ต้นแบบเกษตรกร “ทรงพล เผ่าแสง”พลิกผืนดินปลูกข่าแดงขายโกย3หมื่น/เดือน

ปราจีนบุรี – ทำมาหากินปลูกข่าแดงขายรายได้กระฉูดวันละ1,000 กว่าบาท ใช้แรงงานจ้างคนเฒ่าคนแก่ที่เป็นเครือญาติไม่ให้เหงาและมีรายได้ นอกเหนือจากเบี้ยสูงอายุ วันละ100กว่าบาท เพื่อเป็นค่าหมากค่าพลู

เกษตรกรยุคใหม่ “ทรงพล เผ่าแสง” อายุ 46 ปี นับว่าเป็นเกษตรกรต้นแบบ ชาวตำบลวังดาล อำเภอกบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรี ซึ่งอดีตหนุ่มโรงงานผันชีวิตออกมาเป็นเกษตรกรพึ่งพาตนเอง ไม่กลับมาเป็นมนุษย์เงินเดือน บริหารจัดการเวลาชีวิตตนเองลึครอบครัวได้ดีโดยทำการปลูกข่าแดงขายหน่อบนเนื้อที่ 5ไร่เศษ แบ่งพื้นที่ทำกับพี่น้อง  ปลูกข่า10กว่าปี ส่งขายให้กับพ่อค้าแม่ค้าในตลาดสดอำเภอกบินทร์บุรี โดยตัดหน่อข่าขายทุกวัน

นายทรงพล กล่าวว่า วิธีการปลูกข่ามีเทคนิคใคร เทคนิคมัน ขยายพันธ์ง่ายๆการปลูกข่าแดงเริ่มต้นด้วยการเลือกเหง้าเลือกเหง้าข่าที่สมบูรณ์ มีตาหรือหน่อประมาณ 4-5 ตา นำมาปลูกในหลุมห่างกันประมาณ 1×1 เมตร หรือตามระยะที่ต้องการ วางท่อสปริงเกอร์ให้น้ำทุก 2 วัน รดน้ำให้ดินชุ่มชื้นอยู่เสมอแต่ไม่ชอบน้ำขัง ในช่วงหน้าแล้งหน้าฝนลดลดการให้น้ำช่วงแรก  ข่าจะเติบโตได้ดีในที่แดดรำไรและดินชุ่มชื้นแต่ไม่แฉะ

การปลูก วางเหง้าลงในหลุม โดยให้ยอดชี้ขึ้น บีบดินให้แน่นรอบเหง้า จะเน้นใส่ปุ๋ยขี้ไก่เป็นหลักการปลูกควรมีการรองปุ๋ยรองก้นหลุมและใส่ปุ๋ยทุกครั้งหลังเก็บเกี่ยวและใช้ใบที่เหลือจากตัดต้นขายเป็นปุ๋ยอินทรีภายในตัว หลังจากข่าอายุได้ 3 เดือนจะเริ่มขุดหน่อขายได้แล้วหากต้องการให้ข่าแตกหน่อเร็วและเยอะ ให้เลือกต้นที่ออกดอกแล้ว และหลังจากขุดข่าออกไปแล้ว ให้กลบหลุมด้วยแกลบดำให้พูนเป็นหลังเต่า จะช่วยให้ได้ข่าสีสวยและขุดง่ายในครั้งต่อไป

นายทรงพล กล่าวว่าปลูกข่าแบ่งพื้นที่การปลูกกับแม่และน้องชายเนื้อที่ 5 ไร่เศษ ข่าขายได้ 3 ส่วนได้แก่  หัวข่าอ่อนเมื่อขุดออกมาจากต้นแล้วตัดรากออก ให้เหลือลำต้นไว้ราว 5 ซม.

ส่วนที่สองข่าแก่จะตัดออกแยกไว้ขายให้กับแม่ค้าที่ทำพริกแกงในตลาดสด ส่วนที่สามลำต้น นำลำต้นที่ตัดไว้ประมาณ 35 ซม.นำมาปลอกเปลือกขายมัดเป็นกำเป็นต้นขาอ่อน การขายหน่อข่านั้นจะขายกก.ละ36-40บาท ข่าแก่ขายกก.ละ 20 บาท และต้นข่าอ่อนขายกก.ละ 50 บาท ทุกเช้าจะขุดหน่อข่าทุกวันวันละไม่ต่ำกว่า 30 กก.

การขุดหน่อข่า  จะแบ่งขุดออกให้เหลือไว้ด้านใดด้านหนึ่ง เลือกบริเวณด้านที่ข่าแตกหน่ออ่อนออกมาไว้ 4-5 ต้นแล้วตัดใบทิ้งใช้เปลือกมัดต้นไว้กันต้นหักล้มเพื่อเลี้ยงกอไว้รอตัดขายในอีก25วันข้างหน้าก็สามารถวนมาตัดขายได้อีก ทำแบบนี้จะสามารถหมุนเวียนตัดหน่อขาขายได้ตลอดปี มีรายได้ในการขายข่า ร่ายได้ดี วันละ1,000 กว่าบาท พึ่วพาตนเองเลี้ยงดูครอบครัวอยู่ได้ ส่วนใบข่าจะตัดแล้วเอาวางไว้บริเวณรอบๆกอเพื่อเป็นปุ๋ยอินทรีย์

