ททท.เตรียมคลอดมาตรการเยียวยาผู้ประกอบการ-ส่งเสริมตลาดนักท่องเที่ยวปลายปี

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เร่งติดตามสถานการณ์และประสานการให้ความช่วยเหลือนักท่องเที่ยวที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยในหลายพื้นที่จังหวัดภาคใต้ โดยเฉพาะพื้นที่หาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ซึ่งเป็นจุดหมายปลายทางสำคัญของการท่องเที่ยวสำหรับนักท่องเที่ยวจากมาเลเซีย พร้อมติดตามประเมินสถานการณ์ผลกระทบทางการท่องเที่ยว และสื่อสารมาตรการช่วยเหลือนักท่องเที่ยวในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง พร้อมกันนี้เตรียมหารือมาตรการเยียวยาผู้ประกอบการในพื้นที่ ชงมาตราการส่งเสริมการขายและและส่งเสริมตลาดจัดกิจกรรม เพื่อกระตุ้นการเดินทางเข้าพื้นที่ช่วงปลายปี

นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท. กล่าวว่า ได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานของ ททท. ติดตามสถานการณ์และประสานการให้ความช่วยเหลือนักท่องเที่ยวที่ได้รับผลกระทบร่วมกับหน่วยงานต่างๆ อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะในพื้นที่หาดใหญ่ จังหวัดสงขลาที่เป็นจุดหมายปลายทางสำคัญของนักท่องเที่ยวและได้รับผลกระทบหนักที่สุด โดยทุกพื้นที่เร่งจัดทำรายงานสถานการณ์ ติดตามและประเมินผลกระทบของแหล่งท่องเที่ยวในพื้นที่ เพื่ออัปเดตสถานการณ์การเดินทางและแหล่งท่องเที่ยวที่ได้รับผลกระทบ ในส่วนสำนักงานต่างประเทศ

โดยเฉพาะในตลาดมาเลเซีย อินโดนีเซีย ซึ่งเป็นตลาดหลักที่เดินทางเข้าหาดใหญ่ ได้เร่งสื่อสารสถานการณ์ไปยังพันธมิตรบริษัทนำเที่ยวในพื้นที่ เพื่อให้ทราบข้อมูลรายวัน ทั้งการช่วยเหลือนักท่องเที่ยว และอัปเดตแหล่งท่องเที่ยวที่ยังคงเดินทางได้ตามปกติ เพื่อลดผลกระทบให้อยู่ในวงจำกัด  และรวมถึงเร่งประเมินผลกระทบทางด้านการเดินทางของนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งในตลาดระยะใกล้และไกล นอกจากนี้ ททท. ยังได้ดำเนินการสื่อสารมาตรการให้ความช่วยเหลือทางด้านการเดินทางของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ ท่าอากาศยาน สายการบิน การรถไฟแห่งประเทศไทย โดยระยะต่อไป

เมื่อสถานการณ์ในพื้นที่คลี่คลาย ททท. จะเร่งสร้างความเชื่อมั่นในการเดินทาง และส่งเสริมการท่องเที่ยวในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบซึ่งปัจจุบันได้เตรียมหารือมาตรการเยียวยาผู้ประกอบการในพื้นที่ และส่งเสริมตลาดจัดกิจกรรมในช่วงปลายปี อาทิ เทศกาล Countdown หาดใหญ่ เทศกาลตรุษจีน และอีเวนต์อื่นๆ อื่นๆ รวมถึงชงมาตรการส่งเสริมการขายหรือ มาตรการฟื้นฟูด้านการเงินสำหรับผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบหนัก ที่จะช่วยกระตุ้นนักท่องเที่ยวเข้าพื้นที่ และช่วยเหลือผู้ประกอบการและฟื้นฟูเศรษฐกิจในพื้นที่

ทั้งนี้ จากสถานการณ์อุทกภัยในหลายจังหวัดของพื้นที่ภาคใต้ ท่าอากาศยานในพื้นที่ยังคงเปิดให้บริการตามปกติ  โดยนักท่องเที่ยวสามารถติดต่อสอบถามข้อมูลการให้บริการได้ ดังนี้ ท่าอากาศยานนานาชาติหาดใหญ่ หมายเลขโทรศัพท์ 074-227-000, 074-227001-3,  ท่าอากาศยานนานาชาตินครศรีธรรมราช หมายเลขโทรศัพท์ 075-450-545, ท่าอากาศยานสุราษฎร์ธานี หมายเลขโทรศัพท์ 077-441-230, ท่าอากาศยานตรัง หมายเลขโทรศัพท์ 075-572-152-4, ท่าอากาศยานนราธิวาส หมายเลขโทรศัพท์ 073-511-161

สำหรับพื้นที่หาดใหญ่ จ.สงขลา สายการบินต่าง ๆ ได้มีมาตรการให้ความช่วยเหลือนักท่องเที่ยวที่ได้รับผลกระทบในการเปลี่ยนแปลงเที่ยวบินได้ ทั้งนี้สามารถติดตามรายละเอียดได้ที่ Facebook ของสายการบิน หรือติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่  สายการบินไทย หมายเลขโทรศัพท์ 023-561-111 หรือ ตัวแทนจำหน่ายของการบินไทย สายการบินนกแอร์ หมายเลขโทรศัพท์ 1318 สายการบินบางกอกแอร์เวย์ส หมายเลขโทรศัพท์ 1771 หรือ 02-270-6699 (8.00-20.00 น.) สายการบินไทย ไลอ้อน แอร์ หมายเลขโทรศัพท์ 02 – 529 – 9999

ทุ่งปอเทืองไร่ธรรมชัย ทุ่งดอกไม้กลางหุบเขา วิวหลักลานสวยงามอลังการ!

