ทลายบริษัท iCloud4 ปล่อยกู้ดอกเบี้ยโหดร้อยละ 365 ต่อปี

เปิดปฏิบัติการ Operation iLockdown  รื้อระบบล็อก iCloud ล้มระบบกู้เงินเถื่อน ลุยค้นบริษัทรับจำนำ iCloud 4 จุด หลังพบปล่อยกู้ดอกเบี้ยโหด ร้อยละ 365 ต่อปี

 กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดตรวจค้น กก.5 บก.ปอศ.

ร่วมกันตรวจค้น
1. บริษัท ไอทีมันนี่ จำกัด สำนักงาน แขวงนวลจันทร์ เขตบึงกุ่ม กรุงเทพมหานคร
2. บริษัท ไอทีมันนี่ จำกัด สาขาสุขุมวิท ต.สำโรงเหนือ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ                      
3. บริษัท ไอทีมันนี่ จำกัด สำนักงานใหญ่  ต.สำโรงเหนือ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ
 4. บริษัท ไอทีมันนี่ จำกัด สาขาพระประแดง-สุขสวัสดิ์ ต.บางพึ่ง อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ  

พร้อมตรวจยึดของกลาง ดังนี้ 
1.เครื่องคอมพิวเตอร์ จำนวน 7 เครื่อง
2.เครื่องคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก จำนวน 3 เครื่อง
3.โทรศัพท์มือถือ จำนวน 13 เครื่อง
4.เอกสารเกี่ยวกับการรับจำนำไอคลาวด์ จำนวน 1 แฟ้ม                   
5.ป้ายโฆษณาการรับจำนำไอคลาวด์

ร่วมกันกล่าวโทษ ได้แก่
1. กรรมการบริษัท ไอทีมันนี่ จำกัด จำนวน 5 ราย  
2. นายอรรถพล (สงวนนามสกุล) อายุ 38 ปี
3. น.ส.ปรารถนา (สงวนนามสกุล) อายุ 29 ปี

นความผิดฐาน “ร่วมกันประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับโดยไม่ได้รับอนุญาตและร่วมกันเรียกดอกเบี้ยเกินกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนด”

พฤติการณ์ สืบเนื่องจากมีผู้เสียหายได้มาร้องทุกข์ต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) เกี่ยวกับบริษัท ไอทีมันนี่ฯ ซึ่งมีพฤติกรรมร่วมกันปล่อยสินเชื่อเงินกู้และร่วมกันเรียกดอกเบี้ยเกินที่กฎหมายกำหนดให้กับบุคคลทั่วไป ด้วยวิธีการรับจำนำ iCloud โดยมีรายละเอียดของการทำสัญญาการรับจำนำ iCloud ในลักษณะสัญญากู้เงิน (นิติกรรมอำพรางสัญญากู้เงิน)ซึ่งจากการสืบสวนพบว่ากู้ยืมเงินโดยการใช้บัญชี iCloud เป็นหลักประกันในการกู้ยืมเงิน (จำนำ iCloud) ของบริษัท ไอทีมันนี่ฯ มีขั้นตอนการรับจำนำ iCloud คือ

1.ผู้กู้ต้องมีเพื่อนในเฟซบุ๊ก เกิน 500 คน 

2.มีการโพสต์ หรือแชร์เนื้อหาในเฟซบุ๊กสม่ำเสมอ 

3.ร้านจะทำการเช็กรุ่นเครื่องโทรศัพท์หรืออุปกรณ์ที่ต้องการจะจำนำและเปอร์เซ็นต์แบตเตอรี่ 

4.ร้านจะส่งลิงก์ให้กรอกข้อมูลส่วนตัว ชื่อ-นามสกุล เลขบัตรประชาชน เบอร์โทรศัพท์ ที่อยู่ปัจจุบัน ที่ทำงาน หมายเลขบัญชีธนาคาร อีกทั้งเลข IMEI, Apple ID, รหัสผ่าน Apple ID

5.ร้านจะแจ้งราคา และดอกเบี้ย โดยสอบถามว่าผู้กู้ประสงค์จะมาทำสัญญาหน้าร้านหรือออนไลน์ กรณีหน้าร้าน จะส่งแผนที่สาขาที่ผู้กู้จะเข้ามาทำสัญญา กรณีออนไลน์จะส่งแบบฟอร์มให้กรอก โดยให้ผู้กู้ถ่ายรูปถือบัตรประชาชน หลังจากทำสัญญาแล้ว ผู้กู้ยังสามารถใช้เครื่องได้ตามปกติและมีการชำระดอกเบี้ยเป็นงวดๆ โดยต้องชำระดอกเบี้ยคิดเป็นร้อยละ 30 ต่อเดือน คิดเป็นร้อยละ 365 ต่อปี จนกว่าจะมีเงินต้นมาชำระคืน หากผู้กู้ชำระดอกเบี้ยล่าช้าเกิน 3 วัน ทางบริษัทจะปรับเงินค่าล่าช้า วันละ 100 บาท และหากชำระล่าช้าเกิน 7 วัน เครื่องจะถูกล็อกทันที ในกรณีเครื่องถูกล็อก บริษัทฯจะคิดค่าปลดล็อกเพิ่มเติมอีกส่วนหนึ่ง จากการตรวจสอบพบมีจำนวนลูกค้าเกือบ 5,000 ราย

ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้ทำการสืบสวนจนทราบแหล่งที่ตั้งบริษัทฯ ดังกล่าว จึงได้ยื่นขออนุมัติหมายค้นจากศาล จากนั้นได้เข้าตรวจค้นที่ตั้งของบริษัทฯ ซึ่งอยู่ในพื้นที่จังหวัดกรุงเทพฯ และจังหวัดสมุทรปราการ ผลการตรวจค้นพบเครื่องคอมพิวเตอร์ จำนวน 7 เครื่อง, เครื่องคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก จำนวน 3 เครื่อง, โทรศัพท์มือถือ จำนวน 13 เครื่อง, เอกสารเกี่ยวกับการรับจำนำ iCloud จำนวน 1 แฟ้ม และป้ายโฆษณาการรับจำนำ iCloud ภายในบริษัทฯ ดังกล่าว จึงได้รวบรวมพยานหลักฐานและนำพยานหลักฐานดังกล่าวประกอบการสืบสวนสอบสวน เพื่อดำเนินคดีกับบริษัทฯ และบุคคลที่เกี่ยวข้อง ในฐานความผิด “ร่วมกันประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลโดยไม่ได้รับอนุญาตและร่วมกันเรียกดอกเบี้ยเกินกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนด” ต่อพนักงานสอบสวน กก.5 บก.ปอศ.  