หลังจากตัดหน่อข่าแล้วจะนำมาล้างทำความสะอาด โดยใช้ปั๊มน้ำแรงดันสูงฉีดล้างดินและเปลือกใช้เวลาไม่ถึงนาทีก็ล้างหน่อข่าแต่ละเหง้าแล้วนำไปตัดรากออกบรรจุใส่ถุง แล้วบรรจุใส่ถุงใสแบบ 5 กก.ขายให้กับพ่อค้าแม่ค้าที่เป็นขาประจำได้เลย ซึ่งแรงงานจ้างคนเฒ่าคนแก่ที่เป็นเครือญาติไม่ให้เหงาและมีรายได้นอกเหนือจากเบี้ยสูงอายุ วันละ100กว่าบาท เพื่อเป็นค่าหมากค่าพลู

โดย… มานิตย์ สนับบุญ-ข่าว/ทองสุข สิงห์พิมพ์-ภาพ/ ปราจีนบุรี ###

นายกฯ”อนุทิน”ลุยขับเคลื่อนนโยบายยุติความรุนแรงต่อสตรียกระดับความสุขยั่งยืนสู่สังคมไทย

นายกฯ”อนุทิน” เตรียม “Kick Off ขับเคลื่อนนโยบายยุติความรุนแรงต่อสตรีในระดับพื้นที่” มุ่งเสริมสร้างพลังความร่วมมือเพื่อความสุขที่ยั่งยืนของสังคมไทย

เมื่อวันที่ 22 พ.ย. นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยถึงการขับเคลื่อนนโยบายสำคัญ “มหาดไทย ทำ ทัน ที Action 5” ซึ่งเป็นความมุ่งมั่นตั้งใจของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่เล็งเห็นถึงความสำคัญอันยิ่งยวดของการเสริมสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืนให้กับพี่น้องประชาชนคนไทยในทุกมิติ

นายอรรษิษฐ์ กล่าวว่า หนึ่งในภารกิจที่สำคัญใน Action 5 คือ “การป้องกันแก้ไขปัญหาความมั่นคงทุกรูปแบบ” หรือ Action to Provide Public Security and Safety “ทุกชีวิตต้องปลอดภัย ศักดิ์ศรีไม่ถูกละเมิด” โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “การยุติความรุนแรงต่อสตรีในระดับพื้นที่” ซึ่งนายอนุทิน ได้เน้นย้ำถึง การมีส่วนร่วมของภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาชนในระดับพื้นที่ เพื่อสร้างสังคมที่ “ปราศจากความรุนแรงต่อสตรี” สอดคล้องกับการรณรงค์ขององค์การสหประชาชาติ (UN) ที่กำหนดให้วันที่ 25 พฤศจิกายน ของทุกปี เป็นวันยุติความรุนแรงต่อเด็กและสตรีสากล และประเทศไทยกำหนดให้เดือนพฤศจิกายนเป็น “เดือนรณรงค์ยุติความรุนแรงต่อเด็ก สตรี และบุคคลในครอบครัว”

“ในวันจันทร์ที่ 24 พฤศจิกายน 2568 เวลา 09.00 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย จะเดินทางไปเป็นประธานมอบนโยบายการขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านการยุติความรุนแรงต่อสตรีในระดับพื้นที่ ณ ห้องรอยัล จูบิลลี่ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี โดยนางสาวธนนนท์ นิรามิษ ประธานคณะกรรมการคณะคู่สมรสคณะรัฐมนตรีและที่ปรึกษากิตติมศักดิ์สมาคมแม่บ้านมหาดไทย พร้อมด้วยคณะรัฐมนตรี หัวหน้าส่วนราชการ นายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย หัวหน้าหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ผู้ว่าราชการจังหวัด ประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัด และภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้องจากทั่วประเทศเข้าร่วมงาน และพร้อมกันนี้ จะมีการถ่ายทอดนโยบายและการ Kick Off กิจกรรมฯ ไปยังข้าราชการ ผู้นำท้องที่ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และภาคีเครือข่ายใน 76 จังหวัดทั่วประเทศ อีกกว่า 82,000 คน ผ่านระบบออนไลน์ เพื่อให้เกิดความเข้าใจในทิศทางเดียวกันและนำไปสู่การปฏิบัติตั้งแต่ระดับจังหวัด อำเภอ ตำบล หมู่บ้าน และชุมชน”

นายอรรษิษฐ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า เพื่อเป็นการเสริมสร้างการมีส่วนร่วมของพี่น้องประชาชนคนไทยในการยุติความรุนแรงต่อเด็ก สตรี และครอบครัว กระทรวงมหาดไทยจึงขอเชิญชวนทุกท่านได้ร่วมรับชมและรับฟังการถ่ายทอดสดการมอบนโยบายและ Kick Off รณรงค์ยุติความรุนแรงต่อสตรีในระดับพื้นที่พร้อมกัน ในวันที่ 24 พฤศจิกายน 2568 ตั้งแต่เวลา 09.00 น. เป็นต้นไป ทาง Facebook – กระทรวงมหาดไทย PR, DOPA Channel, ท้องถิ่นไทย และกรมการพัฒนาชุมชน Fanpage มาร่วมสร้างสังคมแห่งความสุขที่ยั่งยืนของสังคมไทยไปพร้อมกัน