ในช่วงเดือนพ.ย.ของทุกปีจะเป็นเวลาที่เริ่มเทศกาลท่องเที่ยว ทุ่งดอกปอเทืองไร่ธรรมชัย ตั้งอยุ่ที่อำเภอตากฟ้า จังหวัดนครสวรรค์ นักท่องเที่ยวจะพบกับความงามของดอกไม้ ที่มีทั้งดอกปอเทือง คอสมอส ดอกหงอนไก่ ทานตะวันเม็กซิโก บนเนื้อที่กว่า 40 ไร่

นอกจากนี้ยังมีสกายวอล์ก และบันไดท้าความสูง ให้นักท่องเที่ยวได้ขึ้นไปถ่ายรูปกับฉากหลัง ที่เป็นภูเขาหน้าผาตัดขนาดใหญ่ หรือจะถ่ายคู่กับบอลลูนสายรุ้งซึ่งนำเข้ามาเป็นปีแรก ก็สวยงามไปอีกแบบหนึ่ง

ด้านอาหารการกิน นักท่องเที่ยวเป็นห่วงเรื่องอาหารการกิน ก็หมดห่วงไปได้เลยเพราะภายในทุ่งก็มีร้านค้าของชาวบ้าน ยังมีสินค้าทั้งคาวหวานและขนม ผลไม้ตามฤดูกาล ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นผลิตภัณฑ์ที่ชาวบ้านเพาะปลูกและแปรรูปขึ้นมาเอง ส่วนคอกาแฟก็ห้ามพลาด เพียงปีละครั้ง กับร้านกาแฟกลางทุ่งที่คัดสรรเมล็ดพันธุ์กาแฟแท้ เหมือนจะเป็นชา นมสด เรียกได้ว่าเที่ยวที่นี่ที่เดียวครบวงจร

สำหรับเส้นทางไปยังทุ่งดอกปอเทืองไร่ธรรมชัย ขณะนี้ สะดวกสบายเป็นอย่างมาก เพราะมีการขยายถนนเป็นถนนคอนกรีต ส่วนของค่าเข้าชม ผู้ใหญ่ 20 บาท เด็กเพียง 10 บาทเท่านั้น

ทุ่งดอกปอเทืองแห่งนี้จะเบ่งบานประมาณ 45 วัน เปิดให้เข้าชมตั้ง 08.00-18.00 น.ทุกวันไม่มีวันหยุด ใครผ่านไปผ่านมาก็อย่าลืมแวะชมความสวยงามหรือสอบถามเส้นทางได้ที่หมายเลข 08-7207-1718

.

ปัตตานีจมทั้งเมือง! น้ำเอ่อล้นตลิ่งท่วมย่านเศรษฐกิจฉับพลัน

ปัตตานี – น้ำท่วมในเขตเทศบาลเมืองปัตตานี หัวใจเศรษฐกิจของจังหวัดน่าเป็นห่วง ทั้งเมืองระดับน้ำสูงเฉลี่ย 40–50 ซม. หลังน้ำเอ่อล้นตลิ่งฉับพลัน

หลังเกิดฝนตกหนักต่อเนื่องตั้งแต่วันที่ 17 พ.ย. 2568 ที่ผ่านมาในพื้นที่จังหวัดปัตตานี ประกอบกับมวลน้ำจำนวนมากจากตอนเหนือของจังหวัดยะลา รวมถึงน้ำฝนสะสมและน้ำป่าที่ไหลหลากลงมาสมทบในแม่น้ำปัตตานี ส่งผลให้ระดับน้ำเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ก่อนเอ่อล้นตลิ่งอย่างฉับพลันท่วมพื้นที่ต่าง ๆ ของจังหวัดปัตตานีเป็นวงกว้าง ประชาชนได้รับผลกระทบเกือบทุกพื้นที่

สถานการณ์ในเขตเทศบาลเมืองปัตตานี ซึ่งเป็นหัวใจเศรษฐกิจของจังหวัดยิ่งน่าเป็นห่วง ตั้งแต่เมื่อกลางดึกเมื่อวันที่ 24 พ.ย.ที่ผ่านมา น้ำจากแม่น้ำปัตตานีได้พังแนวป้องกันและทะลักเข้าสู่ถนนแทบทุกสาย ประกอบด้วย ถนนพิพิธ ถนนกะลาพอ ถนนฤาดี ถนนปรีดา ถนนอุดมวิถี ถนนรามโกมุท ถนนยะรัง ถนนนาเกลือ และถนนปัตตานีภิรมย์ สภาพกลายเป็นเกาะกลางน้ำทั้งเมือง ระดับน้ำสูงเฉลี่ย 40–50 ซม. รถเล็กไม่สามารถสัญจรได้ ทำให้การจราจรแทบเป็นอัมพาตทันที

ส่วนร้านค้าและบ้านเรือนในย่านเศรษฐกิจจำเป็นต้องปิดกิจการชั่วคราว เพราะน้ำมาแรงและรวดเร็ว หลายร้านไม่มีเวลาย้ายของหนีน้ำ ขณะที่รถจักรยานยนต์ของประชาชนจำนวนมากถูกน้ำท่วมจมเครึ่งคันเพราะไม่ทันเคลื่อนย้าย
ในหลายจุดของเทศบาลเมือง เจ้าหน้าที่เร่งนำแผงเหล็กมากั้นถนนที่มีระดับน้ำลึกเพื่อป้องกันไม่ให้ประชาชนเสี่ยงลุยน้ำ ป้องกันไม่ให้เกิดอุบัติเหตุ หลังพบว่ามีผู้ใช้รถที่ไม่คุ้นชินกับเส้นทางพยายามขับฝ่าระดับน้ำลึก จนรถดับกลางน้ำและต้องจอดทิ้งบนที่สูงหลายคัน