ยกระดับตลาดสดขุนหาญถูกหลักอนามัยส่งเสริมการท่องเที่ยวเพิ่มรายได้

คณะกรรมการ ประเมินตลาดดีมีมาตรฐาน องค์การบริหารส่วนท้องถิ่น ตลาดสดเทศบาลตำบลขุนหาญ ทำให้ตลาดมีความสะอาดถูกลักษณะและปลอดภัย เสริมการท่องเที่ยว

นางสาวชนมนัฐ รอดบุญธรรม รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ หัวหน้าคณะกรรมการประเมินตลาดดีมีมาดากฐานองค์การบริหารส่วนท้องถิ่น เดินตรวจประเมินตลาดสดเทศบาลตำบลขุนหาญ

ชนมนัฐ รอดบุญธรรม รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ

การประเมินครั้งนี้โดยมี นายสิริดนย์ น้าวิไลเจริญ  นายกเทศมนตรีตำบลขุนหาญ ให้การต้อนรับร่วมการประเมิน พร้อมด้วย นายวัฒนพงษ์  สุทัศนาวิจิตร  นางสาวปัญญ์ปียา ตันติประชารักษ์ รองนายกเทศมนตรีตำบลขุนหาญ นายสุวัจน์  บุญขวาง  ปลัดเทศบาลตำบลขุนหาญ นางสาวมณฑิรา สายวิเศษ  ท้องถิ่นอำเภอขุนหาญ

สิริดนย์ น้าวิไลเจริญ นายกเทศมนตรีตำบลขุนหาญ

แพทย์หญิงรัชฎาพร  รุญเจริญ  ผู้อำนวยการโรงพยาบาลขุนหาญ , นายสมัย  คำเหลือ  สาธารณสุขอำเภอขุนหาญ พร้อมกับหัวหน้าส่วนราชการ คณะกรรมการตลาดสดเทศบาลตำบลขุนหาญ และเจ้าหน้าที่เทศบาลตำบลขุนหาญ เข้าร่วมการประเมินในครั้งนี้ด้วย

ทั้งนี้เทศบาลตำบลขุนหาญได้นำเสนอผลการดำเนินงานตลาดสดเทศบาลตำบลขุนหาญ  และลงพื้นที่ตลาดสดเทศบาลตำบลขุนหาญ

สำหรับโครงการตลาดดีมีมาตรฐานเป็นโครงการที่มุ่งเน้นการพัฒนาและยกระดับตลาดให้ได้มาตรฐานด้านสุขลักษณะความสะอาดความปลอดภัยและการคุ้มครองผู้บริโภคเพื่อให้ประชาชนได้รับสินค้าและบริการที่ดีมีคุณภาพและมีความปลอดภัยในการบริโภค

โครงการนี้ยังส่งเสริมให้ตลาดเป็นแหล่งท่องเที่ยวชุมชนและสร้างรายได้ให้กับท้องถิ่นอีกด้วย

เสนาะ วรรักษ์/รายงาน

มหาสารคามยกทัพของดีบุกเมืองกรุง ช้อป ชิม ชิลล์ กระตุ้นกำลังซื้อ-ศก.

“งานแสดงและจำหน่ายสินค้า  ฮักหลาย…มหาสารคาม160 ปี สร้างชุมชนสู่การพัฒนา สร้างสรรค์ภูมิปัญญา ก้าวไกลสู่สากล”ครั้งที่ 2  โดยสำนักงานพาณิชย์จังหวัดมหาสารคาม

สำนักงานพาณิชย์จังหวัดมหาสารคาม ขอเชิญชวนทุกท่านร่วมเข้าชมนิทรรศการ  การจัดแสดงและจำหน่ายสินค้าของดีเมืองมหาสารคาม ที่ถ่ายทอดความงดงามและเรื่องราวอันเป็นเอกลักษณ์ของมหาสารคาม ภายในงานจะได้พบกับสินค้า OTOP SMEs คุณภาพเยี่ยม ที่คัดสรรมาเป็นอย่างดีจากใจกลางอีสาน นอกจากนี้ยังมีการจัดกิจกรรมร่วมสร้างธุรกิจและการเจรจาเชื่อมโยงธุรกิจการค้า  ( Business Matching) ไปกับผู้ประกอบการ OTOP SMEs เพื่อเป็นการสร้างโอกาสและยกระดับการค้าการลงทุนให้ผู้ประกอบการจังหวัดมหาสารคามให้มากยิ่งขึ้น

ไม่เพียงแต่สินค้าคุณภาพภายในงานท่านจะได้พบกับความบันเทิงและกิจกรรมสุดฮิตติดเทรนด์ ความบันเทิงเต็มรูปแบบและโอกาสทางธุรกิจที่ห้ามพลาด ที่จะมาร่วมสร้างความสนุกสนาน สัมผัสอย่างใกล้ชิดกับศิลปินลูกทุ่งขวัญใจทุกวัน อาทิ

วันที่ 26 มิ.ย 68   
นัท มานิสา

วันที่ 27 มิ.ย 68
เต๋า ภูศิลป์

วันที่ 28 มิ.ย. 68
อิสร์ อิสรพงศ์

วันที่ 29 มิ.ย. 68
เพชร คฑาวุธ

และในวันที่ 30 มิ.ย. 68 เอิ้นขวัญ วรัญญา ที่จะมาร่วมสร้างสรรค์ความบันเทิงให้กับผู้เข้าร่วมช็อป  ชิม  ชิล  แช๊ะ  แชร์ ทุกวัน จึงขอเชิญชวนประชาชนในพื้นที่ใกล้เคียงร่วมงานแสดงและจำหน่ายสินค้า “ ฮักหลาย…มหาสารคาม160 ปี สร้างชุมชนสู่การพัฒนา สร้างสรรค์ภูมิปัญญา ก้าวไกลสู่สากล”

ณ ลานกิจกรรม ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลปิ่นเกล้า ระหว่างวันที่ 26-30 มิถุนายน 2568 ตั้งแต่เวลา 10.00 – 20.30 น. นี้ 

“ปลาหมอบัตเตอร์เขื่อนสิริกิต์ ภัยคุกคามเงียบที่สังคมไทยปิดตา”

ปลาหมอบัตเตอร์ (Heterotilapia buttikoferi) หรือ Zebra cichild เป็นหนึ่งในปลาต่างถิ่น (Alien Species) ที่แพร่ระบาดหนักในเขื่อนสิริกิต์ จังหวัดอุตรดิตถ์ ตั้งแต่ช่วงปี 2546-2547 ก่อนที่กรมประมงจะประกาศห้ามนำเข้าและส่งออก เพาะเลี้ยงและห้ามมีไว้ในครอบครองในปี 2561 แต่คนบางกลุ่มและสังคมส่วนหนึ่งพยายามปิดตากับความจริง ทั้งที่การแพร่ระบาดของปลาชนิดนี้สร้างผลกระทบรุนแรงต่อระบบนิเวศน้ำจืดในเขื่อนสิริกิต์ ที่กลายเป็นแหล่งเพาะพันธุ์หลักของปลาหมอบัตเตอร์ และเป็นภัยคุกคามต่อความหลากหลายทางชีวภาพ ชุมชนประมงพื้นบ้านที่อาศัยสัตว์น้ำในเขื่อนเป็นอาหาร ปัญหานี้ที่ถูกมองข้ามจึงเป็นดัชนีชี้วัดความล้มเหลวของการจัดการทรัพยากรธรรมชาติในประเทศไทยและความยุติธรรมในสังคม 