สมาคมส่งเสริมสุขภาพไทย-จีน จัดพิธีบำเพ็ญกุศลพระราชกุศลแด่ ”สมเด็จพระพันปีหลวง”

สมาคมส่งเสริมสุขภาพไทย-จีน จัดพิธีบำเพ็ญกุศล สวดพระอภิธรรมอุทิศถวายพระราชกุศลแด่  ”สมเด็จพระพันปีหลวง”เพื่ออุทิศถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง  เพื่อแสดงความอาลัยและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้

เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2568 (เวลา 18.00 น) ณ วัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหาร สมาคมส่งเสริมสุขภาพไทย-จีน จัดพิธีบำเพ็ญกุศล สวดพระอภิธรรมอุทิศถวายพระราชกุศลแด่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยได้รับความเมตตาจาก สมเด็จพระพุฒาจารย์ วัดไตรมิตรวิทยาราม  เป็นประธานประธานฝ่ายสงฆ์

โดยมีท่านสมหมาย เอี่ยมสอาด ที่ปรึกษารองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง(กิตติมศักดิ์) เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย ดร.ชูชีพ ตรีโภคา เลขานุการในองศ์ พล.ต.ม.จ.จุลเจิม ยุคล(ท่านใหม่) คณะผู้บริหารสมาคมฯ ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ ประชาชน เข้าร่วมพิธี ณ วัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหาร ถนนเจริญกรุง แขวงตลาดน้อย เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพมหานคร

บรรยากาศเป็นไปด้วยความสงบสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณและความจงรักภักดีอย่างล้นพ้น

.

“สมเด็จธงชัย”ประธานพิธีเททองหล่อนรสิงห์ไตรมิตร-พุทธาภิเษกวัตถุมงคลเหรียญพุทธศิลป์

สมเด็จพระพุฒาจารย์ “สมเด็จธงชัย”  วัดไตรมิตรวิทยาราม  เมตตาเป็นประธานพิธีเททองหล่อนรสิงห์ไตรมิตร และพิธีพุทธาภิเษกวัตถุมงคลเหรียญพุทธศิลป์ ในโอกาสครบ 70 ปี ของการค้นพบพระพุทธรูปทองคำ หลวงพ่อทองคำสุโขทัยไตรมิตร

เมื่อวันศุกร์ที่ ๒๑ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๖๘ ณ วัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหาร ถนนเจริญกรุง แขวงตลาดน้อย เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพมหานคร ได้มีพิธีเททองหล่อนรสิงห์ไตรมิตร  และพิธีพุทธาภิเษกวัตถุมงคลเหรียญพุทธศิลป์ ในโอกาสครบ 70 ปี

โดยมีสมเด็จพระพุฒาจารย์ วัดไตรมิตรวิทยาราม  เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ จุดเทียนชัย และมีท่านสมหมาย  เอี่ยมสอาด -ที่ปรึกษารองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง(กิตติมศักดิ์) – ที่ปรึกษาประธานคณะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร – ในฐานะนายกสมาคมส่งเสริมสุขภาพไทย-จีน เป็นประธานฝ่ายฆราวาส

โดยมี ดร.ชูชีพ ตรีโภคา เลขานุการในองศ์ พล.ต.ม.จ.จุลเจิม ยุคล(ท่านใหม่) พร้อมด้วย นายวันชัย สอนศิริ อดีตสมาชิกวุฒิสภา นายชนะศักดิ์ อัตถาวงศ์ กรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรี และแขกผู้มีเกียรติเข้าร่วมพิธีอันเป็นมหามงคลในครั้งนี้ ฯ วัตถุประสงค์ของการจัดสร้าง ในโอกาสครบ 50 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-จีน และในโอกาสครบ 70 ปี ของการค้นพบพระพุทธรูปทองคำหลวงพ่อทองคำสุโขทัยไตรมิตร

ฤกษ์จุดเทียนชัย โดย เจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ วัดไตรมิตรวิทยาราม กทม. พร้อมพระเกจิคณาจารย์ชื่อดัง นั่งปรกอธิษฐานจิตภาวนา

สมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี หรือ “สมเด็จธงชัย” ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดไตรมิตรวิทยาราม กรรมการมหาเถรสมาคม เจ้าคณะใหญ่หนกลาง เป็นประธานในพิธีดับเทียนชัย และ หลังพิธีพุทธาภิเษก มีการมอบผ้ายันต์หลวงพ่อทองคำ เป็นที่ระลึกกับประชาชน ศิษยานุศิษย์ ที่ร่วมพิธีเป็นจำนวนมาก

.