สถานการณ์โดยรวมยังน่าเป็นห่วง เนื่องจากมวลน้ำจากตอนเหนือยังคงไหลลงมาสมทบอย่างต่อเนื่อง ทำให้เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายต้องเร่งติดตามอย่างใกล้ชิด พร้อมเตือนประชาชนให้หลีกเลี่ยงการสัญจรในพื้นที่น้ำลึก และเตรียมเก็บของขึ้นที่สูงตลอดเวลา เพื่อเตรียมรับน้ำเหนือเพิ่มอีกจาก จ.ยะลา และอีกหลายอำเภอของจังหวัดยะลาที่กำลังเข้าใจกลางเมืองปัตตานี

น้ำท่วมหาดใหญ่วิกฤต!ผบ.ตร.สั่งระดมกองร้อยกู้ชีพ ค่ายนเรศวร-ตร.น้ำเร่งอพยพปชช.

ผบ.ตร. สั่งระดมกำลัง ตชด.-ตำรวจน้ำ-กองร้อยกู้ชีพ ลงพื้นที่หาดใหญ่ รับวิกฤตน้ำท่วมหนัก เร่งอพยพประชาชน ตั้งโรงครัวช่วยเหลือจนกว่าสถานการณ์จะกลับสู่ปกติ

เมื่อวันที่ 24 พ.ย.2568 พล.ต.ท.ชัยตพจน์ สูวรรณรักษ์ ผู้บัญชาการสำนักงานกำลังพล ในฐานะรองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า จากสถานการณ์น้ำท่วมภาคใต้ จนเกิดวิกฤตน้ำท่วม อ.หาดใหญ่เนื่องจากปริมาณฝนที่ตกอย่างหนัก และล่าสุดเมื่อสถานการณ์ยกระดับ ระดับน้ำท่วมสูงขึ้น พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ สั่งการด่วนให้ระดมกำลังตำรวจตระเวนชายแดนในพื้นที่ภาคใต้ กองร้อยกู้ชีพ

จากกองบังคับการสนับสนุนทางอากาศ ค่ายนเรศวร ตำรวจน้ำในพื้นที่ใกล้เคียง นำกำลังพล เรือ รถยกสูง และอุปกรณ์กู้ภัยเข้าพื้นที่ เพื่อเข้าช่วยเหลืออพยพประชาชนสู่พื้นที่ปลอดภัยอย่างเร่งด่วน และกำชับให้ทุกหน่วยในพื้นที่จัดตั้งโครงครัวประกอบเลี้ยง จัดปรุงอาหารส่งให้ประชาชนที่ยังอยู่ในที่พักอาศัย และศูนย์พักพิงต่าง ๆ

“ผบ.ตร.กำชับให้ผู้บังคับบัญชาในพื้นที่ควบคุมการปฏิบัติอย่างใกล้ชิด โดยให้ตำรวจทุกนายปฏิบัติภารกิจโดยคำนึงถึงความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนเป็นสำคัญ และทุ่มเทการปฏิบัติอย่างเต็มกำลังจนกว่าจะกลับเข้าสู่สภาวะปกติต่อไป”รองโฆษก ตร.ระบุ

.

“โปรจีโน่”ปิดฤดูกาลสุดหรู!ผงาดคว้าแชมป์“ซีเอ็มอีฯ”รับเงินรางวัล 129.5 ล้านบาท

“จีโน่” อาฒยา ฐิติกุล มือหนึ่งของโลก โชว์ผลงานยอดเยี่ยม คว้าแชมป์ “ซีเอ็มอี กรุ๊ป ทัวร์ แชมเปียนชิพ” สมัยที่สองติดต่อกัน หลังจากทำสกอร์ 4 อันเดอร์พาร์ 68 ในวันสุดท้ายของการแข่งขัน ที่รัฐฟลอริดา ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันอาทิตย์ที่ 23 พฤศจิกายน 2568 สกอร์รวม 26 อันเดอร์พาร์ 262 ชนะ “เมียว” ปาจรีย์ อนันต์นฤการ รุ่นพี่จากประเทศไทยไป 4 สโตรกพร้อมกับรับเงินรางวัล 4 ล้านดอลลาร์ หรือราว 129.5 ล้านบาท นับเป็นแชมป์ที่ 3 ในปีนี้ และแชมป์ที่ 7 ในการเล่นอาชีพแอลพีจีเอทัวร์ ทำสถิติเงินรางวัลรวมทะลุ 7 ล้านดอลลาร์คนแรก พร้อมรับรางวัลนักกอล์ฟยอดเยี่ยมแห่งปี และวาร์โทรฟี ในฐานะนักกอล์ฟทำสกอร์เฉลี่ยต่ำที่สุดอีกด้วย

การแข่งขันกอล์ฟ “ซีเอ็มอี กรุ๊ป ทัวร์ แชมเปียนชิพ” ชิงเงินรางวัลรวม 11 ล้านดอลลาร์ หรือราว 356.3 ล้านบาท ที่ ทีบูรอน กอล์ฟ คลับ พาร์ 72 ในเมืองเนเพิลส์ รัฐฟลอริดา ประเทศสหรัฐอเมริกา ระหว่างวันที่ 20-23 พฤศจิกายน 2568 นำเอานักกอล์ฟ 60 อันดับ และเสมอของคะแนนสะสมเรซทู ซีเอ็มอี โกลบ เข้าร่วมชิงชัย เล่นแบบสโตรกเพลย์ 72 หลุม ไม่มีตัดตัว แชมป์ได้รับเงินรางวัลไป 4 ล้านดอลลาร์หรือราว 129.5 ล้านบาท

