลับมาขาวสะอาด พร้อมเดินหน้าต่อได้ทันที ยกเลิกกติกาเดิมที่แช่แข็งประวัติเสียนานถึง 3 ปี เปลี่ยนใช้ระบบให้คะแนนแบบสากล ‘คะแนนสูง ดอกเบี้ยต่ำ คะแนนต่ำ ดอกเบี้ยสูง’ เพื่อกระตุ้นให้ธนาคารเกิดการแข่งขัน พร้อมงดค่าธรรมเนียมจำนอง เปิดโอกาสให้รีไฟแนนซ์บ้านได้ง่ายขึ้น ผ่อนบ้านถูกลง ลดภาระประชาชน
“อยากเรียนอะไรต้องได้เรียน” :  การศึกษาที่เลือกเองได้ เปลี่ยน “สอบเข้า” เป็น “สอบจบ”  อยากเรียนอะไรได้เรียนทุกคน และสามารถใช้หนี้ กยศ. ด้วยงานราชการ

ระบบราชการงานไว จบที่ “1 คำขอ” (One Request) : ใช้แอปพลิเคชันเดียว ไม่ต้องวิ่งรอกยื่นเอกสารหลายหน่วยงาน ตัดวงจรสินบนเงินใต้โต๊ะ เช่น เปิดร้านอาหารต้องยื่นหลายใบอนุญาต แต่ถ้าใช้ระบบนี้ ยื่นคำขอครั้งเดียว ได้ทุกใบอนุญาตสำหรับทำร้านอาหาร สะดวก โปร่งใส

ข้าว 15,000 บาท/ตัน ปาล์ม 6 บาท/กก. : ด้วยระบบแบ่งปันผลกำไร (70:30) โดยใช้โมเดลความสำเร็จจากธุรกิจอ้อยและน้ำตาลทราย เกษตรกรขายข้าวเปลือกหรือผลปาล์มแล้ว ยังได้กำไรจากสินค้าที่แปรรูปเป็นข้าวสารและน้ำมันปาล์มด้วย ด้วยนโยบายนี้จะทำให้ราคาข้าวสูงถึง 15,000 บาท/ตัน และปาล์ม 6 บาท/กก. 

ปุ๋ยรัฐ 500 บาท/กระสอบ : ไทยเป็นประเทศเกษตรกรแต่ยังต้องนำเข้าปุ๋ย กรมทรัพยากรธรณีพบแร่โพแทชในประเทศสูงถึง 10,000 ล้านตัน เราต้องเร่งขุดขึ้นมาแปรรูป ผลิตเป็นปุ๋ยขายให้เกษตรกรในราคาถูกกว่าท้องตลาดครึ่งนึง และยังช่วยชี้นำราคาปุ๋ยในตลาดให้ถูกลงได้ด้วย ลดต้นทุนให้เกษตรกร

นอกจากนี้  พรรครวมไทยสร้างชาติยังได้เปิดตัวผู้ได้รับการเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรีจำนวน 3 คน ได้แก่  นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี รองหัวหน้าพรรคฯ และ นายนราพัฒน์ แก้วทอง รองหัวหน้าพรรคฯ 

นายพีระพันธุ์ในฐานะแคนดิเดทนายกรัฐมนตรีอันดับ 1 กล่าวย้ำว่า “รวมไทยสร้างชาติไม่ได้มาแค่ทำงาน จากนี้ไปเราจะเข้ามาล้างบางความเสียหาย ความชั่ว ความไม่เอาจริงเอาจัง ที่ทำให้ประเทศไทยเกิดวิกฤต เราจะล้างบางความชั่วเหล่านี้ให้หมดไป”

“ผมเป็นรัฐมนตรีพลังงานคนแรกที่แก้ไขปัญหาเรื่องค่าไฟฟ้าค่าน้ำมันให้กับประชาชน เป็นคนแรกที่ทำให้ผู้ค้าน้ำมันต้องประกาศต้นทุนให้ประชาชนและกระทรวงพลังงานรับทราบ นี่คือตัวอย่างของความเด็ดขาดและเอาจริงในการแก้ไขปัญหา” นายพีระพันธุ์กล่าว