สุดฟิน 13 องศา! นักท่องเที่ยวแห่พิชิต ‘ผาสุดแผ่นดิน’ชมทะเลหมอก-ดูพระอาทิตย์ 3 แผ่นดิน

ชัยภูมิ – อุทยานแห่งชาติป่าหินงาม จังหวัดชัยภูมิ รายงานบรรยากาศการท่องเที่ยวช่วงฤดูหนาวที่กำลังคึกคัก โดยเฉพาะในเช้าวันนี้ (วันที่ 22 พฤศจิกายน 2568) ที่อุณหภูมิบริเวณยอดเขาพังเหยลดต่ำลงเหลือเพียง 13 องศาเซลเซียส สร้างความประทับใจให้กับนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาสัมผัสอากาศบริสุทธิ์และโอโซนยามเช้า

นายสมศักดิ์​ กาญจนคช​หัวหน้าอุทยานแห่งชาติป่าหินงาม​ เปิดเผยว่า บรรยากาศการท่องเที่ยวตั้งแต่ช่วงเช้าตรู่เป็นไปอย่างคึกคัก มีนักท่องเที่ยวจำนวนมากมาพักค้างคืนที่ลานกางเต็นท์ผาสุดแผ่นดิน และเดินทางมาเฝ้ารอชมความงดงามของแสงแรกของวัน ณ บริเวณ “ระเบียงโอโซน”

ไฮไลต์สำคัญ คือการเดินเท้าไปยัง “ผาสุดแผ่นดิน” ซึ่งเป็นจุดสูงสุดของอุทยานฯ ด้วยความสูงประมาณ 846 เมตรจากระดับน้ำทะเล และเป็นจุดที่สามารถมองเห็นทิวทัศน์แบบพาโนรามาครอบคลุมรอยต่อของสามจังหวัด (ชัยภูมิ, ลพบุรี, และเพชรบูรณ์)

ในช่วงเช้าวันนี้ นักท่องเที่ยวสามารถมองเห็นทิวเขาเขียวขจีของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าซับลังกาได้อย่างชัดเจน และได้สัมผัสกับอากาศหนาวเย็นจัดตลอดการชมวิว

นอกจากนี้ จุดชมวิวและถ่ายภาพยอดนิยมอย่าง “บันไดสวรรค์” ก็ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวที่ต้องการเก็บภาพความประทับใจของการชม “พระอาทิตย์ขึ้น” ที่สาดแสงทองอร่ามเหนือขอบฟ้า ซึ่งเป็นภาพที่งดงามและเป็นเอกลักษณ์ของอุทยานแห่งชาติป่าหินงามในช่วงฤดูหนาว สำหรับระยะทางจากกรุงเทพมหานครมายังอุทยานแห่งชาติป่าหินงามของเรา ห่างเพียงประมาณ 265 กิโลเมตรเท่านั้น

ทางอุทยานแห่งชาติป่าหินงาม ขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวที่สนใจสัมผัสอากาศหนาวเย็นและธรรมชาติอันงดงามของจังหวัดชัยภูมิ เดินทางมาท่องเที่ยวและพักผ่อน โดยขอให้เตรียมเครื่องกันหนาว ถุงนอน และอุปกรณ์ที่จำเป็นมาอย่างพร้อมเพรียง เนื่องจากอุณหภูมิในช่วงกลางคืนและยามเช้าจะลดต่ำลงอย่างรวดเร็ว

สำหรับข้อมูลการเดินทางและการสำรองพื้นที่กางเต็นท์ สามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวอุทยานแห่งชาติป่าหินงาม เบอร์โทร 044-056141, 082-1313371

โดย…มัฆวาน วรรณกุล  – อารดา ผู้สื่อข่าวภูมิภาคชัยภูมิ

.

ชะอวดระทึก!ชาวบ้านขนของหนีน้ำถูกไฟฟ้าช็อตเจ็บ 8 ราย

ชะอวด ระทึก น้ำท่วม ไฟฟ้ารั่ว ชอร์ตบาดเจ็บ 8 ราย เจ้าหน้าที่เร่งปั๊มหัวใจ ยื้อชีวิต เหตุเกิดที่ชุมชนฝั่งตก เทศบาลตำบลชะอวด

สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ จ.นครศรีธรรมราช ล่าสุดมวลน้ำจากเทือกเขาหลวงได้ไหลเข้าท่วมเขตเทศบาลนครนครศรีธรรมราช โดยมวลน้ำล้นฝายคลองท่าดี ต.กำแพงเซา อ.เมือง ไหลเข้าสู้ตัวเมืองนครศรีธรรมราชอย่างรวดเร็ว

โดยที่ถนนเทวบุรี เส้นทางจากตัวเมืองนครศรีธรรมราชไปยัง ต.โพธิ์เสด็จ อ.เมือง ระดับน้ำสูงประมาณ 30 ซม.รถเล็กไม่สามารถผ่านได้ ส่วนข้อมูลผลกระทบพื้นที่ที่มีน้ำท่วมระหว่างวันที่ 17-20 พ.ย.68 สำนักงานบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดได้รายงานว่า กระทบ 12 อำเภอ ประกอบด้วย อ.เมือง ชะอวด , ท่าศาลา , พรหมคีรี , ทุ่งสง , ร่อนพิบูลย์ , นาบอน , สิชล , ฉวาง , เฉลิมพระเกียรติ , หัวไทร และ ลานสกา

นอกจากนี้มีรายงานว่า เกิดเหตุกระแสไฟฟ้ารั่ว ที่ชุมชนฝั่งตก เทศบาลตำบลชะอวด จ.นครศรีธรรมราช มีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวน 8 ราย นำส่งรพ.ชะอวด ต่อมามีรายงานว่าเสียชีวิต 1 รายที่รพ. อยู่ระหว่างปั๊มหัวใจช่วยชีวิต 3 ราย อีก 4 ราย มีชีพจรแล้ว.