วันสุดท้าย อาฒยา ฐิติกุล มือหนึ่งของโลก แชมป์เมื่อปีที่แล้ว ออกสตาร์ทในฐานะผู้นำ โดยทิ้งห่าง ปาจรีย์ อนันต์ฤการ และ เนลลี คอร์ดา อันดับสองอยู่ 6 สโตรก และเริ่มต้นทำเบอร์ดี้หลุมแรก แม้ว่าจะพลาดเสียโบกี้หลุมถัดมา แต่ำทำเบอร์ดี้หลุม 6,10,13 และหลุมสุดท้ายสกอร์ 4 อันเดอร์พาร์ 68 สกอร์รวม 4 วัน 26 อันเดอร์พาร์ 262 เกือบเท่ากับสถิติสกอร์ต่อสุดที่ เอมี ยาง ทำเอาไว้ 27 อันเดอร์พาร์ 261 เมื่อปี 2023 รับเงินรางวัล 4 ล้านดอลลาร์ หรือราว 129.5 ล้านบาท ทำเงินรางวัลรวม 7,578,330 ดอลลาร์ หรือราว 245.4 ล้านบาท จากการเล่น 20 รายการ เป็นคนแรกที่ทำเงินรางวัลรวม ทะลุ 7 ล้านดอลลาร์ ต่อหนึ่งฤดูกาล ในประวัติศาสตร์แอลพีจีเอทัวร์

อาฒยา คว้าแชมป์ที่ 3 ในแอลพีจีเอทัวร์ปีนี้ ต่อจากรายการ มิซูโฮ อเมริกา โอเพ่น และ บิวอิค แอลพีจีเอ เชียงไฮ้ และเป็นแชมป์ที่ 7 ในการเล่นอาชีพแอลพีจีเอ ก่อนหน้านี้ คว้าแชมป์ เจทีบีซี คลาสสิก 2022 วอลมาร์ต เอ็นดับเบิลยู อาร์คันซอ แชมเปียนชิพ 2023 และซีเอ็มอี กรุ๊ป ทัวร์ แชมเปียนชิพ 2024

เธอกลายเป็นนักกอล์ฟคนที่สอง ที่คว้าแชมป์รายการนี้ 2 สมัยติดต่อกัน ต่อจาก โค จิน-ยอง ปี 2020 และ 2021 และเป็นนักกอล์ฟคนที่ 3 ที่คว้าแชมป์ ซีเอ็มอี กรุ๊ป ทัวร์ แชมเปียนชิพ สองสมัยต่อจาก ลีเดีย โค ปี 2014 และ2022 และโค จิน-ยอง ปี 2020 และ2021 โดยผลงานในแอลพีจีเอทัวร์ฤดูกาลนี้ เล่น 20 รายการจบลงใน 10 อันดับแรกมากที่สุดในทัวร์รวม 14 รายการ

นอกจากนี้แล้ว อาฒยา ยังคว้ารางวัลนักกอล์ฟยอดเยี่ยมแห่งปี ด้วยคะแนนรวม 199 คะแนน ชนะห่าง มิยู ยามาชิตะ โปรสาวจากญี่ปุ่น อันดับสอง 46 คะแนน กลายเป็นนักกอล์ฟไทยคนที่สอง ที่คว้ารางวัลนักกอล์ฟต่อจาก เอรียา จุฑานุกาล ทำได้ในปี 2016 และ2018 และยังคว้าอีก 1 รางวัล รางวัลวาร์โทรฟี ในฐานะนักกอล์ฟทำสกอร์เฉลี่ยต่ำสุดอยุ่ที่ 68.681 นับเป็นสถิติสกอร์ต่ำที่สุดในประวัติศาสตร์ทัวร์ ทำลายสถิติของ อันนิกา โซเรนสตัม โปรจากสวีเดน ทำเอาไว้ 68.696 และเป็นนักกอล์ฟคนที่ 3 ที่ทำสกอร์เฉลี่ยต่ำ 69 ต่อจาก อันนิกา ปี 2002 และลีเดีย โค ปี 2022 ทำให้เธอก้าวตามเอรียาที่คว้า 2 รางวัลนี้ในปีเดียวกันซึ่งเอรียาทำในปี 2018 และเป็นนักกอล์ฟคนแรกที่คว้าสองรางวัลตั้งแต่ ลีเดีย โค เคยทำในปี 2022

สำหรับ ปาจรีย์ อนันต์นฤการ เจ้าของแชมป์แอลพีจีเอ 2 รายการ ออกสตาร์ท ทำ 3 เบอร์ดี้รวด และทำเพิ่มอีกสองเบอร์ติดหลุม 6-7 จากนั้นไปพลาดเสียโบกี้หลุม 12 แต่กลับมาด้วยการทำเบอร์ดี้หลุม 16 และ17 สกอร์จบลง 6 อันเดอร์พาร์ 66 สกอร์รวม 4 วัน 22 อันเดอร์พาร์ 266 จบอันดับสอง รับเงินรางวัล 1 ล้านดอลลาร์ หรือราว 32.3 ล้านบาท นับเป็นเงินรางวัลที่มากที่สุดที่เคยทำได้ในการเล่นกอล์ฟอาชีพ