เมื่อถูกระบุว่าเป็นปลาต่างถิ่นห้ามนำเข้า ปลาหมอบัตเตอร์ จึงเป็นปลาที่ถูกลักลอบนำเข้าโดยผิดกฎหมาย และถูกปล่อยลงแหล่งน้ำธรรมชาติโดยไม่มีการควบคุมไม่ว่าก่อนหรือหลังการมีกฎหมายห้านนำเข้าและมีไว้ในครอบครอง ซึ่งพบครั้งแรกในเขื่อนสิริกิติ์ จังหวัดอุตรดิตถ์ ตั้งแต่ช่วงปี พ.ศ. 2546–2547  ความเสียหายที่เกิดขึ้นช่วงก่อนมีมาตรการควบคุมถือว่ารุนแรงและเรื้อรัง ทั้งต่อระบบนิเวศ ประมงพื้นบ้าน และปลาท้องถิ่นที่ถูกแทนที่อย่างรวดเร็วจากพฤติกรรมดุร้ายและการแพร่พันธุ์อย่างรวดเร็วของปลาชนิดนี้

ข้อมูลจากการสำรวจของกรมประมงและนักวิจัยชี้ว่า ในหลายพื้นที่โดยเฉพาะเขื่อนสิริกิติ์และเขื่อนศรีนครินทร์ จังหวัดกาญจนบุรี ปลาหมอบัตเตอร์กลายเป็นหนึ่งในสายพันธุ์หลักที่จับได้มากที่สุด ปลามีขนาดใหญ่ แข็งแรง และกินปลาไข่ ปลาเล็ก และกุ้งก้ามกรามเป็นอาหาร สร้างผลกระทบต่อความหลากหลายทางชีวภาพของแหล่งน้ำธรรมชาติอย่างชัดเจน อย่างไรก็ตาม การติดตามต้นตอของปลาชนิดนี้กลับไม่ปรากฎตัวผู้นำเข้า และไม่เคยหาผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีได้เลยแม้แต่รายเดียว

ยิ่งไปกว่านั้น กลับไม่มีแรงกดดันจากภาคประชาสังคม หรือองค์กรด้านสิ่งแวดล้อมใดๆ เรียกร้องให้รัฐแก้ไขปัญหานี้อย่างเร่งด่วน แตกต่างจากกรณีของปลาหมอคางดำที่ถูกผลักดันเป็นวาระแห่งชาติ ทั้งที่ทั้งสองชนิดส่งผลกระทบในระดับเดียวกัน ปรากฏการณ์เช่นนี้สะท้อนให้เห็นถึงความลักลั่นของระบบการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ ที่ขาดความเสมอภาคในการบังคับใช้กฎหมายและการควบคุมความเสียหาย

สังคมไทยต้องจับตาและได้รับข้อมูลความจริงต่อภัยจากปลาหมอบัตเตอร์ ที่กำลังบ่อนทำลายความมั่นคงของระบบนิเวศน้ำจืดไทยอย่างเงียบงันมายาวนาน หากเรายังคงเพิกเฉยปล่อยให้การลักลอบนำเข้าและปล่อยลงธรรมชาติยังคงดำเนินต่อไปโดยไม่มีการเอาผิดอย่างจริงจัง ย่อมเป็นการบั่นทอนความยุติธรรมในระบบ และเปิดทางให้เกิดความเสียหายซ้ำซากโดยไม่มีวันจบ

ไม่เพียงแต่ปลาหมอบัตเตอร์ ปลาหมอมายัน ก็เป็นหนึ่งใน Alien Species ที่จัดอยู่ในกลุ่มเดียวกัน ที่ภาครัฐต้องเปิดเผยข้อมูลและสอบสวนย้อนหลังเกี่ยวกับการนำเข้าปลาทั้งสองชนิดนี้ และดำเนินคดีอย่างเด็ดขาดกับผู้ลักลอบนำเข้า ไม่ว่าจะเป็นบุคคลหรือองค์กรใดก็ตาม อีกทั้งขอให้ภาคประชาสังคมและผู้เรียกร้องด้านสิ่งแวดล้อม เคลื่อนไหวด้วยความเป็นธรรม หันมาให้ความสำคัญกับปลาหมอบัตเตอร์อย่างจริงจัง เช่นเดียวกับกรณีปลาหมอคางดำ เพื่อให้เกิดการจัดการทรัพยากรน้ำของประเทศอย่างเป็นธรรม เท่าเทียม และมีประสิทธิภาพ

หากสังคมละเลย ปลาหมอบัตเตอร์ก็จะยังคงแพร่พันธุ์อย่างอิสระในผืนน้ำไทย และคำว่า “ยุติธรรมทางนิเวศ” ก็จะกลายเป็นเพียงคำพูดลอยลม ที่ไม่มีวันเกิดขึ้นจริง.

โดย…สินี ศรพระราม นักวิชาการอิสระ

มรดกจากพ่อ สานต่อด้วยรัก : “คอนแทรคฟาร์มมิ่ง” อาชีพที่สร้างชีวิตให้ยั่งยืน

เคยสงสัยไหมว่า…อาชีพเกษตรกรในวันนี้ มีอะไรที่แตกต่างจากที่เราเคยรู้จักบ้าง? วันนี้เราจะพาไปรู้จักกับเรื่องราวดีๆ ของครอบครัว “นครไธสง” ที่ จ.นครราชสีมา ที่เปลี่ยนภาพการเลี้ยงหมูให้กลายเป็น “มรดกอาชีพ” ที่สามารถส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น สร้างความมั่นคงและความภาคภูมิใจให้กับคนในครอบครัว

จากคุณพ่อสมจิต สู่ลูกชายเด่นชัย…ความสำเร็จที่ส่งต่อไม่สิ้นสุด

ย้อนกลับไปในปี 2542 พ่อสมจิต และ แม่หนูเพ็ญ นครไธสง เริ่มต้นเลี้ยงหมูขุนกับซีพีเอฟ แม้จะเริ่มต้นบนที่ดินเช่า แต่ด้วยความมุ่งมั่นและวิสัยทัศน์ที่ไม่เหมือนใคร เพราะในสมัยนั้น การเลี้ยงหมูในรูปแบบฟาร์มเลี้ยงยังไม่เป็นที่นิยม ที่เลี้ยงกันอยู่ส่วนใหญ่เป็นการเลี้ยงหมูหลังบ้าน บ้านละไม่กี่ตัวไว้บริโภคและขายให้พ่อค้าคนกลาง แต่พ่อสมจิตกลับมองเห็นโอกาสจากความมั่นคงของซีพีเอฟ ที่เข้ามาแนะนำรูปแบบการเลี้ยงใหม่ๆ เขาศึกษาข้อมูลการเลี้ยง ประกอบกับความคิดที่ว่าถึงอย่างไรคนก็ชอบทานหมู ความต้องการบริโภคที่ไม่เคยหมดและนับวันยิ่งจะมากขึ้น จึงตัดสินใจลงทุนเลี้ยงหมูในระบบเปิด ในโครงการส่งเสริมอาชีพการเลี้ยงสุกรขุนแก่เกษตรกรรายย่อย หรือคอนแทรคฟาร์มมิ่ง กับซีพีเอฟเป็นรายแรกใน ต.ทับสวาย อ.ห้วยแถลง โดยมี เด่นชัย ลูกชายเป็นผู้ช่วยคนสำคัญ

จากฟาร์มเปิดเล็กๆ ที่เลี้ยงเพียง 400 ตัว พ่อสมจิตและครอบครัวก็ได้เรียนรู้และพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้ง โดยมีซีพีเอฟเป็นผู้สนับสนุน ทั้งเรื่องเทคโนโลยีและวิชาการใหม่ๆที่นำมาปรับใช้ในการเลี้ยงหมู  จนมาถึงจุดเปลี่ยนที่ทำให้รายได้ก้าวกระโดด นั่นคือการเปลี่ยนมาเลี้ยงหมูใน “ระบบฟาร์มปิด” ที่ทันสมัยมากขึ้น ความมั่นคงที่เห็นชัดเจนตรงหน้า ทำให้พ่อสมจิตกล้าที่จะขยับขยายฟาร์มบนที่ดินของตัวเอง นี่แหละคือจุดเริ่มต้นของมรดกที่แท้จริง!