‘นานา ไรบีนา’รับแล้วคือดารา ‘น’ โยงข่าวลือเบี้ยวหนี้ 400 ล้าน

กลายเป็นประเด็นทอล์กออฟเดอะทาวน์ที่ร้อนระอุต่อเนื่อง สำหรับมรสุมข่าวลือ ดาราชื่อดังอักษรย่อ “น.”เบี้ยวหนี้ 400 ล้านบาท ที่ทำให้ความสัมพันธ์ใน “แก๊งนางฟ้า” และเพื่อนสนิทรอบตัว “นานา ไรบีนา” สั่นคลอนอย่างหนักจนถึงขั้นวิกฤต เมื่อมีเพื่อนทยอยกดอันฟอลโลว์อินสตาแกรมของ นานา ไปอย่างต่อเนื่อง

ล่าสุดนานา ไรบีนา ได้ออกมาไลฟ์สดผ่านสตอรี่ อินสตาแกรม โดยระบุว่า….

สวัสดีค่ะจากข่าว และก็กระแสต่างๆที่ออกมาตอนนี้  ใช่ค่ะ น.หนูคือนานาเอง ส่วนตัวอักษรย่อ ต.ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆแต่ในส่วนที่ตัวนานาเอง ไม่พัวพันหรือพัวพันขนาดไหน ขอให้เป็นเรื่องของกระบวนการทางกฎหมาย นานาไม่สามารถพูดอะไรไปได้มากกว่านี้ ณ.ขณะนี้นานาขอโอกาสในการทำงาน และทำหน้าที่ที่ตัวเองต้องรับผิดชอบ ต่อไปขอบคุณนะคะ

คืนฟอร์มดุ! “ยอดเหล็กเพชร” เรียก 2 นับชนะแต้มสวย “อานาร์” ในศึก ONE ลุมพินี 134

ศึก ONE ลุมพินี 134 สร้างความประทับใจเต็มอิ่ม ถ่ายทอดสดสู่สายตาแฟนกีฬาต่อสู้ใน 195 ประเทศทั่วโลก โดยจอมบู๊ทั้ง 24 คน พร้อมใจกันแสดงผลงานที่ดีที่สุดออกมาโชว์ เมื่อวันศุกร์ที่ 21 พ.ย. ที่ผ่านมา ณ สนามมวยเวทีลุมพินี (รามอินทรา)

คู่เอกของรายการ “ยอดเหล็กเพชร อ.อัจฉริยะ” มวยพลังอึด วัย 30 ปี จากร้อยเอ็ด เปิดหน้าแลกเดือดกับ “อานาร์ มัมมาดอฟ” คู่ชกฝีมืออันตราย วัย 29 ปี จากอาเซอร์ไบจาน ในกติกามวยไทย รุ่นฟลายเวต (125-135 ป.)

ยกแรก ทั้งคู่เปิดเกมดุดันเดินหน้าแลกหมัดใส่กันแบบไม่มีใครยอมใคร เข้าสู่ยกสอง “อานาร์” เดินบุกเข้าทำต่อเนื่อง แต่พลาดโดน “ยอดเหล็กเพชร” ที่จังหวะเฉียบคมกว่ากดจนโดนนับถึงสองครั้ง ยกตัดสิน “อานาร์” ไม่มีอะไรจะเสีย เดินแลกเต็มกำลัง ขณะที่ “ยอดเหล็กเพชร” คุมเกมเน้นรัดกุมและหาจังหวะสวนกลับเป็นระยะ ครบสามยก กรรมการชูมือให้ “ยอดเหล็กเพชร” ชนะคะแนนเอกฉันท์ คืนฟอร์มเก่งได้อย่างสวยงาม

ส่วนคู่เอกภาคอินเตอร์ “เอเลียส อับเดลาลี” นักสู้หมัดดุ วัย 22 ปี จากฝรั่งเศส ปะทะ “อลาเวอร์ดี รามาซานอฟ” อดีตแชมป์โลก ONE คิกบ็อกซิ่ง รุ่นแบนตัมเวต (135-145 ป.) วัย 30 ปี จากรัสเซีย ในกติกามวยไทย รุ่นเฟเธอร์เวต (145-155 ป.)

ปรากฏว่าไฟต์นี้จบลงด้วยเหตุการณ์ไม่คาดฝัน เมื่อ “อลาเวอร์ดี” เตะใส่ “เอเลียส” แต่ขณะถอยเพื่อตั้งรับเกิดเสียจังหวะพลาดขาพลิกจนได้รับบาดเจ็บรุนแรงแข่งต่อไม่ไหว ส่งผลให้ “เอเลียส” ชนะทีเคโอด้วยเวลาเพียง 27 วินาทีของยกแรก คว้าชัยเป็นไฟต์ที่ 2 ติดต่อกัน

ขณะที่ “อิสไลย์ เอริกา โบโมกาว” นักสู้สาววัย 25 ปี จากฟิลิปปินส์ เปิดศึกกับ “พลอยชมพู พียู.ผ้าใบ” ดาวรุ่งวัย 16 ปี ดีกรีแชมป์ประเทศไทยรุ่น 105 ป. จากสุราษฎร์ธานี โดย “อิสไลย์” เดินบุกดุดันใส่ไม่ยั้ง กดเรียกหนึ่งนับได้ตั้งแต่ยกแรก ก่อนเช็กบิลด้วยหมัดตัดลำตัว ชนะน็อกเอาต์ “พลอยชมพู” อย่างเด็ดขาดในช่วงต้นยก 2 ส่งให้เธอคว้าชัย 4 ไฟต์รวดบนเวทีนี้ พร้อมรับโบนัส 350,000 บาท กลับบ้านเป็นก้อนที่สอง