ผลงานนักกอล์ฟไทยคนอื่น ๆ “แพตตี้” ปภังกร ธวัชธนกิจ ทำ 5 อันเดอร์พาร์ 67 รวม 14 อันเดอร์พาร์ 274 จบอันดับ 7 ร่วมรับเงินรางวัล 137,000 ดอลลาร์ หรือราว 4.4 ล้านบาท, “เม” เอรียา จุฑานุกาล ทำ 1 อันเดอร์พาร์ 71 รวม 9 อันเดอร์พาร์ 279 จบอันดับ 33 ร่วม รับเงินรางวัล 67,000 ดอลลาร์ หรือราว 2.1 ล้านบาท และ “พราว” ชเนตตี วรรณแสน ทำ 3 โอเวอร์พาร์ 75 รวม 6 โอเวอร์พาร์ 294 จบอันดับ 60 รับเงินรางวัล 55,000 ดอลลาร์ หรือราว 1.7 ล้านบาท

เครดิตภาพ: LPGA/Getty Images

นักท่องเที่ยวแห่กางเต็นท์ยนอน “เขาแผงม้า”วังน้ำเขียวโต้ลมหนาว ชมกระทิงยามเช้า

ที่จุดสกัดเขาสูงเขาแผงม้า เขตห้ามล่าสัตว์ป่าเขาแผงม้า บ้านคลองทราย ตำบลวังน้ำเขียว อำเภอวังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตั้งแต่เช้าบรรยากาศเต็มไปด้วยความคึกคัก เนื่องจากเป็นช่วงวันหยุด มีนักท่องเที่ยวจำนวนมากเดินทางแห่มาสัมผัสอากาศหนาวในยามเช้า และชมกระทิงที่มีมากที่สุดในประเทศไทย จนได้ชื่อว่าวังน้ำเขียวเมืองกระทิง หรือ ซาฟารีกระทิงเมืองไทย หลายครอบครัวมานอนกางเต็นท์สัมผัสอากาศหนาวตั้งแต่เมื่อวานนี้ จนทำให้พื้นที่ลานกางเต็นท์เต็ม

ด้านนายมงคลศิลป์ ลีนะกนิษฐ์ นายกสมาคมการท่องเที่ยวอำเภอวังน้ำเขียว ประธานวิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวเชิงเกษตรอำเภอวังน้ำเขียว เปิดเผยว่า ในช่วงนี้บรรยากาศการท่องเที่ยวในพื้นที่อำเภอวังเขียวเต็มไปด้วยความคึกคัก มีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าพื้นที่ส่งผลให้ร้านค้าร้านอาหารที่พักของชุมชนได้รับอานิสงส์ สร้างรายได้กระตุ้นเศรษฐกิจในชุมชน ในช่วงสภาพอากาศหนาวเย็น โดยอุณหภูมิลดเหลือ 12-14 องศา ส่งผลให้บรรยากาศการท่องเที่ยวในพื้นที่เต็มไปด้วยความคึกคัก

สำหรับแหล่งท่องเที่ยวลานกางเต็นท์ อาทิ ลานกางเต็นท์ จุดสกัดเขาสูงเขาแผงม้า เขตห้ามล่าสัตว์ป่าเขาแผงม้า , ลานกางเต็นท์ ผาเก็บตะวัน อุทยานแห่งชาติทับลาน  หรือ ลานกางเต็นท์ ขญ.4 บ้านคลองบ้านกั้ง และลานกางเต็นท์ ภูร่าเริง ต.ระเริง มีนักท่องเที่ยวจองเต็ม

ขณะที่ สวนดอกไม้ในพื้นที่ออกดอกบานสะพรั่งต้อนรับลมหนาว อาทิ ศูนย์เรียนรู้ฯ ฟลอร่าพาร์ค วังน้ำเขียว กับเทศกาลดอกไม้เมืองหนาว สวนดอกไม้ฟูจิฟูใจ สวนดอกไม้ฮักดอยสตอเบอรี่วังน้ำเขียว สวนสับปะรดสี วังน้ำเขียว มีนักท่องเที่ยวเข้าไปเยี่ยมชมเป็นจำนวนมากเช่นกัน

สมาคมการท่องเที่ยววังน้ำเขียวจึงใคร่ขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวเข้าร่วมงานเทศกาล “ของขวัญจากป่า” ซีซั่น 3 ตอน “ดินแดนแห่งสายหมอก” จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 28 พฤศจิกายน – 7 ธันวาคม 2568 จัดโดย ชุมชนท่องเที่ยวบ้านสุขสมบูรณ์ ตำบลไทยสามัคคี ภายในงานมีการจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์สินค้าชุมชน ผลไม้ พุทรานมสดของดีวังน้ำเขียว รวมถึงการแสดงของชุมชน และตักบาตรพระถ่อแพไม้ไผ่ในอ่างเก็บน้ำ วันที่ 29 พฤศจิกายนนี้

โดย…นายประสิทธิ์ วนะชกิจ/นครราชสีมา

เตรียมสั่ง ! “พักงาน–ออกจากราชการ” 20 จนท.คุก วีไอพี “นิติวิทย์–ดีเอสไอ” ลงตรวจห้องลับใต้บันได

บรรยากาศหน้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานครเป็นไปอย่างคึกคัก ผู้สื่อข่าวหลายสำนักปักหลักติดตามความคืบหน้ากรณีตรวจพบความผิดปกติภายในเรือนจำ รวมถึง “ห้องลับใต้บันได” ที่อยู่ระหว่างการสืบสวน โดยเจ้าหน้าที่คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงของกรมราชทัณฑ์ เจ้าหน้าที่ดีเอสไอ และสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ได้เข้าพื้นที่เพื่อตรวจเก็บพยานหลักฐานและสอบปากคำเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเป็นวันแรก