เด่นชัย นครไธสง: คนรุ่นใหม่ที่สานต่ออาชีพของพ่อ พร้อมต่อยอดสู่ความมั่นคง

เด่นชัย นครไธสง วัย 47 ปี ลูกชายของพ่อสมจิต แม้จะเรียนจบ ปวส.ช่างไฟฟ้ากำลัง ทำงานในบริษัทผู้ผลิตและพัฒนาฮาร์ดดิสก์ แต่เขากลับเลือกที่จะสานต่ออาชีพที่พ่อกับเขาร่วมกันสร้างมา ด้วยความเข้าใจในระบบ “คอนแทรคฟาร์มมิ่ง” อย่างลึกซึ้ง เขาไม่ได้แค่เลี้ยงหมูให้ดี แต่ยังต่อยอดความสำเร็จให้ยิ่งใหญ่ขึ้นไปอีก!

ตอนนั้นผมคิดแค่ว่าถ้าผมกับแฟนทำงานโรงงานก็คงได้กินไปวันๆ ไม่มีอนาคตพอตอนแก่จะทำอะไรเลี้ยงตัว เมื่อหันกลับมามองที่พ่อของเรา ที่เลี้ยงหมูเป็นอาชีพ ที่เลี้ยงครอบครัวของเราให้มีกินมีใช้มาจนทุกวันนี้ ผมจึงตัดสินใจออกมาสร้างฟาร์มในที่ดินของตัวเองและขยายการเลี้ยงหมูขุนเป็น 650 ตัว” เด่นชัย กล่าว

เมื่อถามว่าอะไรคือเคล็ดลับความสำเร็จของคุณเด่นชัย? เขาบอกว่ามีหลายปัจจัยด้วยกัน ตั้งแต่ ผลการเลี้ยงที่ดีเยี่ยม การันตีด้วยคุณภาพหมูขุน อาหาร การจัดการตามมาตรฐานของบริษัท, ฟาร์มต้นแบบเกษตรผสมผสาน เด่นชัยใช้พื้นที่ฟาร์มที่เหลือทำ แปลงเกษตรผสมผสานแบบไม่ใช้สารเคมี โดยใช้ ปุ๋ยจากมูลสุกร สร้างรายได้เสริมให้ครอบครัวกว่า 360,000 บาทต่อปี แถมยังเป็นต้นแบบให้หน่วยงานภาครัฐและเอกชนมาดูงาน และยังได้รับรางวัลระบบมาตรฐาน GAP แปลงหม่อนไหม และโรงเลี้ยงไหมที่ริเริ่มจากคุณแม่กลายเป็นอาชีพเสริมของครอบครัวอีกด้วย, ประหยัดพลังงานด้วย Solar Cell ฟาร์มนี้ติดตั้ง Solar Cell ขนาด 10kw ช่วยประหยัดค่าไฟได้ถึง 30-40% ถือเป็นการลงทุนครั้งเดียวที่คุ้มค่าในระยะยาว, แบ่งปันสู่ชุมชน ไม่ใช่แค่ใช้เอง แต่เขายัง แบ่งปันน้ำปุ๋ยจากฟาร์มสู่เกษตรกรและชุมชนรอบข้าง ได้นำไปใช้ประโยชน์ ลดค่าปุ๋ยเคมี มีน้ำใช้ลดความเสี่ยงภัยแล้ง ได้ผลผลิตเพิ่ม

“อาชีพนี้ทำให้ผมไปสู่อีกอาชีพหนึ่ง การเลี้ยงหมูมีขี้หมู ไร่ข้างๆ เป็นที่ของเรา แม่ก็ทำอาชีพเลี้ยงไหม ผมเอาปุ๋ยจากมูลสุกรไปรดไร่อ้อย ปลูกหม่อน” นี่คือการเชื่อมโยงอาชีพให้เป็นวงจรที่เกื้อกูลกันอย่างแท้จริง” เด่นชัย กล่าว

คอนแทรคฟาร์มมิ่ง: อาชีพมั่นคง สานต่อมรดกอาชีพที่ยั่งยืน

สิ่งที่ทำให้ครอบครัวนครไธสงมั่นใจในอาชีพนี้คือ “ความมั่นคง” ของระบบคอนแทรคฟาร์มมิ่งกับซีพีเอฟ เด่นชัยบอกว่า “เรามีบริษัทที่เรามั่นใจกับซีพี ยังไงก็ไม่ทิ้งเรา ของที่เราผลิตคืออาหารไม่ใช่ของฟุ่มเฟือย คนต้องกินทุกวัน” การเลี้ยงหมูในระบบนี้ไม่เพียงแต่มีรายได้ที่พอใจ แต่ยังมีความเสี่ยงน้อยกว่าการเลี้ยงเองทั้งหมด มีทั้งสัตวแพทย์และทีมงานจากซีพีเอฟเข้ามาดูแลสุขภาพหมูอย่างใกล้ชิด มีการพัฒนาการเลี้ยงและระบบการป้องกันโรคให้ทันสมัยอยู่ตลอด อีกอย่างที่บางคนอาจไม่รู้คือคนเลี้ยงหมูทำงานในที่ร่ม ทำงานในโรงเรือน EVAP หมูเย็นคนก็เย็น เขาไม่ต้องเหนื่อยกับการทำงานกลางแจ้งเหมือนอย่างการทำไร่อาชีพของครอบครัวอย่างในอดีต

ครอบครัวนครไธสงพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า อาชีพเลี้ยงสุกรขุนแบบคอนแทรคฟาร์มมิ่ง ไม่ใช่แค่การทำเกษตร แต่คือการสร้างชีวิต สร้างรายได้ สร้างความมั่นคง และที่สำคัญที่สุดคือการ “สร้างมรดกอาชีพ” ที่เปี่ยมไปด้วยคุณค่า ส่งต่อความสำเร็จและความภาคภูมิใจจากรุ่นสู่รุ่นได้อย่างยั่งยืน

พ่อสมจิต ในวัย 72 ปี วันนี้ยังคงเข้ามาช่วยลูกๆดูแลหมูอาชีพที่รัก เขาภูมิใจที่อาชีพเลี้ยงหมูสามารถส่งลูกทั้งสองคนเรียนหนังสือจนจบ คนหนึ่งรับช่วงต่ออาชีพนี้ได้อย่างมั่นคง ส่วนลูกอีกคนจบปริญญาโทและได้เข้ารับราชการ การเลี้ยงหมูสำหรับเขาจึงเป็นอาชีพที่สร้างคน รับใช้ประเทศชาติต่อไป และตอนนี้เด่นชัยก็กำลัง ส่งต่อมรดกอาชีพ ความรู้และความรักในอาชีพให้กับลูกๆ ได้เข้ามาสัมผัสและเรียนรู้กระบวนการเลี้ยงหมู ซึมซับและรักในสิ่งที่ทำ เหมือนกับที่เขาได้รับจากคุณพ่อสมจิตเช่นกัน