ตลอดการแข่งขันอันดุเดือดในค่ำคืนนี้ ปรากฏว่ามีนักสู้ 2 ราย ได้แก่ “ฮิวกะ” และ “อิสไลย์ เอริกา โบโมกาว” ทำผลงานปิดเกมสวยจน บิ๊กบอส “ชาตรี ศิษย์ยอดธง” ตัดสินใจมอบเงินโบนัสพิเศษให้เป็นรางวัลตอบแทนคนละ 350,000 บาท ไม่รวมค่าตัว รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 700,000 บาท (เจ็ดแสนบาท)

สรุปผลการแข่งขันทุกคู่ ONE ลุมพินี 134
คู่เอก ยอดเหล็กเพชร อ.อัจฉริยะ ชนะคะแนนเอกฉันท์ อานาร์ มัมมาดอฟ (อาเซอร์ไบจาน) (มวยไทย รุ่นฟลายเวต 125-135 ป.)
คู่รอง เด็ดดวงเล็ก ทีเด็ด99 ชนะคะแนนเอกฉันท์ วุฒิไกร ว.จักรวุฒิ (มวยไทย รุ่นแบนตัมเวต 135-145 ป.)
เลนนี บลาซี (อิตาลี) ชนะคะแนนเอกฉันท์ อิลยาส มูซาเอฟ (รัสเซีย) (มวยไทย รุ่นแบนตัมเวต 135-145 ป.)
เจค็อบ ทอมป์สัน ชนะคะแนนเอกฉันท์ ยอดเสกสรร รถสวยจ่าเจต (สหราชอาณาจักร) (มวยไทย รุ่นฟลายเวต 125-135 ป.)
เพชรน้ำตาล วีวินยิมส์ ชนะคะแนนเอกฉันท์ ออมสิน พ.พัชรวาท (มวยไทย รุ่นฟลายเวต 125-135 ป.)
มนัส ต.แย้มสวน ชนะคะแนนไม่เอกฉันท์ บัลลังก์เงิน อ.ยุทธชัย (มวยไทย รุ่นสตรอว์เวต 115-125 ป.)
เอเลียส อับเดลาลี (ฝรั่งเศส) ชนะทีเคโอ อลาเวอร์ดี รามาซานอฟ (รัสเซีย) นาทีที่ 0:27 ของยกแรก (มวยไทย รุ่นเฟเธอร์เวต 145-155 ป.)

อิสไลย์ เอริกา โบโมกาว (ฟิลิปปินส์) ชนะน็อก พลอยชมพู พียู.ผ้าใบ นาทีที่ 0:47 ของยก 2 (มวยไทย รุ่นอะตอมเวต 105-115 ป.)   
ทาเกียร์ คาลิลอฟ (รัสเซีย-อาเซอร์ไบจาน) และ ชิมอน (ญี่ปุ่น) ไม่มีผลการแข่งขัน (มวยไทย รุ่นฟลายเวต 125-135 ป.)
ฮิวกะ (ญี่ปุ่น) ชนะน็อก หวัง ยู่หาน (จีน) นาทีที่ 1:20 ของยกแรก (คิกบ็อกซิ่ง รุ่นฟลายเวต 125-135 ป.)
รอรีย์ เทอร์เนอร์ (ออสเตรเลีย) ชนะทีเคโอ โนอาห์ กาเบรรอส (ฟิลิปปินส์) นาทีที่ 4:52 ของยก 3 (MMA รุ่นสตรอว์เวต 115-125 ป.)  
คิม ทราน (ออสเตรเลีย) ชนะน็อก อัลมากูล โจโรเบโกวา (คีร์กีซสถาน) นาทีที่ 2:31 ของยก 2 (MMA รุ่นอะตอมเวต 105-115 ป.) 

รวบแอดมินกลุ่มลับขายคลิปอนาจารเด็ก ตรวจมือถือเจอหลักฐานกว่า 2,000 ไฟล์

เมื่อวันที่ 21 พ.ย.68 ที่ บก.สอท.2 นำโดย พล.ต.ท.สุรพล เปรมบุตร ผบช.สอท., พล.ต.ต.วิวัฒน์ คำชำนาญ รอง ผบช.สอท., พล.ต.ต.นิเวศน์ อาภาวศิน รอง ผบช.สอท., พล.ต.ต.ชัชปัณฑกานต์ คล้ายคลึง รอง ผบช.สอท., พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ดีพอ ผบก.สอท.1, พล.ต.ต.กฤตัชญ์ บำรุงรัตนยศ ผบก.สอท.4 และ พล.ต.ต.ทรงกลด เกริกกฤตยา ผบก.ตอท. พร้อมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องร่วมแถลงข่าว เจ้าหน้าที่ตำรวจกลุ่มงานต่อต้านการล่วงละเมิดทางเพศต่อเด็กทางอินเทอร์เน็ต บก.ตอท. หรือ TICAC ได้สืบสวนพบว่า มีการลักลอบเผยแพร่สื่อลามกอนาจารเด็กในกลุ่มไลน์ โดยมีการใส่ภาพลายน้ำระบุเป็นไอดีไลน์ เมื่อเพิ่มเพื่อนพบว่าเป็นบัญชีชื่อ “กลุ่มลับคลิปเด็ด VIP” ซึ่งกลุ่มดังกล่าวได้เปิดให้คนที่สนใจสมัครสมาชิก ด้วยการชำระเงินผ่านบัญชีธนาคารจำนวน 300 บาท เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเข้าไปตรวจสอบในกลุ่มไลน์ดังกล่าว ปรากฏว่าพบการเผยแพร่สื่อลามกอนาจารเด็กจำนวนมาก