วันนี้  (24 พ.ย.) ที่ เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร นายยุทธนา นาคเรืองศรี รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ ในฐานะโฆษกกรมราชทัณฑ์ และรักษาการผบ.เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร เปิดเผยกับทีมผู้สื่อข่าวที่โทรศัพท์สอบถามว่า ขณะนี้มีการประสานสถาบันนิติวิทยาศาสตร์เพื่อสนับสนุนการตรวจเก็บพยานวัตถุในห้องลับใต้บันได ซึ่งถูกซีลพื้นที่ไว้แล้ว โดยผลตรวจจะถูกส่งให้คณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงพิจารณา

ทั้งนี้ คาดว่าระหว่างวันที่ 25–26 พฤศจิกายน พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม จะออกแถลงการณ์ความคืบหน้ากรณีเจ้าหน้าที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานครจำนวน 20 รายที่ถูกสั่งย้าย หลังพบหลักฐานเชื่อมโยงการกระทำผิดหลายประเด็น โดยมีความเป็นไปได้ว่าคำสั่งย้ายอาจถูกปรับเปลี่ยนเป็น “พักราชการ” หรือ “ให้ออกจากราชการไว้ก่อน” เนื่องจากพยานหลักฐานเริ่มชัดเจนมากขึ้น รวมถึงพบข้อมูลว่าบางรายมีการเดินทางไปมาเก๊าโดยไม่รายงานให้ต้นสังกัดทราบ

ด้าน พ.ต.ท.อนุรักษ์ โรจนนิรันดร์กิจ รองอธิบดีดีเอสไอ เปิดเผยกับทีมผู้สื่อข่าวที่โทรศัพท์สอบถามว่า ว่า เจ้าหน้าที่ดีเอสไอกำลังสอบสวนข้อมูลเกี่ยวกับการเยี่ยมญาติ การรับ–โอนเงิน การเบิกตัวผู้ต้องขังจากแดน และธุรกรรมทางการเงินที่เกี่ยวข้อง พร้อมตรวจสอบคำให้การของเจ้าหน้าที่ทั้ง 20 ราย ผู้ต้องขังชาวจีน 2 ราย รวมถึงหญิงสาวชาวจีน 2 รายที่มีส่วนเกี่ยวข้อง หากพบประเด็นที่ต้องสอบสวนเพิ่ม ดีเอสไอเตรียมออกหมายเรียกเจ้าหน้าที่เรือนจำทั้ง 20 รายอีกครั้ง

ดีเอสไอยังเตรียมประสานสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองเพื่อตรวจสอบประวัติการเดินทางเข้า–ออกประเทศของนายมานพ ชมชื่น อดีตผบ.เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร พร้อมพิจารณาประเด็นทรัพย์สินของเจ้าหน้าที่รัฐซึ่งอยู่ในอำนาจตรวจสอบของ ป.ป.ช. ว่ามีรายการใดผิดปกติหรือไม่ โดยคดีนี้ยังอยู่ในขั้นตอนสืบสวนว่ามีการกระทำผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 หรือไม่

ในเวลา 09.35 น. รถตู้ของสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ 2 คันได้เดินทางเข้าสู่ภายในเรือนจำเพื่อเก็บหลักฐานเพิ่มเติม ขณะที่เจ้าหน้าที่ดีเอสไอได้เข้าไปก่อนหน้านั้นไม่นาน กระบวนการตรวจสอบยังคงดำเนินอย่างเข้มข้นเพื่อคลี่คลายข้อเท็จจริงในเหตุการณ์อื้อฉาวภายในเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานครครั้งนี้

มหาอุทกภัยภาคใต้’รฟท.’ แจ้งงดเดินขบวนรถท้องถิ่น 16 ขบวน

รฟท. แจ้ง น้ำท่วมภาคใต้ ระดับน้ำยังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง พร้อมปรับเปลี่ยนสถานีต้นทาง – ปลายทาง และงดเดินขบวนรถท้องถิ่น 16 ขบวน ตั้งแต่วันที่ 24 พ.ย. 68 จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย

การรถไฟแห่งประเทศไทย หรือ รฟท. รายงานสถานการณ์ความคืบหน้าน้ำท่วมทางรถไฟในพื้นที่ภาคใต้ตอนล่าง ที่ยังคงมีระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องและมีแนวโน้มจะขยายเป็นวงกว้างในหลายพื้นที่ ส่งผลให้ทางรถไฟที่ได้รับความเสียหายก่อนหน้านี้ เจ้าหน้าที่ยังคงไม่สามารถเข้าไปตรวจสอบความเสียหายได้ ดังนั้น การรถไฟฯ จึงมีความจำเป็นต้องประกาศแจ้งปรับเปลี่ยนสถานีต้นทาง – ปลายทาง และงดเดินขบวนรถท้องถิ่น (สายใต้) จำนวน 16 ขบวน เป็นการชั่วคราว ตั้งแต่วันที่ 24 พฤศจิกายน 2568 จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของผู้โดยสาร ดังนี้

1. ปรับเปลี่ยนต้นทางปลายทาง จำนวน 4 ขบวน ประกอบด้วย
– ขบวนรถท้องถิ่นที่ 447/448 สุราษฎร์ธานี – สุไหงโกลก – สุราษฎร์ธานี ปรับเปลี่ยนเป็น สุราษฎร์ธานี – ทุ่งสง – สุราษฎร์ธานี
– ขบวนรถท้องถิ่นที่ 445/446 ชุมพร – ชุมทางหาดใหญ่ – ชุมพร ปรับเปลี่ยนเป็น ชุมพร – ทุ่งสง – ชุมพร