อิสราเอลถล่มอิหร่านดับบิ๊กทหา ปชช.แห่อพยพพ้นกรุงเตหะราน

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า การต่อสู้ระหว่างอิสราเอลกับอิหร่านเข้าสู่วันที่ 5 แล้วในวันอังคารที่ 17 มิ.ย. 2568 โดยยังไม่มีท่าทีว่าสถานการณ์จะบรรเทาลง หรือมีการเจรจาทางการทูตใดๆ อิสราเอลยังคงโจมตีกรุงเตหะรานอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่ชาวอิหร่านจำนวนมากแห่อพยพออกจากเมืองหลวงแห่งนี้

กองทัพอิสราเอลเปิดเผยว่า กองทัพได้สังหารนาย อาลี ชาดมานี ผู้บัญชาการระดับสูงของกองทัพอิหร่าน ซึ่งเพิ่งได้รับการแต่งตั้งเป็นเสนาธิการทหาร แทนที่คนก่อนซึ่งถูกสังหารในการโจมตีของอิสราเอลเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งนี่เป็นอีกหนึ่งข้อบ่งชี้ว่า อิสราเอลมีข้อมูลข่าวกรองเกี่ยวกับเจ้าหน้าที่คนสำคัญของอิหร่าน

ขณะที่ฝ่ายอิหร่านยิงมิสไซล์ตอบโต้เข้าใส่อิสราเอล แต่การโจมตีในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมาไม่เข้มข้นเท่าเดิม ซึ่งอาจเพราะผลกระทบจากการโจมตีทางอากาศของอิสราเอลต่อขีดความสามารถทางทหารของพวกเขา โดยก่อนหน้านี้โฆษกกองทัพอิสราเอลอ้างว่า สามารถทำลายเครื่องยิงมิสไซล์ของอิหร่านได้แล้วถึง 1 ใน 3

อย่างไรก็ตาม กองทัพอิหร่านอ้างว่า มิสไซล์นำวิถีของพวกเขาโจมตีโดนสำนักงานข่าวกรองของกองทัพอิสราเอลในกรุงเทลอาวีฟ แม้จะมีการป้องกันแน่นหนา และได้รับความช่วยเหลือจากสหรัฐฯ

ประชาชนแห่อพยพจากกรุงเตหะราน ทำให้การจราจรติดขัดอย่างหนัก

ด้านชาวอิหร่านในกรุงเตหะรานจำนวนมากต่างพากันอพยพออกจากเมือง หลังจากโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เตือนว่าทุกคนควรอพยพออกจากเมืองหลวงแห่งนี้ในทันที ทำให้เกิดภาพรถติดเต็มถนน และมีรถเข้าคิวรอเติมน้ำมันยาวเหยียด

ประธานาธิบดีทรัมป์ยังเรียกร้องให้อิหร่านละทิ้งโครงการนิวเคลียร์ของพวกเขา ซึ่งเป็นสิ่งที่รัฐบาลเตหะรานปฏิเสธมาตลอด ซึ่งเรื่องนี้อาจจำเป็นต้องมีการเจรจา แต่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ กล่าวว่า เขาไม่ค่อยมีอารมณ์เจรจาในตอนนี้

“โลว์ซีซั่น”ท่องเที่ยว“ใต้”ทรุด นทท.แห่เที่ยวชาติคู่แข่งแทน ไทยสูญรายได้มหาศาล

“ภูเก็ต”ระงม “โลว์ซีซั่น” นักท่องเที่ยวต่างประเทศชะลอตัว อดีตโลว์ซีซั่นนักท่องเที่ยวมาเลเซียบุกแทน ปัจจุบันหายหมด ปัจจัยหยุดรถบัสนำเที่ยวมาเลเซีย  รถบัสนำเที่ยวไทย มาเลเซีย MOU แล้ว แน่ยังนิ่ง ควรรวมตัวกันผลักดัน การท่องเที่ยวไทย มาเลเซีย จะคึกคักร่วมกัน 2 ฝ่าย

นายทรงชัย มุ่งประสิทธิชัย นายกสมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดสงขลา เปิดเผยว่า ทางกลุ่มผู้ประกอบการท่องเที่ยว จ.สงขลา อดีตได้นำร่องทำตลาดการท่องเที่ยว จ.ภูเก็ต กระบี่ พังงา ไปยังกลุ่มนักท่องเที่ยวประเทศมาเลเซีย สิงคโปร์ เข้าไปท่องเที่ยว จ.ภูเก็ต เมื่อปี พศ. 2553  จนถึงปี 2557 ต้องชะลอตัว จากที่ทางการ จ.สงขลา ไม่อนุญาตให้รถบัสนำเที่ยวต่างประเทศมาเลเซียเดินทางออกนอกเส้นทาง จ.สงขลา เมื่อเข้ามาท่องเที่ยวยัง จ.สงขลา จะไม่อนุญาตให้รถบัสนำเที่ยวเดินทางต่อออกนอกเส้นทาง ยกเว้นรถส่วนบุคคลทั้งประเภทรถเก๋ง รถตู้

“ได้ส่งผลให้ช่วงโลว์ซีซั่น จ.ภูเก็ต กระบี่ พังงา นักท่องเที่ยวชาวมาเลเซีย และสิงคโปร์ต้องชะลอตัวไปในที่สุด”

นายทรงชัย กล่าวว่า รถบัสต่างชาตินำเที่ยวมาเลเซียเข้าไปท่องเที่ยวเฉพาะช่วงโลว์ซีซั่น จ.ภูเก็ต พังงา กระบี่ ในตอนนั้นประมาณ 7,000-8,000 คน / เดือน ไม่ต่ำกว่า 100,000 คน / ปี โดยเฉลี่ยค่าใช้จ่ายประมาณ 10,000 บาท / คน จะมีเงินหมุนสะพัดไม่ต่ำกว่า 1,000 ล้านบาท

นักท่องเที่ยวต่างชาติจากกลุ่มประเทศยุโรป ฯลฯ ที่ต้องชะลอไปเพราะหมดช่วงโฮต์ซีซั่นที่เข้าสู่ช่วงโลว์ซี่ซั่น ก็สามารถเน้นเอานักท่องเที่ยวต่างประเทศคือมาเลเซียและสิงคโปร์ ตลอดจนถึงประเทศอินโดนีเซียได้ และนอกนั้นก็นักท่องเที่ยวชาวไทยด้วย

“ช่วงโลว์ซีซั่นราคาห้องพักราคาจะต่างกับช่วงไฮต์ซีซั่น  ช่วงโลว์ซีซั่นตั้งแต่เดือนพฤษภาคมจนถึงเดือนตุลาคม และเดือนมกราคม เป็นต้นไปก็จะเป็นช่วงไฮต์ซีซั่น”