พล.ต.ต.ทรงกลด  เกริกกฤตยา ผบก.ตอท. จึงได้สั่งการให้ ว่าที่ พ.ต.อ.ธีรนนท์ แมนมงคล ผกก.กลุ่มงานต่อต้านการล่วงละเมิดทางเพศต่อเด็กทางอินเทอร์เน็ต บก.ตอท. เร่งสืบสวนกรณีดังกล่าว จนกระทั่งรู้ตัวผู้ดูแลกลุ่มลับดังกล่าว คือ นายพงศกร อายุ 33 ปี ทำหน้าที่โฆษณาชักชวนสมาชิก และรับผลประโยชน์จากการเก็บเงินค่าสมาชิก   จึงรวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติหมายค้นจากศาลเพื่อเข้าตรวจค้นเป้าหมายได้สำเร็จ

ต่อมา พ.ต.ท.พิชิต เอียงสา รอง ผกก.กลุ่มงานต่อต้านการล่วงละเมิดทางเพศต่อเด็กทางอินเทอร์เน็ต บก.ตอท. ได้นำกำลังพร้อมหมายค้นศาลจังหวัดธัญบุรี ที่ 659/2568 ลงวันที่ 18 พ.ย.68 เข้าตรวจค้นบ้านพักหลังหนึ่งใน อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี พบนายนายพงศกร ยืนอยู่บริเวณหน้าห้องพักดังกล่าว จึงได้เข้าตรวจค้น

ผลการตรวจค้นพบของกลางเป็นโทรศัพท์มือถือ จำนวน 2 เครื่อง ตรวจสอบข้อมูลภายในโทรศัพท์พบสื่อลามกอนาจารเด็กในเครื่องทั้งรูปแบบภาพถ่ายและวิดีโอคลิปกว่า 2,000 ไฟล์ อีกทั้งพบกลุ่มลับที่นายพงศกรเป็นเจ้าของ จำนวน 14 กลุ่ม มีสมาชิกรวม จำนวน 6,288 บัญชี และยังพบกลุ่มลับที่ใช้เผยแพร่สื่อลามกอนาจารเด็กรวม      จำนวน 197 กลุ่ม มีสมาชิกรวมกันกว่า 60,000 บัญชี

จากการสอบถาม นายพงศกรยอมรับว่า ตนเองทำกลุ่มลับมานานกว่า 2 ปีแล้ว โดยเริ่มจากการร่วมโปรโมทกลุ่มของผู้อื่น ก่อนจะเริ่มมาทำเองจนมีทั้งหมด 14 กลุ่ม สามารถทำรายได้เฉลี่ยประมาณ 40,000-60,000 บาท
ต่อเดือน

เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงแจ้งข้อหา “นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ใดๆ ที่มีลักษณะอันลามกและข้อมูลคอมพิวเตอร์นั้น ประชาชนทั่วไปอาจเข้าถึงได้ เผยแพร่หรือส่งต่อซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์โดยรู้อยู่แล้วว่าเป็นข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่มีลักษณะอันลามก”, “ครอบครองสื่อลามกอนาจารเด็กและส่งต่อซึ่งสื่อลามกอนาจารเด็ก” และ “เพื่อประสงค์แห่งการค้าหรือโดยการค้า เพื่อการแจกจ่ายหรือเพื่อการแสดงอวดแก่ประชาชน” นำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างเร่งสืบสวนขยายผลไปยังบุคคลอื่นที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้อง เพื่อนำตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ตร.ไซเบอร์รวบม้าตระเวนกดเงินเหยื่อหลอกลงทุน ส่งบอสสแกมเมอร์ชาวจีน

สืบเนื่องจาก เมื่อช่วงกลางเดือนตุลาคม 2568 ได้มีผู้เสียหายเป็นหญิงสูงวัยรายหนึ่ง ได้ใช้งานแอปพลิเคชัน TikTok แล้วพบโฆษณาชักชวนให้ลงทุนหุ้น ผู้เสียหายเห็นโฆษณาว่าลงทุนน้อยแต่ได้กำไรดีจึงตัดสินใจติดต่อไป และได้เข้าร่วมกลุ่มไลน์เทรดหุ้น โดยช่วงแรกของการลงทุนสามารถทำกำไรได้ดีจริงตามที่โฆษณากล่าวอ้าง จึงเริ่มโอนเงินลงทุนมากขึ้นเรื่อยๆ สุดท้ายโดนหลอกลวงไปเป็นจำนวนเงินกว่า 2 แสนบาท และเข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ

ต่อมา กก.2 บก.สอท.4 ได้สืบสวนกรณีดังกล่าว พบว่าเส้นทางการเงินหลังจากที่เหยื่อโอนเข้าบัญชีม้าแถว 1 แล้ว ได้ถูกโอนต่ออย่างรวดเร็วไปยังบัญชีม้าแถว 2 ทันที และเมื่อไหร่ที่มียอดเงินจากการหลอกลวงเหยื่อเข้าบัญชีม้าแถว 2 แล้ว ภายใน 3 นาทีหลังจากนั้น เงินจะถูกกดออกจากตู้ ATM ทั้งหมดทันที และจะเป็นแผนประทุษกรรมแบบนี้เสมอ จากการตรวจสอบบัญชีม้าดังกล่าว พบว่ามีความเกี่ยวพันกับคดีอื่นๆ อีกกว่า 10 คดี รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 10 ล้านบาท จึงได้รวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขออำนาจศาลอาญาออกหมายจับผู้เกี่ยวข้องได้สำเร็จ

ต่อมา พ.ต.อ.อนุชา ศรีสำโรง ผกก.2 บกสอท.4 ได้นำกำลังลงพื้นที่ประชาอุทิศ เขตห้วยขวาง กทม. เพื่อเฝ้าติดตามและสังเกตการณ์ กระทั่งสามารถจับกุมตัว นายธวัชวงค์ หรือ หย่าง อายุ 19 ปี ชาวเชียงใหม่ คนไทยสัญชาติจีน ผู้ทำหน้าที่กดเงินสด และ นายวรากรณ์ อายุ 18 ปี ชาวเชียงใหม่ คนไทยสัญชาติจีนฮ่ออิสระ เจ้าของบัญชีม้า แถว 2 ตามหมายจับศาลอาญาในข้อหา “เป็นผู้สนับสนุนความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน

และโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอม ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน หรือเปิดหรือยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝาก บัตรอิเล็กทรอนิกส์ หรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ โดยเจตนามิได้ใช้เพื่อตนเองหรือกิจการที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ โดยประการที่รู้หรือควรรู้ว่าจะนำไปใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือความผิดอาญาอื่นใด”

จากการสอบถาม นายธวัชวงค์ฯ รับสารภาพว่า ตนเองทำหน้าที่กดเงินสดตามที่บอสชาวจีนเป็นผู้สั่งการผ่านแอปพลิเคชัน wechat โดยบอสชาวจีนเป็นผู้กำหนดจุดในการนัดรับบัญชีม้าที่บอสจีนเป็นผู้หามาให้ ซึ่งใน 1 ชุดมีบัตร ATM พร้อมรหัสผ่าน, หมายเลขบัญชีธนาคาร และโทรศัพท์มือถือ เมื่อตนรับมาแล้วต้องทดสอบว่าใช้งานได้หรือไม่แล้วแจ้งบอสกลับไปด้วยรหัสลับที่รู้กัน 2 คน

จากนั้น นายหย่าง ต้องสแตนบายรอตามตู้ ATM จุดต่างๆ เพื่อรอเหยื่อโอนเงินเข้าบัญชี เมื่อหลอกเหยื่อสำเร็จนายหย่างต้องรีบวิ่งไปกดเงินจากตู้ ATM ให้ไวที่สุดเพื่อป้องกันการอายัดบัญชี เมื่อได้เงินสดออกมาแล้ว ต้องรอจนกว่าบอสชาวจีนจะส่งคนมารับเงินจากมือ เป็นอันเสร็จภารกิจ

นายหย่างรับว่าตนเองทำแบบนี้ทุกวัน โดยเคยกดเงินได้สูงสุดถึง 400,000 บาทต่อวัน และตนเองได้ค่าตอบแทนประมาณ 4,000 บาท หรือคิดเป็น 1% ของเงินที่กด ส่วนสถานที่กดเงินนั้น บอสชาวจีนจะสั่งให้เปลี่ยนตู้ ATM ทุกวันเพื่อเลี่ยงการติดตามของเจ้าหน้าที่ นอกจากนี้ บอสชาวจีนยังจัดหาที่พักรายวันอย่างดีให้โดยเปลี่ยนที่พักทุกคืน และยังเช่ารถจักรยานยนต์ให้และเปลี่ยนรถทุกวัน เพื่อหลีกเลี่ยงการติดตามของเจ้าหน้าที่เช่นกัน

ส่วนนายวรากรณ์ รับสารภาพว่าตนเองเป็นเจ้าของบัญชีม้าแถว 2 ในคดีนี้ ตนไม่มีอาชีพหลักแหล่ง อาศัยบ้านเพื่อนเพื่อเสพกัญชาและน้ำกระท่อมไปวันๆ กระทั่งช่วงเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ได้พบกับนายหย่าง ซึ่งเป็นเพื่อนกับลูกพี่ของ นายหย่างเองชอบดื่มน้ำกระท่อมเป็นประจำเหมือนกัน จึงได้รู้จักกัน ภายหลังนายหย่างขอเช่าบัญชีธนาคารไปใช้ ซึ่งตนรู้ว่าดีว่าเอาไปใช้เป็นบัญชีม้า แต่นายหย่างให้ค่าตอบแทนดีถึง 5,000 บาทต่อวัน ตนเองจึงยินยอม กระทั่งมาถูกจับกุมในที่สุด