2. งดเดินขบวนรถ จำนวน 12 ขบวน ประกอบด้วย
– ขบวนรถท้องถิ่นที่ 451/452 นครศรีธรรมราช – สุไหงโกลก – นครศรีธรรมราช
– ขบวนรถท้องถิ่นที่ 453/454 ยะลา – สุไหงโกลก – ยะลา
– ขบวนรถท้องถิ่นที่ 455/456 นครศรีธรรมราช – ยะลา – นครศรีธรรมราช
– ขบวนรถท้องถิ่นที่ 463/464 พัทลุง – สุไหงโกลก – พัทลุง
– ขบวนรถด่วนพิเศษที่ 947/948 ชุมทางหาดใหญ่ – ปาดังเบซาร์ – ชุมทางหาดใหญ่
– ขบวนรถด่วนพิเศษที่ 949/950 ชุมทางหาดใหญ่ – ปาดังเบซาร์ – ชุมทางหาดใหญ่

ขณะเดียวกัน ได้ให้เจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องติดตามสถานการณ์น้ำและปริมาณฝนตกอย่างใกล้ชิด โดยให้ฝ่ายการช่างโยธา และนายสถานีในพื้นที่ได้เฝ้าระวังประเมินและแก้ไขสถานการณ์อย่างเหมาะสมและทันต่อสถานการณ์ ตลอดจนให้จัดเตรียมกำลังเจ้าหน้าที่ มาตรการด้านความปลอดภัย  และให้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยหากระดับน้ำลดลงแล้วให้เร่งดำเนินการซ่อมปรับปรุงสภาพทางเพื่อเปิดการเดินรถได้ตามปกติโดยเร็ว อำนวยความสะดวกและดูแลความปลอดภัยในการเดินทางแก่ผู้โดยสารให้ได้รับผลกระทบน้อยที่สุด  

อย่างไรก็ตาม การรถไฟฯ ขอแนะนำให้ผู้โดยสารตรวจสอบข้อมูลการเดินรถก่อนออกเดินทางผ่านช่องทางประชาสัมพันธ์ของ รฟท. พร้อมขออภัยในความไม่สะดวกที่เกิดขึ้นจากสถานการณ์น้ำท่วมครั้งนี้

ทั้งนี้ ผู้โดยสารสามารถตรวจสอบเวลาและตำแหน่งขบวนรถแบบเรียลไทม์ได้ทาง https://ttsview.railway.co.th/v3/floodingNST/ หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สถานีรถไฟทั่วประเทศ และศูนย์บริการลูกค้าสัมพันธ์ โทร. 1690 ตลอด 24 ชั่วโมง

TAGS: #น้ำท่วมภาคใต้ #รฟท. #น้ำท่วม #การรถไฟ #การรถไฟแห่งประเทศไทย #น้ำท่วมหาดใหญ่

ขนมหม้อแกงเมืองเพชรเตรียมขึ้นเล้าจ์การบินไทย ดันของดีเพชรบุรีสู่สากล

สส.เพชรบุรีจับมือภาคเอกชน หารือการบินไทย พบมีแนวโน้มสูงนำขนมหม้อแกงขึ้นเสิร์ฟในเล้าจ์ ถือเป็นก้าวใหญ่ผลักดัน Soft Power ไทยและโปรดักต์ท้องถิ่นสู่สายตานักเดินทางทั่วโลก

นางธิวัลรัตน์ อังกินันทน์ ส.ส.เพชรบุรี ร่วมกับ นายประวิทย์ เครือทรัพย์ ผู้บริหารบริษัท เพชรบุรี ไทยดีเสิร์ท จำกัด และเลขาธิการสภาอุตสาหกรรมจังหวัดเพชรบุรี ได้เข้าหารือกับนายนพดล เตี้ยบำรุงญาติ กรรมการผู้จัดการฝ่ายภาคพื้นของบริษัทการบินไทย จำกัด (มหาชน) เพื่อผลักดันให้ “ขนมหม้อแกง” ของดีขึ้นชื่อเมืองเพชร และขนมหวานตระกูลเมืองเพชรบุรี ได้ถูกนำไปให้บริการเป็นอาหารรองรับในห้องรับรองพิเศษ (เล้าจ์) ของการบินไทย

นางธิวัลรัตน์ เปิดเผยหลังการหารือว่า โครงการมีความเป็นไปได้สูงและขณะนี้อยู่ระหว่างขั้นตอนดำเนินการ หากสำเร็จจะถือเป็นการยกระดับขนมหม้อแกงจากสินค้าท้องถิ่นสู่ Soft Power ของจังหวัดเพชรบุรี เป็นอีกก้าวสำคัญที่ช่วยให้ผู้โดยสารทั้งไทยและต่างชาติได้รู้จักรสชาติความอร่อยแบบบ้าน ๆ ที่อยู่คู่คนเพชรมายาวนาน

ปัจจุบัน ขนมหม้อแกงของจังหวัดเพชรบุรีได้รับการยกระดับมาตรฐานการผลิต มีบรรจุภัณฑ์ทันสมัย และวางจำหน่ายในร้านสะดวกซื้อเซเว่นอีเลฟเว่นแล้ว แต่การเดินทางเข้าสู่เล้าจ์ของการบินไทย จะยิ่งเพิ่มโอกาสให้แบรนด์ท้องถิ่นเข้าถึงตลาดระดับสากลมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มผู้โดยสารพรีเมียมและนักเดินทางต่างประเทศที่มักให้ความสนใจสินค้าไทยที่มีเรื่องราวเฉพาะถิ่น

“ชาวบ้านและผู้ประกอบการในพื้นที่ต่างคาดหวังว่า หากโครงการสำเร็จ จะช่วยเปิดประตูเศรษฐกิจใหม่ให้จังหวัดเพชรบุรี สร้างรายได้ให้ผู้ผลิตท้องถิ่น และทำให้คนทั่วโลกได้ลิ้มลองรสชาติ “หม้อแกงเมืองเพชร” ที่ขึ้นชื่อทั้งความหอม หวานมัน และเป็นเอกลักษณ์เฉพาะถิ่น”สส.เพชรบุรีกล่าว

นางธิวัลรัตน์ กล่าวทิ้งท้ายว่า ต้องขอขอบคุณการบินไทยที่เปิดโอกาสให้สินค้าท้องถิ่นมีเวทีสำคัญในการเติบโต เชื่อว่าหากเดินหน้าเต็มรูปแบบ จะเป็นเรื่องราวดี ๆ ที่ทำให้ชื่อเสียงจังหวัดเพชรบุรีดังไกลไปทั่วโลกแบบไม่ต้องพึ่งโฆษณาใหญ่โต แต่ให้รสชาติของหม้อแกงเป็นเครื่องเล่าเรื่องแทนเอง

.