นายทรงชัย กล่าวอีกว่า สำหรับนักท่องเที่ยวประเทศจีนที่ชะลอตัวไป ได้รับทราบข้อมูลจากเครือข่ายผู้ประกอบการธุรกิจการท่องเที่ยวจากต่างประเทศ ต่างระบุไปในทิศทางเดียวกันคือภาพของไทยขณะนี้มีหลายปัจจัยเชิงลบ เช่น ขบวนการคอลเซ็นเตอร์ เรื่องถูกหลอกลวง จึงได้มีการกระจายข่าวแจ้งเตือนต่อกัน และให้มีการหลีกเลี่ยงการเดินทางท่องเที่ยว นักท่องเที่ยวจึงหันไปท่องเที่ยวยังประเทศในกลุ่มเอเชีย เช่น มาเลเซีย สิงคโปร์ฯลฯ

นายทรงชัย กล่าวว่า ถึงประเด็นรถบัสนำเที่ยวมาเลเซียที่จะเดินทางเข้ามายัง จ.สงขลา และสามารถขออนุญาตเดินทางต่อไปยังจังหวัดหวัดภาคใต้ และรถบัสนำเที่ยวไทยสามารถเดินทางไปยังประเทศมาเลเซียได้  ซึ่งไทยกับมาเลเซียได้ทำ MOU แล้ว แต่ยังไม่สามารถไปต่อได้ เพราะฝ่ายไทยยังนิ่ง หากผู้ประกอบการธุรกิจการท่องเที่ยวทางภาคใต้ตื่นตัวและรวมตัวตั้งแต่ จ.ภูเก็ต กระบี่ พังงา ตรัง นครศรีธรรมราช  รวมตัวกันผลักดันไปยังรัฐบาลก็สามารถดำเนินการได้ ที่ผ่านมามีนายจรูญ แก้ววจีทรัพย์ นายกสมาคมการท่องเที่ยว จ.พัทลุง และตนในฐานะนายกสมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดสงขลา ได้ดำเนินการหลักดันมาอย่างต่อเนื่องแล้ว

“ต้องไม่ลืมว่าหากรถบัสต่างชาตินำเที่ยวจากประเทศมาเลเซียเข้ามายังพื้นที่ได้ดังอดีต จะส่งเสริมธุรกิจครบวงจรตั้ง จ.สงขลา พัทลุง ตรัง นครศรีธรรมราช จนไปถึง จ.ภูเก็ต ฯลฯ ซึ่งที่ผ่านมา จ.ภูเก็ต กระบี่ พังงา ประสบความสำเร็จมาแล้วในช่วงโลว์ซีซั่น และโดยเฉพาะ จ.นครศรีธรรมราช ประเพณีแห่ผ้าขึ้นธาตุวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร จ.นครศรีธรรมราช มีเงินหมุนสะพัดไม่ต่ำกว่า 300 – 400 ล้านบาท / ปี จากชาวมาเลเซียที่เข้าไปร่วมทำบุญรร่วมประมาณกว่า 3 เดือน”

นายทรงชัย กล่าวอีกว่า ส่วนรถบัสทำเที่ยวที่จะเข้าเดินทางไปยังประเทศมาเลเซีย ก็จะมีนักท่องเที่ยวจากประเทศไทยเข้าไปท่องเที่ยวมาเลเซียปริมาณมากเช่นกัน ตั้งแต่ จ.ปัตตานี ยะลา  นราธิวาส สงขลา สตูล และ จังหวัดภาคใต้ตอนกลาง ตลอดจนนักท่องเที่ยวจากภาคอื่น ๆ ที่เข้ามาท่องเที่ยวยัง จ.สงขลา ก็ยังสามารถเดินทางเข้าไปท่องเที่ยวยังประเทศมาเลเซียได้ด้วย

“และอาจจะเป็นไปได้ว่า นักท่องเที่ยวชาวไทยจะเดินทางไปท่องเที่ยวยังประเทศมาเลเซียมากกว่านักท่องเที่ยวชาวมาเลเซีย จะเดินทางมาท่องเที่ยวประเทศไทยด้วย” นายทรงชัย กล่าว

ทางด้าน ผศ.ดร.วิวัฒน์ จันทร์กิ่งทอง ผู้จัดการ ศูนย์วิจัยนวัตกรรมทางธุรกิจ มหาวิทยาลัยหาดใหญ่ รายงานผลการสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นของประชาชนในภาคใต้ ด้านเศรษฐกิจและสังคม พบว่าในเดือนพฤษภาคม 2568 ปรับตัวลดลงเมื่อเปรียบเทียบกับเมษายนและเดือนมีนาคม 2568

โดยบืรายงานตอนหนึ่งของ ผศ.ดร.วิวัฒน์ ระบุถึงสำหรับเศรษฐกิจโดยปัจจัยลบที่สำคัญคือการท่องเที่ยวไทยซบโดยนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยเฉพาะประเทศตลาดหลักจีนลดลงเป็นอย่างมาก  เหตุจากภาพลักษณ์การท่องเที่ยวไทยเรื่องความปลอดภัยจากเหตุอาชญากรรมกับนักท่องเที่ยวจีน การแข่งขันการท่องเที่ยวจากประเทศในเอเชียที่มีการส่งเสริมการท่องเที่ยว ฯลฯ

นักท่องเที่ยวที่จีนหายไปโดยได้เดินทางไปในเอเชียแทน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ เวียดนาม มาเลเซีย และสิงคโปร์ ทำไทยสูญเสียรายได้เป็นจำนวนมาก.

“เกษตรอำเภอตานี” เอาใจคนรักสุขภาพ เปิดตลาดในม.อ.ยอดขายคึกคัก

มาท่องเที่ยวปัตตานี อีกเสน่ห์หนึ่งที่พลาดไม่ได้ ต้องแวะมาชม “ตลาดยามเช้า” ในแต่ละท้องถิ่น ซึ่งมีความหลากหลายรูปแบบ ทั้งตลาดพิธาน มาดูแหล่งขายปลาทะเล, ตลาดขายเสื้อผ้ามือสอง (หลาดรูสะมิแล) ตลาดกรูด อ.โคกโพธิ์ ขายผัก ปลาแห้ง หมึก ผลไม้ท้องถิ่นที่หาทานยาก ซึ่งปัตตานีเป็นเมืองหลากหลายวัฒนธรรม มีทั้งคนจีน มุสลิม และไทยที่อยู่อาศัยร่วมกันอย่างสันติมายาวนาน

เพราะฉะนั้น ทั้งเรื่องวัฒนธรรม อาหารการกิน จึงมีความหลากหลายที่เป็นเอกลักษณ์ของแต่ละท้องถิ่น อย่างที่ขึ้นชื่อเป็นที่รู้จักกันวงกว้าง “ข้าวยำน้ำบูดูสายบุรี” แต่ยุคปัจจุบัน กระแสการตื่นตัวเรื่องสุขภาพมาแรง คนรุ่นใหม่หันมาสนใจเลือกผัก อาหารที่ปลอดสารพิษบริโภคกัน จึงได้นำมาประยุกต์ใช้ในการทำอาหาร ให้ถูกหลักอนามัย

โดยทางเกษตรอำเภอเมือง จ.ปัตตานีเล็งห็นความสำคัญตรงนี้ จึงได้ทำโครงการ “ตลาดเกษตร” หน้ามหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานีขึ้นมา เปิดบริการทุกเช้าวันอังคาร และวันพฤหัส เปิดตั้งแต่เช้ายันเที่ยง ซึ่งตลาดเกษตรแห่งนี้ มีทั้งของกิน ขนมหวาน  ผักปลอดสารพิษ ที่น่าสนใจ ผักที่ชาวบ้านนำมาขายเป็นผักพื้นเมืองที่มีความหลากหลายของแต่ละอำเภอ , ผักสวนครัว ,ส่วนอาหารคาว นมแพะ ปลาเค็ม และกระเพาะปลา ไตปลาซาบะแห้ง และกุ้งแห้ง