ด้านนายอรรถวิชช์ แคนดิเดทนายกรัฐมนตรีอันดับ 2 ผู้รับผิดชอบนโยบายด้านเศรษฐกิจของพรรครวมไทยสร้างชาติระบุว่า “เกือบ 20 ปีที่เศรษฐกิจไทยย่ำอยู่กับที่ เราขยับไปไหนไม่ได้ เพราะไม่มีใครกล้าตัดสินใจทำอะไรที่ ‘เด็ดขาด’ กับ 2 กลุ่มธุรกิจ นั่นคือ ‘ธุรกิจพลังงาน’ และ ‘ธุรกิจการเงินการธนาคาร’ ที่ผูกขาดความมั่งคั่งไว้ในมือคนเพียงไม่กี่กลุ่ม พรรครวมไทยสร้างชาติเราจะทลายกำแพงการผูกขาดที่ทำให้ค่าไฟกับน้ำมันแพง และรื้อระบบการเงินการธนาคารที่ปิดกั้นโอกาสคนตัวเล็ก ถ้าเราไม่กล้าชนกับ 2 ธุรกิจนี้ ประเทศไทยก็ไม่มีวันพลิกโฉมได้” 

ขณะที่ นายนราพัฒน์ แคนดิเดทนายกรัฐมนตรีอันดับ 3 ได้ให้คำมั่นว่า “สิ่งที่พวกเรารวมไทยสร้างชาติทำ คือการลดต้นทุน ทั้งทุนชีวิต ทุนอาชีพ และทุนทางเศรษฐกิจ ประเทศไทยก็จะเห็นทางออก ถ้าเรามีผู้นำที่เด็ดขาดหมายความว่าปัญหาทุกปัญหาจะได้รับการแก้ไข ก่อนที่จะไปสู่วิกฤต”

ในช่วงท้าย นายพีระพันธุ์ ได้ยืนยันถึงความพร้อมสำหรับสนามเลือกตั้งปี 69 นี้ว่า พรรคมีผู้สมัครในกรุงเทพมหานครครบทั้ง 33 เขต และพร้อมส่งผู้สมัครทุกจังหวัด

“ขอให้มั่นใจ รวมไทยสร้างชาติยืนหยัดเพื่อประชาชน เราจะเข้ามาสู่สนามเลือกตั้งเพื่อกลับมาล้างบางความชั่ว แก้ไขทุกอย่างด้วยความเด็ดขาดเพื่อพลิกโฉมประเทศ” นายพีระพันธุ์กล่าว

พิชิตความท้าทาย “สันหนอกวัว”สวรรค์ลับบนยอดเขา เส้นทางเดินป่า 9 กม.

กาญจนบุรี-นักพจญภัยพื้นที่สูงเตรียมร่างกายให้พร้อมพิชิตความท้าทาย “สันหนอกวัว”!! สวรรค์ลับบนยอดเขา เส้นทางเดินป่า 9 กม. ท่ามกลางทะเลหมอกและแสงทองอันตระการตา

นายโดม จันทร์สุวรรณ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาแหลม จังหวัดกาญจนบุรี “สันหนอกวัว” ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติเขาแหลม อำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี มีความโดดเด่นด้วยรูปร่างของยอดเขาที่คล้ายหนอกวัว จึงได้ชื่อว่า “สันหนอกวัว” และได้รับการยกย่องจากนักเดินป่าว่าเป็นจุดหมายปลายทางที่ต้องมาให้ได้สักครั้งในชีวิต เพราะความงามที่พบเห็นที่นี่ไม่ใช่แค่ทิวทัศน์ธรรมดา แต่เป็นภาพวิวที่จะทำให้ผู้มาเยือนตะลึงในทุกก้าวย่าง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงปลายปีนี้ นักเดินทางผู้รักธรรมชาติมีโอกาสพิเศษในการพิชิตหนึ่งในยอดเขาที่สูงที่สุดของจังหวัดกาญจนบุรี ด้วยการเดินทางสู่สันหนอกวัว เส้นทางเดินป่าระยะทางกว่า 9 กิโลเมตร ที่ความสูง 1,767 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง ซึ่งจะมอบประสบการณ์และความงามอันล้ำค่าที่ไม่เหมือนใครให้กับผู้กล้าท้าทายตัวเอง