ตำรวจศรีสะเกษทลายเครือข่ายปล่อยกู้นอกระบบในพื้นที่กันทรลักษ์อายัดทรัพย์สินเกือบ 20 ล้าน

ตำรวจศรีสะเกษ ทำหมายเข้าตรวจค้น ทลายเครือข่ายปล่อยกู้นอกระบบ ในพื้นที่ อ.กันทรลักษ์ อายัดทรัพย์ทั้งโฉนดที่ดิน รถยนต์ ได้ล้นเหลือ เกือบ 20 ล้านบาท

 ที่ศูนย์ปฏิบัติการงานสืบสวน สถานีตำรวจภูธรกันทรลักษ์ โชว์งานชิ้นโบว์แดง ผลการระดมปราบปรามหนี้นอกระบบ ในช่วงระหว่างวันที่ 17-23 พฤศจิกายน 2568 ซึ่งสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 1 ราย พร้อมตรวจยึดทรัพย์สินมูลค่ารวมกว่า 19.6 ล้านบาท ภายใต้การอำนวยการของ พลตำรวจตรีศุภชัย ศักรินพานิชกุล ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดศรีสะเกษ, พันตำรวจเอกไพฑูรย์ อยู่เพนียด รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดศรีสะเกษ, พันตำรวจเอกสาธิต สถิตถาวร ผู้กำกับการสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดศรีสะเกษ และ พันตำรวจเอกศรุต จันทร์เกษ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรกันทรลักษ์

โดยมอบหมายให้เจ้าหน้าที่จากศูนย์ปราบปรามการฟอกเงิน ตำรวจภูธรจังหวัดศรีสะเกษ ร่วมกับกองกำกับการสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดศรีสะเกษ และชุดสืบสวนสถานีตำรวจภูธรกันทรลักษ์ ได้นำหมายค้นของศาลจังหวัดกันทรลักษ์ หมายเลข 55/2568 และ 56/2568 ลงวันที่ 20 พฤศจิกายน 2568 เข้าตรวจค้นพื้นที่เป้าหมายจำนวน 2 จุด ในอำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ จุดแรกเป็นบ้านหลังหนึ่งใน อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ จุดที่สอง โกดังเก็บของแห่งหนึ่งพื้นที่ อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ

จากการตรวจค้นทั้งสองจุด เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 1 ราย พร้อมตรวจยึดของกลางจำนวนมาก ประกอบด้วย โฉนดที่ดิน 4 ฉบับ มูลค่าประมาณ 1 ล้านบาท, สัญญากู้ยืมเงิน 35 ฉบับ รวมยอดหนี้กว่า 3 ล้าน 5 แสนบาท, รถยนต์ 23 คัน มูลค่าประมาณ 15 ล้านบาท, รถจักรยานยนต์ 5 คัน มูลค่าราว 1 แสนบาท รวมมูลค่าทรัพย์สินที่ยึดได้ทั้งหมดกว่า 19.6 ล้านบาท

นอกจากนี้ ระหว่างการตรวจค้น เจ้าหน้าที่ยังพบบุหรี่ต่างประเทศเถื่อน ซึ่งมีมูลค่าการปรับตามกฎหมายสรรพสามิตสูงถึง 1.7 ล้านบาท จึงได้ตรวจยึดไว้เพื่อนำไปดำเนินการตามกฎหมาย

โดยแจ้งข้อกล่าวหา ให้ผู้อื่นกู้ยืมเงินโดยคิดดอกเบี้ยเกินอัตราที่กฎหมายกำหนด และประกอบธุรกิจสินเชื่อโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งเป็นความผิดตามกฎหมายว่าด้วยหนี้นอกระบบและกฎหมายควบคุมธุรกิจสินเชื่อ

พลตำรวจตรีศุภชัย ศักรินพานิชกุล ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดศรีสะเกษ กล่าวว่า ตำรวจภูธรภาค 3 และตำรวจภูธรจังหวัดศรีสะเกษ ย้ำว่าจะเดินหน้าปราบปรามหนี้นอกระบบอย่างจริงจัง เพื่อคุ้มครองประชาชนไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของนายทุนดอกเบี้ยโหด พร้อมขอความร่วมมือ หากประชาชนพบเบาะแสผู้เกี่ยวข้องกับหนี้นอกระบบ สามารถแจ้งได้ที่ศูนย์ดำรงธรรม 1567, DSI สายด่วน 1202 ต่อ 53610, ศูนย์รับแจ้งการเงินนอกระบบ 1359, หรือสายด่วนตำรวจ 1599

สำหรับการปฏิบัติการจับกุมครั้งนี้ สืบเนื่องมาจากได้รับการร้องเรียนจากประชาชนผู้ได้รับความเดือดร้อนจึงได้ทำการสืบสวนและนำไปสู่การจับกุม และตรวจยึดของกลางจำนวนมาก

เสนาะ วรรักษ์/รายงาน