ส่วนแม่ค้าบางคนที่นำของมาขาย ส่วนหนึ่งมาจากผู้ที่ได้รับผลกระทบจากความไม่สงบของพื้นชายแดนใต้ รวมทั้ง แม่ค้า พ่อค้าที่รักสุขภาพ ใครที่อยากมาหาอาหารเพื่อสุขภาพทาน ลองแวะมาอุดหนุนได้ หน้าม.อ. เปิดบริการตั้งแต่เช้าถึงเที่ยง ใครที่มาก่อน อาจเจอของดี ถูกใจ แต่ขายในราคามิตรภาพ 

“นักยกนน.ไทย”กวาด2 เหรียญเงิน ประเดิมชิงแชมป์เอเชียฯ ที่สิงคโปร์

นักยกน้ำหนักจากไทยคว้า 2 เหรียญเงิน จาก “ดลฤทธิ์ สายสงวน” รุ่น 60 กิโลกรัม ชาย และ “พนิดา เด่นดวง” รุ่น 53 กิโลกรัม หญิง ประเดิมศึกยกน้ำหนักชิงชนะเลิศแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ SEA Championships (2025 SOUTH EAST ASIA WEIGHTLIFTING CHAMPIONSHIPS) ที่ประเทศสิงคโปร์

การแข่งขันยกน้ำหนักชิงชนะเลิศแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ SEA Championships (2025 SOUTH EAST ASIA WEIGHTLIFTING CHAMPIONSHIPS) ที่ประเทศสิงคโปร์ ล่าสุดวันที่ 13 มิถุนายน 2568 เปิดฉากชิงชัยวันแรก มีนักกีฬายกน้ำหนักจากไทยในนามทีมชมรมยกน้ำหนักเทศบาลเมืองทุ่งสง ลงชิงชัย 3 รุ่น รวม 4 คน ผลมีดังนี้ (รายการนี้แจกเหรียญรางวัลน้ำหนักรวมเท่านั้น) รุ่น 60 กิโลกรัม ชาย เหรียญทอง ริคโก ซาปุตรา จากอินโดนีเซีย สถิติน้ำหนักรวม 287 กิโลกรัม (ท่าสแนทช์ 127 กิโลกรัม, ท่าคลีนแอนด์เจิร์ก 160 กิโลกรัม)

เหรียญเงิน นายดลฤทธิ์ สายสงวน 230 กิโลกรัม (ท่าสแนทช์ 102 กิโลกรัม, ท่าคลีนแอนด์เจิร์ก 128 กิโลกรัม), เหรียญทองแดง ฮาฟิซ ซาอิดี จากสิงคโปร์ 215 กิโลกรัม (ท่าสแนทช์ 95 กิโลกรัม, ท่าคลีนแอนด์เจิร์ก 120 กิโลกรัม) ด้าน นายจักริน มีเถื่อน ได้ที่ 4 สถิติน้ำหนักรวม 210 กิโลกรัม (ท่าสแนทช์ 87 กิโลกรัม, ท่าคลีนแอนด์เจิร์ก 123 กิโลกรัม)

รุ่น 53 กิโลกรัม หญิง เหงียน ฮอย ฮวง จากเวียดนาม สถิติน้ำหนักรวม 183 กิโลกรัม (ท่าสแนทช์ 82 กิโลกรัม, ท่าคลีนแอนด์เจิร์ก 101 กิโลกรัม), เหรียญเงิน นางสาวพนิดา เด่นดวง 172 กิโลกรัม (ท่าสแนทช์ 78 กิโลกรัม, ท่าคลีนแอนด์เจิร์ก 94 กิโลกรัม), เหรียญทองแดง จิอิน ลินน์ ชัว จากสิงคโปร์ 158 กิโลกรัม (ท่าสแนทช์ 69 กิโลกรัม, ท่าคลีนแอนด์เจิร์ก 89 กิโลกรัม)

รุ่น 65 กิโลกรัม ชาย เดฟ ลอยย์ ปาคัลโด จากฟิลิปปินส์ สถิติน้ำหนักรวม 277 กิโลกรัม (ท่าสแนทช์ 124 กิโลกรัม, ท่าคลีนแอนด์เจิร์ก 153 กิโลกรัม), เหรียญเงิน มูห์ด อามิน ฮาคิมิ โมห์ด ชูค์รี จากมาเลเซีย 265 กิโลกรัม (ท่าสแนทช์ 115 กิโลกรัม, ท่าคลีนแอนด์เจิร์ก 150 กิโลกรัม), เหรียญเทองแดง มูห์ด นาสห์รูล เอชเจ อาบู บาคาร์ จากบรูไน 241 กิโลกรัม (ท่าสแนทช์ 106 กิโลกรัม, ท่าคลีนแอนด์เจิร์ก 135 กิโลกรัม) ด้าน นายวุฒิพงษ์ ชมขุนทด ได้ที่ 5 สถิติน้ำหนักรวม 229 กิโลกรัม (ท่าสแนทช์ 101 กิโลกรัม, ท่าคลีนแอนด์เจิร์ก 128 กิโลกรัม)

สรุปผลงานนักกีฬาจากประเทยไทยคว้าไปแล้ว 2 เหรียญเงิน
 
สำหรับโปรแกรมของนักกีฬาจากประเทศไทยคนอื่นๆ มีดังนี้ วันที่ 14 มิถุนายน 2568 เวลา 09.00 น. (08.00 น. เวลาไทย) รุ่น 58 กก.หญิง นางสาวพุทธรักษ์ ไวพจน์, เวลา 14.00 น. (13.00 น.เวลาไทย)/ รุ่น 63 กก.หญิง นางสาวณัฐณิชา การะเกด, นางสาวบุศยา ลาวรรณี/ เวลา 16.30 น. (15.30 น. เวลาไทย) รุ่น 79 กก.ชาย นายฤกษ์ชัย นุ่นมา

วันที่ 15 มิถุนายน 2568 เวลา 11.30 น. (10.30 น. เวลาไทย) รุ่น+77 กก.หญิง นางสาวณัฐธิดา รอบรู้/ เวลา 14.00 น. (13.00 น. เวลาไทย)/ รุ่น 98 กก.ชาย นายประสิทธิ์ จอมเดชพิชยะ/ รุ่น+98 กก. ชาย รุ่งสุริยา โยธะพล

สัญญาณดีตลาด “เที่ยวไทย “นทท. ยุโรป-อเมริกา-ตะวันออกลางเติบโตพุ่ง

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เผยเห็นสัญญาณการเติบโตดีในหลายตลาดนักท่องเที่ยวศักยภาพ โดยเฉพาะ ยุโรป ตะวันออกกลาง อเมริกา และโอเชียเนีย ที่เติบโตสูงโดดเด่น 2 digit อย่างต่อเนื่องตั้งแต่ต้นปีในหลายตลาด เดินหน้าเร่งบูสต์ตลาดคุณภาพสู่ Million Market พร้อมปรับโครงสร้างตลาดสู่ Value over Volume อย่างยั่งยืน

นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท. เปิดเผยว่า แนวโน้มนักท่องเที่ยวต่างชาติในช่วงวันที่ 1-9 มิถุนายน 2568 ซึ่งเป็นช่วง Green Season เห็นแนวโน้มการเติบโตดีในหลายตลาด โดยล่าสุดมีการเปลี่ยนแปลงอันดับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าประเทศไทยสูงสุดจากตลาดจีนเป็นมาเลเซีย ซึ่งในช่วงตั้งแต่ต้นเดือนมิถุนายนเป็นต้นมา นักท่องเที่ยวมาเลเซียซึ่งเป็นหนึ่งในตลาดนักท่องเที่ยวหลักของไทยมีการเดินทางเข้าประเทศไทยเพิ่มขึ้นร้อยละ 13.22 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว นอกจากนี้ ยังเห็นสัญญาณการเติบโตที่ดีของนักท่องเที่ยวในหลายตลาดศักยภาพ

โดยเฉพาะตลาดยุโรปที่มีกำลังซื้อสูง โดยรวมเติบโตเพิ่มขึ้นร้อยละ 13  ได้แก่ ตลาดเยอรมนีที่มีการเติบโตของนักท่องเที่ยวสูงถึงร้อยละ 71 ตลาดอิตาลีเพิ่มขึ้นร้อยละ 28 สวิตเซอร์แลนด์ เพิ่มขึ้นร้อยละ 24  นอกจากนี้ ตลาดนักท่องเที่ยวตะวันออกกลาง ซึ่งกำลังเข้าสู่ฤดูกาลท่องเที่ยว เห็นแนวโน้มการเติบโตที่สูงขึ้นถึงร้อยละ 55 โดยเฉพาะ ซาอุดีอาระเบีย (+61%) โอมาน (+54%) U.A.E. (+51%)  ตลาดอิสราเอล (+32.49%) และเริ่มเห็นสัญญานการเติบโตที่ดีของตลาดดาวรุ่ง ได้แก่ ตลาดฟิลิปปินส์ (+24%)

จากสถิติสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 9 มิถุนายน 2568  นักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าประเทศไทยแล้ว 15,543,344 คน โดยตลาดนักท่องเที่ยวที่มีฐานตลาดใหญ่ และมีการเติบโตสูงอย่างต่อเนื่อง ได้แก่ อินเดีย 1,042,304 คน (+15.4%) รัสเซีย 983,579 คน (+12.96%) สหราชอาณาจักร 531,030 คน (+19.3%) สหรัฐอเมริกา 492,659 คน (+10.2%) เยอรมนี 476,356 คน (+11.82%) ญี่ปุ่น 462,647 คน (+9.94%) ฝรั่งเศส 429,516 คน (+19.27%) ออสเตรเลีย 350,851 คน (+14.67%) และตลาดศักยภาพขนาดกลาง ได้แก่ อิสราเอล 165,602 คน (+74.65%) อิตาลี 136,209 คน (+28.45%) แคนาดา 134,095 คน (+7.12%) โปแลนด์ 120,944 คน (+31.07%) เนเธอร์แลนด์ 119,992 คน (+12.69%) สวีเดน 117,434 คน ( +10.47%)

ทั้งนี้ตั้งแต่ไตรมาสที่ 3 เป็นต้นไป ททท.เห็นสัญญาณ Forward Booking ที่ยังคงดีต่อเนื่องของสายการบินในช่วงเดือนกรกฎาคม – กันยายน 2568 (Summer Slot) มีแนวโน้มเติบโตดีในเกือบทุกตลาด อาทิ ยุโรป (+21%) ตะวันออกกลาง (+25%) เอเชีย (+7%) และยังคงดีต่อเนื่องในช่วงเดือนตุลาคม – ธันวาคม 2568 (Winter Slot) อาทิ ยุโรป (+17%) อเมริกา (+12%) เอเชีย (+22%) โดย ททท. จะเน้นการ Relocation สร้างสมดุลตลาด และมุ่งส่งเสริมตลาดศักยภาพ ไม่ว่าจะเป็น ตลาดสหราชอาณาจักร ที่มีปัจจัยสนับสนุน อาทิ การเปิดเที่ยวบินลอนดอน-กรุงเทพฯ ของ Norse Atlantic Airways 2-4 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ และ TUI UK ประกาศเพิ่มเที่ยวบินลอนดอน-กรุงเทพฯ  และ แมนเชสเตอร์-กรุงเทพฯ เป็น 2 เที่ยวบินต่อสัปดาห์

ซึ่ง ททท.จะร่วมทำ Joint Promotion ร่วมกับสายการบิน British Airways และ Norse Atlantic Airways เพื่อเจาะกลุ่มนักท่องเที่ยวกระตุ้นยอดขายทั้งกลุ่ม First Visit และ Re-visit ตลาดเยอรมนี ร่วมกับ Tour Operator รายหลักในตลาด เช่น Der, TUI และสายการบิน Condor จัดเที่ยวบินเช่าเหมาลำในช่วงเดือนตุลาคม – ธันวาคม 2568 ร่วมกับการจัด Celebrity Fam Trip เจาะกลุ่มตลาด DINKs, Gen Z และ LGBTQ

ตลาดรัสเซีย จัดกิจกรรม Joint Promotion ร่วมกับ Tour Operator รายใหญ่ที่มีเครือข่ายทั้งเมืองหลักและเมืองรองในพื้นที่รัสเซีย ตลาดฝรั่งเศส จัด Joint Promotion ร่วมกับพันธมิตร อาทิ Carrefour Voyages, Lastminute, Edreams (Opodo) และร่วมงานส่งเสริมการขาย อาทิ Cannes Yachts Show, Wedding & Honeymoon Fair ตลาดสหรัฐอเมริกา จัดกิจกรรมส่งเสริมการขาย 2 by 4 Global Amazing Month Campaign ผ่านแพลตฟอร์ม Travelstride จัด Co-op Sales Campaign ร่วมกับสายการบิน EVA ผ่าน Expedia เป็นต้น

จากผลกระทบของสถานการณ์การท่องเที่ยวในช่วงที่ผ่านมา ททท. ดำเนินแนวทางการปรับกลยุทธ์ให้ตอบสนองต่อโครงสร้างตลาดการท่องเที่ยวที่มีแนวโน้มเปลี่ยนแปลงไป โดยให้น้ำหนักกับการ Relocation สร้างความสมดุลตลาดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก และนำเสนอจุดขายทางการท่องเที่ยวใหม่ ๆ ของประเทศไทย เพื่อสร้างสมดุลในเชิงพื้นที่ โดยเฉพาะในเมืองรอง หรือเมืองน่าเที่ยวที่ยังมีจำนวนนักท่องเที่ยวเดินทางไปไม่มากนัก และใช้กิจกรรมสร้างสรรค์ และ Event Marketing เพื่อกระตุ้นตลาดในช่วง Green Season ตลอดจนมุ่งเจาะกลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพที่มีกำลังซื้อและการใช้จ่ายทางการท่องเที่ยวสูง เพื่อปรับโครงสร้างตลาดการท่องเที่ยวให้เติบโตแข็งแกร่งสู่ Value over Volume อย่างยั่งยืน