เมื่อยืนอยู่บนจุดชมวิวของสันหนอกวัว สายตาจะได้พบกับทะเลหมอกที่ลอยปกคลุมหุบเขา จุดเด่นของสันหนอกวัวคือทัศนียภาพ 360 องศา ที่ผู้มาเยือนสามารถมองเห็นแนวเทือกเขาทอดตัวเป็นระลอกคลื่นไปไกลสุดลูกหูลูกตา จะได้เห็นป่าไม้เขียวชอุ่มที่เปลี่ยนเป็นสีทองเมื่อแสงแรกของวันส่องผ่าน สร้างความรู้สึกสุดปีะทับใจ ช่วงเวลายามเย็น ทิวทัศน์จะเปลี่ยนไป สร้างบรรยากาศโรแมนติกและสงบเงียบ

แม้ว่าเส้นทางเดินป่าระยะทางกว่า 9 กิโลเมตรอาจดูน่ากลัวสำหรับหลายคน แต่ตลอดเส้นทาง ผู้เดินทางจะได้พบกับป่าดิบชื้นอันอุดมสมบูรณ์ที่เต็มไปด้วยพันธุ์ไม้นานาชนิด  และอากาศบริสุทธิ์ที่จะช่วยเติมเต็มพลังงาน ลำธารเล็กๆ และหน้าผา มีจุดพักชมวิวระหว่างทางที่จะทำให้หยุดแล้วอัศจรรย์ใจไปกับความงามที่เปลี่ยนแปลงไปในแต่ละช่วงความสูง รวมถึงดอกไม้ป่าและผีเสื้อหลากสีสันที่จะโผล่มาทักทายระหว่างทาง และเมื่อมาถึงจุดหมายปลายทางบนยอดเขา ความเหนื่อยล้าทั้งหมดจะหายวับไปเมื่อได้เห็นภาพวิวที่สวยงามจนไม่อาจบรรยายด้วยคำพูด นั่นคือรางวัลที่ประเมินค่าไม่ได้สำหรับผู้ที่กล้าท้าทายความสามารถของตัวเอง

“ความสวยงามที่แท้จริง มักสงวนไว้ให้ผู้ที่อดทนเดินทางมาถึงเท่านั้น” ประโยคนี้ไม่ใช่แค่คำพูด แต่เป็นประสบการณ์จริงที่ผู้เดินทางจะได้รับจากสันหนอกวัว การเดินทางครั้งนี้ไม่เพียงแค่เป็นการท่องเที่ยว แต่เป็นการเรียนรู้ที่จะอดทน มุ่งมั่น และเชื่อมั่นในตัวเอง เมื่อก้าวขึ้นไปถึงยอดเขา จะรู้สึกภาคภูมิใจและได้พิสูจน์ให้ตัวเองเห็นว่า สามารถทำได้มากกว่าที่คิด นี่จึงเป็นคำตอบสำหรับผู้ที่ต้องการประสบการณ์พิเศษในการปิดท้ายปีเก่าด้วยการพิชิตเป้าหมาย และเปิดรับปีใหม่ด้วยพลังงานบวกจากธรรมชาติ

สำหรับผู้ที่สนใจพิชิตสันหนอกวัวส่งท้ายปี สามารถติดต่อจองเดินป่าได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 034-510-431 ในเวลา 09.00-16.30 น. โดยอุทยานแห่งชาติเขาแหลม พร้อมให้บริการและอำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยวที่ต้องการสัมผัสประสบการณ์การเดินป่าที่น่าประทับใจ 

ทั้งนี้ ควรเตรียมสมรรถภาพร่างกายให้พร้อม และติดต่อสอบถามรายละเอียดเส้นทางก่อนเดินทาง เพื่อความปลอดภัยและประสบการณ์ที่ดีที่สุด

โดย…ปรีชา  ไหลวารินทร์  ผู้สื่อข่าวภูมิภาคกาญจนบุรี /